ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ลูกปวดท้องตรงสะดือ เป็น ๆ หาย ๆ อันตรายไหมนะ
ลูกปวดท้องตรงสะดือ เป็น ๆ หาย ๆ อันตรายไหมนะ

Enfa สรุปให้:

  • ลูกปวดท้องตรงสะดือ อาจเป็นสัญญาณของไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งเกิดจากรูไส้ติ่งมีการอุดตัน เพราะการอุดตันของอุจจาระ พยาธิ น้ำเหลือง หรือแม้แต่มีการพับหรืองอของไส้ติ่ง ก็สามารถทำให้เกิดอาการไส้ติ่งอักเสบได้เช่นกัน
  • ลูกปวดท้องบ่อย เป็น ๆ หาย ๆ เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาหารไม่ย่อย การติดเชื้อในกระเพาะอาหาร หรือท้องผูก ซึ่งโดยมากแล้วอาการปวดท้องสามารถดีขึ้นได้เองตามลำดับ หรือดีขึ้นด้วยการกินยาแก้ปวด
  • ทารกปวดท้อง มักเกิดจากสาเหตุสำคัญต่าง ๆ คือ แก๊สในกระเพาะอาหาร อาการท้องผูก กรดไหลย้อน การกินอาหารที่ไม่สมวัย โดยเฉพาะการกินอาหารที่ไม่เหมาะสมกับวัย อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่มากกว่าอาการปวดท้องได้

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • ลูกปวดท้องตรงสะดือเป็น ๆ หาย ๆ 
     • ลูกปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ 
     • ทารกปวดท้อง 

อาการปวดท้อง เป็นหนึ่งในอาการสุขภาพที่สามารถพบได้โดยทั่วไปในเด็ก ซึ่งเด็กบางคน ปวดท้องเพียงไม่นานก็หายเป็นปกติ แต่เด็กบางคนก็อาจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง หรือหลายวันกว่าจะหายเป็นปกติ

มากไปกว่านั้น ตำแหน่งที่ปวดท้อง ก็ยังบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ต่างกันไปด้วย บทความนี้จาก Enfa จะชวนคุณพ่อคุณแม่มาแลกเปลี่ยนอาการลูกปวดท้องกันค่ะ

ลูกปวดท้องตรงสะดือ เป็น ๆ หาย ๆ ปกติไหมนะ


อาการปวดท้องตรงสะดือนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตให้ดีค่ะ เพราะอาจเป็นสัญญาณของไส้ติ่งอักเสบได้ค่ะ โดยไส้ติ่งอักเสบจะทำให้เด็กเกิดอาการปวดรอบ ๆ สะดือหรือบริเวณสะดือ และอาการปวดนั้นจะเคลื่อนไปที่ด้านขวาล่างของช่องท้องและค่อย ๆ รุนแรงขึ้น

ดังนั้น หากลูกบอกว่าปวดท้องบริเวณสะดือ คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องคอยจับตาดูให้ดี โดยเฉพาะถ้าลูกเริ่มแสดงออกว่าปวดท้องมากขึ้น เริ่มเบื่ออาหาร อาเจียน นั่งตัวตรงหรือยืนตรงไม่ไหว และปวดเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย หรือเวลาที่อยู่นิ่ง ๆ ก็รู้สึกปวดท้องมาก อาจเป็นไปได้ว่าลูกกำลังมีอาการไส้ติ่งอักเสบค่ะ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา

ซึ่งอาการไส้ติ่งอักเสบในเด็กนั้น เกิดจากการที่รูไส้ติ่งมีการอุดตัน ซึ่งอาจมาจากการอุดตันของอุจจาระ พยาธิ น้ำเหลือง หรือแม้แต่มีการพับหรืองอของไส้ติ่ง ก็สามารถทำให้เกิดอาการไส้ติ่งอักเสบได้เช่นกัน

ลูกปวดท้อง เป็น ๆ หาย ๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง


อาการปวดท้องนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เรื่อย ๆ ค่ะ เด็กบางคนอาจจะนาน ๆ ปวดท้องสักครั้ง แต่เด็กบางคนมีอาการปวดท้องบ่อย เป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งอาการปวดท้องในเด็กที่พบได้บ่อยนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ ไม่ว่าจะเป็น

          • อาหารไม่ย่อย
          • การติดเชื้อในกระเพาะอาหาร
          • ท้องผูก
          • ความเครียดหรือความวิตกกังวล
          • อาการลำไส้แปรปรวนหรือปวดท้องจากการทำงาน
          • ไส้ติ่งอักเสบ (ทำให้เกิดอาการปวดเฉียบพลันหรือกะทันหัน)

ซึ่งนอกจากอาการปวดท้องแล้ว เด็ก ๆ อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ตะคริว ท้องเสีย มีแก๊ส ท้องอืด คลื่นไส้หรืออาเจียน และโดยมากแล้วอาการปวดท้องสามารถดีขึ้นได้เองตามลำดับ หรือด้วยการกินยาแก้ปวด

แต่ลูกไม่มีท่าทีว่าอาการปวดท้องจะทุเลาลงเลย หรือมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ

          • ลูกมีอาการท้องผูกบ่อย
          • อาการปวดท้องกำเริบโดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน
          • มีเลือดในอุจจาระ
          • ท้องเสีย
          • ไข้และไอ
          • ปวดท้องเมื่อปัสสาวะ
          • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
          • อ่อนเพลียคล้ายกับมีอาการป่วย
          • ปวดท้องจนไม่สามารถทำกิจกรรมตามปกติในชีวิตประจำวันได้
          • มีอาการดีซ่าน

สาเหตุที่ทารกปวดท้อง


เด็กทารก แม้ว่าจะยังเล็กมาก แต่ก็สามารถมีอาการปวดท้องได้เช่นเดียวกันกับเด็กในช่วงวัยอื่น ๆ เช่นเดียวกัน โดยสาเหตุที่ทำให้เด็กทารกปวดท้องที่พบได้บ่อยที่สุด มีดังนี้

แก๊สในกระเพาะอาหาร

หนึ่งในปัญหาพื้นฐานของเด็กทารกก็คือการมีแก๊สอยู่ในกระเพาะอาหารเยอะเกินไป ซึ่งเกิดจากการกลืนอากาศเข้าท้องตอนที่กินนมหรือตอนที่ร้องได้ ยิ่งกลืนอากาศเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ทารกรู้สึกอึดอัดท้อง แน่นท้อง และปวดท้องมากเท่านั้น แต่โดยมากแล้วปัญหาเรื่องแก๊สในท้องทารกมักไม่ค่อยก่อให้เกิดอันตรายที่น่ากังวลค่ะ

อาการท้องผูก

เด็กทารกเองก็สามารถท้องผูกได้ค่ะ โดยเฉพาะเด็กทารกที่กินนมผงสลับกับนมแม่ หรือกินนมผงอย่างเดียว เนื่องจ่ากส่วนผสมในสูตรนมผงอาจจะไม่เหมาะสำหรับเด็ก จึงมักจะมีอาการท้องผูกได้ง่ายกว่าเด็กที่กินนมแม่อย่างเดียว ซึ่งเด็กทารกนั้นมักจะขับถ่ายหลายครั้ง หรือบางวันก็ไม่ถ่ายเลย

แต่ถ้าเด็กไม่ถ่ายหลายวัน อาจเป็นไปได้ว่ากำลังมีอาการท้องผูก โดยเฉพาะถ้าเด็กไม่ถ่ายและเริ่มรู้สึกไม่สบายท้อง ปวดท้อง ร้องไห้งอแง คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา

กรดไหลย้อน

เด็กทารกเองก็เป็นกรดไหลย้อนได้ค่ะ นั่นเป็นเพราะกล้ามเนื้อหูรูดของทารกนั้นยังไม่แข็งแรง จึงทำให้นมที่กินเข้าไปไหลย้อนกลับมายังหลอดอาหารได้ง่าย หรือเวลากินนม ทารกมักจะกินนมในท่านอน ก็เสี่ยงที่จะทำให้นมไหลย้อนกลับออกมาได้ง่ายด้วย โดยอาการกรดไหลย้อนนั้นส่งผลให้ทารกรู้สึกไม่สบายตัว ปวดท้อง ร้องไห้งอแง และมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย

การกินอาหารที่ไม่สมวัย

คนเฒ่าคนแก่หลายคนเห็นเด็กทารกร้องไห้หิว ก็พร้อมเต็มที่ที่จะนำข้าวมาบด หรือนำกล้วยมาบดแล้วป้อนเด็ก ซึ่งเด็กทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน ระบบทางเดินอาหารยังไม่แข็งแรง การกินอาหารอื่น ๆ นอกเหนือจากนมแม่จึงถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ระบบทางเดินอาหารของเด็กมีปัญหา ย่อยอาหารไม่ได้ ท้องผูก ท้องเสีย ปวดท้อง หรือันตรายไปจนถึงเกิดความผิดปกติในลำไส้

อาการปวดท้องมักจะทำให้ลูกไม่สบายตัว เริ่มร้องไห้งอแง นอนไม่หลับสนิท กินอาหารได้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลต่อกระบวนการเจริญเติบโต ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของลูกให้ดี เพื่อที่จะได้รับมือทัน และถ้าหากพบว่าทารกมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

          • มีไข้สูง 38° หรือสูงกว่า
          • มีอาการท้องเสียนานกว่า 48 ชั่วโมง
          • มีอาการท้องผูกนานกว่า 5-7 วัน
          • มีอาการไม่สบายตัว เช่น ร้องไห้งอแง กรีดร้องไม่หยุด
          • อ่อนเพลียผิดปกติ ไม่ค่อยร่าเริง
          • มีอาการท้องแข็ง
          • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ



บทความแนะนำอาการไม่สบายท้องลูกน้อย

บทความที่แนะนำ

ทารกอุจจาระมีมูก แบบนี้อันตรายหรือไม่!?
ลูกแหวะนม ลูกแหวะบ่อย ปัญหากวนใจที่รับมือได้ไม่ยาก
ทารกไม่ถ่าย แต่ตดบ่อย ตดเหม็น เป็นเพราะอะไรกันนะ
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner
  • Register bar

Leaving page banner

 

Leaving page banner