นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

วัยเตาะแตะ กับรากฐานสำคัญที่พ่อแม่สร้างได้

Enfa สรุปให้

  • เดินเตาะแตะ คือ ลักษณะการเดิน ของเด็กเล็กที่ยังไม่มั่นคง เป็นก้าวแรก ๆ ที่ขาทั้งสองข้างยังกางออกเพื่อรักษาสมดุล ลำตัวโยกเยกไปมา เป็นพัฒนาการสำคัญที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนผ่านจากวัยทารก

  • วัยเตาะแตะ คือ ช่วงวัย ของเด็กอายุประมาณ 1-3 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พัฒนาการทุกด้านเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งร่างกาย ภาษา ความคิด และอารมณ์

  • เด็กวัยเตาะแตะ เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ที่จะเป็นอิสระ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และมีพัฒนาการทางภาษาอย่างก้าวกระโดด

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ช่วงวัยเตาะแตะเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลังงานและความอยากรู้อยากเห็น เด็กวัยเตาะแตะจะเริ่มก้าวแรกอย่างไม่มั่นคง สะดุดบ้าง ล้มบ้าง แต่เต็มไปด้วยความพยายามและรอยยิ้มที่สร้างความภูมิใจให้คุณพ่อคุณแม่

วัยเตาะแตะของลูกน้อยคือช่วงเวลาที่เด็กเปลี่ยนผ่านจากการเป็นทารกที่พึ่งพาผู้ใหญ่ทุกอย่าง สู่การเป็นเด็กเล็กที่เริ่มค้นพบโลกด้วยตัวเอง ส่งผลให้พัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสมองล้วนก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วในวัยนี้ การเข้าใจและสนับสนุนอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคงและมีพื้นฐานชีวิตที่ดีมากขึ้นด้วย

 

วัยเตาะแตะ คืออะไร


วัยเตาะแตะ คือ ช่วงอายุ 1–3 ปี เป็นวัยที่เด็กเริ่มเดินเตาะแตะอย่างไม่มั่นคง กำลังพยายามเรียนรู้การใช้ร่างกาย และเริ่มสื่อสารกับคนรอบข้างมากขึ้น วัยเตาะแตะภาษาอังกฤษใช้คำว่า Toddler ซึ่งหมายถึงเด็กวัยหัดเดินนั่นเอง

จุดเด่นของวัยนี้คือความอยากรู้อยากเห็น เด็กวัยเตาะแตะจะสำรวจสิ่งรอบตัวด้วยการหยิบจับ เดินไปมา รวมถึงใช้เสียงพูดหรือท่าทางแสดงความต้องการ พ่อแม่จึงมักเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นคำศัพท์ใหม่ ความสามารถในการทรงตัว หรือพฤติกรรมการเลียนแบบผู้อื่น

ที่สำคัญ วัยเตาะแตะเป็นวัยที่สมองพัฒนาอย่างรวดเร็ว เซลล์ประสาทกำลังเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายใหม่ ๆ จึงเป็นโอกาสทองในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา อารมณ์ และการเข้าสังคมอีกด้วยค่ะ

 

ลูกเริ่มเดินเตาะแตะ เมื่อไหร่


ทักษะการเดินเป็นหนึ่งในพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่คุณพ่อคุณแม่ต่างเฝ้ารอคอย โดยทั่วไปแล้ว ลูกเริ่มเดินเตาะแตะในช่วงอายุประมาณ 9-15 เดือน และสามารถเดินได้คล่องขึ้นเมื่ออายุประมาณ 15-18 เดือน

อย่างไรก็ตาม เด็กแต่ละคนมีช่วงเวลาของพัฒนาการเป็นของตัวเอง เด็กบางคนอาจเริ่มตั้งไข่และเดินเตาะแตะได้ตั้งแต่อายุยังไม่เต็ม 1 ขวบ ในขณะที่บางคนอาจรอจนถึงอายุ 16-17 เดือนจึงจะเริ่มเดินก็มี ซึ่งทั้งหมดนี้ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตคือพัฒนาการในลำดับก่อนหน้า เช่น การชันคอ พลิกคว่ำ นั่ง คลาน และเหนี่ยวตัวยืน ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแรงของการเดิน

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ หากลูกน้อยอายุเกิน 18 เดือนแล้วแต่ยังไม่เริ่มเดินเลย ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อตรวจประเมินพัฒนาการและค้นหาสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ เพื่อให้การดูแลที่เหมาะสมต่อไปค่ะ

 

 

วัยเตาะแตะ กับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้


หัวใจสำคัญของการดูแลเด็กวัยเตาะแตะ คือ การเข้าใจว่าสมองของพวกเขากำลังพัฒนาอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในช่วง 1,000 วันแรก ของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองที่เครือข่ายสมองจะถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นรากฐานของทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF หรือความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และควบคุมอารมณ์

การพัฒนาที่สำคัญนี้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากโภชนาการที่มี DHA ที่ช่วยสร้างเซลล์สมอง และ MFGM สารอาหารสำคัญที่พบในนมแม่ ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในการสร้างปลอกหุ้มเส้นใยประสาท ช่วยให้เซลล์สมองสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการเลี้ยงดูด้วยความรัก ความปลอดภัย และการตอบสนองที่อ่อนโยน จะทำให้ลูกมั่นใจ กล้าสำรวจ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาและทักษะ EF ของลูกน้อยได้อย่างเต็มศักยภาพ

 

พัฒนาการวัยเตาะแตะ 1-3 ปี


พัฒนาการวัยเตาะแตะ 1-3 ปีของลูกน้อย จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงปี ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ดังนี้

พัฒนาการเด็กวัยเตาะแตะ 1 ขวบ

  • ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว เริ่มเดินเตาะแตะ และค่อย ๆ เดินได้มั่นคงขึ้นในช่วงปลายปี อาจเริ่มวิ่งสั้น ๆ ปีนป่ายเฟอร์นิเจอร์เตี้ย ๆ ได้ เริ่มใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดีขึ้น เช่น ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งหยิบของชิ้นเล็ก ขีดเขียนเล่น และเริ่มพยายามใช้ช้อนตักอาหารเอง
  • ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ เข้าใจและทำตามคำสั่งง่าย ๆ ที่มี 1 ขั้นตอนได้ รู้จักชี้อวัยวะบนร่างกายตัวเอง ชอบสำรวจสิ่งของด้วยการเขย่า ทุบ หรือโยน เริ่มเล่นบทบาทสมมติง่าย ๆ เช่น ป้อนอาหารตุ๊กตา
  • ด้านภาษาและการสื่อสาร คลังคำศัพท์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 1-2 คำเป็น 50 คำหรือมากกว่าเมื่อใกล้ 2 ขวบ สามารถพูดเป็นวลีสั้น ๆ 2 คำได้ เช่น ไปเที่ยว กินหนม
  • ด้านอารมณ์และสังคม มีภาวะติดแม่หรือผู้เลี้ยงดู แสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น อาจเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ยังคงเล่นแบบต่างคนต่างเล่น คือเล่นข้าง ๆ เพื่อน แต่ยังไม่เล่นด้วยกัน

พัฒนาการเด็กวัยเตาะแตะ 2 ขวบ

  • ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว วิ่งได้คล่องขึ้น กระโดดสองขาพร้อมกันได้ เตะบอลได้ เริ่มทรงตัวบนบันไดได้ดีขึ้น กล้ามเนื้อมัดเล็กพัฒนาจนสามารถต่อบล็อกได้ 4-6 ชั้น และเริ่มหัดใช้กรรไกรสำหรับเด็ก
  • ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ เริ่มเข้าใจเรื่องความเป็นเหตุเป็นผล สามารถแยกสีและรูปทรงง่าย ๆ ได้ การเล่นบทบาทสมมติจะซับซ้อนขึ้น เริ่มเข้าใจเรื่องเวลาแบบคร่าว ๆ เช่น ก่อน-หลัง
  • ด้านภาษาและการสื่อสาร พูดเป็นประโยคสั้น ๆ 2-4 คำได้ รู้จักคำศัพท์หลายร้อยคำ สามารถบอกชื่อและอายุตัวเองได้ ชอบฟังนิทานซ้ำ ๆ และร้องเพลงง่าย ๆ ตามได้
  • ด้านอารมณ์และสังคม แสดงความเป็นเจ้าของสิ่งของมากขึ้น เริ่มเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเล็กน้อย แต่ยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง อาจมีอาการต่อต้านบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ขอบเขตและแสดงความเป็นอิสระ

พัฒนาการเด็กวัยเตาะแตะ 3 ขวบ

  • ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว ขี่จักรยานสามล้อได้ ยืนขาเดียวได้ชั่วครู่ ปีนป่ายได้คล่องแคล่วมาก กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรงพอที่จะวาดรูปวงกลมหรือเส้นตรงได้ และเริ่มใส่เสื้อผ้าเองได้บางชิ้น
  • ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ มีจินตนาการสูงมาก สามารถนับเลข 1-10 ได้ รู้จักสีต่าง ๆ มากขึ้น และมีความจำที่ดีขึ้น สามารถเล่าเรื่องราวสั้น ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้
  • ด้านภาษาและการสื่อสาร พูดเป็นประโยคยาวและซับซ้อนขึ้น ใช้สรรพนามถูกต้องมากขึ้น สามารถสนทนาโต้ตอบได้เป็นเรื่องราว และตั้งคำถามทำไมอยู่ตลอดเวลา
  • ด้านอารมณ์และสังคม เริ่มเล่นกับเพื่อนและมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น รู้จักการแบ่งปันและรอคอยได้ดีขึ้น เริ่มเข้าใจกฎกติกาทางสังคมง่าย ๆ

 

เสริมพัฒนาการเด็กวัยเตาะแตะยังไงดี


การเสริมพัฒนาการเด็กวัยเตาะแตะไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องการความสม่ำเสมอและความเข้าใจจากคุณพ่อคุณแม่อย่างมาก ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

  • โภชนาการครบถ้วน เลือกอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงน้ำตาลสูงหรืออาหารแปรรูปมากเกินไป หากยังดื่มนม ควรเลือกนมที่มีสารอาหารสำคัญ เช่น DHA และ MFGM เพื่อเสริมการทำงานของสมอง
  • สนับสนุนการเล่นเพื่อการเรียนรู้ ให้ลูกได้เล่นอิสระ เช่น ต่อบล็อก วาดภาพ เล่นบทบาทสมมติ สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริม EF ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา
  • ส่งเสริมการสื่อสาร พูดคุยกับลูก ฟังลูกอย่างตั้งใจ และอ่านนิทานทุกวัน จะช่วยให้ทักษะทางภาษาและความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น
  • สนับสนุนอารมณ์ เข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของลูกด้วยความอ่อนโยน ให้โอกาสลูกได้ฝึกควบคุมอารมณ์ เช่น รอคิว แบ่งปัน
  • ตรวจสุขภาพตามวัย พาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและประเมินพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเติบโตตามเกณฑ์

 

เอนฟาโกร เอพลัส หนึ่งเดียวที่เสริม MFGM


เอนฟาโกร เอพลัส มายด์โปร สูตรเฉพาะที่มี MFGM, DHA, 2'-FL และวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

 

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH Join Enfamama