Enfa สรุปให้

  • การมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ ถือเป็นกิจกรรมทางเพศที่มีความปลอดภัย และไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ทั้งต่อแม่และเด็กในท้อง แต่ถ้าคุณแม่มีปัญหาสุขภาพมาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หรือมีปัญหาสุขภาพเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ เช่น เคยมีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด (Preterm Labor) หรือมีประวัติการคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ก่อนหน้า มีภาวะรกเกาะต่ำ (Placenta Previa) หรือมีภาวะปากมดลูกปิดไม่สนิท แพทย์อาจพิจารณาให้ระมัดระวังการมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์ หรือขอให้งดเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะคลอด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของแม่และเด็ก

  • คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง ท้องในไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไปจนกระทั่งช่วงใกล้คลอด เว้นเสียแต่ว่าคุณแม่จะมีปัญหาสุขภาพที่เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

  • ท่าในการมีเพศสัมพันธ์ขณะคลอดนั้น สามารถใช้ท่วงท่าลีลาได้ตามปกติ เว้นเสียแต่ว่า...ในกรณีที่ครรภ์เริ่มแก่จนถึงเกือบใกล้คลอด ท่าการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำได้อย่างปลอดภัยก็จะเริ่มมีการจำกัด โดยท่าที่มีความรุนแรง หรือท่าที่แฟนหรือสามีขึ้นทับบนท้องของคุณแม่ ควรจะต้องหลีกเลี่ยง แต่สลับมาเป็นท่าที่คุณแม่อยู่ด้านบนแทนจะปลอดภัยกว่า

เลือกอ่านตามหัวข้อ

มีเพศสัมพันธ์ตอนท้อง อันตรายหรือเปล่า?
คนท้องช่วยตัวเองได้ไหม?
คนท้องมีเพศสัมพันธ์ได้ถึงกี่เดือน?
คนท้องถึงจุดสุดยอดได้ไหม?
คนท้องมีเพศสัมพันธ์ท่าไหนถึงจะปลอดภัย?
หลั่งในตอนท้องได้ไหม?
ข้อห้ามสามีเมื่อภรรยาท้อง

เมื่อความต้องการทางเพศเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ การมีเซ็กซ์ก็จัดเป็นกิจกรรมตามวิสัยของมนุษย์โดยปกติเช่นกัน ตราบเท่าที่สุขภาพร่างกายของทั้งสองฝ่ายอยู่ในสภาวะที่พร้อม อยู่บนพื้นฐานของการยินยอมพร้อมใจ และอยู่ในขอบข่ายของการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การมีเซ็กซ์ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถกระทำได้ และไม่มีข้อยกเว้นกับคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องด้วย ทั้งที่เพิ่งเริ่มรู้ตัวว่าท้อง ยังไม่รู้ตัวว่าท้อง หรือท้องมาได้หลายเดือนแล้ว ก็สามารถมีอารมณ์ทางเพศ และต้องการมีเพศสัมพันธ์ได้เช่นเดียวกัน

แต่ในสภาวะที่ร่างกายกำลังโอบอุ้มสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อยู่ในท้องแบบนี้ ก็อาจจะสร้างความกังวลขึ้นมาได้ว่าจะสามารถ มีเพศสัมพันธ์ตอนท้องได้ไหม หากมีเซ็กซ์จะกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องหรือเปล่า หรือถ้าวันไหนมีความต้องการทางเพศ จะสำเร็จความใคร่ได้หรือเปล่านะ

มีเพศสัมพันธ์ตอนท้อง อันตรายหรือเปล่า?


สำหรับคนท้อง แน่นอนว่าเป็นช่วงจังหวะชีวิตที่มีเรื่องให้ต้องระมัดระวังและกังวลอยู่ไม่ขาดสาย ทั้งเรื่องของรูปร่างที่เปลี่ยนไป พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ในแต่ละเดือน ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาเรื่องสุขภาพทางเพศที่ก็เล่นเอาคุณแม่หลาย ๆ ท่านเกิดความข้องใจอยู่ไม่น้อย จนมักจะมีหลากหลายคำถามตามมาอย่างเช่น คนท้องมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม หรือ คนท้องมีอะไรกับแฟนได้ไหม แล้วถ้ามีอะไรตอนท้องจะอันตรายกับลูกในท้องหรือเปล่า เรียกได้ว่าเป็นกังวลจนตระหนกไปเลยก็มี

ซึ่งในความวิตกนี้ ก็มีเป็นจริงให้หายข้องใจอยู่แล้วว่า การมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ ถือเป็นกิจกรรมทางเพศที่มีความปลอดภัย และไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ทั้งต่อแม่และเด็กในท้อง แต่...เนื่องจากแม่แต่ละท่านก็มีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันออกไป ในคุณแม่ที่มีพื้นฐานสุขภาพแข็งแรง การมีเซ็กซ์ถือว่าเป็นเรื่องที่ปลอดภัย และสามารถทำได้ ขณะที่คุณแม่บางท่านซึ่งอาจจะมีปัญหาสุขภาพมาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หรือมีปัญหาสุขภาพเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ เช่น เคยมีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด (Preterm Labor) หรือมีประวัติการคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ก่อนหน้า มีภาวะรกเกาะต่ำ (Placenta Previa) หรือมีภาวะปากมดลูกปิดไม่สนิท แพทย์อาจพิจารณาให้ระมัดระวังการมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์ หรือขอให้งดเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะคลอด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของแม่และเด็ก

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

คนท้องช่วยตัวเองได้ไหม ?


การมีอารมณ์ทางเพศถือเป็นเรื่องธรรมชาติ และความต้องการสำเร็จความใคร่เมื่อมีอารมณ์ทางเพศ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร เพราะถึงแม้ว่าจะกำลังตั้งครรภ์อยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความต้องการทางเพศจะหายไปทั้งหมด สาเหตุมาจากการที่ ฮอร์โมนในร่างกายมักจะมีความผกผันอยู่บ่อยครั้ง จึงอาจส่งผลต่อความรู้สึกทางเพศที่มากขึ้นหรือลดลงได้ ในคุณแม่บางท่านจึงอาจจะมีความต้องการทางเพศ ที่แม้ไม่ได้มีเซ็กซ์ แต่ขอให้ได้สำเร็จความใคร่หรือช่วยตัวเองก็ยังดี และการช่วยตัวเองในขณะตั้งครรภ์นั้นก็สามารถทำได้ และมีความปลอดภัย โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของแม่และเด็กในท้อง ตราบเท่าที่การช่วยตัวเองในแต่ละครั้งนั้นอยู่ในขอบเขตของความสะอาดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วยสำเร็จความใคร่ เพราะแม้ว่าเซ็กซ์ทอยทั้งหลายจะไม่ได้เป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง แต่เรื่องความสะอาดก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แม่ท้องทุกคนที่จะมีอารมณ์ทางเพศ ทั้งนี้เป็นเพราะความผกผันของฮอร์โมน สรีระที่เริ่มเปลี่ยนไป อาจมีผลทำให้รู้สึกกังวล เครียด เหนื่อย รวมถึงอาจมีอาการแพ้ท้อง เช่น หน้ามืด เป็นลม วิงเวียนศีรษะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็อาจส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย มากกว่าที่จะมีความต้องการทางเพศ

สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาสุขภาพและเสี่ยงที่จะมีผลข้างเคียงต่อการตั้งครรภ์ อย่างการคลอดก่อนกำหนด (Preterm Labor) มีประวัติเลือดออกในช่องคลอด หรือภาวะรกเกาะต่ำ (Placenta Previa) อาจจำเป็นที่จะต้องสอบถามกับแพทย์เพื่อให้มั่นว่าการสำเร็จความใคร่ตอนท้องจะไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของแม่และเด็กจริง ๆ โดยเฉพาะผู้ที่เสี่ยงต่อภาวะการคลอดก่อนกำหนด การช่วยตัวเองและถึงจุดสุดยอดมีโอกาสที่จะทำให้ปากมดลูกนิ่มลง และกระตุ้นให้เกิดการคลอดเร็วขึ้นได้ จึงจำเป็นต้องระวังให้มาก ดังนั้น หากแพทย์แนะนำว่าให้งดกิจกรรมทางเพศ หรือห้ามมีเพศสัมพันธ์ ควรสอบถามให้แน่ชัดว่า รวมถึงการงดช่วยตัวเองด้วยไหม

คนท้องมีเพศสัมพันธ์ได้ถึงกี่เดือน?


โดยทั่วไปแล้วคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ปกติ ตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง ท้องในไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไปจนกระทั่งช่วงใกล้คลอด เว้นเสียแต่ว่าคุณแม่จะมีปัญหาสุขภาพที่เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในกรณีดังกล่าวแพทย์อาจแนะนำให้งดเว้นจากการมีเซ็กซ์

ดังนั้น หากคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์กังวลว่า ท้องอ่อนๆ เช่น 2-3 เดือน มีเพศสัมพันธ์ได้ไหม หรือคุณแม่ที่มีครรภ์แก่อาจสงสัยว่า  ท้องแก่ 8-9 เดือนมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม  ก็สามารถสบายใจได้เลยว่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงท้องอ่อน ๆ หรือท้องแก่ใกล้คลอด ก็สามารถที่จะมีเซ็กซ์ได้ตามปกติ โดยไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพแม่และเด็กแต่อย่างใดหากปรึกษาแพทย์แล้วไม่พบความเสี่ยงของครรภ์

แล้วคนท้องเสร็จได้ไหม? ระหว่างตั้งครรภ์จะยังไปถึงจุดสุดยอด (Orgasm) ได้อยู่หรือเปล่า?


การเสร็จ หรือถึงจุดสุดยอด ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดความปรารถนาสำหรับการมีเซ็กซ์ เพราะนอกจากจะสร้างความสุขสมต่ออารมณ์ทางเพศแล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยคลายความเครียดได้อีกต่างหาก

อาจมีคุณแม่บางท่านเป็นกังวลว่า การถึงจุดสุดยอดจะส่งผลกระทบต่อลูกในท้องหรือมีผลต่อพัฒนาการเด็กในครรภ์ ซึ่งความจริงแล้ว การที่แม่ท้องถึงจุดสุดยอดถือเป็นเรื่องที่ดี และไม่มีผลเสียต่อสุขภาพของลูกในท้อง ทั้งยังดีต่อสุขภาพจิตใจ รวมถึงลดความเครียดที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์เนื่องจากการผกผันของฮอร์โมนในร่างกายขณะตั้งครรภ์ด้วย

คุณแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสสุดท้ายอาจพบว่าการถึงจุดยอดไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเดิม หรือคุณแม่บางคนอาจจะพบว่าการไปถึงจุดสุดยอดนั้นยากกว่าเดิม เนื่องจากทารกในครรภ์ที่เติบโตขึ้นมากกำลังจับจองพื้นที่ส่วนใหญ่ในมดลูกของคุณแม่ ทำให้มดลูกสามารถหดรัดตัวได้น้อยลง จึงทำให้ความรู้สึกเสร็จสมจากการมีเพศสัมพันธ์นั้นเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง

ท่าการมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์


หลายคนอาจเริ่มมีคำถามในใจว่า หากการมีเซ็กซ์ตอนท้องเป็นเรื่องปกติที่ไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่คิด แล้วท่าการมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์ล่ะ จะสามารถทำได้ปกติเหมือนช่วงก่อนจะตั้งท้องไหม ท่าเด็ด ๆ ที่เคยทำมาจะสามารถนำมาใช้เป็นท่าร่วมรักตอนตั้งครรภ์ได้หรือเปล่า

เรียกได้คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านอาจจะโล่งอกเพราะท่าการมีเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่ก็สามารถใช้ได้ขณะตั้งครรภ์ แต่... ก็อาจจะไม่ถึงกับหมดห่วงได้เสียทีเดียว เพราะว่าในกรณีที่ครรภ์เริ่มแก่จนถึงเกือบใกล้คลอด ท่าการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำได้อย่างปลอดภัยก็จะเริ่มมีการจำกัด โดยท่าที่มีความรุนแรง หรือท่าที่แฟนหรือสามีขึ้นทับบนท้องของคุณแม่ ควรจะต้องหลีกเลี่ยง

คนท้องมีเพศสัมพันธ์ท่าไหนถึงจะปลอดภัย?


จริง ๆ แล้ว ท่าสำหรับการมีเซ็กซ์นั้นยังสามารถทำท่าปกติที่ชอบ หรือท่าที่คุ้นเคยได้เลย แต่สำหรับคุณแม่ที่ต้องการท่าเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย มีความเสี่ยงต่ำ แต่ยังเร้าใจเหมือนเดิม ก็มีอยู่ด้วยกันหลายท่าที่น่าสนใจ เช่น

  • ท่าเซ็กซ์ที่มีการสอดใส่จากด้านหลัง เป็นท่าที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีท้องแก่ใกล้คลอด เพราะขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นทำให้การมีเซ็กซ์แบบหันหน้าเข้าหากันทำได้ลำบาก เซ็กซ์จากด้านหลังจึงเป็นท่าที่สะดวกกว่า และลดความเสี่ยงของการกดทับบริเวณหน้าท้อง เช่น ท่า Doggy Style

  • ท่าเซ็กซ์ที่ให้คุณแม่อยู่ด้านบน เพื่อให้คุณแม่สามารถควบคุมจังหวะเองได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะกระแทกรุนแรงจนคุณแม่รู้สึกไม่สบายตัว เช่น ท่า Woman on top ท่า Cowgirl

  • ท่าเซ็กซ์ที่นอนราบกันทั้งคู่ เพื่อลดการกระแทกรุนแรง เพราะเป็นท่าที่สามารถทำได้อย่างช้า ๆ เนิบ ๆ ไม่เร่งรีบ เช่น ท่า Spooning

  • ท่าเซ็กซ์ในลักษณะยืน เป็นอีกท่าที่ค่อยเป็นค่อยไป ช้า ๆ เนิบ ๆ ไม่กระแทกรุนแรง แต่ควรเลือกท่าที่คุณแม่ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องมีการก้มหรือเงยบ่อย

  • ท่าเซ็กซ์ในลักษณะนั่ง โดยให้คุณแม่นั่งบนเก้าอี้ หรือโต๊ะที่มีความแข็งแรงเพียงพอจะรับน้ำหนัก ทางที่ดีควรเลือกโต๊ะหรือเก้าอี้ที่มีความสูงเหมาะสม สามารถสอดใส่ได้โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกเมื่อย

  • ห้ามสูบบุหรี่ ควันบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพของผู้สูบเท่านั้น แต่ยังเผื่อแผ่ผลเสียต่อสุขภาพไปยังคนอื่นรอบตัว โดยเฉพาะภรรยาที่กำลังตั้งท้อง เพราะสารนิโคตินในควันบุหรี่ เสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในครรภ์ได้

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่เพียงแต่คุณแม่เท่านั้นที่ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้สุขภาพของแม่และเด็กแข็งแรง แต่สามีก็ควรที่จะต้องเริ่มรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพไปพร้อม ๆ กับภรรยาด้วย เพื่อไม่ให้ภรรยารู้สึกว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่จำเป็นต้องงดอาหารโปรดและรับประทานแต่ผักและผลไม้ สามีควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ และรู้สึกว่าไม่ถูกทิ้งให้ต้องทำอะไรที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว

  • ไม่แสดงอาการหงุดหงิด หรือโมโหร้ายใส ่ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนของฮอร์โมนและร่างกาย จึงส่งต่อสภาพจิตใจมากเป็นพิเศษ จนอาจทำให้มีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ หงุดหงิดง่าย เครียด หรือเปราะบางพิเศษ สามีควรทำความเข้าใจต่อสภาวะที่ภรรยากำลังเผชิญอยู่ หลีกเลี่ยงการแสดงอาการไม่พอใจ หงุดหงิด หรือโมโหร้ายตอบกลับ เพราะจะยิ่งกระทบกระเทือนต่อสภาวะจิตใจของแม่และอาจส่งผลกระทบต่อเด็กในท้องได้

  • ห้ามขาดการติดต่อ แม้ว่าจะยุ่งแค่ไหน แต่ไม่ควรขาดการติดต่อ หรือติดต่อไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าภรรยาอยู่บ้านเพียงคนเดียว ยิ่งต้องติดต่อได้เสมอ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุไม่คาดฝัน หรือมีการคลอดก่อนกำหนด หรือภรรยาอาจต้องการบางสิ่งบางอย่าง ภรรยาสามารถที่จะติดต่อได้โดยตรง และสามีสามารถที่จะรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที โดยที่ไม่ทิ้งให้อีกฝ่ายรอเก้อ

  • อย่าลืมงานบ้าน โดยเฉพาะงานบ้าน สามีควรมีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระของภรรยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขนาดท้องโตมากขึ้น ความสามารถในการเคลื่อนไหวของภรรยาก็จะเริ่มติดขัด เช่น เดินได้ช้าลง เคลื่อนไหวไม่สะดวก ลุกหรือนั่งลำบาก การที่ปล่อยให้ภรรยารับหน้าที่ทำงานบ้านตามปกติ อาจไม่ใช่เรื่องที่ดี สามีควรแบ่งเบาภาระ ช่วยกันทำงานบ้าน งานไหนที่หนักหนาเกินไป สามีควรเป็นคนออกแรงทำเอง และให้ภรรยาทำเฉพาะในสิ่งที่สามารถทำได้ ไม่ส่งผลต่อสุขภาพ งดเว้นจากการยกของหนัก หรือยกของที่อยู่บนชั้นสูง

  • ระมัดระวังการมีเพศสัมพันธ์ จริงอยู่ที่ว่าการมีเพศสัมพันธ์ตอนท้องเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ซึ่งถึงจะเป็นอย่างนั้น เซ็กซ์ก็ควรมาจากการพร้อมใจกันของทั้งคู่ หมั่นถามกันและกันอยู่เสมอถึงความต้องการทางเพศ แต่ก็ต้องไม่รบเร้าจนอีกฝ่ายอึดอัด หรือละเลยจนอีกฝ่ายรู้สึกแย่ มากไปกว่านั้น ยังต้องดูเรื่องสุขภาพคุณแม่เป็นสำคัญว่าพร้อมสำหรับการมีเซ็กซ์หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ท้องแก่ใกล้คลอด ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ท่าเซ็กซ์แบบไหนที่โลดโผนเกินไปก็ควรที่จะต้องงดไปก่อน หรือถ้าแพทย์แนะนำให้งด ก็ควรที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการตั้งครรภ์นั้นคุณแม่มักจะรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย หรือหงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และไม่ต้องการที่จะต้องมาออกแรงเพิ่มขึ้นอีก การทำออรัลเซ็กซ์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากจะช่วยปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศของคุณแม่ได้ดี แถมยังไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยด้วย

หลั่งในตอนท้องได้ไหม?


อีกหนึ่งความกังวลของการมีเพศสัมพันธ์ตอนท้องก็คือ เมื่อภารกิจดำเนินมาจนเกือบจะถึงตอนจบแล้ว ฝ่ายชายก็จะต้องมีการหลั่งอสุจิ ซึ่งนำไปสู่อีกหนึ่งความวิตกของคุณแม่ ๆ ว่า การหลั่งในตอนท้องนั้นจะเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องไหม จะเกิดการติดเชื้อภายในช่องคลอดหรือเปล่า หลายคู่เลยจำเป็นต้องปิดฉากอวสานด้วยการหลั่งนอก เพราะกังวลถึงผลกระทบต่อเด็กในท้อง

อันที่จริงแล้ว การหลั่งในไม่ถือว่าสร้างอันตรายต่อแม่และเด็ก เพราะรอบ ๆ ตัวของเจ้าตัวเล็กจะมีทั้งรก ถุงน้ำคร่ำ และเมือกที่ปิดปากมดลูกเป็นเกราะป้องกันอันตรายต่าง ๆ ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้น อสุจิที่เกิดจากการหลั่งในจึงไม่สามารถที่จะเข้าไปทำอันตรายลูกน้อยได้อย่างแน่นอน และไม่ว่าจะมีการสอดใส่ลึกเข้าไปแค่ไหน ลูกน้อยก็จะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนจากการสอดใส่นั้น และมากไปกว่านั้น น้ำอสุจิที่หลั่งในไปแล้วส่วนใหญ่ก็จะถูกขับออกจากร่างกายของคุณแม่ผ่านทางช่องคลอด จึงแทบจะไม่เหลือน้ำอสุจิตกค้างหรือส่งผลใด ๆ ต่อสุขภาพแม่และเด็ก

อย่างไรก็ตาม แม้การหลั่งในจะปลอดภัยและสามารถทำได้ แต่พึงระวังไว้ว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะกำลังตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ก็ตาม ดังนั้น เพื่อลดความกังวล และเพิ่มความปลอดภัย ควรสวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์

ข้อห้ามสามีเมื่อภรรยาท้อง


การตั้งครรภ์ไม่เพียงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้หญิงเท่านั้น ในทางกลับกันก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ชายที่ทำหน้าที่สามีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งแรก ยิ่งตอกย้ำถึงความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะต้องร่วมเผชิญกันไปอีก 9 เดือนข้างหน้า วิถีชีวิตประจำวันของทั้งสองคนจะต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะคุณแม่ที่จะเปลี่ยนไปทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ดังนั้น สามีผู้ทำหน้าที่คอยอยู่เคียงข้างจึงจำเป็นที่จะต้องสนับสนุน และคอยดูแลเอาใจใส่คุณแม่มากเป็นพิเศษ ซึ่งก็มีทั้งเรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำ ดังนี้

  • ห้ามสูบบุหรี่ ควันบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพของผู้สูบเท่านั้น แต่ยังเผื่อแผ่ผลเสียต่อสุขภาพไปยังคนอื่นรอบตัว โดยเฉพาะภรรยาที่กำลังตั้งท้อง เพราะสารนิโคตินในควันบุหรี่ เสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กในครรภ์ได้  

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่เพียงแต่คุณแม่เท่านั้นที่ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้สุขภาพของแม่และเด็กแข็งแรง แต่สามีก็ควรที่จะต้องเริ่มรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพไปพร้อม ๆ กับภรรยาด้วย เพื่อไม่ให้ภรรยารู้สึกว่ามีเพียงเธอคนเดียวที่จำเป็นต้องงดอาหารโปรดและรับประทานแต่ผักและผลไม้ สามีควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ และรู้สึกว่าไม่ถูกทิ้งให้ต้องทำอะไรที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว 

  • ไม่แสดงอาการหงุดหงิด หรือโมโหร้ายใส่ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนของฮอร์โมนและร่างกาย จึงส่งต่อสภาพจิตใจมากเป็นพิเศษ จนอาจทำให้มีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ หงุดหงิดง่าย เครียด หรือเปราะบางพิเศษ สามีควรทำความเข้าใจต่อสภาวะที่ภรรยากำลังเผชิญอยู่ หลีกเลี่ยงการแสดงอาการไม่พอใจ หงุดหงิด หรือโมโหร้ายตอบกลับ เพราะจะยิ่งกระทบกระเทือนต่อสภาวะจิตใจของแม่และอาจส่งผลกระทบต่อเด็กในท้องได้ 

  • ห้ามขาดการติดต่อ แม้ว่าจะยุ่งแค่ไหน แต่ไม่ควรขาดการติดต่อ หรือติดต่อไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าภรรยาอยู่บ้านเพียงคนเดียว ยิ่งต้องติดต่อได้เสมอ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุไม่คาดฝัน หรือมีการคลอดก่อนกำหนด หรือภรรยาอาจต้องการบางสิ่งบางอย่าง ภรรยาสามารถที่จะติดต่อได้โดยตรง และสามีสามารถที่จะรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที โดยที่ไม่ทิ้งให้อีกฝ่ายรอเก้อ 

  • ช่วยเหลืองานบ้าน โดยเฉพาะงานบ้าน สามีควรมีส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระของภรรยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขนาดท้องโตมากขึ้น ความสามารถในการเคลื่อนไหวของภรรยาก็จะเริ่มติดขัด เช่น เดินได้ช้าลง เคลื่อนไหวไม่สะดวก ลุกหรือนั่งลำบาก การที่ปล่อยให้ภรรยารับหน้าที่ทำงานบ้านตามปกติ อาจไม่ใช่เรื่องที่ดี สามีควรแบ่งเบาภาระ ช่วยกันทำงานบ้าน งานไหนที่หนักหนาเกินไป สามีควรเป็นคนออกแรงทำเอง และให้ภรรยาทำเฉพาะในสิ่งที่สามารถทำได้ ไม่ส่งผลต่อสุขภาพ งดเว้นจากการยกของหนัก หรือยกของที่อยู่บนชั้นสูง 

  • ระมัดระวังการมีเพศสัมพันธ์ จริงอยู่ที่ว่าการมีเพศสัมพันธ์ตอนท้องเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ซึ่งถึงจะเป็นอย่างนั้น เซ็กซ์ก็ควรมาจากการพร้อมใจกันของทั้งคู่ หมั่นถามกันและกันอยู่เสมอถึงความต้องการทางเพศ แต่ก็ต้องไม่รบเร้าจนอีกฝ่ายอึดอัด หรือละเลยจนอีกฝ่ายรู้สึกแย่ มากไปกว่านั้น ยังต้องดูเรื่องสุขภาพคุณแม่เป็นสำคัญว่าพร้อมสำหรับการมีเซ็กซ์หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ท้องแก่ใกล้คลอด ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ท่าเซ็กซ์แบบไหนที่โลดโผนเกินไปก็ควรที่จะต้องงดไปก่อน หรือถ้าแพทย์แนะนำให้งด ก็ควรที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 


    บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์