ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ICSI คืออะไร รักษาภาวะการมีบุตรยากได้จริงหรือ?
ICSI คืออะไร รักษาภาวะการมีบุตรยากได้จริงหรือ?

 

Enfa สรุปให้:

  • ICSI หรือ Intracytoplasmic Sperm Injection คือกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วประเภทหนึ่ง แบบเดียวกันกับการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF (In vitro fertilization)

  • การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI จะต่างจากการทำเด็กหลอดแก้ว IVF ตรงที่กระบวนการของ ICSI จะฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรงเลย ไม่รอให้ไข่กับอสุจิปฏิสนธิกันเองแบบ IVF

  • ซึ่งการกระตุ้นให้เกิดการปฏิสนธิเช่นนี้ ถือว่ามีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสให้การตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้สูงมาก โดยมีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จสูงถึง 50 - 80% เลยทีเดียว

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • ICSI คืออะไร
     • ICSI ต่างจาก IVF และ IUI อย่างไร
     • เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำ ICSI
     • ค่าใช้จ่ายในการทำ ICSI
     • ICSI โอกาสสำเร็จ
     • จริงหรือที่ทำ ICSI แล้วมีโอกาสได้แฝด
     • เมื่อไหร่ควรทำ ICSI
     • ขั้นตอนในการทำ ICSI
     • ข้อดีและข้อเสียของ ICSI
     • ไขข้อข้องใจเรื่อง ICSI กับ Enfa Smart Club

หนึ่งในวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและคุ้นหูหลาย ๆ คนมากที่สุดก็คือการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF (In vitro fertilization) แต่... รู้หรือไม่ว่า การทำเด็กหลอดแก้วนั้น จริง ๆ ยังมีแบบ ICSI ด้วยนะ แล้วการทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI เป็นอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างกับการทำเด็กหลอดแก้วปกติมากแค่ไหน Enfa พร้อมอยู่แล้วที่จะพาไปไขคำตอบค่ะ

ICSI คืออะไร


ICSI หรือ Intracytoplasmic Sperm Injection จริง ๆ แล้วก็คือการทำเด็กหลอดแก้วนี่แหละค่ะ แต่จะเรียกกันว่าการทำอิ๊กซี่ หรือทำเด็กหลอดแก้วอิ๊กซี่ ซึ่งอิ๊กซี่ คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อรักษาภาวะการมีบุตรยากเช่นเดียวกับการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF (In vitro fertilization) นั่นแหละค่ะ

ซึ่งกระบวนการนั้นแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF เลยค่ะ ตั้งแต่การกระตุ้นการตกไข่ การเก็บไข่ การเก็บอสุจิ การเพาะเลี้ยงตัวอ่อน การย้ายตัวอ่อน แต่สิ่งที่แตกต่างคือ การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI จะฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรงเลย ไม่รอให้ไข่กับอสุจิปฏิสนธิกันเอง

ICSI ต่างจาก IVF และ IUI อย่างไร


การทำเด็กหลอดแก้วทั้งแบบ IVF กับ ICSI แม้จะเป็นการทำเด็กหลอดแก้วเหมือนกันมากแทบจะทุกกระบวนการ แต่ก็มีความแตกต่างกันที่ค่อนข้างชัดเจนค่ะ แล้ว IUI, IVF กับ ICSI ต่างกันอย่างไร? ความแตกต่างของทั้ง 3 วิธีนี้คือ

  • IVF (In Vitro Fertilization) จะเป็นการนำไข่และอสุจิออกมาปฏิสนธิกันในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ เพื่อรอให้เกิดการปฏิสนธิและทำการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ก่อนจะย้ายตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก
  • ขณะที่การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI จะดูดเอาอสุจิตัวที่แข็งแรงที่สุด สมบูรณ์ที่สุดใส่ลงในเข็มขนาดเล็ก แล้วฉีดฝังลงในไข่โดยตรง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปฏิสนธิได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอให้ไข่กับอสุจิปฏิสนธิกันเอง
  • ส่วนวิธี IUI (Intrauterine Insemination) นั้น จะเป็นการนำอสุจิของผู้ชายฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกของผู้หญิงโดยตรงเลย
     

เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำ ICSI


ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI นั้น จะใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่เรียกว่า Micromanipulator ซึ่งเป็นเข็มที่มีขนาดเล็กมากๆ ที่จะต้องใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมากนั้น ก็เพื่อให้สามารถฉีดน้ำอสุจิเข้าไปฝังในไข่ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ

ค่าใช้จ่ายในการทำ ICSI


การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI ราคาจะแตกต่างกันไปค่ะ โดยราคาสำหรับการทำ ICSI ในผู้หญิง อาจเริ่มต้นตั้งแต่ 400,000 – 600,000 บาทขึ้นไป ส่วนผู้ชายอาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 – 50,000 บาทขึ้นไปค่ะ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงราคาคร่าว ๆ เท่านั้น เพราะแต่ละสถานพยาบาลก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไปค่ะ

ICSI โอกาสสำเร็จ


การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI ถือว่ามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงทีเดียวค่ะ โดยมีความเป็นไปได้ 50-80% เลยค่ะ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากกระบวนการฉีดอสุจิลงไปฝังในไข่โดยตรงเพื่อกระตุ้นให้เกิดการปฏิสนธินั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม โอกาสนั้นอาจจะลดลงหากเป็นการทำเด็กหลอดแก้วในผู้หญิงที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับมดลูกและรังไข่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจทำให้คุณภาพของไข่ไม่สมบูรณ์ หรือมีไข่ที่สมบูรณ์น้อย ปัจจัยเหล่านี้ก็อาจจะทำให้ความเป็นไปได้ในการตั้งครรภ์ลดน้อยลงค่ะ

จริงหรือที่ทำ ICSI มีโอกาสท้องแฝด


การทำเด็กหลอดแก้วทั้งแบบ IVF และแบบ ICSI ต่างก็มีโอกาสที่จะเกิดท้องแฝดได้ค่ะ เนื่องจากหลังการปฏิสนธินั้น อาจเป็นไปได้ว่าตัวอ่อนมีการแยกตัวมากกว่าหนึ่งตัว และแพทย์ทำการฉีดตัวอ่อนกลับเข้าโพรงมดลูกหลายตัว ดังนั้น จึงมีโอกาสที่จะมีตัวอ่อนฝังตัวในมดลูกมากกว่าหนึ่งตัว และเกิดเป็นท้องแฝดได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม การทำเด็กหลอดแก้ว ไม่สามารถที่จะการันตีการตั้งครรภ์ได้ 100% รวมถึงไม่สามารถรับประกันว่าจะได้ลูกแฝด 100% ด้วยเช่นกันค่ะ

เมื่อไหร่ที่ควรทำ ICSI


จริง ๆ แล้วคนที่จะมาทำเด็กหลอดแก้วนั้น ก็ต้องเป็นผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องการตกไข่ ไข่ไม่แข็งแรง อสุจิน้อย อสุจิไม่แข็งแรง จนนำไปสู่ภาวะการมีบุตรยากนั่นแหละค่ะ เพราะถ้าสามารถจะตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ กระบวนการเด็กหลอดแก้วก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องพิจารณาเป็นทางเลือก

อย่างไรก็ตาม การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI นั้น มักจะถูกแนะนำเป็นทางเลือกในกรณีที่:

  • คู่รักที่พยายามตั้งครรภ์โดยใช้วิธีกระตุ้นการตกไข่และทำการผสมเทียมโดยการฉีดอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูก หรือที่เรียกว่า IUI (Intrauterine Insemination) มาแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์
  • คู่รักที่พยายามตั้งครรภ์โดยใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF (In Vitro Fertilization) มาแล้ว แต่ยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น
     

ขั้นตอนในการทำ ICSI มีอะไรบ้าง


การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI ขั้นตอนส่วนใหญ่แทบจะไม่แตกต่างไปจากการทำเด็กหลอดแก้วตามปกติเลยค่ะ แต่จะมีความแตกต่างอยู่แค่เพียงเล็กน้อย แต่ค่อนข้างชัดเจน ดังนี้

          1. กระตุ้นการตกไข่-เก็บอสุจิ โดยแพทย์จะทำการตรวจสภาพร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจระดับฮอร์โมน และจะทำการฉีดฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ฝ่ายหญิงเกิดการตกไข่ จากนั้นจะมีการใช้ยาสลบเพื่อระงับความเจ็บปวดขณะทำการดูดไข่ผ่านทางช่องคลอดมาเก็บไว้ในภาชนะ ส่วนฝ่ายชายที่ก็จะต้องมีการเก็บอสุจิไว้ในภาชนะเช่นเดียวกัน

          2. การปฏิสนธินอกมดลูก เมื่อได้ไข่และอสุจิมาแล้ว แพทย์จะนำไปทำการคัดแยกเลือกเอาเฉพาะไข่และอสุจิที่สมบูรณ์ หลังจากนั้นนี่แหละค่ะจะเป็นขั้นตอนสำคัญที่มีความแตกต่างกัน เพราะการทำ ICSI จะดูดเอาอสุจิที่แข็งแรงมาฉีดลงไปฝังในไข่โดยตรงเพื่อกระตุ้นการปฏิสนธิ แบบไม่ต้องรอให้ไข่กับอสุจิทำการปฏิสนธิกันแบบ IVF

          3. เพาะเลี้ยงตัวอ่อน เมื่อไข่กับอสุจิเกิดการปฏิสนธิแล้ว แพทย์จะทำการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนต่อไปจนเจริญเติบโตและเริ่มมีการแบ่งเซลล์ จนมั่นใจว่าตัวอ่อนนั้นมีความแข็งแรง และพร้อมที่จะทำการฝังตัวในโพรงมดลูก

          4. การย้ายตัวอ่อน จากนั้นแพทย์จะทำการฉีดตัวอ่อนให้เข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก โดยอาจจะฉีดตัวอ่อนเพียงหนึ่งตัว หรือมากกว่าหนึ่งตัวก็ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัวที่มากขึ้น

ข้อดีและข้อเสียในการทำ ICSI


การทำ ICSI อาจมีข้อดีและข้อเสียที่จำเป็นจะต้องนำมาพิจารณาก่อนการตัดสินใจทำ ดังนี้

ข้อดีของ ICSI

ข้อดีหลัก ๆ ของการทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI ฏคือการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการที่กระตุ้นการปฏิสนธิโดยการฉีดอสุจิที่สมบูรณ์และแข็งแรงฝังลงในไข่โดยตรงนั้น ถือว่าช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิให้มากขึ้น และนำไปสู่ความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้

ข้อเสียของ ICSI

อย่างไรก็ตาม ICSI ก็อาจมีข้อเสียที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจร่วมด้วย ได้แก่

  • เสี่ยงที่ไข่จะเสียหาย เพราะในกระบวนการฉีดฝังอสุจิลงในไข่นั้นอาจจะทำลายไข่จนแตก ทำให้ไม่สามารถเกิดการปฏิสนธิได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากค่ะ หรือคิดเป็นประมาณ 5% เท่านั้นเอง
  • อาจเป็นการส่งต่อพันธุกรรมภาวะมีบุตรยาก โดยพาหะนี้อาจถูกส่งผ่านไปยังอสุจิตัวที่แข็งแรงที่สุด และแม้จะปฏิสนธิจนตั้งครรภ์ได้ แต่ก็มีแนวโน้มว่าทารกที่เกิดมา อาจจะมีภาวะมีบุตรยากเช่นเดียวกันกับพ่อค่ะ
     

ไขข้อข้องใจเรื่อง ICSI กับ Enfa Smart Club


 ทำ ICSI ที่ไหนดี?

การตัดสินใจของคู่รัก ถือเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI ค่ะ ว่าจะเลือกโรงพยาบาลใด จะเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน โดยอาจพิจารณาจากระดับความพึงพอใจตามปัจจัยต่างๆ เช่น ความสะดวกในการเดินทาง คำแนะนำจากแพทย์ และความสามารถในการจ่ายก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเช่นกันค่ะ

 IVF กับ ICSI ราคา ต่างกันมากน้อยแค่ไหน?

ค่าใช้จ่ายในการทำเด็กหลอดแก้วแบบ IVF และแบบ ICSI นั้น ถือว่าแตกต่างกันค่อนข้างมากเลยทีเดียวค่ะ การทำ IVF มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณที่แยกออกได้ คือ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลอาจมีราคาค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่ 70,000 - 200,000 บาทขึ้นไป

แต่ถ้าเป็นสถานพยาบาลเอกชน อาจมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 200,000 - 400,000 บาทขึ้นไป หรืออาจสูงถึง 700,000 - 1,000,000 บาทค่ะ

ขณะที่การทำ ICSI จะมีค่าใช้จ่ายที่จำแนกออกมาได้ คือ ราคาสำหรับการทำ ICSI ในผู้หญิง อาจเริ่มต้นตั้งแต่ 400,000 – 600,000 บาทขึ้นไป ส่วนผู้ชายอาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 20,000 – 50,000 บาทขึ้นไปค่ะ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงราคาคร่าว ๆ เท่านั้น เพราะแต่ละสถานพยาบาลก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไปค่ะ

 อาหารบำรุงไข่ มดลูก ก่อนไปทำ ICSI?

อาหารบำรุงไข่หรือมดลูกโดยเฉพาะนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องบำรุงอะไรเป็นพิเศษค่ะ ขอเพียงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ก็ถือว่าเพียงพอแล้วที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและพร้อมสำหรับการทำ ICSI

แต่สิ่งสำคัญก็คือ การเข้ารับการทำ ICSI จำเป็นอย่างยิ่งทั้งชายและหญิงที่จะต้องงดแอลกอฮอล์ ชา และกาแฟ อย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการผลิตไข่และอสุจิที่สมบูรณ์

 การแก้ปัญหาการมีบุตรยากด้วยวิธี IVF แตกต่างจาก ICSI อย่างไร

ขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้วทั้งแบบ IVF และแบบ ICSI แทบไม่มีความแตกต่างกันเท่าไหร่นักค่ะ ตั้งแต่เริ่มต้นจนท้ายสุดของกระบวนการ แทบจะเหมือนกันทั้งหมด

แต่จะมีความแตกต่างอยู่บ้าง และค่อนข้างชัดเจนนั่นก็คือ IVF จะเป็นการนำไข่และอสุจิออกมาปฏิสนธิกันในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ จากนั้นจะรอให้อสุจิกับไข่เกิดการปฏิสนธิและทำการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ก่อนจะย้ายตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก

ขณะที่การทำเด็กหลอดแก้วแบบ ICSI นั้น เมื่อได้อสุจิกับไข่ที่สมบูรณ์แล้ว ก็จะดูดเอาอสุจิตัวที่สมบูรณ์ที่สุดฉีดฝังลงในไข่โดยตรงเลย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปฏิสนธิได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอให้ไข่กับอสุจิปฏิสนธิกันเอง

 ทำหมันแล้วทำ ICSI ได้ไหม?

สามารถทำได้ค่ะ กระบวนการทำ ICSI นั้น สามารถทำได้โดยไม่ต้องแก้หมัน เพราะกระบวนการตั้งครรภ์โดยการทำเด็กหลอดแก้วนั้นจะไม่อาศัยท่อนำไข่ที่ถูกผูกมัดเอาไว้ แต่จะนำไข่และอสุจิมาปฏิสนธินอกร่างกาย และฉีดตัวอ่อนกลับเข้าไปฝังตัวในมดลูก

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าการทำเด็กหลอดแก้วไม่สามารถการันตีโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ 100% นะคะ และโอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ก็ยังคงมีอยู่สูงด้วยเช่นกัน

 ICSI เลือกเพศได้ไหม

เด็กหลอดแก้วอาจสามารถเลือกเพศได้จริงค่ะ เนื่องจากในขั้นตอนการคัดเลือกไข่และอสุจินั้น สามารถที่จะทราบโครงสร้างของโครโมโซมได้ จึงสามารถรู้ได้ตั้งแต่ก่อนการย้ายตัวอ่อนเลยว่าทารกมีโอกาสที่จะเป็นเพศอะไรบ้าง

เพียงแต่การเลือกเพศด้วยวิธีทำเด็กหลอดแก้วนี้ ถือว่าผิดหลักมนุษยธรรม และผิดกฎหมายในหลายประเทศ เนื่องจากมองว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลือกปฏิบัติค่ะ



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่เตรียมตัวตั้งครรภ์

บทความที่แนะนำ

how-to-get-pregnant
มีลูกยาก พยายามแค่ไหนก็ไม่ท้อง เป็นเพราะอะไรกันแน่
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner

 

Leaving page banner