
Enfa สรุปให้
แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างราบรื่น เสริมสร้างกล้ามเนื้อมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
ไตรมาสสองทารกจะเริ่มดึงแคลเซียมจากร่างกายแม่ไปใช้ หากแม่มีแคลเซียมน้อย และถูกทารกดึงเอาไปใช้งานจนหมด คุณแม่ก็จะมีภาวะขาดแคลเซียม เสี่ยงต่อภาวะกระดูกเปราะ กระดูกพรุน
แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับแคลเซียมในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยเลือกกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง ดื่มนม หรือเสริมด้วยวิตามินเสริมแคลเซียมตามที่แพทย์แนะนำ

เลือกอ่านตามหัวข้อ
แคลเซียม เป็นหนึ่งในสารอาหารบำรุงครรภ์ที่แพทย์แนะนำให้คุณแม่ท้องต้องได้รับในปริมาณที่เพียงพอตลอดการตั้งครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการขาดแคลเซียม
แต่...แคลเซียมจำเป็นต่อการตั้งครรภ์อย่างไร แล้วคุณแม่ควรทำอย่างไรถึงจะได้รับแคลเซียมที่เพียงพอ แน่นอนว่า Enfa ไม่พลาดที่จะหาคำตอบมาไขข้อข้องใจให้คุณแม่เหมือนเช่นเคยค่ะ
จริง ๆ แล้วไม่เฉพาะคนท้องเท่านั้นที่ต้องได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ ต้องย้ำกันตัวโต ๆ เลยว่าทุกคนควรจะได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตาม แคลเซียมสำหรับคนท้อง ถือว่าต้องพูดกันให้ชัดเจนเลยว่า ขาดไม่ได้ และห้ามขาด
แม่ท้องจำเป็นจะต้องได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอตลอดการตั้งครรภ์ เพราะแคลเซียมทำหน้าที่สำคัญในการช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างราบรื่น เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และช่วยให้เส้นประสาทส่งสัญญาณต่าง ๆ จากสมองไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มากไปกว่านั้น ขณะตั้งท้องทารกในครรภ์ก็จะดึงเอาแคลเซียมจากแม่ไปใช้ในการสร้างเซลล์กระดูกและฟัน ดังนั้น จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่แม่ท้องจะต้องได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอเสมอ เพราะถ้าหากแม่มีแคลเซียมน้อย และถูกทารกดึงเอาไปใช้งานจนหมด คุณแม่ก็จะมีภาวะขาดแคลเซียม เสี่ยงต่อภาวะกระดูกเปราะ กระดูกพรุน
แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับแคลเซียมในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่ควรเกิน 2,500 มิลลิกรัมต่อวัน โดยเลือกกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง พร้อมดื่มนมที่ให้แคลเซียมสูงควบคู่ไปด้วย ก็จะช่วยให้คุณแม่ได้รับแคลเซียมที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน
หากคุณแม่ไม่ได้มีภาวะร่างกายที่จำเป็นจะต้องเสริมแคลเซียม การกินอาหารและดื่มนมในทุก ๆ วัน ก็ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ร่างกายคนเราไม่เหมือนกันค่ะ คุณแม่หลายคนจึงอาจจำเป็นจะต้องกินวิตามินเสริมแคลเซียม
แล้วยาแคลเซียมคนท้องกินตอนไหนถึงจะดีกันล่ะ? ยาเสริมแคลเซียมควรกินตอนที่ท้องว่างหรือกินพร้อมมื้ออาหาร แต่เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดีที่สุด คุณแม่สามารถแบ่งเป็นแคลเซียมมื้อเช้า 500 มิลลิกรัม และแคลเซียมมื้อเย็นอีก 500 มิลลิกรัมค่ะ
นอกเหนือไปจากอาหารการกินทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่าง ๆ ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมแล้ว คุณแม่ยังสามารถเสริมด้วยวิตามินเสริมแคลเซียมและนมเสริมแคลเซียมได้อีกด้วย
ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เรียกได้ว่ามีข้อดีร่วมกันเลยก็คือสะดวก พกพาไปกินได้ทุกที่ และได้ปริมาณของแคลเซียมที่ชัดเจนตามที่ระบุไว้ข้างบรรจุภัณฑ์ ไม่ต้องมาคอยตวงว่าจะต้องกินผักกี่ชิ้น กินถั่วกี่เม็ด หรือกินเนื้อกี่กรัม
อย่างไรก็ตาม ทั้งนมเสริมแคลเซียมและอาหารเสริมแคลเซียม ก็มีข้อควรระวังที่แตกต่างกันไป ดังนี้
• สำหรับคนที่มีอาการแพ้นมวัวหรือแพ้โปรตีนนมวัว การเสริมแคลเซียมด้วยการดื่มนม อาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงในขณะตั้งครรภ์ได้
• นมเสริมแคลเซียมไม่ได้มีแค่เฉพาะนมวัว แต่ยังมีนมธัญพืชอีกหลายชนิดที่อุดมไปด้วยแคลเซียมด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องระวังในกรณีที่อาจแพ้ธัญพืชบางชนิด ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันอาการแพ้
• ปริมาณแคลเซียมในนมวัว 1 กล่อง นั้นไม่ได้มีปริมาณมากเท่ากับวิตามินเสริมแคลเซียม ดังนั้น หากไม่ได้กินอาหารที่มีแคลเซียมสูงควบคู่ไปด้วย การกินนมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้ได้รับแคลเซียมเพียงพอ
• วิตามินเสริมแคลเซียมหากกินเข้าไปในปริมาณที่มากจนเกินควร จะส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและการย่อยอาหาร ได้แก่ ท้องอืด ท้องเฟ้อ
• การกินวิตามินเสริมแคลเซียมจนสะสมมากเกินไป เสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการท้องผูก ซึ่งปกติแล้วคนท้องมักมีอาการท้องผูกง่ายและเสี่ยงต่อริดสีดวงทวารอยู่แล้ว หากอาการท้องผูกเกิดขึ้นเรื้อรัง จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะนำไปสู่โรคริดสีดวงทวารในขณะตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
• หากกินวิตามินเสริมแคลเซียมสะสมในร่างกายมากเกินไป อาจเสี่ยงที่จะทำให้เกิดนิ่วในไต หินปูนในเต้านม มะเร็งเต้านม หินปูนในหลอดเลือด และหลอดเลือดตีบตัน
• ปริมาณแคลเซียมที่มากเกินจำเป็นจะไปขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมสังกะสีและธาตุเหล็กมาใช้งานได้ตามปกติ อาจเพิ่มความเสี่ยงของการขาดธาตุเหล็กได้
• หากได้รับแคลเซียมมากเกินไป อาจเสี่ยงต่อภาวะแคลเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ (Hypercalcemia) ส่งผลให้เกิดอาการทางสุขภาพต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย หัวใจเต้นผิดจังหวะ ใจสั่น หรืออาจเป็นอันตรายจนทำให้กระดูกบาง กระดูกเปราะ เสี่ยงที่จะแตกหักได้ง่าย
ยาแคลเซียมคนท้องในปัจจุบันมีวางขายหลากหลายแบรนด์ ละลานตา เลือกกันไม่ถูกแน่ ๆ เพราะถ้าเปิดหารีวิวล่ะก็จะพบว่าทุกยี่ห้อต่างก็ดีเหมือนกันหมด แล้วแบบนี้เราควรเลือกอาหารเสริมแคลเซียมคนท้องยี่ห้อไหนดีล่ะ?
โดยปกติแล้วแพทย์มักจะสั่งจ่ายยาบำรุงครรภ์ที่มีแคลเซียมเสริมมาอยู่แล้ว ดังนั้น คุณแม่ไม่จำเป็นจะต้องไปซื้อวิตามินเสริมแคลเซียมมาเพิ่มอีก แต่ถ้าหากคุณแม่จำเป็นจะต้องเลือก ควรเลือกอาหารเสริมแคลเซียมดังนี้
• เลือกแคลเซียมที่มีฉลากยาระบุรายละเอียดของยาชัดเจน
• ดูวันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุ
• เช็กเครื่องหมายการค้า อย. เพื่อให้มั่นใจว่าแคลเซียมยี่ห้อนั้นได้คุณภาพความปลอดภัยจริง
• เช็กดูบรรจุภัณฑ์ว่าชำรุด เสียหายหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คุณแม่ต้องการจะเสริมวิตามินแคลเซียม โปรดปรึกษากับแพทย์ก่อนทุกครั้งนะคะ คนท้องไม่ควรกินอาหารเสริมใด ๆ โดยไม่ปรึกษากับแพทย์ก่อน เพราะถ้าหากซื้ออาหารเสริมที่ไม่ได้คุณภาพ หรือโฆษณาเกินจริง อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพค่ะ
อีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณแม่ได้รับแคลเซียมที่เหมาะสมและเพียงพอต่อร่างกาย ก็คือการดื่มนมค่ะ โดยคุณแม่สามารถเลือกนมสูตรสำหรับคนท้องที่มีปริมาณแคลเซียมสูงได้เลย โดยอาจจะดื่มนมวัว นมแพะ นมควาย หรือนมจากพืชต่าง ๆ เช่น นมข้าวโอ๊ต นมถั่วเหลือง นมพิสตาชิโอ เป็นต้น
แต่นอกจากแคลเซียมแล้ว นมสำหรับคนท้องที่ดียังควรต้องมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับคนท้องอย่างโฟเลต ดีเอชเอ โคลีน ธาตุเหล็กอีกด้วย เพื่อเสริมให้ร่างกายของคุณแม่ได้รับทั้งแคลเซียมที่จำเป็นต่อกระดูกและฟัน และยังได้รับสารอาหารสำคัญอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างสมองของลูกน้อยในครรภ์ด้วย
โดยทั่วไปแล้วแคลเซียมเม็ดฟู่คนท้องสามารถกินได้ค่ะ แต่ควรปรึกษากับแพทย์ก่อนนะคะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเม็ดฟู่นั้นปลอดภัยต่อสุขภาพการตั้งครรภ์จริง
จริง ๆ แล้วคนท้องควรได้รับแคลเซียมตลอดการตั้งครรภ์อยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าจะต้องเริ่มสะสมแคลเซียมให้เพียงพอสำหรับแม่และทารกในครรภ์แล้ว ควรเริ่มในช่วงไตรมาสสอง หรือช่วงอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป และเสริมแคลเซียมต่อไปจนกระทั่งคลอด
ยาแคลเซียมคนท้อง หากกินในปริมาณที่มากเกินพอดี อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณแม่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
Enfa สรุปให้ คนท้องกินบ๊วยได้ในปริมาณเล็กน้อย โดยเฉพาะบ๊วยสดที่สะอาดและไม่ปรุงแต่ง แต่ไม่ควรกิน...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ คนท้องกินลิ้นจี่ได้ในปริมาณพอเหมาะ เลือกแบบสด ไม่กินมากเกินไป เพราะมีน้ำตาลธรรมชาต...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ คนท้อง กินละมุดได้ หากรับประทานในปริมาณเหมาะสม เลือกผลสุกสะอาด และจัดอยู่ในสัดส่วน...
อ่านต่อ