นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบมีอะไรบ้าง เลี้ยงเด็ก 5 ขวบอย่างไรให้มีทักษะสมวัย

Enfa สรุปให้

  • พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ คุณพ่อคุณแม่สามารถเห็นพัฒนาการของลูกก้าวกระโดดหลายด้าน เช่น ลูกเข้าใจกฎกติกตามากขึ้น เล่าเรื่องยาว ๆ ได้ เข้าใจคำบางคำ และนับเลขได้คล่องขึ้น เป็นต้น
  • ลูก 5 ขวบดื้อมาก คุณพ่อคุณแม่ต้องรับมือให้เหมาะสม ไม่ดุด่า ไม่ตี เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้ลูกหายดื้อแล้ว ยังเป็นการสร้างปมในใจ และมีผลต่อบุคลิกภาพของลูกในอนาคตด้วย
  • วัยทอง 5 ขวบ อาจจะรับมือได้ยาก แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก เพื่อให้ลูกเป็นเด็กที่มีเหตุและผล ไม่เอาแต่ใจ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เด็กวัย 5 ขวบเป็นวัยเรียนรู้ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างชัดเจนครบทุกด้าน ทั้งด้านการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วมากขึ้น การสื่อสารที่ดีขึ้น รวมถึงการเริ่มเข้าใจกฎระเบียบและความซับซ้อนบางอย่าง หากคุณพ่อคุณแม่สามารถเสริมพัฒนาการเด็กวัย 5 ขวบได้อย่างเหมาะสม จะช่วยปูพื้นฐานสำคัญให้ลูกน้อยเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้อย่างก้าวกระโดดยิ่งขึ้น บทความนี้จาก Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่ก้าวเข้าสู่โลกของเด็ก 5 ขวบไปพร้อมกันค่ะ 

 

 

เด็ก 5 ขวบ กับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

เด็กวัย 5 ขวบ มีพัฒนาการที่สำคัญ ๆ เกิดขึ้นมากมาย คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นติดตามและสังเกตพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • ลูกวัย 5 สามารถปฏิบัติตามกฎของเกมที่มีความซับซ้อนได้ รู้จักที่จะรอจนกว่าจะถึงคิวตนเอง รู้จักที่จะเล่นเกมในกรอบกติกา
  • สามารถช่วยงานบ้านง่าย ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น เก็บโต๊ะอาหารที่บ้าน ช่วยคัดแยกช้อนส้อม แยกผ้าสี ผ้าขาว เป็นต้น
  • มีทักษะการสื่อสารที่ดีขึ้น สามารถที่จะพูดคุยและมีบทสนทนาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นานขึ้น สามารถเล่าเรื่องยาว ๆ ที่มีหลายเหตุการณ์และหลายบุคคลในเรื่องราวนั้น ๆ ได้
  • ลูกน้อยรู้จักหรือใช้คำคล้องจองได้มากขึ้น
  • สามารถนับเลขถึง 1-10 ได้คล่อง เข้าใจจำนวนและค่าของตัวเลขมากขึ้น
  • สามารถเข้าใจและใช้คำที่เกี่ยวข้องกับเวลาได้ถูกต้อง เช่น เมื่อวาน วันนี้ หรือพรุ่งนี้
  • มีสมาธิมากขึ้น สามารถจดจ่อกับกิจกรรมเป็นเวลา 5-10 นาทีได้
  • รู้จักตัวอักษรบางตัว เมื่อเห็นตัวอักษร สามารถบอกได้ว่านั่นคือตัวอักษรใด
  • สามารถเขียนตัวอักษรบางตัวจากชื่อของตัวเองได้
  • สามารถติดกระดุมและปลดกระดุมเองได้
  • กระโดดด้วยเท้าข้างเดียวได้คล่องขึ้น และทรงตัวได้นาน ไม่ล้มง่าย

 

น้ำหนักเด็ก 5 ขวบ

เด็ก 5 ขวบ น้ำหนักจะแบ่งออกตามเพศได้ ดังนี้

  • เด็กผู้ชายอายุ 5 ปี จะมีน้ำหนักตัวประมาณ 18.5 กิโลกรัม
  • เด็กผู้หญิงอายุ 5 ปี จะมีน้ำหนักตัวประมาณ 18.5 กิโลกรัม

 

เด็ก 5 ขวบ สูงเท่าไหร่

เด็ก 5 ขวบ ควรสูงเท่าไหร่? สำหรับส่วนสูงของเด็ก 5 ขวบตามเกณฑ์ปกติของเด็กไทยนั้น สามารถแบ่งได้ ดังนี้

  • เด็กผู้ชายอายุ 5 ปี จะมีส่วนสูงประมาณ 110 เซนติเมตร
  • เด็กผู้หญิงอายุ 5 ปี จะมีส่วนสูงประมาณ 109 เซนติเมตร

 

อาหารเด็ก 5 ขวบ

เด็ก 5 ขวบ ถือว่าเป็นเด็กวัยเรียนแล้ว จึงจำเป็นจะต้องได้กินอาหารครบทั้ง 3 มื้อ คืออาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น รวมถึงของว่างอีก 2 มื้อ เพื่อให้ลูกมีพลังงานที่เพียงพอสำหรับการเรียนและการทำกิจกรรมตามวัยของเขา

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่ดี และมีร่างกายแข็งแรง ควรเลือกของว่างที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ขนมปัง นม ผลไม้ ที่ไม่ใช่ของหวานหรืออาหารรสจัด ซึ่งเสี่ยงต่อโรคอ้วน หรือเบาหวานในเด็กได้ค่ะ

และอาหารเด็ก 5 ขวบ ควรจะต้องมีความหลากหลาย สดใหม่ และครบโภชนาการทั้ง 5 หมู่ ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ข้าว ไขมัน นม และธัญพืชต่าง ๆ ซึ่งมีคุณค่าทางสารอาหารที่ดีต่อการเจริญเติบโต ช่วยให้ลูกมีพลังงานที่เพียงพอต่อการเรียนรู้และทำกิจกรรมตามวัยค่ะ

 

นมสำหรับเด็ก 5 ขวบ

นมกล่อง หรือ นมยูเอชที ถือเป็นตัวเลือกในการเสริมโภชนาการที่ดีของลูกค่ะ แต่เพื่อสุขภาพควรเลือกนมกล่องรสจืด ที่มีไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย หรือน้ำตาล 0% มีการเสริมโภชนาการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น มีโปรตีนสูง มีการเสริมแคลเซียม วิตามินบี 12 วิตามินบี 6 วิตามินดี MFGM DHA ซึ่งเป็นโภชนาการที่มีประโยชน์ เหมาะสมกับการเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง

 

เด็ก 5 ขวบ และโภชนาการที่สำคัญ

เด็ก 5 ขวบ ควรได้รับโภชนาการที่หลากหลาย และครบทั้ง 5 หมู่ ดังนี้

  • โปรตีน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการเจริญเติบโตของร่างกาย พบมากในเนื้อสัตว์ นม ไข่ และถั่ว
  • คาร์โบไฮเดรต แหล่งพลังงานหลักของร่างกาย พบในข้าว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว แป้ง และธัญพืช
  • เกลือแร่ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมเซลล์ พบในผักหลากชนิด เช่น ผักบุ้ง คะน้า กะหล่ำปลี ฟักทอง แคร์รอต มันเทศ
  • วิตามิน ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานอย่างสมดุล พบมากในผลไม้ เช่น ฝรั่ง กล้วย ส้ม มะละกอ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี
  • ไขมัน ช่วยดูดซึมวิตามินและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย พบในเนย ชีส ครีม และน้ำมันจากสัตว์และพืช

 

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ

เด็ก 5 ขวบ พัฒนาการด้านต่าง ๆ จะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุก ๆ ด้าน คุณพ่อคุณแม่สัมผัสถึงการเจริญเติบโตของลูกวัย 5 ขวบอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้

  

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ ด้านร่างกาย

พัฒนาการด้านร่างกายของเด็ก 5 ขวบ ลูกน้อยฉลาดเคลื่อนไหว คล่องแคล่วแข็งแรง ทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังกายได้ดี

  • วัยนี้พลังและกล้ามเนื้อขาแข็งแรงขึ้น ลูกสามารถกระโดดไปข้างซ้าย ข้างขวา และถอยหลังโดยเท้าทั้งสองข้างไปพร้อมๆ ให้คุณพ่อ คุณแม่ใช้กิจกรรมเล่นกับลูก 5 ขวบ ช่วยเสริมพัฒนาการได้
  • สามารถขึ้น-ลงบันไดโดยก้าวเท้าสลับข้างกันบนขั้นบันไดแต่ละขั้นได้
  • กระโดดขาเดียวได้
  • วิ่งโดยมีการแกว่งแขน-ขาสัมพันธ์กันดี
  • เดินเข้าจังหวะเพลง ปรบมือเป็นจังหวะง่าย ๆ ได้

 

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ ด้านสติปัญญา

พัฒนาการด้านสติปัญญาของเด็ก 5 ขวบ จะเด่นเรื่องฉลาดเรียนรู้ สามารถทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ดี เช่น

  • เข้าใจเรื่องกฎกติกา เวลาอยู่ที่โรงเรียนสามารถฟังคำสั่งหรือโจทย์ใหม่ ๆ กติกาใหม่ๆ เข้าใจ กล้าที่จะถามคุณครูเมื่อไม่เข้าใจ
  • มีเหตุผลมากขึ้น และถ้าได้รับการสอนจากคุณแม่มาตั้งแต่ต้นเขาจะมีเหตุผลมากกว่าเด็กคนอื่น
  • ใช้กิจกรรมเสริมพัฒนาการ 5 ขวบ ลูกชอบเล่นสนุกกับกิจกรรมใหม่ เพื่อนใหม่ ๆ หากขณะเล่นมีเรื่องหรือเหตุการณ์ให้ต้องแก้ปัญหาคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่อาจต้องเขามาช่วย
  • ลูกจะสนใจการอ่านและตัวเลข ควรเริ่มสอนลูกให้รู้จักค่าของจำนวนนับ

  

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ ด้านอารมณ์

พัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจของเด็ก 5 ขวบ ลูกวัยนี้ฉลาดด้านอารมณ์ มีความรู้สึกและอารมณ์หลากหลาย

  • มีอารมณ์หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะร่าเริงแจ่มใส เพราะมีเพื่อนเล่นที่โรงเรียน ยกเว้นวันที่มีเรื่องไม่สบอารมณ์ หรือไม่ได้ดั่งใจก็แสดงอาการหงุดหงิดได้เหมือนกัน
  • แสดงอารมณ์สนุกสนานจากการเล่นอย่างชัดเจน ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางน้อยลง

 

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ ด้านสังคม

พัฒนาการด้านสังคม เด็ก 5 ขวบนั้นฉลาดสื่อสาร เข้าสังคมได้ดี

  • วัยนี้ชอบพูด  เพราะเขาพูดได้ชัดเจน ใช้ถ้อยคำได้หลากหลาย จึงมีความกล้าที่จะพูดและถามมากขึ้น
  • เมื่อได้ยินคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน จะแสดงความสนใจและถามถึงความหมายของคำนั้น ๆ
  • เมื่อสงสัยจะใช้ประโยคคำถามที่มีความหมาย มีจุดมุ่งหมาย เช่น ทำไมต้องเป็นสีฟ้า คุณแม่ต้องเตรียมคำตอบให้ลูกดีๆ แต่ถ้าคำถามไหนตอบไม่ได้ก็บอกลูกว่า แม่ไม่รู้  แล้วชวนกันหาคำตอบ
  • มีความผูกพันกับบุคคล สถานที่และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

ลูกอายุครบ 5 ขวบ ดูเหมือนจะโตขึ้น แต่การเรียนรู้ของลูกยังต้องการการส่งเสริมจากคุณพ่อคุณแม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านของลูกน้อยค่ะ

 

แบบประเมินพัฒนาการ 5 ขวบ

คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินพัฒนาการของลูกได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้เกณฑ์ แบบคัดกรองพัฒนากรเด็กอายุ 5 ปี จากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้

  • ยืนขาเดียวให้เด็กดู และให้เด็กทำตาม เด็กยืนขาเดียวได้ 4 วินาที (นับ1-4) ทั้ง 2 ข้าง
  • ใช้ภาพด้านล่างทดสอบโดยบอกเด็กว่า “วาดให้เหมือนรูปนี้” รูปที่เด็กวาด ต้องเป็นรูปวงกลมที่ปิดอย่างสมบูรณ์ หรือเกือบปิด
  • เอาของวางบน ใต้ / หน้า / หลัง / ข้าง ตามสั่ง ได้อย่างน้อย 4 คำสั่ง เช่น "เอาดินสอวาง บน โต๊ะ" "เอาดินสอวาง ใต้ โต๊ะ" "เอาดินสอวาง หลังเก้าอี้" "เอาดินสอวาง หน้า เก้าอี้" เป็นต้น
  • เล่าเรื่องสั้น ๆ ให้ผู้อื่นฟังเข้าใจได้ทั้งหมด (อาจถามจากแม่ หรือผู้เลี้ยงดูเด็กว่า "เด็กรู้จักเล่าเรื่องที่พบเห็นให้ฟังหรือไม่" และแม่ ฟังรู้เรื่องหรือไม่)
  • เล่นบทบาทสมมุติ เช่น ขายของ (อาจถามจากแม่ หรือผู้เลี้ยงดูเด็กว่า "เด็กเล่นขายข้างแกง หรือเล่นเป็นตำรวจ ผู้ร้าย ครู นักเรียน บ้างหรือไม่")

หากลูกสามารถทำได้ ไม่จำเป็นจะต้องทำได้ดีเยี่ยม แต่สามารถทำได้บ้าง ก็ถือว่ามีพัฒนาการตามวัยค่ะ และต้องได้รับการดูแล ฝึกฝนมากขึ้น เพื่อกระตุ้นพัฒนาการ

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากลูกทำไม่ได้เลยสักข้อ คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยพัฒนาการเพิ่มเติมว่าลูกเสี่ยงพัฒนาการช้าจริงหรือไม่ หากใช่จะได้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ตลอดจนปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูกให้เหมาะสมกับลูก เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการที่สมวัย สามารถเติบโตและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขค่ะ

 

การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 5 ขวบ

คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 5 ขวบได้ง่าย ๆ ผ่านกิจกรรมสุดสนุกมากมาย ดังนี้

 

  • พาลูกเล่นกีฬาเป็นประจำ

เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เช่น แบดมินตัน ว่ายน้ำ ฟุตบอล ปั่นจักรยาน

 

  • พาลูกอ่านหนังสือ

สอนเด็กอ่านหนังสือ หรืออ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นประจำ อาจใช้หนังสือภาพ หนังสือนิทานอีสป หรือหนังสือที่ลูกสนใจก็ได้ การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง จะช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ใหม่ ๆ ให้ลูก ช่วยกระุต้นจินตนาการ และเพิ่มพูนทักษะการสื่อสาร

 

  • พาลูกเล่นเกมที่มีความซับซ้อน มีกฎกติกา

เช่น ไพ่อูโน่ เกมเศรษฐี เกมบันไดงู เกมโดมิโน่ เพื่อสอนเรื่องการทำตามกติกา และกระตุ้นทักษะการคิด การวางแผนที่ดี รวมถึงช่วยส่งเสริมทักษะด้านอารมณ์ให้รู้จักแพ้ และยอมรับได้เมื่อเป็นฝ่ายแพ้

 

  • พาลูกทำอาหารง่าย ๆ

เช่น ปั้นบัวลอย ขนมโตเกียว ไข่ม้วน ปั้นซูชิ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยฝึกฝนสมาธิของลูก กระตุ้นการทำงานของสมอง ดวงตา และกล้ามเนื้อมือให้สัมพันธ์กัน และยังช่วยให้เด็ก ๆ เห็นคุณค่าของตัวเองเมื่อทำอาหารเสร็จและกินอาหารฝีมือตนเอง

  

  • พาลูกไปทำกิจกรรมอาสานอกบ้านตามโอกาสที่เหมาะสม

เช่น เก็บขยะริมหาด กวาดลานวัด บริจาคสิ่งของ เป้นวิธีที่จะช่วยปลูกฝังให้ลูกเรียนรู้ที่จะแบ่งปันกับผู้อื่น ให้เป็นคนมีน้ำใจ รู้จักเผื่อแผ่

 

  • ทำงานศิลปะง่าย ๆ

เช่น พิมพ์ภาพ วาดภาพ ระบายสี ปั้นดินน้ำมัน ปั้นดินเผา ศิลปะช่วยจรรโลงจิตใจ เสริมสมาธิของลูก ปลูกฝังจินตนาการ และยังอาจช่วยให้ลูกค้นพบความชอบหรือพรสวรรค์ของตนเองด้วย

 

ของเล่นเด็ก 5 ขวบ

เด็ก 5 ขวบเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ เด็ก ๆ ชอบและพร้อมที่จะออกวิ่ง ปีนป่าย กระโดดไปมา ชอบเรียนรู้และช่างสังเกตสิ่งใหม่ ๆ ชอบที่จะแสดงบทบาทสมมุติ รวมถึงสามารถเล่นเกมที่มีการเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่าง ๆ ตามแบบแผนหรือตามใจตนเองได้ดี

ด้วยบุคลิกของเด็ก 5 ขวบแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเลือกของเล่นเด็ก 5 ขวบให้เหมาะกับวัยของลูกได้หลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น

  • รถเข็น หรือรถลากของเล่น
  • ม้าโยก
  • รถจักรยานสามล้อพร้อมหมวกกันน็อค
  • ลูกบอล
  • ไม้เบสบอลและลูกเบสบอล
  • จิ๊กซอว์ (ไม่เกิน 50 ชิ้น)
  • ชุดก่อสร้างของเล่น
  • รถบรรทุก หรือรถยนต์ของเล่น
  • ตุ๊กตาที่เคลื่อนไหวได้
  • โดมิโน
  • เกมจับคู่ เกมจับผิดภาพ
  • ชุดอาชีพจำลองต่าง ๆ
  • ดินน้ำมัน
  • สมุดภาพระบายสี
  • เครื่องดนตรีสำหรับเด็ก

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามกับลูกเองจะดีที่สุดว่าอยากเล่นอะไร อยากได้อะไร หรือพาลูกไปเลือกของเล่นด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้เขาได้ตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะมีแนวโน้มว่าลูกจะเล่นของเล่นชิ้นนั้นได้นานกว่าของเล่นชิ้นอื่นที่เขาไม่ได้เลือกเอง หรือเขาไม่อยากได้

 

การดูแลสุขภาพเด็ก 5 ขวบ

การดูแลสุขภาพเด็ก 5 ขวบนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจกับพื้นฐานของการมีสุขภาพดีง่าย ๆ ดังนี้

  • ดูแลให้ลูกได้กินอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอเป็นประจำทุกวัน เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เพราะพื้นฐานสุขภาพที่ดี จะช่วยให้ลูกน้อยเรียนรู้และทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสะดุด
  • ไม่จำเป็นต้องงดหรือเลิกของหวาน เพราะเด็กกับของหวานเป็นของคู่กัน เมื่อมองตามภาพความเป็นจริง เราไม่สามารถเลี่ยงได้ทั้งหมด แต่คุณพ่อคุณแม่ควรจำกัดในปริมาณให้เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานในเด็ก
  • ดูแลให้ลูกนอนหลับและตื่นนอนตรงเวลา เพื่อให้ร่างกายได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ การนอนหลับที่ดี จะช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานได้สมดุล กระปรี้กระเปร่า สามารถเรียนรู้และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ดูแลให้ลูกได้เล่น ออกกำลังกาย และมีการเคลื่อนไหวเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรง เสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี

 

การนอนของเด็ก 5 ขวบ

ตามตารางนอนเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้เด็ก 5 ขวบนอนหลับให้เพียงพอราว ๆ 10-13 ชั่วโมง รวมถึงมีการนอนงีบในตอนหลางวันได้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ควรให้ลูกนอนงีบนานเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกนอนไม่หลับในตอนกลางคืน และกระทบกับวงจรการนอนหลับตามปกติ

 

การขับถ่ายของเด็ก 5 ขวบ

ลักษณะอุจจาระทารกปกติ ควรจะมีสีเหลือง หรือสีเหลืองเข้ม ไม่เหลวเป็นน้ำ และลูกสามารถขับถ่ายได้ง่าย อุจจาระไม่เป็นก้อนแข็งหรือแห้งจนถ่ายลำบาก

เด็ก 5 ขวบ ควรจะต้องสามารถช่วยเหลือตัวเองในการขับถ่ายได้แล้ว เช่น สามารถบอกความต้องการในการขับถ่ายได้ สามารถเข้าห้องน้ำเองคนเดียวได้ สามารถชำระล้างทำความสะอาดหลังการขับถ่ายได้

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรจะต้องได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดี คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มฝึกให้ลูกขับถ่ายเองเมื่อลูกมีอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เพราะเมื่อโตขึ้นลูกน้อยจะต้องเข้าเรียนในโรงเรียน การช่วยเหลือตนเองในเรื่องพื้นฐานอย่างเช่นการขับถ่ายนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นค่ะ

 

ตารางเลี้ยงลูก 5 ขวบ

เด็ก 5 ขวบถือว่าเป็นเด็กวัยเรียนแล้ว อยู่ในระดับชั้นอนุบาล 3 เตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ระดับชั้นประถมศึกษาในปีถัดไป นั่นหมายความว่าตารางการเลี้ยงลูกของคุณพ่อคุณแม่นั้น จะแบ่งเป็นการเลี้ยงดูก่อนและหลังไปโรงเรียน ดังนี้

ช่วงเช้า

  • 06:30 น. ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว
  • 07:00 น. กินอาหารเช้า
  • 07:30 น. ไปโรงเรียน
  • 08:00 น. ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักสูตรของโรงเรียน
  • 10:00 น. พักเบรกกินอาหารว่าง
  • 11:00 น. ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักสูตรของโรงเรียน

ช่วงบ่าย

  • 12:00 น. กินอาหารกลางวัน
  • 13:00 น. นอนกลางวัน
  • 15:30 น. ตื่นนอน ดื่มนม เตรียมตัวกลับบ้าน

ช่วงเย็น

  • 16:30 น. กลับถึงบ้าน ทำการบ้าน
  • 17:30 น. ทำงานบ้าน หรือทำกิจกรรมตามความสนใจ
  • 18:00 น. กินอาหารเย็น
  • 18:30 น. อาบน้ำ
  • 19:00 น. เล่น พูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกับคุณพ่อคุณแม่
  • 20:00 น. แปรงฟัน เตรียมตัวเข้านอน
  • 20:30 น. อ่านนิทาน และเข้านอน

 


บทความแนะนำสำหรับเสริมพัฒนาการเด็กวัยเรียน

    * นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
    Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
    เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
    Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

    คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

    กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

    Line TH
    Cart TH Join Enfamama