ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
how-to-choose-a-baby-formula
เลือกนมผงยังไงให้คุ้มค่า และ SMART ที่สุด

Enfa สรุปให้

  • นมแม่เป็นโภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย แต่ในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ นมผงจึงเป็นอีกทางหนึ่งสำหรับคุณแม่ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่ครบถ้วน
  • นมผงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำนม ครีม หรือหางนม นำมาผ่านกรรมวิธีจนได้ผลิตภัณฑ์ในลักษณะที่เป็นผงแห้ง มีเนื้อละเอียด เมื่อนำมากินจะต้องนำมาชงผสมกับน้ำเพื่อละลาย
  • นมผงสำหรับเด็กมีหลากหลายสูตรและมีความแตกต่างกัน ได้แก่ นมผงสูตร 1 เป็นนมผงสำหรับเด็กทารกแรกเกิด – 6 เดือน นมผงสูตร 2 เหมาะสำหรับทารกวัย 6 – 12 เดือน นมผงสูตร 3 เหมาะสำหรับเด็กวัย 1 ขวบชึ้นไปและทุกคนในครอบครัว และนมผงสูตรพิเศษ เป็นนมสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เด็กที่มีอาการแพ้โปรตีนนมวัว เด็กเกิดก่อนกำหนด เป็นต้น

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • นมผงคืออะไรและมีกี่สูตร
     • วิธีเลือกซื้อนมผงที่ดีที่สุด
     • ไขข้อข้องใจเรื่องนมผงกับ Enfa Smart Club

นมแม่ เป็นนมที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยและเด็กทุก ๆ คน โดยนมแม่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญมากมายที่เป็นประโยชน์กับลูก แต่มีกรณีไหนบ้างที่คุณแม่อาจจะต้องพิจารณาให้นมผงสำหรับเด็กกับลูกน้อย เพื่อทดแทนนมแม่ เช่น มีโรคประจำตัว การกินยาบางชนิดที่ทำให้ไม่สามารถให้นมได้ หรือเปลี่ยนสูตรนมให้เหมาะสมกับช่วงวัย การให้นมผงสำหรับเด็ก เพื่อทดแทนนมแม่จึงเข้ามาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับคุณแม่

นมผงคืออะไร และนมผงแต่ละสูตรแตกต่างกันยังไงบ้าง


นมผง คือ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำนม ครีม หรือหางนม มาทำการระเหยน้ำออก จนได้ลักษณะที่เป็นผงแห้ง มีเนื้อละเอียด เมื่อนำมากินจะต้องนำนมผงมาชงผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำที่อุณหภูมิห้อง และคนให้เข้ากัน ซึ่งนมผงสำหรับเด็กนั้น ยังสามารถแยกออกเป็นหลายสูตร โดยแต่ละสูตรมีความแตกต่างกัน ดังนี้

1. นมผงสูตร 1
นมผงสูตร 1 เป็นนมผงดัดแปลงสำหรับเด็กทารกวัยแรกเกิด – 6 เดือน ซึ่งสารอาหารสำคัญของเด็กทารกวัยนี้ คือ “น้ำนมแม่” เพียงอย่างเดียว แต่ในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นต้องให้นมผงเพื่อทดแทนนมแม่ ควรเลือกใช้นมผงที่ลูกน้อยสามารถกินได้ตั้งแต่วัยแรกเกิด

โดยนมผงสูตร 1 เป็นนมที่มีการดัดแปลงสารอาหารให้เหมาะกับทารกวัยแรกเกิด ประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ ในปริมาณที่เหมาะสมกับช่วงอายุของเด็กทารก ระบบการย่อย และการดูดซึมของร่างกายที่กำลังพัฒนาของเด็ก

2. นมผงสูตร 2
นมผงสูตร 2 เป็นนมผงที่เหมาะสำหรับเด็กทารกวัย 6 – 12 เดือน ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ต้องการพลังงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากร่างกายของเด็กจะเติบโต และพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ใช้กล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเดิม และยังเป็นวัยที่เริ่มกินอาหารตามวัยเด็กทารก (Solid Food) นอกเหนือจากนมแม่อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงอายุ 6 – 12 เดือน อาหารอย่างนมแม่ ยังมีคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน หากคุณแม่มีความจำเป็นต้องให้ หรือเสริมอาหารด้วยนมผงเด็ก ควรเลือกใช้นมผงสูตร 2 โดยนมสูตรนี้จะประกอบไปด้วยสารอาหารที่ปรับให้เหมาะสมกับช่วงวัยที่ต้องการใช้พลังงานมากขึ้น

3. นมผงสูตร 3
นมผงสูตร 3 เป็นนมผงที่เหมาะสำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป เนื่องจากในวัยนี้ มีระบบการย่อยที่ดีมากขึ้น และใกล้เคียงกับของผู้ใหญ่ จึงสามารถกินอาหารที่หลากหลาย และใกล้เคียงกับอาหารของผู้ใหญ่ ดังนั้นเด็กในวัยนี้จึงกินอาหารหลักเป็นข้าวทั้ง 3 มื้อ และดื่มนมเป็นอาหารเสริม

โดยลูกน้อยสามารถดื่มได้ทั้งนมวัว และนมผงสูตร 3 หากคุณแม่ยังต้องการให้ลูกน้อยดื่มนมผงต่อไป ก็สามารถทำได้ เพราะเด็กในวัยนี้ต้องการพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจากช่วงอายุก่อน ร่างกายจึงต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งในบางครั้งการกินอาหารอาจจะไม่เพียงพอต่อร่างกายของลูกน้อย การดื่มนมเสริม เช่น นมผงสูตร 3 จะช่วยเติม และเพิ่มสารอาหารให้กับลูกน้อยได้

นอกจากนี้ นมผงสูตร 3 ยังเหมาะสำหรับเด็กที่กินอาหารได้มาก กินอาหารได้หลากหลาย มีความสามารถลิ้มรสได้มากขึ้น รวมทั้งระบบย่อยอาหารสามารถย่อยได้ดี และใกล้เคียงกับผู้ใหญ่

4. นมผงสูตรพิเศษ
นมผงสูตรพิเศษ เป็นชื่อที่มักจะใช้เรียกนมสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เด็กที่มีอาการแพ้โปรตีนนมวัว เด็กที่มีปัญหาในการย่อยแลคโตส เป็นต้น สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คุณแม่ควรเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกสูตรนมที่เหมาะสมให้กับลูกน้อย หากลูกไม่มีความต้องการพิเศษ หรือโรคประจำตัวใด ๆ คุณแม่สามารถเลือกนมผงสูตร 1, สูตร 2 หรือสูตร 3 ให้เหมาะสมตามช่วงวัยของลูกได้ตามปกติ

วิธีการเลือกซื้อนมผงที่ดีที่สุด ปัจจัยใดบ้างที่คุณแม่ควรคำนึงถึงเมื่อต้องซื้อนมผง


เชื่อว่าคุณแม่ทุกคนคงมองหานมผงที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยกันอยู่แล้ว แต่เราจะเลือกนมผงยี่ห้อไหนดี เมื่อในท้องตลาดมีนมผงหลากหลายชนิด หลากหลายยี่ห้อให้เลือกตั้งมากมาย โดยสิ่งสำคัญหลัก ๆ ในการเลือกซื้อนมผงที่ดีที่สุด มีหลักข้อคำนึงถึง ดังนี้

1. วัยของลูก
วัยของลูกเป็นปัจจัยแรก ที่คุณแม่ควรคำนึงถึงเมื่อเลือกซื้อนมผง เพราะเด็กแต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน และนมผงสูตรต่าง ๆ ก็จะมีสารอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางร่างกายที่แตกต่างกันไป ตามความต้องการแต่ละช่วงวัยของลูกน้อย

2. สารอาหาร
สารอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันในการตัดสินใจของคุณแม่ เพราะลูกน้อยจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอ คุณแม่ต้องมั่นใจว่า นมผงที่เลือกต้องมีสารอาหารสำคัญต่อพัฒนาการทางร่างกาย และสมองอย่างครบครัน เช่น มีส่วนผสมของ DHA โอเมก้า หรือวิตามิน บี 12 เป็นต้น

เพื่อเป็นสารอาหารช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสมอง นอกจากนี้ควรมีธาตุเหล็ก และวิตามินดี ซึ่งจะช่วยระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง รวมไปถึงไฟเบอร์ ที่จะช่วยดูแลระบบทางเดินอาหารทั้งระบบ ช่วยให้ลูกน้อยขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เป็นต้น

3. ความคุ้มค่า
นมผงที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป คุณแม่ควรจะพิจารณาเลือกนมผงจากความต้องการตามวัย และสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการของลูกน้อยเป็นหลัก โดยเลือกพิจารณาข้อมูลจากฉลากข้างกล่องผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้คุณแม่อาจจะทดลองซื้อนมผงขนาดเล็กมาให้ลูกน้อยได้กินดูก่อน หากลูกน้อยเกิดอาการ หรือไม่ถูกกับนมผงสูตร หรือยี่ห้อนั้น ๆ ขึ้นมา ก็สามารถเปลี่ยนได้ทันที โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก

ไขข้อข้องใจเรื่องนมผงกับ Enfa Smart Club


1. นมผงชงแล้วอยู่ได้กี่ชั่วโมง?
นมผงที่ชงแล้ว จะเสียค่อนข้างเร็ว หากคุณแม่ป้อนนมให้ลูกแล้ว ควรให้ลูกน้อยดื่มนมให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง และหากมีนมเหลือจากการดื่ม ควรนำไปทิ้ง ไม่ควรนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อเก็บ หรือนำมาอุ่นให้ลูกน้อยดื่มใหม่อีกรอบ

หากเป็นนมที่ชงแล้ว แต่คุณแม่ยังไม่ได้ให้ลูกดื่มทันที ยังสามารถเก็บไว้ได้ โดยควรปิดฝาขวดนมอย่างมิดชิด แล้วนำไปแช่ตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2 – 4 องศาเซลเซียส ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง นอกจากนี้ หากเก็บเกิน 24 ชั่วโมง ควรนำไปทิ้ง ไม่ควรนำไปป้อนให้ลูกอีก

คุณแม่สามารถอ่านวิธีการชงนมที่ถูกต้อง แนะนำโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญได้ที่ เทคนิควิธีชงนมที่ถูกต้อง และการเลือกนมสูตรย่อยง่าย ช่วยป้องกันลูกไม่สบายท้อง

2. นมผงสำหรับเด็กท้องผูก ถ่ายยาก คุณแม่ควรเลือกนมแบบไหนดี?
หากลูกน้อยมีอาการท้องผูก ถ่ายยาก คุณแม่ควรเลือกโภชนาการที่ย่อยได้ง่ายอย่างนมแม่ ซึ่งดีต่อระบบย่อยอาหารของเด็กเล็กที่ยังพัฒนาไม่ได้เต็มที่ แต่ในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแนะนำโภชนาการที่เหมาะสมต่อระบบย่อยอาหารที่ยังไม่สมบูรณ์ของลูกน้อย

โดยโภชนาการที่เหมาะสมอาจมีคุณสมบัติ มีโปรตีนผ่านการย่อยบางส่วน หรือ PHP (Partially Hydrolyzed Protein) โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วนจะมีขนาดโมเลกุลเล็กลง ทำให้ย่อยง่าย และถูกดูดซึมที่ลำไส้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ PHP ยังช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มคงตัว ไม่แข็ง ทำให้ขับถ่ายได้ง่าย

นอกจากการเลือกโภชนาการที่ย่อยง่ายแล้ว คุณแม่เองก็ควรฝึกฝนให้ลูกน้อยมีสุขลักษณะในการขับถ่ายที่ดีควบคู่ไปด้วยเช่นกัน จึงจะสามารถแก้ปัญหาอาการท้องผูกของลูกน้องได้ในระยะยาว

3. นมผงหมดอายุกินได้ไหม? อันตรายหรือไม่?
ไม่ควรนำนมผงที่หมดอายุแล้วไปชงให้ลูกกิน แม้จะเพิ่งหมดอายุไม่นาน แต่สารอาหาร กลิ่น และรสชาติของนมอาจเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งเด็กทารกเป็นวัยที่ระบบทางเดินอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ การนำนมผงที่หมดอายุแล้วไปชงให้ลูกกินจึงอาจก่อให้เกิดอาการไม่สบายท้อง หรืออาจรุนแรงถึงขั้นอาหารเป็นพิษได้

นอกจากนี้ หากนมผงหมดอายุจนเริ่มจับตัวเป็นก้อน สารอาหารในนมก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว และยังเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียอีกด้วย

4. ปริมาณนมที่เหมาะสมกับทารกคือเท่าไหร่?
ลูกน้อยในแต่ละช่วงอายุจะมีปริมาณนมที่ต้องการแตกต่างกันไปค่ะ โดยวิธีการคำนวณประมาณนมที่เด็กทารกควรจะได้รับต่อวันไว้ดังนี้

  • สูตรคำนวณปริมาณนมของทารกแรกเกิด – 30 วัน: น้ำหนักเด็กเป็นกิโลกรัม คูณ 150 ซีซี หาร 30 เป็นปริมาณนมใน 1 วัน แบ่ง 6 มื้อ เช่น เด็กแรกเกิดหนัก 3 กิโลกรัม
    เมื่อครบ 1 เดือนควรหนัก 3.6 กิโลกรัม แต่คำนวณง่าย ๆ โดยปัดเป็น 4 กิโลกรัม คูณ 150 เท่ากับ 600 หาร 30 คือ 20 ออนซ์ (+/- ได้ไม่เกิน 4 ออนซ์ ควรแบ่งมื้อนมออกเป็น 6-8 มื้อต่อวัน)
  • สูตรคำนวณปริมาณนมของเด็กอายุ 1 – 6 เดือน: น้ำหนักเด็กเป็นกิโลกรัม คูณ 120 ซีซี หาร 30 เช่น เด็กอายุ 2 เดือน หนัก 5 กิโลกรัม คูณ 120 ได้ 600 เท่ากับ 20 ออนซ์ (+/- ได้ไม่เกิน 4 ออนซ์)
    โดยแบ่งมื้อนมเป็น 6 – 8 มื้อต่อวัน หรือคิดง่าย ๆ ว่า ภายใน 6 เดือนแรก ให้นมชั่วโมงละ 1 ออนซ์ ไม่ควรให้นมลูกมากเกินไปเพราะอาจเกิดการกินเกิน (Over feeding) ได้
  • สูตรคำนวณปริมาณนมของเด็กอายุ 6 – 12 เดือน: น้ำหนักเด็กเป็นกิโลกรัม คูณ 110 ซีซี หาร 30 เช่น เด็กอายุ 6 เดือน หนัก 6.5 กิโลกรัม คูณ 110 เท่ากับ 715 หาร 30 ปัดเป็นเท่ากับ 24 ออนซ์ 
    สำหรับเด็ก 6 – 8 เดือน คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมเป็น 5 – 6 มื้อ และอาหารเสริม 1 มื้อ
    สำหรับเด็ก 9 – 11 เดือน คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมเป็น 4 – 5 มื้อ และอาหารเสริม 2 มื้อ
    สำหรับเด็ก 12 เดือน ควรแบ่งมื้อนมเป็น 4 – 5 มื้อและอาหารเสริม 3 มื้อ

5. ปริมาณนมสำหรับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป
เด็กวัยนี้ควรกินข้าวเป็นอาหารหลัก นมเป็นอาหารเสริม เพื่อให้ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสมตามวัย โดยเด็กในวัย 1 – 3 ขวบควรดื่มนมวันละ 2 แก้ว แก้วละ 250 cc. เนื่องจากนมเป็นแหล่งของโปรตีนที่สำคัญ รวมทั้งนมบางสูตรยังเป็นแหล่งของวิตามิน เช่น วิตามินบี 12 รวมถึงสารอาหารที่คัญอื่น ๆ เช่น โอเมก้า 3, 6, 9 หรือ DHA เป็นต้น

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่

บทความที่แนะนำ

ลูกไม่ยอมดูดนมแม่ จะมีเทคนิคในการแก้ปัญหานี้อย่างไร?
พัฒนาการเด็ก/เตรียมตัวกลับไปทำงาน/วิธีนำนมที่แช่แข็งมาให้ลูกกิน
ปั๊มนมทำสต็อกก่อนแม่กลับไปทำงาน
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner

 

Leaving page banner