
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
เด็กวัย 5 ขวบเป็นวัยเรียนรู้ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างชัดเจนครบทุกด้าน ทั้งด้านการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วมากขึ้น การสื่อสารที่ดีขึ้น รวมถึงการเริ่มเข้าใจกฎระเบียบและความซับซ้อนบางอย่าง หากคุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมพัฒนาการเด็กวัย 5 ขวบได้อย่างเหมาะสม จะช่วยปูพื้นฐานสำคัญให้ลูกน้อยเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างก้าวกระโดดยิ่งขึ้น บทความนี้จาก Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่ก้าวเข้าสู่โลกของเด็ก 5 ขวบไปพร้อมกันค่ะ
เด็กวัย 5 ขวบ มีพัฒนาการที่สำคัญ ๆ เกิดขึ้นมากมาย คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นติดตามและสังเกตพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ได้แก่
เด็ก 5 ขวบ น้ำหนักจะแบ่งออกตามเพศได้ ดังนี้
เด็ก 5 ขวบ ควรสูงเท่าไหร่? สำหรับส่วนสูงของเด็ก 5 ขวบตามเกณฑ์ปกติของเด็กไทยนั้น สามารถแบ่งได้ ดังนี้
เด็ก 5 ขวบ ถือว่าเป็นเด็กวัยเรียนแล้ว จึงจำเป็นจะต้องได้กินอาหารครบทั้ง 3 มื้อ คืออาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น รวมถึงของว่างอีก 2 มื้อ เพื่อให้ลูกมีพลังงานที่เพียงพอสำหรับการเรียนและการทำกิจกรรมตามวัยของเขา
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่ดี และมีร่างกายแข็งแรง ควรเลือกของว่างที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ขนมปัง นม ผลไม้ ที่ไม่ใช่ของหวานหรืออาหารรสจัด ซึ่งเสี่ยงต่อโรคอ้วน หรือเบาหวานในเด็กได้ค่ะ
และอาหารเด็ก 5 ขวบ ควรจะต้องมีความหลากหลาย สดใหม่ และครบโภชนาการทั้ง 5 หมู่ ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ข้าว ไขมัน นม และธัญพืชต่าง ๆ ซึ่งมีคุณค่าทางสารอาหารที่ดีต่อการเจริญเติบโต ช่วยให้ลูกมีพลังงานที่เพียงพอต่อการเรียนรู้และทำกิจกรรมตามวัยค่ะ
นมกล่อง หรือ นมยูเอชที ถือเป็นตัวเลือกในการเสริมโภชนาการที่ดีของลูกค่ะ แต่เพื่อสุขภาพควรเลือกนมกล่องรสจืด ที่มีไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย หรือน้ำตาล 0% มีการเสริมโภชนาการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น มีโปรตีนสูง มีการเสริมแคลเซียม วิตามินบี 12 วิตามินบี 6 วิตามินดี MFGM DHA ซึ่งเป็นโภชนาการที่มีประโยชน์ เหมาะสมกับการเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง
เด็ก 5 ขวบ ควรได้รับโภชนาการที่หลากหลาย และครบทั้ง 5 หมู่ ดังนี้
เด็ก 5 ขวบ พัฒนาการด้านต่าง ๆ จะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุก ๆ ด้าน คุณพ่อคุณแม่สัมผัสถึงการเจริญเติบโตของลูกวัย 5 ขวบอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้
พัฒนาการด้านร่างกายของเด็ก 5 ขวบ ลูกน้อยฉลาดเคลื่อนไหว คล่องแคล่วแข็งแรง ทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังกายได้ดี
พัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็ก 5 ขวบ จะเด่นเรื่องฉลาดเรียนรู้ สามารถทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ดี เช่น
พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจของเด็ก 5 ขวบ ลูกวัยนี้ฉลาดด้านอารมณ์ มีความรู้สึกและอารมณ์หลากหลาย
พัฒนาการด้านสังคม เด็ก 5 ขวบนั้นฉลาดสื่อสาร เข้าสังคมได้ดี
ลูกอายุครบ 5 ขวบ ดูเหมือนจะโตขึ้น แต่การเรียนรู้ของลูกยังต้องการการส่งเสริมจากคุณพ่อคุณแม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านของลูกน้อยค่ะ
คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินพัฒนาการของลูกได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้เกณฑ์ แบบคัดกรองพัฒนากรเด็กอายุ 5 ปี จากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้
หากลูกสามารถทำได้ ไม่จำเป็นจะต้องทำได้ดีเยี่ยม แต่สามารถทำได้บ้าง ก็ถือว่ามีพัฒนาการตามวัยค่ะ และต้องได้รับการดูแล ฝึกฝนมากขึ้น เพื่อกระตุ้นพัฒนาการ
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากลูกทำไม่ได้เลยสักข้อ คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยพัฒนาการเพิ่มเติมว่าลูกเสี่ยงพัฒนาการช้าจริงหรือไม่ หากใช่จะได้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ตลอดจนปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูกให้เหมาะสมกับลูก เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการที่สมวัย สามารถเติบโตและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขค่ะ
คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 5 ขวบได้ง่าย ๆ ผ่านกิจกรรมสุดสนุกมากมาย ดังนี้
เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เช่น แบดมินตัน ว่ายน้ำ ฟุตบอล ปั่นจักรยาน
สอนเด็กอ่านหนังสือ หรืออ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นประจำ อาจใช้หนังสือภาพ หนังสือนิทานอีสป หรือหนังสือที่ลูกสนใจก็ได้ การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง จะช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ใหม่ ๆ ให้ลูก ช่วยกระุต้นจินตนาการ และเพิ่มพูนทักษะการสื่อสาร
เช่น ไพ่อูโน่ เกมเศรษฐี เกมบันไดงู เกมโดมิโน่ เพื่อสอนเรื่องการทำตามกติกา และกระตุ้นทักษะการคิด การวางแผนที่ดี รวมถึงช่วยส่งเสริมทักษะด้านอารมณ์ให้รู้จักแพ้ และยอมรับได้เมื่อเป็นฝ่ายแพ้
เช่น ปั้นบัวลอย ขนมโตเกียว ไข่ม้วน ปั้นซูชิ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยฝึกฝนสมาธิของลูก กระตุ้นการทำงานของสมอง ดวงตา และกล้ามเนื้อมือให้สัมพันธ์กัน และยังช่วยให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของตัวเองเมื่อทำอาหารเสร็จและกินอาหารฝีมือตนเอง
เช่น เก็บขยะริมหาด กวาดลานวัด บริจาคสิ่งของ เป้นวิธีที่จะช่วยปลูกฝังให้ลูกเรียนรู้ที่จะแบ่งปันกับผู้อื่น ให้เป็นคนมีน้ำใจ รู้จักเผื่อแผ่
เช่น พิมพ์ภาพ วาดภาพ ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ปั้นดินเผา ศิลปะช่วยจรรโลงจิตใจ เสริมสมาธิของลูก ปลูกฝังจินตนาการ และยังอาจช่วยให้ลูกค้นพบความชอบหรือพรสวรรค์ของตนเองด้วย
เด็ก 5 ขวบเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ เด็ก ๆ ชอบและพร้อมที่จะออกวิ่ง ปีนป่าย กระโดดไปมา ชอบเรียนรู้และช่างสังเกตสิ่งใหม่ ๆ ชอบที่จะแสดงบทบาทสมมุติ รวมถึงสามารถเล่นเกมที่มีการเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามแบบแผนหรือตามใจตนเองได้ดี
ด้วยบุคลิกของเด็ก 5 ขวบแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเลือกของเล่นเด็ก 5 ขวบให้เหมาะกับวัยของลูกได้หลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามกับลูกเองจะดีที่สุดว่าอยากเล่นอะไร อยากได้อะไร หรือพาลูกไปเลือกของเล่นด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้เขาได้ตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะมีแนวโน้มว่าลูกจะเล่นของเล่นชิ้นนั้นได้นานกว่าของเล่นชิ้นอื่นที่เขาไม่ได้เลือกเอง หรือเขาไม่อยากได้
การดูแลสุขภาพเด็ก 5 ขวบนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจกับพื้นฐานของการมีสุขภาพดีง่าย ๆ ดังนี้
ตามตารางนอนเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้เด็ก 5 ขวบนอนหลับให้เพียงพอราว ๆ 10-13 ชั่วโมง รวมถึงมีการนอนงีบในตอนหลางวันได้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ควรให้ลูกนอนงีบนานเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกนอนไม่หลับในตอนกลางคืน และกระทบกับวงจรการนอนหลับตามปกติ
ลักษณะอุจจาระทารกปกติ ควรจะมีสีเหลือง หรือสีเหลืองเข้ม ไม่เหลวเป็นน้ำ และลูกสามารถขับถ่ายได้ง่าย อุจจาระไม่เป็นก้อนแข็งหรือแห้งจนถ่ายลำบาก
เด็ก 5 ขวบ ควรจะต้องสามารถช่วยเหลือตัวเองในการขับถ่ายได้แล้ว เช่น สามารถบอกความต้องการในการขับถ่ายได้ สามารถเข้าห้องน้ำเองคนเดียวได้ สามารถชำระล้างทำความสะอาดหลังการขับถ่ายได้
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรจะต้องได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มฝึกให้ลูกขับถ่ายเองเมื่อลูกมีอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เพราะเมื่อโตขึ้นลูกน้อยจะต้องเข้าเรียนในโรงเรียน การช่วยเหลือตนเองในเรื่องพื้นฐานอย่างเช่นการขับถ่ายนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นค่ะ
เด็ก 5 ขวบถือว่าเป็นเด็กวัยเรียนแล้ว อยู่ในระดับชั้นอนุบาล 3 เตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ระดับชั้นประถมศึกษาในปีถัดไป นั่นหมายความว่าตารางการเลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่นั้น จะแบ่งเป็นการเลี้ยงดูก่อนและหลังไปโรงเรียน ดังนี้
ช่วงเช้า
ช่วงบ่าย
ช่วงเย็น
บทความแนะนำสำหรับเสริมพัฒนาการเด็กวัยเรียน
Enfa สรุปให้ พูดติดอ่าง พูดไม่ออก อาจเกิดจากพัฒนาการด้านภาษา พันธุกรรม ความเครียด หรือความผิดปกต...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ เมื่อเด็กอายุย่างเข้า 3-5 ขวบ ก็เป็นช่วงวัยที่เหมาะสำหรับการพาเด็กเข้าสู่รั้วโรงเร...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ เมนูอาหารสําหรับวัยก่อนเรียน 3-6 ปี ควรจะต้องมีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และไขมัน เพื่อให้...
อ่านต่อ