Key Highlight

  • กาแฟ มีสารคาเฟอีน ซึ่งร่างกายไม่ควรได้รับในปริมาณที่มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ควรจะหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ เพราะสารคาเฟอีนจากกาแฟที่ดื่มเข้าไปสามารถที่จะส่งผ่านไปยังทารก และอาจมีผลต่อทารกได้ เช่น มีผลต่อการนอนหลับของทารก หรือมีผลต่อน้ำหนักของทารกในครรภ์

  • จากผลการศึกษาพบว่า แม่มีสารคาเฟอีนในเลือดสูง เด็กที่เกิดมาจะมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ตัวเล็ก ศีรษะเล็ก ส่วนแม่ไม่มีสารคาเฟอีนในเลือดน้อยถึงน้อยมาก หรือไม่มีสารคาเฟอีนในเลือดเลย เด็กที่เกิดมาจะมีน้ำหนักตัวเป็นปกติ

  • สมาคมสูตินรีแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกาหรือ The American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) กล่าวว่า ปริมาณคาเฟอีนที่ปลอดภัยต่อคุณแม่ตั้งครรภ์คือ 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับกาแฟปริมาณ 12 ออนซ์ 1 แก้ว


What's up here?

• คนท้องดื่มกาแฟได้ไหม
• คาเฟอีนกับการตั้งครรภ์
• กาแฟมีประโยชน์ต่อแม่ตั้งครรภ์ไหม?
• เคล็ดลับลดกาแฟให้ได้ผล
• คุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มอะไรแทนกาแฟดี?
• ไขข้อข้องใจเรื่องการดื่มกาแฟขณะตั้งครรภ์กับ Enfa Smart Club


กาแฟ หนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของใครหลาย ๆ คน วันไหนไม่ได้ดื่มกาแฟ วันนั้นก็จะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป แต่ดูเหมือนว่า เมื่อตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้ว คุณแม่ก็อาจจำเป็นจะต้องตัดขาดกับกาแฟไปสักระยะ เพราะการดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวัน หรือดื่มกาแฟทุกวัน คาเฟอีนในกาแฟอาจมีผลต่อสุขภาพและการตั้งครรภ์ได้ แต่ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น คนท้องไม่ควรดื่มกาแฟจริงหรือ? เรามาหาคำตอบกันที่บทความนี้จาก Enfa กันค่ะ

ซึ่งแน่นอนว่าพอเป็นเรื่องเอกสารแล้วก็อาจจะก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายกันในบางครั้ง ยิ่งในกรณีที่เป็นลูกคนแรกก็ยิ่งตื่นเต้นจนอาจจะลืมนึกถึงการแจ้งเกิดไป บทความนี้จาก Enfa จะมาแนะนำรายละเอียดเบื้องต้นในการแจ้งเกิดค่ะ มาดูสิว่าคุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องแจ้งเกิดภายในกี่วัน และการแจ้งเกิดจะต้องใช้เอกสารใดในการยื่นบ้าง มาติดตามกันค่ะ

คนท้องกินกาแฟได้ไหม


คนท้องสามารถดื่มกาแฟได้ แต่...ไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้วต่อวัน หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจกันได้ง่าย ๆ ก็คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กาแฟ แต่อยู่ที่สารคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟต่างหาก เมื่อดื่มกาแฟ ร่างกายก็จะได้รับปริมาณคาเฟอีนจากกาแฟเข้าไปด้วย ยิ่งดื่มกาแฟมาก ร่างกายก็ได้รับคาเฟอีนมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ สารคาเฟอีนจากกาแฟที่ดื่มเข้าไปสามารถที่จะส่งผ่านไปยังทารก และอาจมีผลต่อทารกได้ เช่น มีผลต่อการนอนหลับของทารก หรือมีผลต่อน้ำหนักของทารกในครรภ์

ทั้งนี้การคำนวณปริมาณคาเฟอีนในหนึ่งแก้วนั้นก็เป็นเรื่องยาก เราจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าร่างกายเรารับเอาคาเฟอีนเข้าไปมากเท่าไหร่แล้ว

ดังนั้น หากเลี่ยงการดื่มกาแฟได้ก็ควรจะเลี่ยง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรจำกัดไว้แค่วันละหนึ่งแก้วเท่านั้น หรือทางที่ดีคือควรจะงดดื่มกาแฟในขณะตั้งครรภ์

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

รู้จักคาเฟอีน (Caffeine) ตัวการสำคัญที่ทำให้แม่ตั้งครรภ์ต้องยอมลดเครื่องดื่มโปรด


คาเฟอีนปริมาณเท่าไหร่ที่ถือว่าปลอดภัยสำหรับแม่ท้อง

สมาคมสูตินรีแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ The American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) กล่าวว่า ปริมาณคาเฟอีนที่ปลอดภัยต่อคุณแม่ตั้งครรภ์คือ 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับกาแฟปริมาณ 12 ออนซ์ 1 แก้ว

นอกจากกาแฟ คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ยังมีโอกาสได้รับคาเฟอีนจากเครื่องดื่มต่อไปนี้

แม้ว่ากาแฟจะเป็นเครื่องดื่มซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในแง่ของการมีสารคาเฟอีนสูง แต่จริง ๆ แล้วคุณแม่ยังสามารถรับสารคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสพติดการดื่มกาแฟแม้สักแก้วเดียว

ชา ช็อกโกแลต น้ำอัดลม นมช็อกโกแลต เครื่องดื่มชูกำลัง อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ ก็มีสารคาเฟอีนสะสมอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ต่อให้ไม่ดื่มกาแฟ แต่ชอบดื่มชา ชอบกินช็อกโกแลต หรือดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ ก็มีโอกาสที่ร่างกายจะได้รับคาเฟอีนเป็นจำนวนมาก ไม่ต่างไปจากคนที่ชอบดื่มกาแฟเลย

ผลข้างเคียงของคาเฟอีนต่อคุณแม่ตั้งครรภ์

หากดื่มกาแฟหรือได้รับคาเฟอีนจากอาหารหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ ในช่วงก่อนจะตั้งครรภ์ คุณแม่ก็อาจจะไม่รู้สึกว่าคาเฟอีนมีผลกระทบใดต่อร่างกายมากนัก แต่เมื่อตั้งครรภ์แล้ว ปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อคาเฟอีนอาจเปลี่ยนไป เช่น มีคุณแม่หลายคนที่ท้องเสียหลังจากดื่มกาแฟ หรือดื่มกาแฟแล้วรู้สึกเสียดท้อง หรือดื่มแล้วรู้สึกใจสั่น ก็สามารถพบได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ การที่ร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไปในขณะตั้งครรภ์ และคาเฟอีนไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย ซึ่งหากร่างกายไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กในช่วงตั้งครรภ์ได้อย่างเพียงพอ ทั้งแม่และทารกในครรภ์ก็อาจจะพบความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางเนื่องจากการขาดธาตุเหล็กได้

การออกฤทธิ์ของคาเฟอีนมีผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างไร

หากคุณแม่กินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไปเป็นประจำ จากผลการวิจัยพบว่า เมื่อเทียบระหว่างคุณแม่ที่มีสารคาเฟอีนในเลือดสูง กับคุณแม่ที่มีสารคาเฟอีนในเลือดน้อยถึงน้อยมาก หรือไม่มีสารคาเฟอีนในเลือดเลย เด็กที่เกิดมามีน้ำหนักแรกเกิดต่างกัน

  • โดยเด็กที่แม่มีสารคาเฟอีนในเลือดสูงจะมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ตัวเล็ก ศีรษะเล็ก

  • ส่วนเด็กที่แม่ไม่มีสารคาเฟอีนในเลือดน้อยถึงน้อยมาก หรือไม่มีสารคาเฟอีนในเลือดเลย จะมีน้ำหนักตัวเป็นปกติ

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการวิจัยก็ได้ให้เหตุผลว่า สารคาเฟอีนมีส่วนทำให้หลอดเลือดในมดลูกและรกหดตัว ซึ่งอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์ได้น้อยลงจึงมีผลต่อการเจริญเติบโต

มากไปกว่านั้น การที่ร่างกายของคุณแม่ได้รับคาเฟอีนจำนวนมากเป็นประจำ ยังจะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะความผิดปกติขณะตั้งครรภ์อื่น ๆ อีก เช่น

จริงๆ แล้วกาแฟมีประโยชน์ต่อแม่ตั้งครรภ์บ้างไหม?


คาเฟอีน เป็นสารที่ขึ้นชื่อในเรื่องการตื่นตัว ดังนั้น หากร่างกายได้รับคาเฟอีนในระดับที่เหมาะสมไม่ว่าจะมาจากการดื่มกาแฟ ชา หรือช็อกโกแลต พบว่าคาเฟอีนจะช่วยให้รู้สึกตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า รู้สึกมีพลังงานมากขึ้นได้

แต่...ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่ควรจะดื่มกาแฟเพื่อเพิ่มคาเฟอีนเป็นประจำ เพราะท้ายที่สุดแล้วประโยชน์พวกนี้เมื่อนำมาหักล้างกับผลเสียนั้น ก็ยังถือว่ามีข้อเสียที่มากกว่าและมีแนวโน้มเสี่ยงอันตรายต่อการตั้งครรภ์มากกว่าอยู่ดี

เคล็ดลับลดกาแฟให้ได้ผล และไม่ทรมานใจคุณแม่


คุณแม่ที่ติดการดื่มกาแฟ และอยากจะลดการดื่มกาแฟ อาจลองใช้วิธีดังต่อไปนี้เพื่อช่วยลดการดื่มกาแฟในขณะตั้งครรภ์ได้

  • แยกให้ออกว่าชอบอะไร หากชอบดื่มกาแฟเพราะรสชาติ คุณแม่อาจจะดื่มเป็นกาแฟ Decaf แทนกาแฟทั่วไป เพราะให้คาเฟอีนน้อยกว่า หรือถ้าชอบดื่มกาแฟเพราะช่วยให้รู้สึกสดชื่น ก็อาจจะเปลี่ยนไปดื่มเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ช่วยให้สดชื่นแทน เช่น น้ำอัดลมที่มีไม่มีน้ำตาล และไม่มีคาเฟอีน

  • มีสติรู้ทันคาเฟอีนเสมอ แม้จะไม่ดื่มกาแฟ แต่เลือกจะไปดื่มชา ดื่มมอคค่า ลาเต้ ไอศกรีมช็อกโกแลต หรือช็อกโกแลตร้อนแทน คุณแม่ก็ควรทราบด้วยว่า คาเฟอีนซ่อนอยู่ในอาหารหลายชนิด แม้จะตัดขาดจากกาแฟ แต่ก็ควรแน่ใจด้วยว่าเครื่องดื่มอื่นที่เลือกมาแทนที่นั้นไม่มีคาเฟอีน

  • ค่อย ๆ ลด เป็นที่เข้าใจได้ค่ะว่าเมื่อก่อนติดดื่มกาแฟวันละหลาย ๆ แก้ว จู่ ๆ จะให้มาเลิกเด็ดขาดในวันเดียวก็คงจะทำได้ยาก อีกทั้งการลดแบบหักดิบก็ยังทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน จากที่เคยได้รับคาเฟอีนปริมาณมากทุกวัน จู่ ๆ ไม่ได้รับเลย ก็อาจมีผลเสียต่อร่างกายได้ คุณแม่ควรค่อย ๆ ลดปริมาณลงวันละแก้ว จนกระทั่งเหลือเพียงวันละ 1 แก้ว

  • กินอาหารวันละหลาย ๆ มื้อ คือในหนึ่งวันให้แบ่งมื้ออาหารออกเป็น 6 มื้อ มีทั้งมื้อหลักและมื้ออาหารว่าง เพื่อให้คุณแม่ได้กินอาหารอยู่ตลอดทั้งวัน ก็จะช่วยให้คุณแม่มีพลังงานต่อวันมากเพียงพอ โดยไม่ต้องหันไปพึ่งพาปริมาณคาเฟอีนจากการดื่มกาแฟ

  • ดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ เช่น น้ำผลไม้ น้ำผัก ที่ให้ทั้งความสดชื่นเมื่อดื่มเย็น ๆ หรือดื่มกับน้ำแข็ง มากไปกว่านั้น น้ำผักและน้ำผลไม้ก็ยังให้คุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อการตั้งครรภ์ด้วย

คุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มอะไรแทนกาแฟดี?


มีเครื่องดื่มหลายชนิดที่คุณแม่สามารถดื่มแทนกาแฟได้ขณะตั้งครรภ์ ดังนี้

  • น้ำเปล่า เครื่องดื่มที่คลาสสิกที่สุดและส่งผลเสียต่อร่างกายน้อยที่สุด โดยน้ำจะช่วยให้ร่างกายของคุณแม่ดูดซึมสารอาหารได้ดี และลำเลียงสารอาหารเหล่านี้ไปยังรก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแม่ท้องต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ นอกจากจะป้องกันภาวะขาดน้ำแล้ว ก็ยังช่วยให้ทารกในครรภ์ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอด้วย

  • นมไขมันต่ำ ร่างกายของคุณแม่ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน นมถือเป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่อุดมไปด้วยแคลเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แก่แม่และทารกในครรภ์ มากไปกว่านั้น โปรตีนจากนมก็ยังช่วยในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ด้วย แต่ควรเลือกนมที่ไขมันต่ำและน้ำตาลน้อย เพื่อลดการสะสมของไขมันที่ไม่ดี ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของโรคอ้วนและโรคเบาหวานให้แก่ทารกหลังคลอดได้

  • นมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่บางคนแพ้ทั้งนมวัว และแพ้นมที่ทำมาจากธัญพืชอย่างเช่น นมถั่วเหลือง นมข้าวโอ๊ต นมอัลมอนด์ ทำให้ดื่มนมไม่ได้ นมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์จึงเป็นอีกตัวเลือกที่ดี เพราะนอกจากจะปลอดภัยจากอาการแพ้ต่าง ๆ แล้ว ก็ยังมีส่วนผสมที่สำคัญต่อการตั้งครรภ์อย่าง DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการกินอาหาร โดย DHA มีสำคัญต่อกระบวนการสร้างเซลล์ต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ เช่น สมอง ผิวหนัง ดวงตา และยังมีโฟเลตซึ่งเป็นกลุ่มวิตามินบี ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในครรภ์ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง คุณแม่ตั้งครรภ์ในเดือนแรกจำเป็นต้องได้รับโฟเลตเพื่อช่วยในการสร้างหลอดประสาท และสมองที่สมบูรณ์ของทารก ดังนั้นเวลาเลือกซื้อนมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ จึงควรเลือกนมที่มี DHA และ โฟเลตสูง และต้องเลือกที่ไขมันต่ำและน้ำตาลน้อยด้วย

  • น้ำผักหรือน้ำผลไม้ ผักและผลไม้อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากจะกินสดและกินสุกแล้ว คุณแม่ยังสามารถนำมาคั้นดื่มได้เหมือนกัน ช่วยให้สดชื่นและดีต่อร่างกายด้วย แต่ควรระวังในเรื่องของปริมาณน้ำตาล โดยเฉพาะน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ควรเติมน้ำตาลลงไปอีก หรือควรเติมแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ตั้งครรภ์อยู่ แต่อยากดื่มกาแฟมาก หันไปดื่มกาแฟ Decaf แทนดีไหม?

กาแฟ Decaf (Decaffeinated Coffee) คือกาแฟที่มีการสกัดเอาคาเฟอีนออกไปประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ และเหลือคาเฟอีนอยู่ราว ๆ 2.7 มิลลิกรัม หรือประมาณ 8 ออนซ์ต่อ 1 แก้ว ซึ่งเมื่อเทียบกับเมล็ดกาแฟทั่วไปก็จะพบว่ากาแฟ Decaf ดูจะมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟปกติ

แต่...เนื่องจากผลการศึกษาและผลการวิจัยที่จะพิสูจน์ว่าการดื่มกาแฟ Decaf ดีต่อแม่ตั้งครรภ์หรือไม่นั้นมีอยู่น้อยมาก จนไม่เพียงพอที่จะรองรับได้ว่ากาแฟ Decaf จะเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การรับคาเฟอีนน้อย หรือไม่ได้รับคาเฟอีนเลย ก็เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดควรเลือกเครื่องดื่มที่ไม่มีคาเฟอีนเลยจะดีกว่า

ไขข้อข้องใจเรื่องการดื่มกาแฟขณะตั้งครรภ์กับ Enfa Smart Club


1. กินกาแฟตอนท้องทุกวัน อันตรายไหม?

การดื่มกาแฟทุกวัน เสี่ยงที่จะทำให้ร่างกายสะสมคาเฟอีนเอาไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าคุณแม่มีปริมาณคาเฟอีนในเลือดสูง ทารกที่เกิดมาเสี่ยงที่จะมีน้ำหนักตัวเล็ก ทั้งยังเสี่ยงต่อความผิดปกติของการตั้งครรภ์อื่น ๆ เช่น การแท้ง คลอดก่อนกำหนด ภาวะตายคลอด และเด็กเกิดมามีพัฒนาการช้า

2. คนท้องแก่ กินกาแฟได้ไหม?

กาแฟสามารถดื่มได้ แต่ควรดื่มในปริมาณน้อย หรือไม่เกิน200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับกาแฟปริมาณ 12 ออนซ์ 1 แก้ว

แต่เพื่อสุขภาพการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารและเรื่องดื่มที่มีคาเฟอีนจะดีที่สุด

3. กาแฟทำให้ตั้งครรภ์ยากจริงไหม?

ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากนั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น ปัญหาการตกไข่น้อย ปัญหาท่อนำไข่ตีบตัน ปัญหาอสุจิน้อยหรืออสุจิไม่แข็งแรง เป็นต้น

แต่...ไม่มีผลการวิจัยและผลการศึกษาที่มากพอจะรองรับว่าการดื่มกาแฟจะทำให้ตั้งครรภ์ยากแต่อย่างใด

4. คาเฟอีนทำให้แท้งลูกได้จริงหรือ?

แม้จะมีหลักฐานทางการวิจัยที่น้อย แต่ก็พบว่าผู้ที่มีปริมาณคาเฟอีนในเลือดสูง มักมีแนวโน้มสูงที่จะเกิดการแท้งได้

5. เตรียมตั้งครรภ์ต้องงดกาแฟไหม?

หากสามารถเริ่มงดกาแฟได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ก็จะดีต่อสุขภาพของแม่และเด็กเมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น เพราะไม่ต้องรับความเสี่ยงต่อสุขภาพที่มีสาเหตุมาจากคาเฟอีนในกาแฟ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์ ก็ควรดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ควรดื่มเยอะเกินไป การสะสมคาเฟอีนไว้ในร่างกายมาก ๆ ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี

6. ทำ IUI กินกาแฟได้ไหม?

ปกติแล้วไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์ จะตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติหรือตั้งครรภ์ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์อย่างการทำ IUI ก็ควรดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ควรดื่มเยอะเกินไป การสะสมคาเฟอีนไว้ในร่างกายมาก ๆ ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี

7. ช่วงกระตุ้นไข่กินกาแฟได้ไหม?

จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์ ก็ควรดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม และไม่ควรดื่มเยอะเกินไป การสะสมคาเฟอีนไว้ในร่างกายมาก ๆ ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี

สำหรับคนที่กระตุ้นการตกไข่อยู่ แพทย์ก็อาจจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในปริมาณมาก และเน้นกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

8. คนท้องกินคาปูชิโนได้ไหม?

คาปูชิโน ก็คือกาแฟ และกาแฟก็มีคาเฟอีน ดังนั้น การหนีจากกาแฟไปดื่มคาปูชิโน ก็เหมือนกับการหนีเสือ เพื่อไปเจอเสืออีกตัว

แต่คุณแม่ก็สามารถดื่มคาปูชิโนได้ แต่ควรดื่มในปริมาณที่น้อย เพื่อไม่ให้ร่างกายมีปริมาณคาเฟอีนเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน

9. ไม่รู้ตัวว่าท้อง แล้วเผลอกินกาแฟเข้าไปเยอะมาก ควรทำอย่างไร?

หากยังไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ และดื่มกาแฟในปริมาณปกติเหมือนดังที่เคยดื่มมา คุณแม่ก็ควรเริ่มลดปริมาณการดื่มกาแฟลงหลังจากที่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่และเด็กในขณะตั้งครรภ์

10. แม่ท้องเผลอดื่มกาแฟโดยไม่ตั้งใจ อันตรายไหม?

จริง ๆ แล้วแม่ท้องสามารถดื่มกาแฟได้ แต่ไม่ควรรับคาเฟอีนเกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับกาแฟปริมาณ 12 ออนซ์ 1 แก้ว

ถ้าคุณแม่เผลอดื่มในปริมาณน้อย ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ถ้าหากดื่มในปริมาณมาก วันต่อ ๆ ไปก็ควรจะปรับลดลงให้เหลือน้อย หรือไม่ดื่มเลยก็จะดีที่สุด

11. กินกาแฟตอนท้องแล้วลูกจะผิวคล้ำจริงหรือ?

ไม่มีผลการศึกษาและผลการวิจัยที่มากพอจะรองรับความเชื่อมโยงของการดื่มกาแฟและการมีผิวคล้ำ เรื่องสีผิวนี้ปัจจัยหลักน่าจะมาจากพันธุกรรมมากกว่าเมล็ดกาแฟ



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์