ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อัลตราซาวนด์ 4 มิติ คืออะไร ดีกว่าการซาวนด์แบบอื่นยังไง
อัลตราซาวนด์ 4 มิติ คืออะไร ดีกว่าการซาวนด์แบบอื่นยังไง

Enfa สรุปให้

  • อัลตราซาวนด์ 4 มิติ ใช้หลักการเดียวกันกับการอัลตราซาวนด์ปกติ แต่มีการประมวลผลของภาพที่สะท้อนกลับมาจากคลื่นเสียงด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความทันสมัยมากขึ้น
  • ภาพที่ได้จากการอัลตราซาวนด์ 4 มิติจะมีมิติความสมจริงสูง มีความละเอียดมาก และสามารถนำภาพที่ได้มาเรียงต่อกันจนเกิดเป็นภาพเรียลไทม์ จนสามารถมองเห็นทารกเคลื่อนไหวในท่าทางต่าง ๆ ได้
  • การอัลตราซาวนด์ 4 มิติ ไม่เพียงช่วยให้มองเห็นอวัยวะต่าง ๆ เพศ และโครงหน้าของทารกได้ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เห็นถึงความผิดปกติของทารกได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • อัลตราซาวนด์ 4 มิติ คืออะไร
     • ภาพอัลตราซาวนด์ 4 มิติ เป็นแบบไหน
     • อัลตราซาวนด์ 4 มิติ ได้ตอนกี่เดือน
     • อัลตราซาวนด์ 4 มิติ ตรวจอะไรบ้าง
     • 4 มิติ 3 มิติ และ 2 มิติ ต่างอย่างไร
     • จำเป็นต้องอัลตราซาวนด์ 4 มิติไหม
     • อัลตราซาวนด์ 4 มิติราคาเท่าไหร่
     • โภชนาการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

เวลาพูดถึงอัลตราซาวนด์ หลายคนก็คงจะเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้ที่ไหนก็เหมือน ๆ กันหมด ใช้คลื่นถี่เสียงในการตรวจจับภาพทารกที่อยู่ในครรภ์ว่าปกติดีไหม

แต่คุณแม่รู้ไหมคะว่าเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์สามารถแบ่งออกเป็นการอัลตราซาวนด์ 2 มิติ 3 มิติ และพัฒนามาจนถึงอัลตราซาวนด์ 4 มิติกันแล้วในปัจจุบัน

วันนี้ Enfa จะมาพาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการอัลตราซาวนด์แต่ละแบบกันค่ะ เผื่อว่าจะได้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับการอัลตราซาวนด์ลูกในท้องครั้งต่อ ๆ ไป

อัลตราซาวนด์ 4 มิติ คืออะไร


อัลตราซาวนด์ 4 มิติ คือ การตรวจครรภ์โดยส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านไปยังผิวหนังหน้าท้องของคุณแม่ เพื่อตรวจจับภาพภายในท้อง เมื่อคลื่นเสียงไปกระทบกับวัตถุ หรืออวัยวะ หรือตัวอ่อนที่มีความหนาแน่นแตกต่างกัน ก็จะส่งภาพกลับมาให้เราเห็นทางจอมอนิเตอร์

และด้วยระบบการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้การรอัลตราซาวนด์ 4 มิตินั้นสามารถให้ภาพอัลตราซาวนด์ที่มีความละเอียดสูง ภาพที่ได้จะมีมิติที่ให้ความรู้สึกเสมือนจริง และสามารถนำมาเรียงต่อกันจนเกิดเป็นภาพแบบเรียลไทม์

ทำให้สามารถมองเห็นอวัยวะต่าง ๆ เพศ โครงหน้า ตลอดจนท่าทางต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ได้ชัดเจน และยังสามารถมองเห็นถึงความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ชัดเจนขึ้นด้วยค่ะ

ภาพอัลตราซาวนด์ 4 มิติ มีลักษณะอย่างไร


ภาพอัลตราซาวนด์ 4 มิติ จะเป็นภาพที่มีความลึก ความกว้าง ความยาว ให้ความรู้สึกเหมือนกับเวลาที่เรากำลังมองพื้นผิวของวัตถุที่อยู่ตรงหน้า และคอมพิวเตอร์ยังสามารถเก็บภาพที่ได้นำมาเรียงต่อกันจนกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ของทารกในครรภ์ได้อีกด้วย

ทำให้ความละเอียดที่ได้รับจากภาพนั้นมีความชัดเจนสูงมาก สามารถมองเห็นได้ถึงความผิดปกติของทารกในครรภ์ เช่น ปากแหว่ง เนื้องอก เป็นต้น

อัลตราซาวนด์ 4 มิติกี่เดือน


การตรวจอัลตราซาวนด์ 4 มิติ สามารถทำได้ทุกช่วงอายุครรภ์ค่ะ ซึ่งโดยมากแล้วการอัลตราซาวนด์นั้นสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 11 - 13 สัปดาห์ขึ้นไป แต่ช่วงนี้ก็จะยังไม่เห็นอะไรมากนักค่ะ

สำหรับการตรวจอัลตราซาวนด์แบบ 4 มิตินั้น ช่วงอายุครรภ์ตั้งแต่ 24 สัปดาห์ขึ้นไปจะเหมาะสมกว่า เพราะสามารถเห็นอวัยวะต่าง ๆ ของทารกได้ชัดเจนมากขึ้น สามารถมองเห็นโครงหน้าของทารกได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย

อัลตราซาวนด์ 4 มิติ ตรวจอะไรบ้าง


แล้วเราจะทำการอัลตราซาวนด์ 4 มิติ เพื่ออะไรกัน? จริง ๆ แล้วการอัลตราซาวนด์นั้น โดยทั่วไปก็ทำเพื่อตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ค่ะ เพื่อให้สามารถรับมือกับความผิดปกตินั้นได้ทันท่วงที ส่วนผลพวงนอกเหนือไปจากนั้นคือคุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะเห็นอวัยวะต่าง ๆ ของลูกได้ สามารถเห็นได้ว่าลูกเป็นเพศอะไร เริ่มมีเค้าโครงหน้าเป็นอย่างไร

อัลตราซาวนด์ 4 มิติ 3 มิติ และ 2 มิติต่างกันยังไง


การอัลตราซาวนด์แต่ละแบบนั้นแม้จะใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านไปยังผิวหนังหน้าท้องของคุณแม่  เพื่อตรวจจับภาพภายในท้อง เมื่อคลื่นเสียงไปกระทบกับวัตถุ หรืออวัยวะ หรือตัวอ่อนที่มีความหนาแน่นแตกต่างกัน ก็จะส่งภาพกลับมาให้เราเห็นทางจอนั่นเอง โดยในปัจจุบันนี้อัลตราซาวนด์สามารถทำได้หลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

อัลตราซาวนด์ 2 มิติ

ภาพที่ได้จากคลื่นเสี่ยงจะเป็นภาพในแนวราบหรือแนวตัดขวาง ไม่มีความลึก ความละเอียดน้อย เป็นเพียงภาพขาวดำมิติแบน ๆ และไม่ให้ความรู้สึกเสมือนวัตถุของจริง ทั้งยังไม่สามารถเก็บเป็นภาพต่อเนื่อง และไม่สามารถเก็บเป็นภาพเคลื่อนไหวได้

อย่างไรก็ตาม ภาพอัลตราซาวนด์ 2 มิติ ก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของทารก เห็นการเต้นของหัวใจ มองเห็นตำแหน่งของรก สายสะืดอ รวมถึงสามารถเห็นเพศของลูกได้ด้วย

อัลตราซาวนด์ 3 มิติ

ภาพที่ได้จากคลื่นเสียงจะถูกนำมาประมวลผลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ภาพที่ออกมานั้นได้ความรู้สึกเสมือนจริง เหมือนกับเวลาที่เรามองดูวัตถุต่าง ๆ มีความกว้าง ความยาว และความลึก

ภาพที่ได้มีความละเอียดมากกว่าการอัลตราซาวนด์แบบ 2 มิติ ทำให้สามารถมองเห็นอวัยวะและ ตำแหน่งของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงเพศของทารกได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งยังสามารถมองเห็นลักษณะโครงหน้าคร่าว ๆ ของทารกได้ด้วย

อัลตราซาวนด์ 4 มิติ

ด้วยระบบการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้การอัลตราซาวนด์ 4 มิตินั้นให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าการอัลตราซาวนด์แบบอื่น ๆ เพราะสามารถให้สะท้อนภาพจากคลื่นเสียงได้มาประมวลผลต่อเนื่องกันจนสามารถมองเห็นเป็นการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ได้แบบเรียลไทม์

ไม่ว่าลูกจะหาว จะอ้าปาก จะพลิกตัว เหยียดแขน-ขา ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ราวกับว่าเรากำลังนั่งดูกล้องวงจรปิดลูกในท้องเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากจะทำให้เรามองเห็นอวัยวะและอากัปกิริยาต่าง ๆ ของทารกได้แล้ว การอัลตราซาวนด์รูปแบบนี้ยังช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติของทารกได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

อัลตราซาวนด์ 4 มิติจําเป็นไหม


การอัลตราซาวนด์นั้นถือว่าเป็นประโยชน์มากค่ะ คุณแม่ควรจะได้รับการอัลตราซาวนด์อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้ทราบเพศของลูกเท่านั้น แต่การอัลตราซาวนด์จะช่วยให้เห็นถึงความผิดปกติและความพิการบางชนิดของทารกในครรภ์ รวมถึงเป็นข้อมูลเพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ด้วย ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นแพทย์สามารถที่จะทำการแก้ไขและรักษาได้อย่างทันท่วงที

อัลตราซาวนด์ 4 มิติ ราคา เท่าไหร่


การอัลตราซาวนด์ 4 มิติ มีราคาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลนั้น ๆ ค่ะ โดยอาจมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2,500 บาท ไปจนถึงราคา 30,000 บาทขึ้นไป โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถติดต่อสอบถามกับสถานพยาบาลที่สนใจได้โดยตรงเพื่อให้ได้รับข้อมูลราคาที่อัปเดตตามปัจจุบัน

โภชนาการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์


สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเพิ่งตรวจพบ หรือตรวจพบนานแล้ว สิ่งสำคัญหลังจากตรวจพบการตั้งครรภ์คือการไปฝากครรภ์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการดูแลครรภ์อย่างใกล้ชิดจากแพทย์ ตลอดจนการเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับการตั้งครรภ์

โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เป็นสิ่งที่คุณแม่จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลายจะช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง และทารกในครรภ์ก็จะได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต รวมถึงยังช่วยลดภาวะความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์อีกด้วย

          • ดีเอชเอ ช่วยพัฒนาทางสมอง ดวงตา และระบบประสาท นอกจากนี้ยังอาจช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์

          • โปรตีน ช่วยในการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ และมีส่วนช่วยสร้างน้ำนมให้กับคุณแม่ด้วย

          • ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์

          • โฟเลต ช่วยในการพัฒนาของระบบประสาทและสมอง รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวกับระบบประสาทของทารกในครรภ์

          • แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันของแม่และทารกให้แข็งแรง

          • ไอโอดีน ช่วยให้ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกายปกติ ลดความเสี่ยงของโรคไทรอยด์ระหว่างตั้งครรภ์

          • โคลีน ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะความบกพร่องที่ระบบท่อประสาทของทารกในครรภ์

          • โอเมก้า 3 ช่วยเสริมสร้างและดูแลสุขภาพหัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน สมอง และดวงตา รวมถึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าหลังคลอดด้วย

ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สามารถพบได้ในเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืช วิตามินบำรุงครรภ์ที่คุณแม่กินเป็นประจำในทุกวันนี่เองค่ะ อย่างไรก็ตาม คุณแม่ยังสามารถเสริมสารอาหารสำคัญอย่างโคลีน โฟเลต ดีเอชเอ และแคลเซียมได้ด้วยการดื่มนมที่เหมาะสำหรับการตั้งครรภ์ ก็จะช่วยให้ร่างกายมีสารอาหารที่สำคัญต่อการตั้งครรภ์อย่างเพียงพอ



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

บทความที่แนะนำ

first-trimester-of-pregnancy
second-trimester-of-pregnancy
third-trimester-of-pregnancy
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner

 

Leaving page banner