
Enfa สรุปให้
คนท้องเป็นหวัดส่วนใหญ่ไม่อันตรายและมักหายเองใน 7–10 วัน เน้นพักผ่อน ดื่มน้ำ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ หากมีไข้สูง หายใจลำบาก อาการนานเกิน 10 วัน หรือมีเลือดออก ควรพบแพทย์
คนท้องเป็นหวัดกินยาอะไรได้บ้าง ปกติแล้วใช้พาราเซตามอลเพื่อลดไข้แก้ปวดได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงยารวมแก้หวัดหลายอาการ NSAIDs และยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
แม่ท้องเป็นหวัดคัดจมูก ดูแลได้โดยล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ยกหมอนสูง เพิ่มความชื้นในห้อง เลี่ยงควัน/ฝุ่น และควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำแพทย์

เลือกอ่านตามหัวข้อ
คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนอาจพบว่าในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายเหมือนถูกโจมตีด้วยอาการหวัด เช่น คัดจมูก จามบ่อย หรือเจ็บคอ ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น บางคนอาจรู้สึกว่าคนท้องไม่สบายง่ายกว่าปกติ เพราะภูมิคุ้มกันลดลง จึงติดเชื้อไวรัสได้ง่ายขึ้น
หลายคนกังวลว่าอาการคนท้องเป็นหวัดจะส่งผลต่อเด็กในครรภ์หรือไม่ และคนท้องเป็นหวัดกินยาอะไรได้บ้าง หากแม่ท้องเป็นหวัดคัดจมูกควรปฏิบัติตัวอย่างไร ในบทความนี้ Enfa จะพาไปหาคำตอบกันค่ะ
ก่อนการตั้งครรภ์การเป็นหวัดอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนท้องเป็นหวัดอาจต่างออกไป เพราะพอเราตั้งครรภ์เมื่อไหร่ทีนี้จะรู้สึกอึดอัดกับอาการที่เป็นมาก กินยาอะไร ก็ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัย University of Michigan Health System และสูตินรีแพทย์ส่วนใหญ่จึงบอกว่าช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงยาทุกชนิดมากที่สุดก็คือการตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์แรก เป็นเวลาแห่งการพัฒนาอวัยวะภายในที่สำคัญ รวมถึงช่วงไตรมาสสุดท้าย หลังสัปดาห์ที่ 28 เป็นต้นไป
ถ้าคนท้องเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่ได้มีไข้สูงและไม่ได้เป็นนาน 10-14 วัน คุณแม่อาจจะเริ่มดูแล ตัวเองง่าย ๆ ดังนี้
ส่วนใครที่อยากหาวิตามินเสริมอย่างวิตามินซีหรือมียาตัวไหนที่ปลอดภัย แนะนำว่าลองปรึกษาคุณหมอที่คุณแม่ฝากครรภ์โดยตรงเลยมั่นใจได้มากที่สุดค่ะ
คนท้องเป็นหวัดไม่อันตรายต่อทารกโดยตรง โดยแม่ท้องเป็นหวัดมักมีอาการทั่วไป เช่น ไอ คัดจมูก จาม เจ็บคอ น้ำมูกใส อ่อนเพลีย อาการเหล่านี้ไม่ถือว่าอันตรายต่อคนท้องและลูกในท้อง และส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ร่างกายสามารถหายได้เองในไม่กี่วัน
อย่างไรก็ตาม หากแม่ท้องเป็นหวัดมีไข้สูง อ่อนแรงมาก หรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่ถูกปรับให้ทำงานเบาลงเพื่อรองรับทารก จึงมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น หลอดลมหรือปอดอักเสบได้มากขึ้น แม้อาการหวัดทั่วไปจะไม่อันตราย แต่ควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดเช่นกันค่ะ
แม่ท้องเป็นหวัดคัดจมูกเป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายมีภาวะที่เรียกว่า Pregnancy rhinitis หรือคัดจมูกจากการตั้งครรภ์ ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบไหลเวียนเลือด โดยไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัส
ลักษณะสำคัญ คือ คัดจมูกเรื้อรังโดยไม่มีไข้ ไม่มีน้ำมูกขุ่น โดยอาการคนท้องเป็นหวัดหายใจไม่ออกมักเกิดในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือ 3 ของการตั้งครรภ์ และมักหายภายในสองสัปดาห์หลังคลอด โดยสามารถดูแลอาการได้ ดังนี้
เมื่ออาการหวัดเริ่มทุเลาลง มักจะตามมาด้วยอาการไอหรือมีเสมหะ หากคนท้องเป็นหวัดลงคอหรือมีอาการไอเรื้อรัง อาจทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บปวดบริเวณหน้าท้องได้จากการเกร็งกล้ามเนื้อ วิธีบรรเทาอาการไอของคนท้องเจ็บคอเป็นหวัด ได้แก่ การจิบน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งและมะนาว (หากไม่มีภาวะเบาหวาน) การกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ หรือการดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้ชุ่มคอและลดการระคายเคืองได้ เพราะเมื่อคนท้องไอบ่อย อาจเป็นสัญญาณว่าอาการหวัดยังไม่หายขาด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางบรรเทาที่ปลอดภัย
อาการจามเป็นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายใช้ขับสิ่งระคายเคืองออกจากทางเดินหายใจ สำหรับคนท้องจามบ่อย อาจเกิดจากอาการหวัด ภูมิแพ้ หรือแม้แต่จากภาวะจมูกอักเสบจากการตั้งครรภ์ (Pregnancy Rhinitis) การจามบ่อย ๆ แม้ว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่ก็อาจทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัว และนำไปสู่อาการปวดท้องอย่างฉับพลันได้ค่ะ
หากคนท้องจามแล้วเจ็บท้องอย่างฉับพลันบริเวณด้านข้างของท้องน้อย หรือขาหนีบ คุณแม่ยังไม่ต้องตกใจจนเกินไปค่ะ อาการนี้มักเกิดจากการตึงตัวของเอ็นยึดมดลูก (Round Ligament Pain) ซึ่งเป็นเส้นเอ็นที่ช่วยพยุงมดลูก เมื่อคุณแม่จาม ไอ หัวเราะ หรือเปลี่ยนท่าทางเร็ว ๆ จะทำให้เส้นเอ็นนี้เกิดการยืดตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีอาการปวดแปลบ ๆ ได้ อาการนี้ไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่วิธีบรรเทาคือการขดตัวหรือก้มตัวลงเล็กน้อยก่อนจามหรือไอ เพื่อลดแรงดึงของเส้นเอ็น
แต่หากคนท้องจามแล้วเจ็บท้องน้อยเป็นจังหวะถี่ขึ้น มีเลือดออก น้ำเดิน หรือปวดรุนแรง ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด
เมื่อคนท้องเป็นหวัดกินยาอะไรได้บ้าง คือคำถามที่คุณแม่ตั้งครรภ์กังวลเป็นอันดับต้น ๆ เพราะยาหลายชนิดอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือห้ามซื้อยามากินเองโดยเด็ดขาด และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาใด ๆ เสมอ
สำหรับคนท้องไม่สบายกินยาอะไรได้บ้างได้บ้างนั้น โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณายาที่จัดอยู่ในประเภทความเสี่ยงต่ำสำหรับสตรีมีครรภ์ (Pregnancy Category B) และจะเลือกใช้ในปริมาณที่น้อยที่สุดและใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ยาที่ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยและอาจได้รับอนุญาตจากแพทย์ ได้แก่ ยาพาราเซตามอล ยาแก้แพ้ เช่น Chlorpheniramine ใช้สำหรับลดน้ำมูกและอาการคัดจมูก และยาแก้ไอและยาละลายเสมหะบางชนิด
คนท้องกินยาแก้หวัดได้ไหม คนท้องกินยาพาราได้ไหม คำตอบคือได้ค่ะ โดยทั่วไปยาแก้หวัดคนท้องใช้ได้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะยาแก้หวัดแต่ละชนิดอาจมีส่วนผสมหลายตัว เช่น ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก หรือยาขับเสมหะ ซึ่งบางตัวอาจมีผลต่อทารก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก
คุณแม่ควรเลือกใช้เฉพาะยาที่แพทย์แนะนำ และหลีกเลี่ยงยารวมแก้หวัดที่มีหลายส่วนผสมในเม็ดเดียว ทั้งในส่วนของยากแก้หวัดและยาแก้ไอคนท้อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ
สำหรับอาการคัดจมูกและน้ำมูกไหล คนท้องกินยาลดน้ำมูกได้ภายใต้คำแนะนำแพทย์ เพราะยาลดน้ำมูกมีทั้งยาที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาลดน้ำมูกบางตัวที่มีส่วนผสมของยาแก้แพ้ เช่น Chlorpheniramine ส่วนยาลดน้ำมูกแบบที่ต้องรับประทานที่มีส่วนผสมของ Pseudoephedrine หรือ Phenylephrine ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกอาจใช้เพียงยาลดน้ำมูกชนิดน้ำเกลือ หรือ saline spray ถือว่าปลอดภัยที่สุดค่ะ
ทิฟฟี่เป็นยารวมแก้หวัดที่มีพาราเซตามอล คลอเฟนิรามีน และซูโดอีเฟดรีน ซึ่งไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ เพราะอาจกระทบการไหลเวียนเลือดในมดลูก ดังนั้นคำถามที่ว่า คนท้องกินยาทิฟฟี่ได้ไหม จึงแนะนำว่าไม่ควรใช้โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ
การดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ค่ะ โดยสมุนไพรแก้หวัดคนท้องมีหลายชนิดที่สามารถใช้บรรเทาอาการได้ เช่น
สำหรับการเสริมวิตามินนั้น คนท้องกินวิตามินซีได้ไหม ก็เป็นทางเลือกในการเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีค่ะ แต่ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนบริโภคอาหารเสริมใด ๆ เสมอ เช่นเดียวกับการใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์แรง เช่น ฟ้าทะลายโจร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ยังมีจำกัดค่ะ
หากแม่ท้องคัดจมูกหายใจไม่ออก รักษาโดยไม่ใช้ยาได้ไหม คำตอบคือทำได้ค่ะ และเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดด้วย โดยคนท้องคัดจมูกหายใจไม่ออกทำได้ ดังนี้
คนท้องเป็นหวัดกี่วันหาย ปกติแล้วอาการหวัดธรรมดาส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสและมักจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าคุณแม่ตั้งครรภ์อาจมีอาการหายช้ากว่าคนปกติเล็กน้อย หากอาการหวัดไม่ดีขึ้นเลย หรือแย่ลง มีไข้สูง ไอมาก หายใจลำบาก หรือเป็นหวัดนานเกินหนึ่งสัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และลูกในครรภ์
สุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อยเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในครรภ์ การที่คุณแม่ได้รับสารอาหารครบถ้วนและเหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างสมอง ร่างกาย และภูมิคุ้มกันของลูกให้แข็งแรง การใส่ใจโภชนาการจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุดของลูก โดยในแต่ละวัน คุณแม่ควรเลือกอาหารที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และกรดไขมันจำเป็น เช่น DHA โฟเลต แคลเซียมคนท้อง และโคลีนซึ่งล้วนมีบทบาทต่อการพัฒนาสมองและการเจริญเติบโตของทารก
ซึ่งนอกจากการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เป็นประจำในทุกมื้อแล้ว คุณแม่ยังสามารถเสริมด้วยนมบำรุงครรภ์และให้นมบุตร เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ อาจเลือกดื่มนมเอนฟามาม่า เอพลัส วันละ 2 แก้ว เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมและโคลีนตามความต้องการของคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรในแต่ละวัน (THAI DRI)
โภชนาการที่ดีไม่เพียงช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่แข็งแรง แต่ยังช่วยปกป้องคุณแม่จากภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น โรคโลหิตจาง ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เมื่อแม่สุขภาพดี ลูกก็จะได้รับการดูแลที่สมบูรณ์ไปพร้อมกัน ดังนั้น ทุกคำที่แม่เลือกกินในวันนี้ คือการวางรากฐานสู่อนาคตที่ดีที่สุดของลูกน้อยอย่างแท้จริง
Enfa สรุปให้ เตรียมตัวตั้งครรภ์ คือ การดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้พร้อมที่สุดก่อนมีลูก เช่...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ คนอ้วนท้อง ตั้งครรภ์ได้ตามปกติ แต่มีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควา...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ คนท้องตัดผมได้ไหม คนท้องตัดผมได้และปลอดภัย เพราะการตัดผมเป็นการตัดเส้นผมภายนอก ไม่...
อ่านต่อ