เป็นคำถามยอดฮิตที่เกิดกับคุณแม่มือใหม่ทุกคนเลยทีเดียว “เมื่อไรถึงจะเริ่มให้ลูกรับประทานอาหารหยาบ” แล้ว “เมื่อไรจึงจะเริ่มรับประทานข้าวได้” เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยพร้อมแล้ว ที่จะรับประทานอาหารชนิดอื่นนอกจากนม เราลองมาดูโภชนาการสำหรับลูกรักที่พร้อมรับประทานอาหารหยาบหรือแข็งได้ บทความนี้เราจึงมีข้อมูลด้านโภชนาการสำหรับเด็กในช่วงวัย 11 เดือน พร้อมด้วย เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน ที่เราขอแนะนำมาฝากคุณแม่มือใหม่กันค่ะ

แรกเริ่มการรับประทานอาหารหยาบของเด็ก

โดยปกติแล้วลูกจะเริ่มรับประทานอาหารหยาบ อาหารแข็ง อย่างข้าวบดหยาบได้ตั้งแต่อายุ 11 เดือน แต่เด็กบางคนเมื่อเริ่มให้รับประทานกลับคายทิ้งไม่ยอมเคี้ยวไม่ยอมกลืนข้าว ต้องบดให้เละจึงจะยอมรับประทาน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มหัดให้ลูกรับประทานแบบข้าวบดหยาบก่อน เมื่อลูกเริ่มเคี้ยวเป็น จึงค่อยเปลี่ยนมาให้ลูกรับประทานอาหารแบบหยาบค่ะ

ซึ่งปกติแล้วเด็ก ๆ ควรรับประทานอาหารหยาบได้ตอนอายุประมาณ 1 ขวบขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน 2 ขวบ และควรหัดใช้ช้อนตักอาหารรับประทานเองได้ตอนประมาณ 1ขวบครึ่ง สำหรับเด็กอายุ 2 ขวบควรรับประทานอาหารได้เองโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องป้อนค่ะ

คุณแม่ลองสังเกตลูกน้อยดูนะคะ เด็กบางคนพัฒนาการเร็ว ก็อาจรับประทานได้เร็ว ในขณะที่เด็กอีกหลาย ๆ คน จะเริ่มรับประทานอาหารหยาบตามเกณฑ์ ถ้าลูกพร้อมที่จะรับประทาน เค้าจะแสดงอาการอ้าปาก หรือทำปากเคี้ยวจั๊บ ๆ เมื่อเห็นคุณพ่อคุณแม่รับประทานอาหารค่ะ เมื่อนั้น แสดงว่าลูกพร้อมจะเคี้ยวอาหารแล้วจ้า

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

เตรียมอาหารหยาบให้ลูกน้อยต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

นอกจากโภชนาการที่คุณแม่คอยใส่ใจให้ลูกน้อยแล้วเรื่องของความสะอาดถูกหลักอนามัยก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน การทำอาหารเสริมให้กับลูกรักเองที่บ้าน จึงเป็นสิ่งที่คุณแม่สามารถควบคุมได้ทั้งส่วนผสมทุกอย่างที่อุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการได้ด้วย รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ทำอาหารทำให้มั่นใจได้ว่าลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ดีมีประโยชน์และถูกสุขอนามัยอย่างแน่นอน

ลองเริ่มต้นทำอาหารให้ลูกรักด้วย 4 ขั้นตอนการเตรียมอาหารสำหรับลูกวัยเริ่มเคี้ยวอาหาร ดังนี้

  1. เลือกวัตถุดิบที่สดและมีคุณภาพ
    เลือกผลไม้ตามวัยที่เหมาะสมกับเด็ก 6 เดือนขึ้นไปควรเลือกแอปเปิล ลูกพีช หรือมันหวานให้เบบี๋ได้ลองชิมเลือกผักผลไม้ที่ไม่มีคราบติดและควรนำมาปรุงอาหารภายใน 3 วันหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นเส้นใยเหนียวหรืออาหารที่กลืนยาก
  2. การเตรียมอาหารและทำความสะอาด
    การเตรียมอาหารเพื่อนำไปปรุงให้ลูกน้อยควรทำความสะอาดและตัดส่วนที่เคี้ยวหรือย่อยไม่ได้ออกไป ล้างผักผลไม้ที่เตรียมไว้ หั่นชิ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเท่ากัน สำหรับเนื้อสัตว์ควรล้างให้สะอาด ลอกหนังหรือส่วนที่เป็นไขมันออกก่อนที่จะนำไปปรุงอาหาร
  3. ทำอาหารให้สุกด้วยวิธีนึ่งต้ม หรืออบ
    การนึ่ง เป็นวิธีทำอาหารที่ดีที่สุดเมื่อใช้กับผักเพราะจะช่วยคงคุณค่าทางสารอาหารไว้ได้มากที่สุด
    การต้ม มักใช้ต้มธัญพืช ผัก เนื้อสัตว์หรือต้มเพื่อทำน้ำซุปใสแบบธรรมชาติ
    การอบ เหมาะสำหรับผักตระกูลกระหล่ำ เนื้อสัตว์ มันหวาน
  4. ใส่ใจกับการเก็บรักษาอาหารในทุกขั้นตอน
    วิธีการเก็บรักษาอาหารเพราะการทำอาหารเสริมให้ลูกน้อยได้รับประทานเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและความใส่ใจในทุกขั้นตอน กลวิธีที่ช่วยให้คุณแม่หายเหนื่อยคือการทำอาหารให้ได้ครั้งละมาก ๆ แต่สามารถเก็บไว้ได้นานเพื่อนำกลับมาใช้ได้อีก สามารถทำได้ ดังนี้

    - ตักอาหารเก็บลงในภาชนะที่เป็นแก้วหรือพลาสติกพร้อมฝาปิดสูญญากาศพร้อมแปะฉลากอาหารและวันที่ทำก่อนเก็บเข้าช่องแช่แข็ง แต่ต้องไม่เกิน 3 วัน

    - วิธีการละลายอาหารคุณแม่ทำได้โดยการนำอาหารที่แช่แข็งไว้ นำไปแช่ช่องธรรมดา 1 คืน หรือนำอาหารที่แช่อยู่ในภาชนะไปอุ่นในกระทะตั้งเดือด 20 นาที

เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน ที่เราขอแนะนำ

เมนูอาหารเด็ก 11 เดือน ที่ทางเราขอแนะนำนั้นต้องบอกเลยว่า อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สมบูรณ์ครบถ้วน และยังเหมาะสมสำหรับลูกน้อยที่เริ่มเคี้ยวอาหารได้เอง คุณแม่มือใหม่สามารถหัดทำได้ง่าย ลองมาดูสูตร ปลาแซลมอนนึ่ง พร้อมขั้นตอนวิธีการปรุงแบบง่าย ๆ ที่ทางเรานำมาฝากกันได้เลยค่ะ

ปลาแซลมอนนึ่ง

วัตถุดิบ

  • ปลาแซลมอน 1/2 ชิ้น
  • กะหล่ำปลีสีม่วงหั่นชิ้นเล็ก ๆ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวโพดอ่อนหั่นชิ้นเล็ก ๆ 1 ฝัก
  • ถั่วหวานหั่นชิ้นเล็ก ๆ 2 ฝัก
  • เมล็ดแฟลกซ์บด 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำแซลมอนใส่ถ้วย เติมน้ำเปล่า จากนั้นใส่ข้าวโพดอ่อน ถั่วหวาน เก๋ากี้ เมล็ดแฟลกซ์
  2. นึ่งส่วนผสมทุกอย่างจนสุกประมาณ 15 นาที พร้อมเสิร์ฟ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Enfa Smart Club วันนี้ เราพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลพัฒนาการและโภชนาการลูกน้อยจากผู้เชี่ยวชาญ  พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด โปรโมชั่นดีๆ เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

 

References