Enfa สรุปให้:
- เด็ก 1 ขวบ จะมีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น และกล้าแสดงออกมากขึ้น ในวัยนี้ ลูกน้อยอาจเริ่มใช้พูดเป็นคำ ๆ หรือพูดคำซ้ำ ๆ ได้บ่อยขึ้น เริ่มที่จะพยุงตัวยืนขึ้นได้เอง เริ่มก้าวได้สั้น ๆ
- พัฒนาการเด็ก 1 ขวบที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ ลูกน้อยมีทักษะที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือตัวเองแบบง่าย ๆ ได้มากขึ้น เช่น ลุกขึ้นนั่งได้เอง เกาะโต๊ะยืนได้เอง คลาน เดินเตาะแตะได้ก้าวสั้น ๆ รวมทั้งยังเข้าใจภาษาง่าย ๆ และรับรู้อารมณ์คนใกล้ชิดได้มากขึ้น
- น้ำหนักเด็ก 1 ขวบ เด็กผู้ชายจะหนักประมาณ 9.6 กิโลกรัม สูงประมาณ 75.7 เซนติเมตร เด็กผู้หญิงจะหนักประมาณ 8.9 กิโลกรัม สูงประมาณ 74 เซนติเมตร
1 ปีผ่านไปไว แต่…ไม่เหมือนโกหก เพราะคุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกว่าเวลา 1 ปีนั้นมันช่างผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน ในที่สุดเจ้าตัวเล็กก็มีอายุครบ 1 ขวบแล้ว แต่เด็ก 1 ขวบจะมีพัฒนาการอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง และคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมพัฒนาและฝึกพัฒนาการลูก 1 ขวบได้อย่างไร Enfa พร้อมแล้วที่จะต้อนรับคุณพ่อคุณแม่เข้าสู่โลกของเจ้าตัวเล็กวัย 1 ขวบ

เด็ก 1 ขวบ
เด็กอายุ 1 ขวบ ถือว่าลูกได้ก้าวพ้นจากวัยทารกแบเบาะ มาเป็นเด็กน้อยวัยเตาะแตะแล้ว เด็กวัย 1 ขวบ จะมีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น และกล้าแสดงออกมากขึ้น ในวัยนี้ ลูกน้อยอาจเริ่มพูดเป็นคำ ๆ หรือพูดคำซ้ำ ๆ ได้บ่อยขึ้น เริ่มที่จะพยุงตัวยืนขึ้นได้เอง เริ่มก้าวได้สั้น ๆ ถือว่าเป็นช่วงวัยแห่งการเจริญเติบโตที่ก้าวกระโดดมากอีกวัยหนึ่งค่ะ
น้ำหนักเด็ก 1 ขวบ
เด็ก 1 ขวบ น้ำหนักสามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
- ทารกเพศชายวัย 1 ขวบ หนักประมาณ 9.6 กิโลกรัม
- ทารกเพศหญิงวัย 1 ขวบ หนักประมาณ 8.9 กิโลกรัม
ส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ
เด็ก 1 ขวบ สูงเท่าไหร่? ความสูงเด็ก 1 ขวบนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
- ทารกเพศชายวัย 1 ขวบ สูงประมาณ 75.7 เซนติเมตร
- ทารกเพศหญิงวัย 1 ขวบ สูงประมาณ 74 เซนติเมตร
อาหารเด็ก 1 ขวบ
เด็กวัย 1 ขวบนี้ เริ่มที่จะกินอาหารได้แบบเดียวกับที่ผู้ใหญ่กินแล้วค่ะ เริ่มสามารถนั่งกินข้าวได้เอง สามารถที่จะเคี้ยวอาหารได้ดี สามารถกินเมนูอาหารเด็ก 1 ขวบได้หลากหลายมากขึ้น จะเป็นเมนูต้ม ผัด แกง ทอด เด็ก 1 ขวบก็สามารถที่จะกินได้ เช่น
- ผัดฟักทอง
- ไข่เจียว
- ไข่ข้น
- หอมใหญ่ทอด
- ข้าวตุ๋น
- โจ๊ก
- พาสตา
สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่าในแต่ละมื้ออาหารนั้น ลูกจะได้รับทั้งเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และธัญพืชอย่างเพียงพอ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารและพลังงานที่เหมาะสมในแต่ละวันค่ะ
นมผงเด็ก 1 ขวบ
นมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมโภชนาการให้ลูกน้อย โดยคุณแม่สามารถให้ลูกดื่มนมแม่สลับกับนมผงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งปริมาณนมแม่หรือนมผงที่เด็กวัยนี้ควรได้รับ จะอยู่ที่ประมาณ 24 ออนซ์ต่อวัน
มากไปกว่านั้น หากคุณแม่มีความตั้งใจจะให้ลูกเลิกเข้าเต้า ก็สามารถค่อย ๆ เปลี่ยนมาให้นมผงชงใส่ขวดนม เพื่อฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับการดื่มนมจากขวด และเป็นการเริ่มต้นกระบวนการหย่านมอย่างอ่อนโยนค่ะ
อาหารว่างเด็ก 1 ขวบ
นอกจากกินครบ 3 มื้อหลักแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้ลูกน้อยได้กินของว่างอีก 2 มื้อ เพื่อให้ร่างกายได้รับโภชนาการที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต ซึ่งอาหารว่างเด็ก 1 ขวบนั้น สามารถเลือกได้ทั้งขนมเด็กเพื่อสุขภาพ และผลไม้ค่ะ
ขนมเด็ก
เด็ก 1 ขวบก็สามารถกินขนมได้บ้างแล้วนะคะ แต่ขนมนั้นควรจะต้องเป็นขนมเพื่อสุขภาพ คือมีน้ำตาลน้อย ไขมันต่ำ หรือไขมัน 0% และต้องไม่มีการปรุงรส หรือมีโซเดียมต่ำ เพื่อลดความเสี่ยงของการสะสมปริมาณโซเดียมเกินจำเป็นในเด็กเล็ก โดยขนมเด็ก 1 ขวบ ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพของลูก เช่น
- บาร์ไรซ์ธัญพืช
- คุกกี้ธัญพืช
- โยเกิร์ตกรอบ
- ผักอบกรอบ
- ขนมผิงผสมแคลเซียม
- ซีเรียลธัญพืช
- แครกเกอร์ธัญพืช
ผลไม้เด็ก 1 ขวบ
คุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมผลไม้เป็นอาหารว่างให้เด็ก 1 ขวบได้ค่ะ เพราะผลไม้มีทั้งวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังอร่อย ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ลูกน้อยได้อีกด้วย
โดยผลไม้เด็ก 1 ขวบที่ทั้งอร่อย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เหมาะกับวัยของลูกน้อย เช่น
- แอปเปิล
- แอปริคอต
- กล้วย
- ลูกแพร์
- องุ่น
- กีวี
- มะม่วงสุก
- มะละกอสุก
- ส้ม
- พีช
- สตรอว์เบอร์รี
- บลูเบอร์รี
เด็ก 1 ขวบ และโภชนาการที่สำคัญ
เด็กวัย 1 ขวบควรได้รับโภชนาการที่จำเป็นอย่างครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เพื่อช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย โดยสารอาหารแต่ละหมู่ที่สำคัญต่อร่างกาย มีดังนี้
-
โปรตีน มีส่วนช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ทำให้ลูกน้อยแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี พบได้ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ และธัญพืชต่าง ๆ
-
ไขมัน ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เป็นแหล่งพลังงานสำคัญ และมีบทบาทต่อการพัฒนาสมอง ได้จากน้ำมันพืชและเนื้อสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสม
-
วิตามิน ช่วยเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ มีความสมดุล ดีต่อการเจริญเติบโตและช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน พบได้ในผลไม้หลากหลายชนิด เช่น อะโวคาโด มะละกอสุก และมะม่วงสุก
-
เกลือแร่ มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงกระดูก ฟัน และช่วยซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย พบได้ในผักหลากหลายชนิด เช่น ฟักทอง มันเทศ มะเขือเทศ ผักคะน้า และผักกาดขาว
-
คาร์โบไฮเดรต เสริมหลักของร่างกาย ช่วยให้ลูกน้อยมีแรงทำกิจกรรมและส่งเสริมการเจริญเติบโต ได้จากข้าวและแป้งชนิดต่าง ๆ
นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถเสริมโภชนาการให้ลูกน้อยด้วยนมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบ เพื่อช่วยเติมเต็มสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อพัฒนาการ เช่น
-
MFGM ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง สนับสนุนภูมิคุ้มกัน และช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
-
DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็น มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมอง ระบบประสาท และการมองเห็น ช่วยให้ลูกน้อยเรียนรู้และเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การขับถ่ายของเด็ก 1 ขวบ
ลักษณะอุจจาระทารกปกติ ควรมีสีเหลืองหรือสีเหลืองเข้ม แต่ในช่วงวัย 1 ขวบ คุณแม่อาจเริ่มสังเกตเห็นว่าสีอุจจาระของลูกมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง บางครั้งอาจออกสีเขียว ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้และไม่ถือว่าผิดปกติ เนื่องจากเด็กวัยนี้เริ่มรับประทานอาหารหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากนมแม่ สีของอุจจาระจึงอาจเปลี่ยนไปตามชนิดของผักและผลไม้ที่ลูกกินเข้าไปได้
อย่างไรก็ตาม หากพบว่าอุจจาระของทารกมีสีดำ สีแดง สีขาว หรือสีเทา ถือเป็นสัญญาณผิดปกติ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็วค่ะ
เด็ก 1 ขวบ นอนกี่ชั่วโมง
เด็ก 1 ขวบ นอนกลางวันกี่ชั่วโมง? ตามตารางนอนทารกเด็กวัย 1 ขวบ ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 14-15 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 3-4 ชั่วโมง โดยให้เด็กได้นอนงีบ 2 ครั้งต่อวัน คือช่วงสายและช่วงบ่าย และนอนตอนกลางคืนอีก 11 ชั่วโมงค่ะ
ตารางการนอนเด็ก 1 ขวบ
ตารางการนอนของเด็กวัย 1 ขวบ ระยะเวลาในการนอนหลับที่เหมาะสม คือประมาณ 13–14 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ลูกน้อยได้พักผ่อนอย่างเพียงพอและส่งเสริมการเจริญเติบโต โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถจัดตารางการนอนให้เพียงพอได้ ดังนี้
- 7:00 น. ตื่นนอน
- 10:15 น. งีบช่วงเช้า ประมาณ 90 นาที
- 13:30 น. กินข้าวเที่ยง
- 15:00 น. นอนกลางวัน ประมาณ 60 นาที
- 17:30 น. อาบน้ำและกินข้าวเย็น
- 19:00 น. เข้านอน
อย่างไรก็ตาม ความถี่และเวลาในการนอนกลางวันของเด็กแต่ละคนจะแตกต่างกันไปค่ะ เด็กบางคนอาจไม่นอนตอนเช้าแล้ว แต่ยังนอนตอนบ่ายอยู่ หรือบางคนอาจนอนตอนเช้าไม่นาน แต่นอนตอนบ่ายนานขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนตารางการนอนให้เหมาะสมกับลูกได้ค่ะ
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ
พัฒนาการ 1 ขวบ ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ลูกมีพัฒนาการตามช่วงอายุที่ชัดเจนมากขึ้น จากที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จนตอนนี้เริ่มนั่ง คลาน เดิน รวมทั้งยังเข้าใจภาษา และอารมณ์ได้มากขึ้น ตามไปดูกันดีกว่าว่า ในเดือนที่ 12 นี้ เจ้าตัวเล็กของเราจะมีพัฒนาการด้านไหนเป็นอย่างไรบ้าง
พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก 1 ขวบ
- ส่วนใหญ่เริ่มเดินได้บ้างแล้ว โดยจะพยายามทรงตัวด้วยการกางแขนออก การเดินนับเป็นความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจสำหรับลูกไม่น้อย แม้จะเป็นเพียงก้าวหรือสองก้าวแล้วล้มก็ตามที เพราะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นน้อยลง ก็ใคร ๆ ในบ้านก็เดินได้กันทั้งนั้น
- ลูกจะพยายามฝึกฝนเดินทั้งวัน ซึ่งเขาต้องใช้ทั้งสมาธิและความตั้งใจอย่างมากเพื่อที่จะเดินให้ได้ กำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขามาก
- ใช้มือได้ดีขึ้น เพราะกระดูกมือและนิ้วแข็งแรงพอที่จะยก ถือของที่มีน้ำหนักได้มากขึ้น หากมีของเล่นหลายชิ้น ลูกจะรู้จักใช้อ้อมแขนหอบของเล่นไว้ โดยมือทั้งสองก็ถือของเล่นไว้ด้วยและใช้มือข้างที่ถนัดทำสิ่งต่าง ๆ หากต้องการทราบว่าลูกถนัดมือไหน ให้ยื่นของให้เขารับ ซึ่งเด็กจะยื่นมือข้างที่ถนัดมารับ
- นิ้วแข็งแรงพอที่จะจับดินสอสีแท่งโตขีดเขียนลงน้ำหนักได้มากขึ้น หยิบจับของชิ้นเล็ก ๆ ได้ดีขึ้นด้วย
พัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็ก 1 ขวบ
- วัย 1 ขวบ เด็กจะแสดงออกทางอารมณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ โกรธเกรี้ยว อาละวาด ไม่พอใจ ซึ่งลูกจะแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสมเพียงใด ขึ้นอยู่กับคุณแม่ที่ต้องคอยสอนให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเองด้วย เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้ลูกที่กำลังโกรธเกรี้ยวสงบลงคือ การเบี่ยงเบนความสนใจ พาลูกออกมาจากพื้นที่ความขัดแย้งแล้วดึงความสนใจลูกไปยังสิ่งอื่น ๆ สิ่งที่ต้องระวังให้มากคือ การใช้อารมณ์หรือลงโทษแรง ๆ
- เด็ก 1 ขวบ สามารถรับรู้อารมณ์ของคนอื่นได้มากขึ้นว่าพอใจหรือไม่พอใจเช่นกัน
- มีความกลัว พร้อมกับความรู้สึกไม่อยากให้แม่ห่างไปไหนไกล จะรู้สึกอึดอัดเมื่อไม่มีแม่อยู่ใกล้ ๆ หรือแม่ออกไปทำงานเป็นเวลานาน คุณแม่จะเห็นปฏิกิริยาดีใจของลูกเมื่อเห็นคุณแม่กลับมา ในเด็กบางคนอาจจะมีความกลัวคนแปลกหน้า และสถานที่ใหม่ ๆ เวลาไปสนามเด็กเล่น หรือลานจอดรถ โดยคุณแม่สามารถช่วยลูกให้ใจเย็นลงได้ด้วยการกอด ให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย และคอยอยู่ใกล้ชิดกับลูกน้อย ให้ค่อย ๆ คุ้นชิน จากนั้นค่อย ๆ ปล่อยให้ลูกน้อยก้าวออกไปเล่นกับเด็กคนอื่น ๆ
พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของเด็ก 1 ขวบ
- ลูกยังคงเรียนรู้ที่จะเปล่งเสียงพูดให้เป็นภาษามากขึ้น ยิ่งคุณแม่พูดคุย เล่นกับลูก อ่านหนังสือให้ลูกฟัง รวมทั้งพาลูกไปเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ บ่อย ๆ หรือจะใช้ของเล่นเสริมพัฒนาการ 1 ขวบ เล่นกับลูกน้อยก็จะช่วยเพิ่มทักษะการใช้ภาษาของลูกให้พัฒนายิ่งขึ้น
พัฒนาการด้านสมองของเด็ก 1 ขวบ
- สามารถจดจำ และเลียนแบบท่าทางของพ่อแม่ หรือคนรอบข้างได้ดี จนคุณแม่อาจจะแปลกใจที่เห็นลูกอ่านหนังสือคนเดียว หรือเอาของเล่นใส่หูแล้วพึมพำ
- เรียนรู้เกี่ยวกับการแทนที่ โดยถือของเล่นอีกชิ้น แทนอีกชิ้น เรียนรู้เกี่ยวกับการหมุน และการพลิกกลับของวัตถุด้วยการเล่น การสังเกต และการทำซ้ำ
- เด็ก 1 ขวบ สามารถแยกแยะของเล่นตามสี และรูปร่างได้
- สามารถหาของเล่นที่มองไม่เห็นได้ แต่จำได้ว่าเก็บไว้ที่ไหน
- พัฒนาการ เด็ก 1 ขวบ นั้นสามารถจดจำเหตุการณ์ และรับรู้เรื่องราวได้นานขึ้นเรื่อย ๆ
การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ
การกระตุ้นและฝึกพัฒนาการลูก 1 ขวบนั้น ถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ แข็งแรง และสมวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ทุกวัน ดังนี้
- สวมบทบาทสมมุติในการเล่นแอบซ่อนบางสิ่งบางอย่างและเกลี้ยกล่อมให้ลูกค้นหา ลูกจะได้ใช้ทักษะการสังเกต และทักษะการค้นหา
- พยายามสื่อสารกับลูกในเวลาแต่งตัว เช่น บอกให้ลูกยื่นแขนมาหน่อย ถ่างขาออกหน่อย ยืนขึ้นหน่อย เป็นการฝึกให้ลูกได้ฝึกทักษะการตอบรับ และมีการเชื่อมต่อกันกับคุณพ่อคุณแม่ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ อย่างการแต่งตัว
- ฝึกให้ลูกพูด สวัสดี บ๊ายบาย ขอบคุณ บ่อย ๆ สิ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้ลูกเกิดการจดจำคำศัพท์ใหม่ ๆ และเป็นการกระตุ้นทักษะทางด้านอารมณ์และสังคมไปในตัวด้วย
- ชมลูกบ่อย ๆ เมื่อลูกเริ่มมีการพูดโต้ตอบกับคนอื่น หรือเริ่มพูดคำซ้ำ ๆ เป็นการกระตุ้นให้เด็กได้ฝึกพูดและสื่อสาร
- เวลาลูกชี้ไปที่สิ่งต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่ควรจะตอบรับด้วยการพูดชื่อสิ่งนั้น ๆ ออกมา เป็นการสร้างภาพจำและเพิ่มคลังศัพท์ให้กับลูก
- พยายามปล่อยให้ลูกได้เล่นคนเดียวอย่างมีอิสระ เพื่อให้ลูกได้เติมเต็มจินตนาการของตนเองได้ คุณพ่อคุณแม่เพียงคอยระวังดูอยู่ใกล้ ๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายก็พอค่ะ
ของเล่นเด็ก 1 ขวบ
ของเล่น เสริมพัฒนาการ 1 ขวบ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเสริมพัฒนาทักษะให้กับเด็กได้หลายด้าน ตั้งแต่พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ภาษา การสื่อสาร ตลอดจนอารมณ์และสังคม
โดยของเล่น 1 ขวบนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องหาของเล่นสุดพิเศษ ที่มีลูกเล่นเลิศล้ำอะไรเลยค่ะ ของเล่นธรรมดา ของเล่นง่าย ๆ สำหรับเด็ก ที่ราคาจับต้องได้ ก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัยมากกว่า ควรเลือกเฉพาะของเล่นที่ไม่เสี่ยงอันตรายเป็นหลัก โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะเลือกของเล่นจำพวก:
-
ของเล่นที่มีการโต้ตอบ เช่น ของเล่นที่กดปุ่มแล้วจะมีเสียงพูดหรือเสียงดนตรี หนังสือนิทานแบบมีเสียง จะช่วยให้เด็กสนุกและผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งยังเป็นการฝึกพูดโต้ตอบไปในตัวด้วย
-
ของเล่นที่มีการเคลื่อนไหว เช่น รถไขลาน รถบังคับ ช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเคลื่อนไหวตาม ทำให้เด็กได้ออกกำลังกายมากขึ้น
-
ของเล่นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ตัวต่อ การต่อบล็อก จะช่วยกระตุ้นทักษะความคิดให้กับเจ้าตัวเล็กได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องของความไวค่ะ เพราะเผลอแป๊บเดียว เด็ก 1 ขวบ อาจจะคว้าเอาของเล่นเข้าปากได้ โดยเฉพาะของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่หากเด็กคว้าเข้าปาก อาจจะส่งผลเสียได้ ควรติดตามดูอย่างใกล้ชิดในเวลาที่ลูกเล่นของเล่นนะคะ
การดูแลสุขภาพเด็ก 1 ขวบ
การดูแลลูกน้อยวัย 1 ขวบให้เติบโตอย่างสมวัยนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจในประเด็นสำคัญดังนี้
- ดูแลให้ลูกได้รับอาหารครบ 3 มื้อหลัก เสริมด้วย อาหารว่าง 2 มื้อ โดยในแต่ละมื้อควรมีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่
- โดยทั่วไปเด็กวัย 1 ขวบสามารถเริ่มหย่านมได้แล้ว แต่หากยังต้องการให้ลูกดื่มนมแม่หรือนมผงควบคู่กับมื้ออาหาร ควรให้ได้รับนมประมาณ 24 ออนซ์ต่อวัน
- ใส่ใจเรื่องการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเด็กวัยนี้ควรนอนรวมประมาณ 14–15 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นการนอนกลางวัน 3–4 ชั่วโมง (งีบวันละ 2 ครั้ง ช่วงสายและช่วงบ่าย) และนอนกลางคืนประมาณ 11 ชั่วโมง
- ใส่ใจเรื่องความสะอาด ล้างมือให้ลูกก่อนกินอาหาร ระวังอย่าให้ลูกหยิบของสกปรกเข้าปาก เพราะอาจทำให้ลูกไม่สบาย หรือท้องเสียได้
- สังเกตอาการของลูกเสมอ เช่น มีไข้บ้างไหม มีผื่นขึ้นหรือเปล่า ร้องไห้งอแงผิดปกติไหม หากลูกมีสัญญาณสุขภาพที่ผิดแปลกไปจากเดิม ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ
ตารางการเลี้ยงลูก 1 ขวบ
ลูก 1 ขวบมาพร้อมกับพัฒนาการแห่งวัยที่เปลี่ยนแปลง ทำให้กิจวัตรประจำวันของลูกอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับวัย โดยคุณพ่อคุณแม่อาจนำตัวอย่างตารางเลี้ยงลูก 1 ขวบด้านล่างมาปรับใช้ได้ค่ะ
ช่วงเช้า
- 7:00 น. ตื่นนอนและป้อนนม
- 8:00 น. กินข้าวเช้า
- 8:30 น. เล่นสนุก
- 9:40 น. ป้อนนม
- 10:15 น. นอนช่วงเช้า
ช่วงบ่าย
- 12:30 น. ป้อนนม
- 13:30 น. กินข้าวเที่ยง
- 13:45 น. เล่นสนุก
- 15:00 น. นอนกลางวัน
ช่วงเย็น
- 16:00 น. ตื่นนอน ป้อนนม และเล่นสนุก
- 17:30 น. อาบน้ำและกินข้าวเย็น
- 19:00 น. เข้านอน
เด็ก 1 ขวบ กับสัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปพบแพทย์
หากเด็ก 1 ขวบ มีอาการหรือสัญญาณทางสุขภาพดังต่อไปนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาค่ะ
- หายใจลำบาก หายใจแล้วมีเสียงหวีด
- มีผิวหนังซีด
- ริมฝีปากซีด หรือเปลี่ยนเป็นสีฟ้า
- ซึมผิดปกติ นอนเยอะผิดปกติ ปลุกแล้วไม่ยอมตื่นหรือตื่นยาก
- มีผื่นลุกลามตามผิวหนัง
- มีอาการชัก เกร็ง
- มีไข้ขึ้นสูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
- เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เช่น กระดูกหัก หรือพลัดตก หกล้ม จนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง
- ร้องไห้ตลอดเวลา
- กระหม่อมบุ๋มหรือโป่งขึ้นผิดปกติ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย