นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ลูกเขียนหนังสือไม่ได้ ผิดปกติไหม แก้ปัญหาลูกไม่ยอมเขียนหนังสือยังไงดี

Enfa สรุปให้

  • การแก้ปัญหาลูกไม่ยอมเขียนหนังสือ ควรเริ่มจากการสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเขียนก่อน เช่น ชวนลูกวาดรูปบ่อย ๆ ชวนเล่นเกมขีดเขียนด้วยกันเป็นประจำ เพื่อทำให้ลูกรู้สึกสนุกกับการเขียน
  • ลูกไม่ชอบเขียนหนังสือ ทำอย่างไรก็ไม่ยอมเขียนหนังสือ อาจเกิดจากพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กไม่แข็งแรง ทำให้ลูกจับดินสอได้ไม่ดี และเขียนไม่ดี บ่อยเข้าจึงไม่ชอบเขียนหนังสือไปเลย
  • ลูกเขียนหนังสือไม่ได้ ในบางกรณีอาจมีสาเหตุมาจากความบกพร่องทางพัฒนาการ เช่น สมาธิสั้น โรค LD (Learning Disabilities) และภาวะเขียนบกพร่อง (Dysgraphia)

เลือกอ่านตามหัวข้อ


เมื่อลูกถึงวัยเข้าเรียนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของทักษะด้านการเรียนรู้ของลูกมากขึ้น ลูกสามารถที่จะอ่านอออก เขียนได้ แต่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจพบว่า ลูกเขียนหนังสือไม่ได้ หรือ ลูกไม่ชอบเขียนหนังสือเลย ทำให้เกิดความกังวลกลัวว่าลูกจะมีความผิดปกติทางด้านพัฒนาการ แต่สาเหตุที่ทำให้ลูกเขียนหนังสือไม่ได้คืออะไร และจะมีวิธีแก้ปัญหาลูกไม่ยอมเขียนหนังสือได้อย่างไรบ้าง บทความนี้จาก Enfa มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับปัญหาลูกเขียนหนังสือไม่ได้มาฝากค่ะ

 

 

ลูกเริ่มเขียนหนังสือได้ตอนกี่ขวบ

เด็กแต่ละคนเริ่มเขียนหนังสือได้แตกต่างกันไป บางคนเริ่มเขียนหนังสือได้เร็ว แต่บางคนอาจจะเริ่มได้ช้าหน่อย เพราะพัฒนาการของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วเด็กอายุ 4-5 ขวบขึ้นไป สามารถที่จะเริ่มเรียนรู้การเขียนหนังสือและรู้จักตัวอักษรหรือการผสมคำต่าง ๆ มากขึ้น

 

ลูกเขียนหนังสือไม่ได้ เพราะอะไร

คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มกังวลใจเมื่อพบว่าลูกเขียนหนังสือช้า หรือลูกเขียนหนังสือไม่ได้ แม้ว่าจะถึงวัยที่ควรจะต้องเริ่มเขียนตัวพยัญชนะได้ดีขึ้นแล้วก็ตาม

ซึ่งปัญหาลูกเขียนหนังสือไม่ได้ เกิดได้จากหลายปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนี้

 

  • กล้ามเนื้อมือไม่แข็งแรงตามวัย

ลูกมีพัฒนาการกล้ามเนื้อมือที่ไม่แข็งแรง จับดินสอได้ไม่ดี จึงเป็นอุปสรรคต่อการเขียนหนังสือ ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อมือของลูกอ่อนแอ ก็มักเป็นผลมาจากคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้กระตุ้นทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างเพียงพอนั่นเอง

 

  • ลูกอาจเป็น โรค LD (Learning Disabilities)

โรค LD เป็นโรคที่เกี่ยวกับความบกพร่องทางการเรียนรู้ในเด็ก ส่งผลให้เด็กอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ หรือเขียนแล้วลายมือแปลก ๆ จนอ่านไม่ออก

 

  • ภาวะเขียนบกพร่อง (Dysgraphia)

เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับภาวะการเขียนบกพร่อง ทำให้ลูกน้อยเขียนตัวพยัญชนะผิด ๆ ถูก ๆ สะกดคำผิด และไม่สามารถจะเรียบเรียงเรื่องราวเขียนลงบนกระดาษได้อย่างเหมาะสม

 

  • การเรียนการสอนไม่เหมาะสม

จริง ๆ แล้วลูกเขียนได้ แต่กลวิธีที่ใช้สอนลูกนั้นอาจไม่เหมาะสม เช่น สอนลูกเขียนหนังสือตั้งแต่อายุก่อน 4-6 ขวบ ซึ่งยังไม่ใช่วัยที่เด็กจะเขียนตัวหนังสือได้ดี หรือบางคนก็กดดันลูกมาก จนทำให้ลูกเกิดความเครียดสะสม จึงไม่ยอมเขียนหนังสือ

 

  • สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย

เด็กบางคนเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เข้าไม่ถึงทรัพยากรที่เพียงพอ อาจทำให้ไม่ได้เข้าเรียน ไม่มีโอกาสทางการศึกษา ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการอ่านออกเขียนได้ของเด็กเช่นกัน

 

วิธีแก้เด็กเขียนหนังสือไม่ได้

วิธีแก้ปัญหาเด็กเขียนหนังสือไม่ได้ จำเป็นต้องอาศัยหลายกลยุทธ์ควบคู่กัน และต้องได้รับความร่วมมือจากคุณพ่อคุณแม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้ลูกพัฒนาทักษะการเขียนได้ดียิ่งขึ้น

โดยสามารถนำวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้มาปรับใช้ได้ค่ะ

  • เมื่ออ่านนิทานด้วยกัน ให้ชี้ไปที่คำต่างๆ ขณะที่อ่าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกเรียนรู้และจดจำตัวพยัญชนะและคำศัพท์ต่าง ๆ กระตุ้นให้ลูกจดจำและนำไปเขียน
  • เวลาไปข้างนอกชวนลูกมองและสังเกตป้ายต่าง ๆ แล้วกระตุ้นให้ลูกจดจำตัวพยัญชนะที่เห็น เช่น ดูป้ายนั้นสิคะ เหมือนตัวที่แม่สอนให้เขียนเมื่อวานนี้เลยจำได้ไหมคะ
  • อาจเริ่มสอนจากการเขียนชื่อตัวเองก่อน ช่วยให้ลูกเริ่มจดจำชื่อของตัวเองได้ และยังเป็นความภาคภูมิใจเล็ก ๆ ของลูกที่เขาสามารถเขียนชื่อของตัวเองได้ถูกต้อง
  • ชวนลูกทำกิจกรรมวาดเขียนบ่อย ๆ ไม่จำเป็นต้องเขียนหนังสือก็ได้ แต่พยายามให้ลูกสนุกกับการจับดินสอหรือดินสอสีแล้วละเลงจินตนาการอย่างเต็มที่เพื่อปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการวาดเขียนและช่วยกระตุ้นกลามเนื้อมัดเล็กของลูกให้แข็งแรงด้วย
  • ชวนลูกทำกิจกรรมเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กบ่อย ๆ เช่น ปั้นดินน้ำมัน ต่อตัวต่อ ต่อจิ๊กซอว์ ปั้นแป้งโดว์ เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อนิ้วมือแข็งแรง และเสริมสร้างการทำงานประสานกันของตาและสมอง
  • ให้ลูกได้เลือกเครื่องเขียนดีไซน์ที่เขาชอบ แม้จะเล็กน้อย แต่อุปกรณ์เครื่องเขียนที่น่ารักถูกใจเด็ก ๆ มีส่วนกระตุ้นความสุขและความมั่นใจ ทำให้เด็กอยากจะขีดเขียนมากขึ้น
  • ให้กำลังใจและชื่นชมเสมอเวลาที่ลูกเขียนได้ แม้ว่าจะยังผิด ๆ ถูก ๆ หรือเขียนตัวหนังสือโย้เย้ไปมา แต่การสร้างความมั่นใจให้กับลูกจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเขียนของลูก

 

ลูกไม่ชอบเขียนหนังสือ

ปัญหาลูกไม่ชอบเขียนหนังสือ หากไม่ได้เกิดจากความบกพร่องทางกายภาพ เช่น กล้ามเนื้อมัดเล็กยังไม่แข็งแรง ก็อาจมีสาเหตุจากปัจจัยอื่น ๆ ได้ เช่น ภาวะสมาธิสั้น (ADHD) ปัญหาการเรียนรู้ (LD) หรือภาวะบกพร่องด้านการเขียน (Dysgraphia) ทำให้เด็กเขียนผิด ๆ ถูก ๆ เรียบเรียงตัวอักษรในคำได้ไม่ดี และไม่ชอบเขียนหนังสือ

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี สาเหตุอาจมาจากปัจจัยทางอารมณ์ เช่น เด็กไม่เคยได้รับความสนใจเมื่อพยายามนำผลงานเขียนมาให้คุณพ่อคุณแม่ดู หรือเคยถูกคุณพ่อคุณแม่ตำหนิเรื่องลายมือและความถูกต้องบ่อย ๆ จนเกิดความกดดันสะสม เมื่อเวลาผ่านไป เด็กอาจรู้สึกไม่มั่นใจและกลายเป็นเด็กที่ไม่ชอบเขียนไปในที่สุดค่ะ

 

แก้ปัญหาลูกไม่ยอมเขียนหนังสือ

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีปัญหาไม่ยอมเขียนหนังสือ อาจเริ่มจากการพาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการเด็กเพื่อตรวจวินิจฉัยพัฒนาการของลูกดูก่อน หากลูกมีความบกพร่องด้านพัฒนาการจริง จะได้รับมือและปรับวิธีการเลี้ยงลูกให้เหมาะสม

พร้อมกันนั้นก็จะต้องเริ่มสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเขียนมากขึ้นให้กับลูก เช่น วาดรูปด้วยกันบ่อย ๆ ชวนลูกเล่นเกมเขียนตามคำบอกด้วยกัน หมั่นชื่นชมและให้รางวัลเมื่อลูกเขียนได้ดี สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยสร้างพลังบวกและความมั่นใจให้ลูกได้

 

คำแนะนำคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกน้อยวัยเรียนหัดเขียนหนังสือ

คุณพ่อคุณแม่คือบุคคลสำคัญด่านแรกที่มีบทบาทในการส่งเสริมและกระตุ้นทักษะการเขียนของลูกให้พัฒนาได้อย่างเหมาะสมตามวัย โดยสามารถสนับสนุนและเสริมสร้างทักษะเหล่านี้ได้ผ่านแนวทางต่อไปนี้ค่ะ

 

  • พาลูกทำกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็กบ่อย ๆ

เช่น ปั้นดินน้ำมัน ปั้นแป้งโดว์ เล่นตัวต่อ เล่นจิ๊กซอว์ เล่นลูกบอล เล่นเกมกด เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อมือของลูกแข็งแรง เป็นพื้นฐานสำคัญสำกรับการฝึกหัดเขียนที่ดี

 

  • ชมลูกบ่อย ๆ

เด็กวัยเรียน วัยหัดเขียน ชอบที่จะได้รับคำชม หยุดมายาคติเดิม ๆ ว่าถ้าชมบ่อยลูกจะเหลิง การไม่ชมลูกทั้งต่อหน้าและลับหลัง มีแต่จะทำให้ลูกขาดความมั่นใจและเกิดปมในใจ หากลูกเขียนอะไรได้ วาดอะไรได้ ควรชมและให้รางวัลเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเขียน

 

  • ไม่ต้องกดดันลูก

เด็กก็คือเด็ก ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนฝึกให้ลูกเขียนตัวตรงเป๊ะ ถูกต้องทุกคำ ค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ ให้ลูกเรียนรู้ไปตามวัยของเขาดีที่สุด การกดดันโดยไม่จำเป็นนอกจากจะไม่ช่วยให้ลูกเขียนได้ดีขึ้นแล้ว ยังจะทำให้ลูกมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเขียน หรือมีปมในใจกับพ่อแม่

 

  • ไม่เปรียบเทียบ

เลิกเปรียบเทียบลูกตนเองกับลูกคนอื่น เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือลูกควรได้เรียน เล่น หัดเขียน หัดอ่านอย่างมีความสุข

 

เลือกเอนฟาโกรสูตรที่ใช่ แบรนด์เดียวที่เสริม MFGM

เด็กควรได้รับโภชนาการที่ดีและหลากหลาย เพื่อเสริมสร้างทักษะสมอง และกระตุ้นการเจริญเติบโตให้สมวัย เอนฟาโกร เอพลัส มายด์โปร สูตรเฉพาะที่มี MFGM, DHA, 2’-FL และวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

 


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่