Enfa สรุปให้
- ปัญหาลูก 1 เดือน ไม่ยอมนอนกลางวัน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความหิว ความอ่อนล้า การเจ็บป่วย ผ้าอ้อมเต็ม หรืออาจเกิดจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวเกินไปจนทำให้ลูกนอนไม่หลับ
- บางครั้งอาจพบว่าลูกง่วง แต่ไม่ยอมนอนกลางวัน อาการแบบนี้เป็นเพราะลูกเหนื่อยล้าเกินไป อาจเกิดจากการนอนไม่พอในตอนกลางคืน หรือเล่นของเล่นนานเกินไปจนเลยเวลานอน ทำให้หงุดหงิดและงอแง
-
หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูก 2 เดือน ไม่ยอมนอนกลางวัน ควรตรวจเช็กสาเหตุที่เป็นไปได้และแก้ไขให้ตรงจุด เช่น ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อมเต็ม อุ้มปลอบ เช็ดตัว เพื่อช่วยให้ลูกรู้สึกสบายตัว
ลูกหลับง่าย กินปุ๊บ หลับปั๊บ ไม่ต้องกล่อมนาน พาเข้านอนก็นอนได้ทีละนาน ๆ เป็นหนึ่งในความปรารถนาของคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน แต่...ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีแบบนั้นน่ะสิคะ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านต้องเผชิญปัญหา ลูกง่วง แต่ไม่ยอมนอนกลางวัน กล่อมเท่าไหร่ลูกน้อยก็ไม่ยอมนอน บทความวันนี้จาก Enfa มีสาระน่าเกี่ยวกับการรับมือเมื่อทารกไม่ยอมนอนมาฝากค่ะ มาดูกันว่าถ้าลูก 1 เดือน ไม่ยอมนอนกลางวัน ลูก 2 เดือน ไม่ยอมนอนกลางวัน คุณพ่อคุณแม่จะรับมืออย่างไรได้บ้าง

การนอนกลางวัน กับพัฒนาการของลูกน้อย
การนอนของทารก ถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญเพื่อสร้างเสริมการเจริญเติบโตที่สมวัย การนอนกลางวันอย่างเพียงพอในทุกวัน มีประโยชน์ต่อลูกน้อยหลายอย่าง ดังนี้
- หากลูกได้นอนกลางวัน จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า ช่วยให้ลูกอารมณ์ดี ไม่งอแง
- เด็กที่นอนกลางวันอย่างเพียงพอ จะมีสมาธิที่ดีกว่า และหงุดหงิดน้อยกว่าเด็กที่ไม่นอนกลางวัน
- มีผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการนอนกลางวันอย่างเพียงพอ มีส่วนช่วยกระตุ้นการมองเห็นในทารกได้
- การนอนกลางวัน ช่วยให้สมองได้ฟื้นฟูตัวเอง มีส่วนช่วยกระตุ้นทักษะสมอง ทำให้ลูกมีความจำดี
- การนอนกลางวัน จะช่วยให้ลูกเข้านอนตอนกลางคืนง่ายขึ้น เพราะระบบร่างกายมีความสมดุลความเชื่อที่ว่าถ้าลูกไม่นอนกลางวัน จะเข้านอนตอนกลางคืนง่ายกว่านั้นไม่จริงเสมอไป เพราะสำหรับทารก ยิ่งเหนื่อยมาก ยิ่งงอแงมาก ไม่ใช่เหนื่อยแล้วจะง่วงนอน กรณีดังกล่าวจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็ต่อเมื่อลูกมีอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป
ทารกไม่ยอมนอนกลางวัน เพราะอะไร
ปัญหาลูกไม่นอนกลางวันเป็นเรื่องกวนใจคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
-
ลูกหิว คุณแม่อาจป้อนนมไม่เพียงพอ หรือได้กินอาหารตามวัยน้อยเกินไป เมื่อท้องหิว ก็ทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายตัวจนไม่สามารถข่มตาหลับได้
-
ลูกยังไม่เหนื่อย ซึ่งอาจเป็นเพราะนอนกลางคืนนานกว่าปกติ และตื่นสาย ทำให้ลูกน้อยไม่ได้เล่นหรือทำกิจกรรมตามวัย ร่างกายจึงไม่รู้สึกอ่อนเพลียมากพอที่จะรู้สึกง่วงนอน
-
ลูกเหนื่อยเกินไป สำหรับผู้ใหญ่ยิ่งเหนื่อยยิ่งง่วง แต่สำหรับเด็กเล็ก ความอ่อนล้าที่มากเกินไป ยิ่งทำให้ลูกน้อยงอแงและไม่อยากนอน ดังนั้น หากลูกเริ่มหาวแล้ว ให้รีบพาเข้านอนทันที ดีกว่าปล่อยให้ลูกเล่นจนเหนื่อยเกินไป
-
สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการนอน เช่น แสงสว่างมากเกินไป อากาศร้อนเกินไป เสียงรบกวนดังเกินไป
-
มีอาการไม่สบายตัว เช่น ผ้าอ้อมเต็ม ไข้ขึ้น ผื่นขึ้น ฟันขึ้น ความไม่สบายเนื้อ ไม่สบายตัว ส่งผลให้ลูกหงุดหงิดและรำคาญจนนอนไม่หลับ
-
คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยกิจวัตรบางอย่างจนลูกคุ้นชิน เช่น ชอบอุ้มพาดบ่าก่อนพานอนเปล หรือชอบร้องเพลงให้ฟังก่อนพานอนกลางวัน หากวันใดคุณพ่อคุณแม่ไม่ทำตามกิจวัตรเดิม ลูกน้อยก็จะไม่สามารถนอนหลับด้วยวิธีอื่นได้ เพราะเขาเคยชินกับวิธีที่พ่อกับแม่เคยกล่อมเขานอนไปแล้ว
ลูกง่วง แต่ไม่ยอมนอนกลางวัน
ลูกง่วงแต่ไม่ยอมนอนกลางวัน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงสำหรับเด็กเล็ก และพบได้ทั่วไป ซึ่งเป็นผลมาจากลูกเหนื่อยเกินไป อ่อนเพลียมาก เมื่อเหนื่อยมาก ก็มีอาการกระสับกระส่าย ร้องไห้ หงุดหงิด งอแงมากเกินกว่าที่จะสามารถนอนหลับได้
ซึ่งหากลองพิจารณาดูดี ๆ แล้ว อาการเหนื่อยเกินไปของลูกน้อย หากไม่ได้เกิดจากการเล่นหรือทำกิจกรรมนานเกินไป ก็มักจะเกิดขึ้นเพาะทารกนอนตอนกลางคืนไม่เพียงพอ ทำให้ลูกเหนื่อยล้ามากเกินไปในตอนกลางวัน จนไม่สามารถผ่อนคลายและนอนหลับง่ายได้ตามปกติ
ซึ่งวิธีแก้ปัญหานี้ทำได้ง่ายมาก หากสาเหตุเกิดจากลูกนอนดึก นอนไม่พอ ก็ปรับตารางเวลาใหม่ พาลูกเข้านอนแต่หัววัน เพื่อให้ลูกพักผ่อนได้เพียงพอ
ส่วนตอนกลางวัน เวลาที่เล่นของเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกัน หากสังเกตว่าลูกเริ่มจะง่วงแล้ว เช่น ขยี้ตา หาว เริ่มมองไปทางอื่น เริ่มงอแงมากขึ้น นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าลูกน้อยง่วงแล้ว ให้หยุดทุกอย่างทันที แล้วพาลูกเข้านอนได้เลยค่ะ ไม่ต้องฝืนเล่นกับลูก เพราะจะยิ่งทำให้เขาหลับยากขึ้น และไม่ยอมนอน
ลูกไม่ยอมนอนกลางวัน ส่งผลอย่างไรบ้าง
ทารกไม่นอนกลางวัน สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายและพัฒนาการของลูก ดังนี้
- ลูกพักผ่อนไม่เพียงพอ เสี่ยงทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่สมดุล อาจทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ส่งผลให้เจ็บป่วยง่าย
- ลูกน้อยจะเครียด หรือหงุดหงิดมากขึ้น และทำให้เข้านอนตอนกลางคืนยากกว่าเดิม
- ลูกน้อยอาจสมาธิสั้น ไม่สามารถจดจ่อกับอะไรได้นาน ๆ เนื่องจากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ สมองไม่ได้พักและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม
- อาจทำให้กิจวัตรประจำวันของลูกผิดเพี้ยนไป และจะต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้นกว่าจะปรับเปลี่ยนตารางการนอนของลูกให้เป็นปกติได้
- คุณพ่อคุณแม่อ่อนเพลียและเครียดมากขึ้น เพราะหากลูกไม่ยอมนอนกลางวัน ก็หมายความว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องพักผ่อนน้อยตามลูกไปด้วย
เด็กไม่ยอมนอนกลางวัน รับมืออย่างไรดี
คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับปัญหาเด็กไม่ยอมนอนกลางวันได้หลายวิธี ดังนี้
- พยายามทำทุกอย่างให้เป็นกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอ พาลูกเข้านอนตามตารางนอนทารกในเวลาเดิมทุกวัน กินอาหาร อาบน้ำ และเล่นของเล่นให้ตรงเวลา ร่างกายของลูกจะเริ่มจดจำกิจวัตรประจำวันเหล่านี้ได้โดยธรรมชาติ
- หากสังเกตเห็นสัญญาณง่วงนอนของลูกเมื่อไหร่ ให้หยุดกิจกรรมทุกอย่างและพาลูกนอนกลางวันทันที การละเลยสัญญาณเหล่านี้จะทำให้ลูกเหนื่อยเกินไป และพาเข้านอนยากขึ้น
- ปรับบรรยากาศของห้องนอนให้น่านอน แม้เป็นตอนกลางวันแต่แสงสว่างไม่ควรมากเกินไป ต้องไม่มีเสียงรบกวน และอากาศต้องเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป
- หมั่นสังเกตอยู่เสมอว่าวิธีไหนบ้างที่ทำแล้วช่วยให้ลูกหลับง่าย เช่น เขาชอบฟังเสียงเพลงหรือเสียงไดร์เป่าผมก่อนนอน เขาชอบเล่นตุ๊กตาก่อนนอน เขาชอบให้ไกวเปลตอนนอน
- ดูแลให้ลูกนอนหลับตอนกลางคืนให้เพียงพอ เพราะถ้าตารางการนอนตอนกลางคืนเพี้ยนไป ก็จะกระทบกับการนอนหลับในตอนกลางวันด้วย
- ควรพาลูกเล่นของเล่นหรือทำกิจกรรมในช่วงเช้าให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ลูกได้ออกแรงและรู้สึกเหนื่อย ช่วยให้ลูกนอนกลางวันได้ง่ายขึ้น
เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า
การนอนหลับพักผ่อนที่ดีจะช่วยให้สมองของลูกได้พักและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม เมื่อสมองได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ลูกก็จะกระปรี้กระเปร่า อารมณ์ดี และมีสมาธิดีขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ส่งเสริมทักษะที่สำคัญ และเสริมสร้างทักษะ EF ของลูกน้อยให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
นอกจากการนอนที่ดีแล้ว การเลือกโภชนาการที่ดี ก็เป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสมองที่ดีด้วยเช่นกัน คุณแม่ควรดูแลให้ทารกได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนแรกของชีวิต เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารสำคัญอย่าง MFGM สุดยอดสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย