
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
นิทานชาดก เป็นเรื่องราวในอดีตชาติของพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงนำมาแสดงให้พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านฟัง เพื่อเป็นอุปมาอุปไมยในการสอนธรรมะทำให้ผู้ฟังเข้าใจ และเห็นภาพมากขึ้น นิทานชาดกเหล่านี้เต็มไปด้วยคติสอนใจที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และสามารถนำมาใช้ในการสร้างสัมพันธ์อันอบอุ่นภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี
นิทานชาดกเป็นนิทานอิงธรรมะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์พระไตรปิฎก เชื่อกันว่าเป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในชาติก่อน สมัยที่ยังทรงเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมีต่าง ๆ ก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้า
นิทานชาดกนั้นมีต้นกำเนิดมาจากอินเดียโบราณ และได้รับการเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยพร้อมกับพระพุทธศาสนา โดยพระสงฆ์ได้นำนิทานชาดกมาเล่าขานให้ชาวบ้านฟัง เพื่อให้เข้าใจธรรมะได้ง่ายขึ้น นิทานชาดกแต่ละเรื่องมักจะกล่าวถึงพระโพธิสัตว์ที่ได้ทำความดีมาตลอดหลายชาติ จนกระทั่งได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
นิทานชาดกแต่ละเรื่องล้วนมีคติสอนใจที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้ว นิทานชาดกจะสอนให้เราเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ และปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า นิทานชาดกที่โดดเด่นเรื่องคติสอนใจที่มักถูกนำมาพูดถึงก็คือเรื่อง 10 ชาติก่อนที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้า เช่น
การเล่านิทานชาดกให้ลูกฟัง ไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องยาวทั้งหมด เราสามารถเลือกส่วนที่สำคัญและน่าสนใจมาเล่าให้ลูกฟังได้ โดยอาจจะปรับเปลี่ยนภาษาให้เข้าใจง่ายขึ้น และเพิ่มเสียงสูงต่ำเพื่อให้เรื่องราวมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การใช้ภาพประกอบประกอบการเล่าเรื่อง ก็จะช่วยให้เด็กจดจำเรื่องราวได้ง่ายขึ้น สรุปง่าย ๆ ดังนี้
วิธีเล่านิทานชาดกให้สนุก
คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า เด็กจะมีพัฒนาการ IQ และ EQ ที่ก้าวล้ำตั้งแต่ยังเล็กได้นั้น นอกจากการฝึกฝน เลี้ยงดู และอบรมสั่งสอนแล้ว การใส่ใจกับโภชนาการตั้งแต่ลูกยังเล็ก โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีแรกของชีวิตนั้น ถือว่าเป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ลูกพร้อมเติบโตมาเป็นเด็กที่ทั้งฉลาดทางความคิดและฉลาดทางอารมณ์
โดยโภชนาการที่สำคัญที่ลูกน้อยควรได้รับก็คือนมแม่ เพราะในนมแม่มีสารอาหารอย่าง MFGM สุดยอดสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก
การเล่านิทานถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการ และสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก โดยเฉพาะนิทานชาดกที่มีความโดดเด่นในเรื่องการปลูกฝังคุณธรรม และคุณงามความดีให้กับลูกน้อย ที่นอกจากจะช่วยเรื่องของการเพิ่มคลังคำศัพท์ให้กับลูก ๆ แล้ว ยังเป็นการแต่งเติมจินตนาการให้กับเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี สำหรับนิทานชาดกที่อยากแนะนำเพื่อเพิ่มสายสัมพันธ์พ่อแม่ลูกให้ดียิ่งขึ้นก็คือ
เรื่องราวของพระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญานกแขกเต้าที่เมืองราชคฤห์ มีบริวารหลายร้อยตัว และมีพ่อแม่ที่แก่เฒ่าอยู่คู่หนึ่ง เมื่อพาบริวารออกหากินอิ่มแล้ว ก็จะคาบอาหารกลับมาให้พ่อแม่กินด้วยเป็นประจำ วันหนึ่งระหว่างที่พาบริวารลงมากินข้าวสาลีได้ถูกบ่วงที่ดักไว้ แต่พญานกแขกเต้าก็อดทนกับความเจ็บปวด รอให้บริวารกินอิ่มทั้งหมดก่อนจึงส่งสัญญาให้บินหนีไป
โกลิยพราหมณ์เจ้าของไร่ ได้สอบถามพญานกแขกเต้าด้วยความสงสัยว่า ทำไมถึงคาบข้าวสาลีไปมากมาย พญานกแขกเต้าจึงตอบว่าข้าวสาลีเหล่านั้นก็เพื่อนำไปให้พ่อแม่ และครอบครัว โกลิยพราหมณ์ได้ยินก็ชมเชยเรื่องความกตัญญูเลี้ยงดูพ่อแม่ ก่อนจะปล่อยพญานกแขกเต้านั้นกลับคืนป่าไป
เรื่องราวของสมบัติมหาภัย เกี่ยวกับโทษของการไม่รู้จักกาลเทศะ ของพราหมณ์คนหนึ่งที่มีมนต์วิเศษเสกทรัพย์สมบัติตกจากฟ้าได้เพียงปีละครั้ง ระหว่างเดินทางในป่ากับเหล่าลูกศิษย์ ได้พบกับเหล่าโจรจึงถูกจับตัวไว้
หัวหน้าโจรได้ปล่อยลูกศิษย์ให้ไปรวบรวมเงินมาไถ่ตัวอาจารย์ ก่อนไปหาเงินค่าไถ่ ลูกศิษย์ได้เตือนอาจารย์ว่าอย่าร่ายมนต์เป็นอันขาด เพราะจะเกิดอันตราย แต่อาจารย์ไม่เชื่อ จึงร่ายมนต์เพื่อหวังว่าเมื่อโจรได้สมบัติแล้วจะปล่อยตนเองไป
หลังได้สมบัติเหล่าโจรก็พาอาจารย์ออกเดินทางต่อเพราะอยู่กลางป่า จนไปเจอกับกลุ่มโจรอีกพวกหนึ่ง ก็ได้เจรจาเอาตัวอาจารย์พรามหณ์ไว้เพื่อให้ร่ายสมบัติให้ เมื่อได้รู้ว่า ตัวพราหมณ์ไม่สามารถร่ายมนต์ได้จนกว่าจะปีหน้าก็โกรธ จึงฆ่าพราหมณ์ตาย และตามไปแย่งสมบัติกับโจรอีกกลุ่มหนึ่ง จนกลายเป็นเหตุนองเลือดเพราะความไม่รู้กาลเทศะ และความโลภของคน
เรื่องของนกหัวดื้อ ทำให้เห็นโทษของการเป็นคนดื้อ ว่ายากสอนยาก ในป่าแห่งหนึ่งมีฝูงนกอาศัยด้วยความสงบสุขเรื่อยมา วันหนึ่งเกิดลมแรงกิ่งไม้เสียดสีกันจนเกิดควันขึ้นมา พญานกจ่าฝูงเห็นดังนั้นจึงบอกให้เหล่าบริวารเตรียมโยกย้าย
แต่มีนกอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ฟังคำเตือน มิหนำซ้ำยังเยาะเย้ยฝูงนกที่บินหนีไปก่อนว่าตื่นกลัวไปก่อน ยังคงเฝ้าอยู่ที่เดิม ต่อมาไม่นาน ได้เกิดลมพายุลูกใหญ่พัดเป็นเวลานาน กิ่งไม้ก็ยิ่งเสียดสีกันจนกลายเป็นไฟกองใหญ่ลุกโชนขึ้นมา มีควันปกคลุมทุกทิศทุกทาง กลุ่มนกที่ยังอยู่ก็พากันบินหนีด้วยความตกใจ แต่ก็หาทางออกไม่เจอ จนสุดท้ายทุกตัวก็ตายอยู่ในกองเพลิงนั่นเอง
เรื่องราวของนายนันทะกับบุตรเศรษฐี เกี่ยวกับความมานะถือตัวที่ส่งผลเสียแก่ตนเองและผู้อื่น จากการที่ นายนันทะ เป็นบริวารของเศรษฐีชราคนหนึ่ง ที่เพิ่งมีบุตรเมื่อยามชรา ด้วยความเห็นห่วง เศรษฐีจึงได้ให้นายนันทะนำสมบัติไปฝังเอาไว้ แล้วสั่งว่า เมื่อบุตรเศรษฐีเติบใหญ่จึงนำพามาขุดสมบัติขึ้นมาเพื่อทำประโยชน์ต่อไป หลังจากนั้นไม่นาน เศรษฐีก็เสียชีวิตลง
ต่อมา หลังจากบุตรเศรษฐีโตเป็นผู้ใหญ่ ได้ให้นายนันทะนำทางไปเพื่อนำสมบัติที่ฝังเอาไว้ขึ้นมาใช้ประโยชน์ เมื่อนายนันทะนำบุตรเศรษฐีไปถึงบริเวณที่ฝังสมบัติ ท่าทางที่เคยอ่อนโยนก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งด่าทอ กระทบกระเทียบ จนบุตรเศรษฐีต้องกลับบ้านมือเปล่าทั้ง 2 ครั้ง
หลังจากที่บุตรเศรษฐีได้นำเรื่องไปปรึกษาบัณฑิตเพื่อนเก่าของบิดาจนเข้าใจว่า นายนันทะสำคัญตัวว่า เป็นคนเดียวที่รู้จุดฝังสมบัติจึงได้แสดงอากัปกริยาแบบนั้นออกมา ครั้งหลังเมื่อนายนันทะแสดงท่าทางแบบเดิมอีก บุตรเศรษฐีจึงให้ขุดตรงจุดที่นายนันทะแสดงท่าทางแบบนั้น จนเจอสมบัติของเศรษฐีที่ทิ้งไว้ให้ในที่สุด
เรื่องราวของเจ้าพ่อต้นไทรว่าด้วยการฆ่าสัตว์แก้บน จากการที่พ่อค้ารายหนึ่งได้มาอธิษฐานต่อเทพยดาตรงต้นไทรหน้าบ้านตนให้เดินทางปลอดภัย และประสบโชคดีในการค้าขาย เมื่อกลับมาจะแก้บนอย่างมโหฬารเลยทีเดียว
จากนั้นไม่นาน พ่อค้าที่เดินทางด้วยความรอบครอบ ระมัดระวังในการใช้จ่าย จนได้ไปเจอลู่ทางทำกำไรจากการค้า จนประสบความสำเร็จกลับมา เขานึกถึงคุณเทพยดาที่ได้คุ้มครอง จึงได้ให้บริวาร ฆ่าสัตว์พร้อมนำอาหารคาวหวานมากมายมาถวายแก่ต้นไทรต้นนั้น
ไม่นาน รุกขเทวดาประจำต้นไทรก็ปรากฎกายขึ้น พร้อมให้ข้อคิดแก่พ่อค้าคนนั้นว่า คุณงามความดีความสำเร็จทั้งหมดล้วนเกิดจากการกระทำของตนเองมากกว่า เทพเทวาที่อยู่ประจำที่ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเลย พร้อมกันนั้น ยังได้แจกแจงถึงบาปกรรมของการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตให้พ่อค้าเป็นคติสอนใจอีกด้วย
เรื่องราวของการผูกมิตร และข้อดีของการมีมิตรแท้ ของมิตตคัณฐกะบุตรแห่งตระกูลเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง ณ เมืองสาวัตถี ได้ส่งเพื่อนไปเป็นเถ้าแก่สู่ขอหญิงสาวที่เป็นธิดาของตระกูลหนึ่งที่มีชื่อเสียงเช่นกัน หญิงสาวถามเถ้าแก่ของมิตตคัณฐกะว่า ตัวเขามีมิตรสหายที่จะสามารถไหว้วานช่วยการงานให้สำเร็จบ้างหรือไม่
เมื่อได้รู้ว่าไม่มี หญิงสาวจึงให้ มิตตคัณฐกะ ผูกมิตรสหายให้ได้ก่อนถึงจะยอมแต่งงานด้วย ตัวมิตตคัณฐกะได้ฟังดังนั้นก็ปฏิบัติตาม เขาได้ผูกมิตรกับผู้คนมากมาย และมีชื่อเสียงในด้านของการเป็นคนที่มีมิตรไมตรีเป็นที่ประจักษ์
เขาได้รับความช่วยเหลือจากกษัตริย์ของเมืองมอบบ้านเอาไว้ให้เป็นเรือนหอ บรรดามิตรสหายต่างก็สนับสนุนทรัพย์สมบัติไว้ใช้ในการแต่งงาน เมื่อมิตตคัณฐกะกับหญิงสาวได้แต่งงานกันแล้ว ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นก็ถูกแจกจ่ายออกไปทั่วเมืองกลายเป็นที่เลื่องลือ จึงนับว่าได้ผูกสัมพันธไมตรีสนิทกับมหาชนจนตลอดทั่วมหานคร
เรื่องของคุณค่าในพลังสามัคคี และโทษของการแตกสามัคคีจากเรื่องราวของนกกระจาบฝูงหนึ่งที่ใช้ชีวิตมาอย่างสงบสุขในป่า วันหนึ่งมีนายพรานเข้ามาล่านกกระจาบด้วยวิธีการเลียนเสียงหลอกให้บินลงมารวมกลุ่มก่อนจะถูกจับไป
พญานกกระจาบหัวหน้าฝูงจึงหารือวิธีรับมือว่า หากถูกแห่ทอดใส่ให้นกทุกตัวบินขึ้นพร้อมกัน ก็จะสามารถยกแหขึ้น จนทำให้หลุดรอดจากการถูกจับไปได้ทุกครั้งในระยะหลัง
วันหนึ่งในนกกระจาบเกิดทะเลาะกันเองในฝูง ทำให้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และพรรคพวก ประจวบเหมาะกับจังหวะที่นายพรานกลับมาซุ่มจับนกกระจาบอีกครั้ง เมื่อไม่มีความสามัคคี ครั้งที่นายพรานหว่านแหจับนก จึงทำให้นายพรานสามารถจับฝูงนกที่เหลือกลับไปอย่างง่ายดาย
เรื่องเกี่ยวกับมนต์วิเศษ และผลของความขยันหมั่นเพียรของ พระจูฬปันถกเถระ เมื่อแรกบวชเป็นคนมีปัญญาทึบมาก ไม่สามารถท่องมนต์หรือเข้าใจอะไรได้เลย จึงทำให้ถูกพระพี่ชายขับไล่ออกจากสำนัก
เมื่อพระพุทธเจ้าทราบความจึงได้ให้ประทานผ้าเช็ดพระบาทสีขาวบริสุทธิ์ให้ไปลูบ จนในที่สุดท่านพิจารณาเห็นว่าผ้าขาวเมื่อถูกลูบมีสีคล้ำลง จึงนำมาเปรียบกับชีวิตของคนเราที่ไม่มีความยั่งยืน พระจูฬปันถกเถระจึงได้เจริญวิปัสสนาและบรรลุเป็นพระอรหันต์เพราะสิ่งที่พบจากการลูบผ้าขาวนั่นเอง
เมื่อบรรลุพระอรหันต์ ได้ปฏิสัมภิทาญาณชำนาญในการใช้มโนมยิทธิ หรือ ญาณที่ทำให้เกิดฤทธิ์สำเร็จด้วยใจ จึงได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็นผู้เป็นเอตทัคคะในด้านชำนาญในมโนมยิทธิ
พระจูฬปันถก เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ปัญญาในการตรัสรู้ไม่เกี่ยวกับปัญญาในการจำเรียนรู้ทั่วไป (สัญญา) ปัญญาในการตรัสรู้คือ ภาวนามยปัญญา ที่เกิดจากใช้ปัญญาภายในพิจารณารู้เห็นตามความเป็นจริงของโลกได้ด้วยตนเอง การท่องจำหรือเรียนหนังสือไม่เก่งจึงไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้ธรรม
เรื่องของเจ้าชายผู้ทรงเทวธรรม และเป็นผู้มีหิริโอตตัปปะ ครั้งหนึ่งมีเจ้าชายชื่อ มหิสสาสกุมาร และจันทกุมาร ที่พระมารดาสิ้นบุญไปก่อนทั้งสองจึงใช้ชีวิตในเมืองกับพระราชา
ต่อมาพระราชามีมเหสีองค์ใหม่ และได้ให้กำเนิดพระโอรสอีกองค์ คือ สุริยกุมาร และเป็นที่โปรดปรานของพระราชาถึงขนาดเคยเอ่ยปากว่าจะทำตามคำขอทุกอย่าง มเหสีได้ยินดังนั้น เมื่อโอรสเจริญวัยที่เหมาะสม ก็ทูลขอราชบัลลังก์
พระราชาได้ยินดังนั้นก็ตกใจ พยายามพูดคุยเรื่องความเหมาะสม แต่พระเมหสีก็ยืนยันความต้องการเดิม ทำให้ราชโอรสทั้งสอง รวมทั้งสุริยกุมารที่ไม่เห็นด้วยกับแม่ตน ออกเดินทางไปหาพระอาจารย์ในป่าเพื่อฝึกบำเพ็ญตน
วันหนึ่งระหว่างฝึกบำเพ็ญตน สุริยกุมารได้มาที่หนองน้ำที่มีผีเสื้อน้ำอาศัยอยู่เพื่อสำนึกบาปด้วยเทวธรรมแต่ไม่เข้าใจ จึงจับมาซักถามว่ารู้จักหรือไม่ เมื่อตอบไม่ได้ก็ถูกจับไว้ เมื่อจันทกุมารมาตามหา ก็ถูกถามเหมือนกัน จันทกุมารตอบไม่ได้ก็ถูกจับไว้เช่นเดียวกัน
จนกระทั่ง มหิสสาสกุมาร มาตามหา และได้อธิบายว่า เทวธรรม คือ หิริโอตัปปะ หรือ ความละอาย และเกรงกลัวต่อบาป พร้อมกับสนทนาธรรมกับผีเสื้อน้ำจนทำให้ผีเสื้อน้ำเกิดความเลื่อมใส จึงได้ติดตามสามกุมารกลับพระนคร ถือศีลบำเพ็ญธรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เมื่อมหิสสาสกุมารขึ้นครองราชสมบัติแล้ว ก็มอบตำแหน่งมหาอุปราชให้แก่จันทกุมาร และแต่งตั้งสุริยกุมารเป็นเสนาบดี ปกครองบ้านเมืองด้วยความสงบสุขสืบมา
เรื่องของ สามสหาย ช้าง ลิง นกกระทา พูดถึงความเคารพอ่อนน้อมถ่อมตนที่อาศัยอยู่ที่ต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง โดยทั้งสาม ทีแรกก็ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงซึ่งกันและกัน ทำให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างไม่เป็นสุข
ต่อมาสัตว์ทั้งสามนั้นก็คิดได้ว่า การที่เราทั้งหลายเป็นอยู่กันอย่างนี้ไม่ดีเลย เรามาอยู่กันด้วยความเคารพยำเกรงกันดีกว่า ก็เลยมาประชุมแล้วคุยกันกันว่าใครเกิดก่อนกัน เราจะได้เคารพกันตามลำดับอายุ แต่แล้วแต่ละตัวก็จำอายุของตัวเองไม่ได้
ครั้งเหลือบไปเห็นต้นไทร นกกระทาก็คิดได้และบอกกับช้างและลิงว่า ใช้ต้นไทรตัดสินด้วยการเล่าเรื่องต้นไทรว่า รู้จักต้นไทรนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ช้างเล่าว่า เห็นต้นไทรนี้ตั้งแต่ยังเป็นพุ่มไม้เล็ก ๆ ส่วนลิงเล่าว่า ตอนเป็นลูกลิงตัวเล็ก ๆ นั่งอยู่บนดินก็สามารถกินหน่อของต้นไทรนี้ได้ ขณะที่นกกระทาเล่าว่า ไปกินผลไทรใหญ่ฟากโน้นแล้วมาถ่ายตรงนี้ หลังจากนั้น ก็มีต้นไทรต้นนี้งอกขึ้นมา
เมื่อทั้งสามสรุปได้ว่า นกกระทาเกิดก่อน ลิงเกิดรองลงมา และช้างเกิดทีหลังสุด ตั้งแต่นั้นมา สัตว์ทั้งสามก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
นิทานชาดกถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ และเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะการหาหนังสือภาพประกอบจะช่วยให้เด็กจดจำเรื่องราวได้ง่ายขึ้น หรือเปลี่ยนรูปแบบการเล่าให้เป็นเกม หรือรูปวาดก็สามารถช่วยให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการ และสายสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ด้วยเช่นกัน
บทความแนะนำเพื่อเสริมการเรียนรู้ของลูกน้อย
Enfa สรุปให้ หากอากาศร้อนอบอ้าว เราสามารถเปิดพัดลมให้ทารกได้ไหม? สามารถทำได้ การเปิดพัดลมให้ทารก...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ปัญหาลูก 1 เดือน ไม่ยอมนอนกลางวัน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความหิว ความอ่อนล้า การ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ทารกตื่นแล้วร้องไห้ เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความหิว ผ้าอ้อมเปียก การเจ็บป่...
อ่านต่อ