นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ระดับยอดมดลูก สัญญาณสุขภาพทารกที่คุณแม่ควรรู้

Enfa สรุปให้

  • ระดับยอดมดลูก คือความสูงของส่วนบนสุดของมดลูกที่คลำได้จากหน้าท้องแม่ เป็นตัวชี้วัดทางคลินิกเพื่อติดตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ควรทำทุกครั้งในการตรวจฝากครรภ์ช่วงไตรมาสที่สองและสาม

  • ระดับยอดมดลูกกับอายุครรภ์ มักมีค่าความสูงใกล้เคียงกับจำนวนสัปดาห์ของอายุครรภ์ (±2 เซนติเมตร) ใช้ช่วยประเมินว่าทารกเจริญเติบโตสอดคล้องกับช่วงครรภ์หรือไม่ 

  • การวัดทำโดยใช้สายวัดจากกระดูกหัวหน่าวถึงยอดมดลูก แล้วบันทึกเป็นหน่วยเซนติเมตร เช่น อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ มักวัดได้ประมาณ 28 เซนติเมตร โดยควรดูค่าแนวโน้มต่อ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

การติดตามการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการดูแลแม่ตั้งครรภ์เลยล่ะค่ะ ทุกครั้งที่คุณแม่ไปฝากครรภ์ แพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์จะมีขั้นตอนหนึ่งที่ทำเป็นประจำ นั่นคือการคลำและวัดระดับยอดมดลูก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยประเมินอายุครรภ์ การเจริญเติบโตของทารก และความผิดปกติบางอย่างได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

บทความนี้ Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจอย่างละเอียดว่า ระดับยอดมดลูกมีความหมายอย่างไร วัดอย่างไร และค่าที่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับลูกในครรภ์บ้างค่ะ

 

ระดับยอดมดลูก คืออะไร

เมื่อคุณแม่เริ่มต้นการฝากครรภ์ สิ่งหนึ่งที่คุณหมอหรือพยาบาลจะทำเป็นประจำคือการคลำและวัดหน้าท้อง เพื่อหาจุดสูงสุดของมดลูกที่เรียกว่า "ระดับยอดมดลูก" (Fundal Height) ซึ่งเป็นเครื่องมือการตรวจครรภ์เบื้องต้นที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยสามารถประเมินได้ดังนี้

  • ความหมายทางกายภาพ คือระยะห่างที่วัดจากขอบบนของกระดูกหัวหน่าวไปจนถึงส่วนบนสุดของมดลูก ซึ่งจะขยายตัวขึ้นตามการเติบโตของทารก
  • ตัวบ่งชี้พัฒนาการ เป็นวิธีประเมินขนาดมดลูกเพื่อดูว่าสอดคล้องกับอายุครรภ์หรือไม่ ซึ่งช่วยคัดกรองภาวะทารกตัวเล็กกว่าปกติหรือตัวใหญ่เกินไป
  • การประเมินปริมาณน้ำคร่ำ ระดับยอดมดลูกที่สูงหรือต่ำเกินไปสามารถบ่งบอกถึงปริมาณน้ำคร่ำที่ผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อพื้นที่การเคลื่อนไหวและการเจริญเติบโตของเด็ก
  • จุดสังเกตตำแหน่งทารก ในช่วงใกล้คลอด การวัดระดับยอดมดลูกยังช่วยให้ทราบว่าทารกเริ่มเคลื่อนตัวลงสู่เชิงกรานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลืมตาดูโลกแล้วหรือยัง

การทำความเข้าใจว่าระดับยอดมดลูกคืออะไร จะช่วยให้คุณแม่ลดความกังวลเมื่อเห็นคุณหมอจดบันทึกลงในสมุดสีชมพู เพราะค่าที่วัดได้นี้เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนสภาพแวดล้อมภายในมดลูก หากมดลูกมีขนาดเหมาะสมตามเกณฑ์ ก็แสดงว่าทารกได้รับสารอาหารและมีพื้นที่ในการพัฒนาอวัยวะต่าง ๆ อย่างเพียงพอ

ในทางกลับกันหากค่าที่วัดได้มีความคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นสัญญาณเตือนให้คุณหมอส่งตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของลูกน้อยอย่างละเอียดต่อไปค่ะ

 

การวัดระดับยอดมดลูก

กระบวนการวัดระดับยอดมดลูกเป็นขั้นตอนการตรวจร่างกายที่เรียบง่ายแต่ต้องอาศัยความชำนาญ โดยส่วนใหญ่จะเริ่มวัดอย่างจริงจังเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 20 เป็นต้นไปค่ะ เนื่องจากในช่วงเวลานี้มดลูกจะลอยตัวพ้นกระดูกเชิงกรานขึ้นมาอยู่ในระดับที่สามารถคลำหาจุดสูงสุดได้ชัดเจนผ่านผนังหน้าท้องของคุณแม่ โดยการวัดระดับยอดมดลูกทำได้ดังนี้

  • เตรียมความพร้อมก่อนตรวจ คุณแม่ควรปัสสาวะทิ้งให้เรียบร้อยก่อนการวัด เพราะกระเพาะปัสสาวะที่เต็มจะดันให้มดลูกสูงขึ้นกว่าความเป็นจริง ทำให้ผลการวัดคลาดเคลื่อน
  • ท่าทางการจัดวางร่างกาย การวัดจะทำในท่านอนหงาย โดยอาจมีการชันเข่าเล็กน้อยเพื่อลดแรงตึงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง ช่วยให้คลำหายอดมดลูกได้แม่นยำขึ้น
  • การหาจุดอ้างอิง พยาบาลหรือคุณหมอจะใช้มือคลำหาขอบบนของกระดูกหัวหน่าวเพื่อเป็นจุดเริ่มต้น และใช้มืออีกข้างคลำหาส่วนโค้งมนที่แข็งกว่าลำไส้ซึ่งก็คือยอดมดลูก
  • ความสม่ำเสมอในการตรวจ การวัดควรทำโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกันในทุกครั้งที่มาตรวจตามนัด เพื่อติดตามกราฟการเติบโตที่เป็นเส้นโค้งต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูเพียงค่าใดค่าหนึ่งเพียงครั้งเดียว

ความสำคัญของการวัดนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่อัตราการเพิ่มขึ้นของระดับมดลูกในแต่ละเดือน หากเด็กมีการพัฒนาที่สมบูรณ์ ยอดมดลูกจะขยับสูงขึ้นอย่างเป็นจังหวะที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการกินและสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ การวัดนี้จึงเป็นเสมือนสายใยการสื่อสารระหว่างคุณแม่และทีมแพทย์ว่าเจ้าตัวเล็กข้างในยังสบายดีและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตามตารางเวลาของเขานั่นเองค่ะ

 

การวัดยอดมดลูก มีกี่วิธี

แม้หลักการการวัดยอดมดลูกจะคล้ายกัน แต่ในทางปฏิบัติมีหลายวิธีในการประเมินระดับยอดมดลูก ซึ่งสามารถแบ่งได้ตามเครื่องมือหรือจุดอ้างอิงที่ใช้ โดยแต่ละวิธีมีจุดประสงค์เดียวกันคือประเมินความสูงของมดลูก เพียงแต่ระดับความแม่นยำและบริบทการใช้งานแตกต่างกันค่ะ ปกติแล้วการวัดยอดมดลูกนิยมใช้ 2 วิธีดังนี้

 

การวัดระดับยอดมดลูกโดยใช้สายวัด

วิธีวิธีวัดด้วยสายวัดนี้ถือเป็นมาตรฐานสากลที่ยอมรับกันทั่วโลก เนื่องจากให้ค่าที่วัดได้เป็นตัวเลขที่แน่นอน ช่วยให้การติดตามผลในสมุดฝากครรภ์เป็นไปอย่างมีระบบ และเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานได้ง่าย โดยมีวิธีการดังนี้

  • นิยมใช้หน่วยเป็นเซนติเมตร เนื่องจากมีความละเอียดสูงกว่านิ้ว และสอดคล้องกับจำนวนสัปดาห์ของอายุครรภ์อย่างน่าอัศจรรย์
  • เริ่มจากจุดตัดด้านบนของกระดูกหัวหน่าว ลากสายวัดตามแนวกึ่งกลางหน้าท้องผ่านความโค้งของมดลูกไปจนถึงจุดสูงสุดที่คลำพบ
  • โดยทั่วไป ค่าที่วัดได้เป็นเซนติเมตรจะใกล้เคียงกับจำนวนสัปดาห์ของอายุครรภ์ เช่น 28 สัปดาห์ ควรวัดได้ประมาณ 28 เซนติเมตร โดยอนุโลมให้คลาดเคลื่อนได้ +/- 2 เซนติเมตร
  • คุณหมอบางท่านอาจกลับสายวัดด้านที่เป็นนิ้วลง เพื่อไม่ให้เห็นตัวเลขเซนติเมตรก่อนวัดเสร็จ ป้องกันการคาดเดาตัวเลขตามอายุครรภ์ เพื่อความเที่ยงตรงที่สุด

การใช้สายวัดช่วยให้คุณแม่เห็นภาพรวมของความก้าวหน้าในการตั้งครรภ์ได้อย่างชัดเจน ผลต่อเด็กคือการที่ทีมแพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เช่น หากลูกหยุดโตหรือโตช้ากว่าเกณฑ์เกิน 2 เซนติเมตร คุณหมอจะสามารถวางแผนการรักษาหรือบำรุงเพิ่มเติมได้ทันที ก่อนที่จะส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวของทารกค่ะ

 

การวัดระดับยอดมดลูกโดยใช้สัดส่วนร่างกาย

ในกรณีที่เป็นการตรวจเบื้องต้นหรือในสถานพยาบาลที่ต้องการประเมินอย่างรวดเร็ว การใช้จุดอ้างอิงบนร่างกายคุณแม่เป็นวิธีที่คลาสสิกและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งเช่นกัน โดยมีวิธีการวัดดังนี้

  • จุดอ้างอิงหลัก ใช้สะดือเป็นจุดศูนย์กลางในการแบ่งระดับความสูงของมดลูก
  • เกณฑ์การแบ่งระดับ ดังนี้
    • 1/3 เหนือกระดูกหัวหน่าว อายุครรภ์ประมาณ 12 สัปดาห์
    • 2/3 เหนือกระดูกหัวหน่าว อายุครรภ์ประมาณ 16 สัปดาห์
    • ระดับสะดือพอดี อายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์
    • 1/4 เหนือระดับสะดือ อายุครรภ์ประมาณ 24 สัปดาห์
    • 2/4 เหนือระดับสะดือ อายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์
    • 3/4 เหนือระดับสะดือ อายุครรภ์ประมาณ 32 สัปดาห์
    • ระดับลิ้นปี่ อายุครรภ์ประมาณ 36 สัปดาห์

ทั้งนี้ มักใช้ความกว้างของนิ้วมือคุณหมอในการวัดระยะห่างระหว่างจุดอ้างอิงกับยอดมดลูก เช่น 2 นิ้วมือเหนือระดับสะดือ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีข้อจำกัดคืออาจมีความคลาดเคลื่อนได้หากคุณแม่มีรูปร่างช่วงลำตัวยาวหรือสั้นกว่าปกติค่ะ

 

ระดับยอดมดลูกกับอายุครรภ์

ความสอดคล้องระหว่างระดับยอดมดลูกกับอายุครรภ์เป็นหัวใจสำคัญของการตรวจครรภ์คุณภาพ โดยปกติแล้วมดลูกจะขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างคงที่ ซึ่งสะท้อนถึงการเจริญเติบโตของทารกและปริมาณน้ำคร่ำที่เพิ่มขึ้นตามลำดับเวลา ดังนี้

  • ช่วงไตรมาสแรก (1-12 สัปดาห์) มดลูกยังมีขนาดเล็กและซ่อนตัวอยู่ในอุ้งเชิงกราน การคลำทางหน้าท้องอาจยังไม่พบจนกว่าจะเข้าใกล้สัปดาห์ที่ 12 ซึ่งยอดมดลูกจะเริ่มโผล่พ้นกระดูกหัวหน่าว
  • ช่วงไตรมาสที่สอง (13-27 สัปดาห์) มดลูกขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยจะขึ้นมาอยู่ที่ระดับสะดือพอดีเมื่ออายุครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ นี่คือช่วงที่การวัดด้วยสายวัดเริ่มมีความแม่นยำสูง
  • ช่วงไตรมาสที่สาม (28-40 สัปดาห์) ยอดมดลูกจะขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบถึงชายโครงในช่วงสัปดาห์ที่ 36 ซึ่งเป็นจุดที่มดลูกอยู่สูงสุด จนอาจทำให้คุณแม่รู้สึกอึดอัด หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการกรดไหลย้อน
  • ช่วงลดระดับ (Lightening) ในช่วง 2-4 สัปดาห์สุดท้ายก่อนกำหนดคลอดยอดมดลูกอาจจะดูลดต่ำลงเล็กน้อยเนื่องจากทารกเริ่มเคลื่อนส่วนนำ (หัว) ลงสู่เชิงกราน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดแล้ว

หากระดับยอดมดลูกไม่สัมพันธ์กับอายุครรภ์ เช่น สูงเกินไป อาจเป็นสัญญาณของครรภ์แฝดหรือมีน้ำคร่ำมากผิดปกติ ในขณะที่หากต่ำเกินไปอาจหมายถึงทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ (IUGR) การติดตามความสัมพันธ์ของคำนวณอายุครรภ์จากระดับยอดมดลูกนี้อย่างใกล้ชิดจึงเป็นหลักประกันว่าทารกจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในทุกย่างก้าวของพัฒนาการค่ะ

 

ระดับยอดมดลูก เซนติเมตร

ในสมุดฝากครรภ์ของคุณแม่จะมีการบันทึกระดับยอดมดลูกเป็นเซนติเมตร ซึ่งคุณแม่จะเห็นความอัศจรรย์ของธรรมชาติในการเจริญเติบโตของลูก เพราะตัวเลขนี้แทบจะเป็นกระจกเงาของอายุครรภ์ในหน่วยสัปดาห์ และยังเป็นวิธีเช็กที่ง่ายแต่แม่นยำมากว่าลูกรักกำลังเติบโตได้สัดส่วนหรือไม่ โดยมีเกณฑ์ดังนี้

  • เมื่อคุณแม่อายุครรภ์เข้าสัปดาห์ที่ 20 เป็นต้นไป จำนวนเซนติเมตรที่วัดได้มักจะเท่ากับจำนวนสัปดาห์ที่ตั้งครรภ์พอดี เช่น อายุครรภ์ 25 สัปดาห์ วัดได้ 25 เซนติเมตร
  • เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ คือคุณหมอจะอนุโลมให้ตัวเลขบวกหรือลบได้ไม่เกิน 2 เซนติเมตรครับ เช่น ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ 30 สัปดาห์ แต่วัดได้ 28 หรือ 32 เซนติเมตร ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติที่วางใจได้
  • สัญญาณบอกว่าลูกตัวเล็ก-ตัวใหญ่
    • ถ้าตัวเลขน้อยกว่าเกณฑ์ 3 เซนติเมตรขึ้นไป อาจแปลว่ารกส่งสารอาหารให้ลูกไม่เต็มที่ หรือน้ำคร่ำน้อยเกินไปจนลูกอึดอัด
    • ถ้าตัวเลขมากกว่าเกณฑ์ 3 เซนติเมตรขึ้นไป มีโอกาสที่ลูกจะตัวจ้ำม่ำกว่าปกติ มักพบในคุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรืออาจมีเซอร์ไพรส์เป็นครรภ์แฝดก็เป็นได้
  • จังหวะการขึ้นในแต่ละสัปดาห์ โดยเฉลี่ยแล้วยอดมดลูกจะขยับสูงขึ้นสัปดาห์ละ 1 เซนติเมตร ซึ่งสะท้อนว่าอวัยวะต่าง ๆ ของลูกกำลังขยายตัวและมีพื้นที่ในการตีลังกาได้อย่างเต็มที่

เหตุผลที่คุณหมอต้องเน้นการวัดเป็นเซนติเมตรอย่างละเอียดทศนิยม เพราะเด็กแต่ละคนมีอัตราการโตไม่เท่ากันครับ การที่มดลูกขยายตัวในระดับเซนติเมตรที่เหมาะสม จะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาปอดและกล้ามเนื้อของเด็ก หากตัวเลขนี้หยุดนิ่งไม่ขยับเลยติดต่อกันหลายสัปดาห์ จะเป็นสัญญาณเตือนให้คุณหมอต้องรีบเข้ามาดูแลเป็นพิเศษค่ะ

 

ระดับยอดมดลูกหลังคลอด

การติดตามระดับยอดมดลูกไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อทารกคลอดออกมาแล้วเท่านั้นนะคะ แต่ระดับยอดมดลูกหลังคลอดยังเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญมากในการประเมินว่าร่างกายคุณแม่กำลังฟื้นฟูเข้าสู่สภาวะปกติได้ดีเพียงใด ดังนี้

  • หลังคลอดทันที มดลูกจะหดรัดตัวจนแข็งเป็นก้อน กลมโตอยู่ประมาณระดับสะดือ เพื่อทำหน้าที่กดทับเส้นเลือดและป้องกันการตกเลือดหลังคลอด
  • ภายใน 24 ชั่วโมง ยอดมดลูกอาจจะลอยสูงขึ้นเล็กน้อยหรืออยู่ในระดับเดิม แต่ต้องมีความแข็งสม่ำเสมอ
  • ระยะการลดระดับ (1 ซม./วัน) ในแต่ละวันที่ผ่านไป มดลูกจะลดระดับต่ำลงจากสะดือวันละประมาณ 1 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 นิ้วมือ
  • คืนสู่สภาพเดิม ภายในวันที่ 10-14 หลังคลอด มดลูกควรจะลดระดับลงไปจนถึงอุ้งเชิงกราน จนไม่สามารถคลำพบทางหน้าท้องได้อีก และจะกลับสู่ขนาดปกติเท่ากับช่วงก่อนตั้งครรภ์ภายใน 6 สัปดาห์

การที่มดลูกลดระดับลงอย่างถูกต้องเป็นสัญญาณว่าร่างกายมดลูกมีการหดรัดตัวที่ดี ช่วยขับน้ำคาวปลาออกมาอย่างเป็นระบบ หากมดลูกไม่ลดระดับลงตามเกณฑ์ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในโพรงมดลูก หรือมีเศษรกค้างอยู่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณแม่ค่ะ

 

วิธีการวัดระดับยอดมดลูกหลังคลอด

เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำและช่วยประเมินความปลอดภัยของคุณแม่หลังคลอด วิธีการวัดระดับยอดมดลูกหลังคลอดจะมีความแตกต่างจากการวัดในช่วงตั้งครรภ์เล็กน้อย โดยเน้นไปที่ความสัมพันธ์กับสะดือเป็นหลัก ดังนี้

  • ตำแหน่งการวัดมักใช้สะดือเป็นจุดอ้างอิงกลาง โดยระบุว่าอยู่ต่ำกว่าสะดือกี่นิ้วมือ
  • นอกจากการวัดระดับแล้ว ผู้ตรวจจะใช้ฝ่ามือคลำเพื่อประเมินความแข็งของมดลูกด้วย มดลูกที่ดีต้องแข็งเหมือนลูกวอลเลย์บอล ไม่นิ่มเหลว
  • หากคลำแล้วพบว่ามดลูกนิ่ม พยาบาลจะทำการนวดคลึงยอดมดลูกเบา ๆ เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวพร้อมกับการวัดระดับไปพร้อมกัน
  • การจดบันทึกจะบันทึกเป็นสัดส่วน เช่น ต่ำกว่าสะดือ 1 นิ้วมือ พร้อมระบุลักษณะการแข็งตัวและปริมาณน้ำคาวปลา

การวัดที่ถูกต้องช่วยให้ทีมพยาบาลทราบว่าคุณแม่มีความเสี่ยงต่อการตกเลือดหรือไม่ หากวัดแล้วพบว่ายอดมดลูกอยู่สูงกว่าระดับสะดือและเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง อาจเป็นเพราะกระเพาะปัสสาวะเต็ม ซึ่งพยาบาลจะแนะนำให้ไปปัสสาวะก่อนทำการวัดใหม่อีกครั้งค่ะ

 

ระดับยอดมดลูก แบบไหนผิดปกติ

การตรวจเช็กระดับยอดมดลูกเปรียบเสมือนการส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า ความผิดปกติที่ตรวจพบสามารถแบ่งออกเป็นสองทิศทางหลัก ๆ ซึ่งแต่ละทิศทางต้องการการดูแลเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยดังนี้

  • ระดับยอดมดลูกสูงกว่าเกณฑ์ ซึ่งอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนของวันครบกำหนด
    • ภาวะน้ำคร่ำมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการหายใจของทารกหรือการคลอดก่อนกำหนด
    • การตั้งครรภ์แฝด ซึ่งต้องการการดูแลและสารอาหารเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
    • มีเนื้องอกมดลูกที่โตขึ้นพร้อมกับการตั้งครรภ์

  • ระดับยอดมดลูกต่ำกว่าเกณฑ์
    • ภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ซึ่งอาจเกิดจากรกทำงานผิดปกติหรือคุณแม่ขาดสารอาหาร
    • ภาวะน้ำคร่ำน้อย ซึ่งเป็นอันตรายต่อการขยับตัวและการพัฒนาปอดของเด็ก
    • ทารกเริ่มเคลื่อนตัวลงสู่เชิงกรานเร็วเกินไปหรือท่าทางทารกผิดปกติ เช่น ท่านอนขวาง
  • ยอดมดลูกหยุดนิ่ง 
    หากระดับความสูงไม่เพิ่มขึ้นเลยติดต่อกันหลายสัปดาห์ เป็นสัญญาณเร่งด่วนที่ต้องตรวจสอบสุขภาพและสัญญาณชีพของทารกทันที

  • มดลูกนิ่มและลอยสูงหลังคลอด
    เป็นอาการผิดปกติที่บ่งบอกถึงมดลูกไม่หดรัดตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการตกเลือดหลังคลอดที่รุนแรง

ความผิดปกติเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอันตรายเสมอไป แต่อาจเป็นเพียงสัญญาณระวังให้คุณแม่และคุณหมอต้องหันมาให้ความสนใจเป็นพิเศษ นอกจากนี้ อาจมีการตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น อัลตราซาวนด์ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อให้ทารกคลอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรงและคุณแม่มีความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอนค่ะ

 

อนาคตที่ดีที่สุดของลูกน้อย เริ่มต้นด้วยโภชนาการผ่านคุณแม่

สุขภาพและพัฒนาการทารกในครรภ์เริ่มต้นด้วยโภชนาการจากคุณแม่ การใส่ใจโภชนาการจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก เพราะสมองของลูกเริ่มพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงช่วงให้นมบุตรตลอด 2 ปีแรกของลูก คุณแม่สามารถเลือกโภชนาการที่มี MFGM ช่วยเสริมสร้างสมองลูกใน 1,000 วันแรกของชีวิต และเสริมอาหารสมองที่สำคัญอย่าง ดีเอชเอ, สฟิงโกไมอิลีน,แอลฟา-แลคตาบูมิน, ฟอสโฟลิปิด,แกงกลิโอไซด์ เพื่อให้สมองลูกพัฒนาได้เต็มศักยภาพ

สร้างสมองลูกดีที่สุด เริ่มได้ตั้งแต่ในครรภ์

  • MFGM มีสารอาหารกว่า 150 ชนิดที่มีประโยชน์ต่อสมอง มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมองลูกที่เหนือกว่า มีงานวิจัยรองรับ
  • DHA & Choline เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและบำรุงสมอง 

สร้างพัฒนาการลูกดีที่สุด

  • โฟเลตสูง ช่วยการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์
  • แคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

เสริมโภชนาการแม่ดีที่สุด

  • ดัชนีน้ำตาลต่ำ
  • วิตามิน แร่ธาตุกว่า 25 ชนิด
  • มีใยอาหารอินูลิน ช่วยการขับถ่าย
  • ไขมันต่ำ

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่