
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
หนึ่งในกิจวัตรที่คุณแม่จำเป็นจะต้องทำบ่อย ๆ นั่นก็คือการจับลูกเรอ เพื่อช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย สบายท้อง แต่วิธีจับลูกเรอควรทำแบบไหน? ท่าอุ้มเรอ ควรทำอย่างไร? ท่าจับลูกเรอ แบบไหนที่ทำแล้วเห็นผลบ้าง บทความนี้จาก Enfa มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับการจับลูกเรอมาฝากค่ะ
การจับลูกเรอ คือ วิธีการไล่ลม หรือแก๊สในกระเพาะอาหารของเด็กทารก ที่เกิดจากการกลืนอากาศเข้าไประหว่างการกินนม หรือร้องไห้ เมื่ออากาศไหลเข้าไปในท้องแล้ว ก็จะทำให้เกิดลม หรือแก๊สในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ลูกน้อยมีอาการอึดอัด จุกเสียด ไม่สบายท้อง
ซึ่งลูกน้อยจะแสดงอาการเหล่านี้ ได้แก่
แล้วทำไมคุณแม่ต้องจับลูกเรอ นั่นก็เพราะว่า การจับลูกเรอ จะช่วยให้ลดอาการอึดอัด จุกเสียด ไม่สบายท้อง นอกจากนี้ ยังช่วยขับลมในกระเพาะ ทำให้ลูกน้อยสามารถกินนมได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งยังป้องกันการแหวะนมได้อีกด้วย
จริง ๆ แล้วไม่มีกฏตายตัวสำหรับการจับลูกเรอ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเด็กทารกแต่ละคน บางคนอาจจะต้องการให้คุณแม่จับเรอระหว่างให้นมไปด้วย หรือบางคนต้องการให้จับเรอหลังกินนม คุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการที่แสดงอาการไม่สบายท้องของลูกน้อยเรื่อย ๆ เช่น เมื่อให้นมลูก ลูกแสดงอาการไม่สบายท้อง งอแง คุณแม่อาจจะลองหยุดพักการให้นมสักครู่ เพื่อจับลูกเรอ แล้วค่อยกลับไปให้นมต่อ เป็นต้น

คุณแม่สามารถจับลูกเรอ โดยท่าอุ้มเรอจะเน้นส่วนสำคัญหลัก ๆ 2 ส่วน คือ ประคองศีรษะและคอของลูกน้อยให้มั่นคง และจัดวางท่าให้กระเพาะของลูกน้อยอยู่ในลักษณะที่ตั้งตรง ไม่งอ แล้วค่อย ๆ ลูบหลัง หรือตบหลังเบา ๆ ตัวอย่างท่าจับลูกเรอ ที่คุณแม่ใช้กันบ่อย ๆ
การจับลูกเรอจะใช้เวลาประมาณ 30 – 60 นาที แต่บางครั้งอาจจะใช้เวลาน้อย หรือมากกว่านี้ หมั่นสังเกตท่าทางจากลูกน้อย ไม่มีอาการหงุดหงิด อึดอัด ไม่สบายท้อง ก็สามารถหยุดการจับเรอได้
คุณแม่สามารถลูบขึ้น หรือลูบลงก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถลูบเป็นวงกลม รวมไปถึงการตบหลังเบา ๆ ก็สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับคุณแม่ว่าลองวิธีไหนแล้วได้ผลดีกับลูกน้อย
เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ที่ลูกน้อยจะหลับระหว่างการกินนม ในกรณีนี้ คุณแม่สามารถจับลูกเรอได้ ก่อนที่จะพาเขาเข้านอน โดยการใช้ท่าจับลูกเรอที่มีการเคลื่อนไหวตัวลูกน้อย หรือท่าอุ้มเรอที่เหมาะสมกับการกล่อมนอนไปพร้อม ๆ กัน เช่น การอุ้มลูกชิดตัว คางพาดไหล่ สิ่งสำคัญคือการให้กระเพาะของลูกน้อยอยู่ในลักษณะที่ตั้งตรง
ไม่ว่าลูกน้อยจะหลับคาเต้า หรือคาขวดนมในระหว่างการให้นม คุณแม่ควรจับลูกเรอก่อนที่จะพาลูกเข้านอนก่อนเสมอ โดยเลือกท่าจับเรอที่เลี่ยงการปลุกลูกน้อยน้อยที่สุด
บางครั้งแก๊สในกระเพาะอาจจะไม่ได้ออกจากร่างกายของลูกน้อยในรูปแบบของการเรอ แก๊สในกระเพาะยังสามารถออกจากร่างกายในรูปแบบของการตดได้อีกด้วย หากลูกน้อยผายลมแทนการเรอ และไม่มีอาการหงุดหงิด อึดอัด รวมทั้งอาการไม่สบายท้องต่าง ๆ คุณแม่สามารถหยุดการจับเรอได้
อย่างไรก็ตาม หากลูกน้อยยังแสดงอาการไม่สบายท้อง เนื่องจากมีลม หรือแก๊สในกระเพาะ ลองใช้วิธีการนวดท้อง หรือทำท่าปั่นจักรยานเพื่อบรรเทาอาการ แต่ถ้าลองทำแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการหาสาเหตุของอาการ และรักษาต่อไป
ถ้าคุณแม่จับเรอ แต่ลูกน้อยไม่ยอมเรอ และยังแสดงอาการงอแง อึดอัด ไม่สบายท้องอยู่ ให้ลองจับลูกน้อยนอนหงายราบบนเตียง ทำการนวดท้องเบา ๆ หรือลองทำท่าปั่นจักรยาน หากลองด้วยวิธีนี้แล้วยังไม่ได้ผล คุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุของอาการ และทำการรักษา
หากลูกมีอาการไม่ปกติ เช่น การที่ลูกร้องตอนกลางคืน ไม่มีสาเหตุ แหวนะนม อาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการตามวัย อารมณ์ ความกลัว ฝันร้าย หรือปัญหาทางกายภาพ เช่น แพ้อาหารหรือไม่ถูกกับนม การเข้าใจพฤติกรรมของลูกแต่ละช่วงวัยคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงวัยแรกเกิด ระบบย่อยอาหารของลูกน้อยยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เด็กมากกว่า 70% จึงมีโอกาสเกิดอาการไม่สบายท้อง เช่น ท้องผูก ท้องอืด แหวะนม และร้องกวน การเลือกโภชนาการที่ย่อยง่ายจึงเป็นกุญแจสำคัญ เพื่อช่วยให้ลูกสบายท้อง ถ่ายคล่อง และเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ
โดยเฉพาะโภชนาการที่ผสมโปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน (PHP) ซึ่งมีขนาดโมเลกุลเล็ก ย่อยง่าย ดูดซึมไว ลดการเกิดแก๊สและปัญหาขับถ่าย พร้อมทั้งเสริมด้วยเส้นใยสุขภาพอย่าง PDX และ GOS ที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ และสารอาหารบำรุงสมอง เช่น MFGM และ DHA เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง IQ และ EQ ของลูกน้อยอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ โภชนาการที่ย่อยง่าย ผสมโปรตีนย่อยบางส่วน และเสริมสารอาหารสำคัญ คือทางเลือกที่ช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรง สมองดี พร้อมเรียนรู้อย่างไม่สะดุด
ลูกไม่เรอ อันตรายไหม หากหลังกินนมลูกไม่ได้เรออาจทำให้ลูกน้อยท้องอืดหรือแหวะนมได้ แต่ก็ไม่ถือว่าอันตรายเสมอไป เพราะในเด็กทารกบางราย อาจจะดูเหมือนว่าลูกน้อยเรอยาก คุณแม่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป บางครั้งลูกน้อยไม่ได้กลืนอากาศไปมาก จนทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ หรือในเด็กทารกบางคน สามารถเรอ หรือกำจัดแก๊สได้เองโดยไม่ต้องรอคุณแม่จับเรอ ตราบใดที่ลูกน้อยไม่แสดงอาการอึดอัด หรือไม่สบายท้อง ก็ไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล
โดยปกติแล้ว เด็กทารกต้องการให้จับเรอตั้งแต่แรกเกิดจนไปถึงอายุ 6 เดือน เนื่องจากระบบย่อยอาหารในร่างกายจะพัฒนา และทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม จนสามารถเริ่มจัดการกับแก๊สในกระเพาะได้ด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับร่างกายของเด็กแต่ละคน คุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการไม่สบายท้องของลูกน้อยอยู่เสมอ หากลูกน้อยยังมีอาการไม่สบายท้อง ควรช่วยลูกน้อยด้วยการจับเรอ และนวดท้องต่อไป
คุณแม่ไม่ต้องกังวลไป หากพบว่า บางครั้งที่จับลูกเรอ ลูกจะมีอาการแหวะนม ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และเกิดขึ้นได้สำหรับเด็กทารกที่ระบบย่อยอาหารยังไม่สามารถทำงานได้เต็มที่
อาการแหวะนม เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การกินนม หรืออาหารมากเกินไป หรือเร็วเกินไป บางครั้งเกิดจากการกลืนอากาศเข้าไป หากเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ ควรปรับท่าการให้นม รวมไปทั้งจังหวะ ปริมาณในการให้นมลูก และหมั่นจับลูกเรออยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม หากอาการแหวะนมไม่ดีขึ้น ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ และรักษาอาการต่อไป
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่และลูกน้อย
Enfa สรุปให้ ลูกท้องป่องมาก ส่วนใหญ่เกิดจากระบบย่อยอาหารที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ การกลืนอากาศตอนร้...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ลูก 2 ขวบ ร้องไห้ตอนกลางคืนเพราะวัยนี้มีจินตนาการและอารมณ์เปลี่ยนแปลงมากขึ้น ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ลูกแหวะบ่อยเกิดจากระบบการย่อยอาหารของเด็กเล็กที่ยังไม่สมบูรณ์ กล้ามเนื้อที่ทำหน้าท...
อ่านต่อ