ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โรคซาง คืออะไร โรคซางมีจริงไหม ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
โรคซาง คืออะไร โรคซางมีจริงไหม ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

Enfa สรุปให้

  • โรคซาง เป็นโรคที่ไม่มีอยู่จริงในทางการแพทย์ เพราะจริง ๆ แล้วโรคซางที่ว่าก็คือโรคในเด็ก ซึ่งคำว่าโรคในเด็ก ก็หมายความถึงสารพัดอาการต่าง ๆ ที่มักจะพบได้บ่อยในเด็ก หรือก็คือกลุ่มอาการที่ทำให้เด็กไม่สบายตัว เช่น ตัวร้อน เป็นไข้ ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูก
  • แต่คนในสมัยก่อนไม่ได้เข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์มาก เมื่อพบว่าเด็กเจ็บออด ๆ แอด ๆ กินอาหารได้น้อย เบื่ออาหาร ตัวเล็ก น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ก็มักจะพูดกันว่าเด็กเป็นโรคซาง หรือซางตานขโมย
  • ซึ่งถ้าหากมองตามโรคในแพทย์แผนปัจจุบันอาการของโรคซางจะไปคล้ายกับโรคขาดสารอาหารหรือพุงโรก้นปอด อันเนื่องมาจากการขาดสารอาหารหรือการติดเชื้อจากกลุ่มพยาธิที่อยู่ในลำไส้

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • โรคซาง คืออะไร
     • สาเหตุของโรคซาง
     • ใครเสี่ยงเป็นโรคซาง
     • อาการของทารกและเด็กเมื่อเป็นโรคซาง
     • การวินิจฉัยโรคซาง
     • การรักษาโรคซาง
     • การป้องกันโรคซางในทารกและเด็ก
     • ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคซางในเด็ก
     • ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโรคซางกับ Enfa Smart Club

ลูกไม่ค่อยกินข้าว กินข้าวได้น้อย น้ำหนักไม่ขึ้น เบื่ออาหาร มีผื่นขึ้น มีไข้ขึ้น ท้องเสีย ป่วยออด ๆ แอด ๆ ถ้ามีอาการลักษณะคล้าย ๆ นี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีคนฟันธงให้แทนเลยว่าลูกกำลังเป็น โรคซาง หรือตานขโมย หรือบางครั้งก็เรียกซางตานขโมย แต่อาการพวกนี้คือโรคซางจริง ๆ หรือ? โรคซางคืออะไรกันแน่? หรือโรคซางอาจจะไม่มีอยู่จริง? วันนี้ Enfa จะมาไขความลับของจักรวาลโรคซางกันค่ะ

โรคซาง คืออะไร


โรคซางคืออะไร โรคซางก็คือโรคที่ไม่มีอยู่จริงในทางการแพทย์แผนปัจจุบันค่ะ แต่จะมีบันทึกอยู่ในแพทย์แผนโบราณ และส่วนใหญ่มักจะเป็นคำบอกกล่าว ความเชื่อที่ส่งต่อกันมาถูกบ้าง ผิดบ้าง พอเห็นว่าเด็กมีอาการต่าง ๆ เช่น ตัวร้อน ไม่สบาย ท้องเสีย เป็นตุ่มตามตัว เป็นตุ่มในปาก ขาดสารอาหาร ตัวผอม ตัวเล็ก ก็มักจะตีความไว้ก่อนว่าเป็นโรคซาง

ซึ่งจริง ๆ แล้วโรคซางที่ว่าก็คือโรคในเด็กนี่แหละค่ะ คำว่าโรคในเด็ก ก็หมายความว่าเป็นสารพัดอาการต่าง ๆ ที่มักจะพบได้บ่อยในเด็ก หรือก็คือกลุ่มอาการที่ทำให้เด็กไม่สบายตัว ซึ่งมีตั้งแต่ตัวร้อน เป็นไข้ ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูก เบื่ออาหาร ไม่กินอาหาร

แต่ถ้าจะให้จำกัดความอาการของโรคซางให้แคบลงมาอีกหน่อย โดยอ้างอิงจากกลุ่มอาการที่พบ ก็เป็นไปได้ว่าโรคซางที่คนเฒ่าคนแก่บอกเอาไว้นั้น อาจจะหมายถึงโรคขาดสารอาหารหรือพุงโรก้นปอด อันเนื่องมาจากการขาดสารอาหารหรือการติดเชื้อจากกลุ่มพยาธิที่อยู่ในลำไส้ค่ะ

สาเหตุของโรคซาง


สาเหตุของโรคซาง หรือโรคในเด็กนั้นค่อนข้างที่จะกว้างมากค่ะ และกว้างเกินกว่าจะสามารถจำเพาะเจาะจงได้แค่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าจำแนกสาเหตุของโรคตามกลุ่มอาการหลัก ๆ ของโรคซาง ก็อาจจะจำแนกสาเหตุของโรคซางได้คร่าว ๆ ดังนี้

ลูกมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ ตัวผอม ตัวเล็ก อาจมีสาเหตุมาจาก:

  • ในกรณีที่กินนมแม่ อาจพบว่าลูกกินนมน้อย ทำให้ได้รับอาหารและสารอาหารไม่เพียงพอ จนมีอาการผิดปกติ เช่น น้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์
  • ในกรณีที่กินนมผง ลูกอาจจะไม่ถูกกับสูตรนมผงนั้น ๆ จนเกิดอาการต่าง ๆ ที่ผิดปกติออกมา เช่น ขับถ่ายเป็นมูก
  • เด็กมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น อาการภูมิแพ้ โรคหัวใจ การติดเชื้อต่าง ๆ
     

ลูกมีตุ่มในปาก บริเวณเหงือก เพดานปาก อาจมีสาเหตุมาจาก:

  • ตุ่มเหล่านั้นอาจเป็นเพียงเคราตินตามธรรมชาติที่พบได้ในเด็ก และจะหายไปเองเมื่อโตขึ้น ไม่ได้ส่งผลเสียใด ๆ
  • ลูกอาจเกิดการติดเชื้อไวรัสบางอย่าง
     

ลูกเป็นแผลในปาก อาจมีสาเหตุมาจาก:

  • ลูกดื่มน้ำน้อย ดื่มน้ำไม่พอ
  • ลูกอาจเกิดการติดเชื้อไวรัสบางอย่าง
  • แพ้สารบางอย่างในยาสีฟัน
     

ลูกมีฝ้าที่ลิ้นและโคนลิ้น อาจมีสาเหตุมาจาก:

  • ในเด็กแรกเกิดที่กินนมแม่แค่เพียงอย่างเดียว และกินทุก ๆ 3 ชั่วโมง ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะพบฝ้าขาวบาง ๆ ที่ลิ้น
  • กรณีที่ลูกเป็นฝ้าขาวตามกระพุ้งแก้มหรือเหงือก อาจเกิดจากเชื้อราต่าง ๆ
     

แต่ถ้าหากเราอ้างอิงกลุ่มอาการของโรคซาง ว่าเป็นโรคพุงโรก้นปอด ก็ถือว่าจำเพาะได้ยากเช่นกันค่ะ แต่โดยมากแล้วมักพบจากสาเหตุเหล่านี้

  • พุงโรก้นปอดที่เกิดจากการขาดสารอาหารเพราะไม่มีอาหารกิน หรือกินแต่อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
  • พุงโรก้นปอดที่เกิดจากติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อจากพยาธิภายในช่องท้อง โรคไข้มาลาเรีย
  • พุงโรก้นปอดที่เกิดจากโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย (Thalassemia)
  • พุงโรก้อนปอดที่เกิดจากเนื้องอกในช่องท้อง
     

ใครเสี่ยงเป็นโรคซาง


โรคซาง หรือโรคพุงโรก้นปอด ก็มักจะพบได้ในเด็กนี่แหละค่ะ แต่ถ้าจะถามว่าเด็กคนไหนที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง คำตอบก็กว้างมากค่ะ เนื่องจากสาเหตุของโรคพุงโรก้นปอดนั้นค่อนข้างหลากหลาย อย่างไรก็ตราม โดยมากแล้วเด็กที่มีแนวโน้มจะเสี่ยงเป็นพุงโรก้นปอดก็คือเด็กในกลุ่มที่:

  • ขาดสารอาหารเพราะไม่มีอาหารกิน หรือกินแต่อาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
  • เด็กที่ติดเชื้อต่าง ๆ เช่น ติดเชื้อจากพยาธิภายในช่องท้อง โรคไข้มาลาเรีย
  • เด็กที่มีโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย (Thalassemia)
  • เด็กที่มีเนื้องอกในช่องท้อง

อาการของทารกและเด็กเมื่อเป็นโรคซาง


อาการของโรคซางหรือพุงโรก้นปอด คือกลุ่มอาการของโรคในเด็ก ซึ่งคำว่าโรคในเด็กนั้นกว้างมากค่ะ อาการของโรคนี้จึงหลากหลายและต่างกันไปในเด็กแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น:

  • มีไข้
  • ตัวร้อน
  • มีผื่นขึ้นตามตัว
  • ท้องเสีย
  • ถ่ายเป็นมูก
  • เบื่ออาหาร
  • กินอาหารได้น้อย หรือไม่กินนม (เด็กทารก)
  • มีฝ้าที่ลิ้น
  • มีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นในปากและลำคอ
  • ร้องไห้งอแงบ่อย
  • น้ำหนักลด ตัวผอมลง

การวินิจฉัยโรคซาง


หากคุณพ่อคุณแม่พบเห็นว่าลูกมีอาการผิดปกติ ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ร้องไห้โยเยบ่อย เบื่ออาหาร มีไข้ ตัวร้อน ตัวผอมลง หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคลำที่ท้องแล้วพบว่ามีก้อนในท้อง ควรพาลูกไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อที่แพทย์จะได้ทำการวินิจฉัยเพิ่มเติมว่าเด็กกำลังเป็นโรคขาดสารอาหาร หรือพุงโรก้นปอดหรือไม่

การรักษาโรคซาง


การรักษาโรคซางหรือพุงโรก้นปอดนั้น เรื่องโภชนาการของเด็กถือเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม สำหรับเด็กทารกควรจะได้กินนมแม่ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน หรือถ้าเป็นเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยควรให้เด็กได้กินอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ และยังต้องกินอย่างถูกสุขลักษณะด้วย

มากไปกว่านั้น อีกวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ลูกสุขภาพดีนั่นก็คือ การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของลูกค่ะ หากพบว่าลูกมีอาการที่ผิดปกติ เช่น มีไข้ ตัวร้อน มีผื่นตามตัว เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ให้พาลูกไปพบแพทย์ทันทีเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา ไม่ว่าลูกจะเป็นโรคซางหรือไม่ การพาลูกไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอันตรายหรือโรคเรื้อรังที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กค่ะ

การป้องกันโรคซางในทารกและเด็ก


การป้องกันโรคซางหรือพุงโรก้นปอด อาจสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

  • การให้ทารกได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน หรือนานถึง 1 ปี
  • ให้เด็กกินอาหารที่หลากหลาย ครบทั้ง 5 หมู่
  • ให้ลูกกินแต่อาหารที่ถูกสุขลักษณะ ปรุงสดใหม่ ไม่ปรุงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เพราะเสี่ยงที่ทารกจะได้รับพยาธิจากอาหารที่ไม่สุก หรืออาหารที่ค้างคืน
  • ล้างมือให้ลูกเสมอโดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังกินอาหาร เพื่อป้องกันแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย
  • พยายามอย่าให้ลูกเดินเท้าเปล่า เพราะอาจเสี่ยงที่จะพบกับพยาธิต่าง ๆ ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังได้

ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคซางในเด็ก


จริง ๆ แล้วโรคซาง ก็คือสารพัดโรคที่สามารถพบได้ในเด็กนั่นเองค่ะ หรือถ้าจะจำกัดวงให้แคบหน่อยก็จะไปคล้ายหรือใกล้เคียงกับพุงโรก้นปอด

ส่วนโรคซางที่ผู้ใหญ่มักจะบอกเราว่าอาการของโรคจะแตกต่างกันไปตามวันเกิด หรือที่เรียกว่าซางเจ้าเรือนนั้น ซึ่งสิ่งนี้ไม่มีผลการรับรองทางการแพทย์นะคะ เป็นเพียงความเชื่อที่ถูกส่งต่อ ๆ กันมาเท่านั้น

ส่วนอาการที่แตกต่างกันไปของโรคซางหรือพุงโรก้นปอดนั้นก็เป็นเพราะว่าสาเหตุของการเกิดโรคพุงโรก้นปอดนั้นกว้างมากค่ะ เมื่อสาเหตุที่เกิดต่างกัน เด็กมีอายุที่ต่างกัน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้อาการจึงแตกต่างกันไป ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับธาตุเจ้าเรือนของเด็กแม้แต่น้อยค่ะ

ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโรคซางกับ Enfa Smart Club


ยาซางกินได้กี่ขวบ

จริง ๆ แล้วไม่มียารักษาโรคซางค่ะ ส่วนอาการที่เข้าใจว่าเป็นโรคซางนั้นก็เป็นกลุ่มอาการขาดสารอาหาร หรือพุงโรก้นปอด ดังนั้น กลุ่มอาการที่ขาดสารอาหารเช่นนี้ โดยมากไม่จำเป็นต้องกินยารักษาค่ะ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ใส่ใจโภชนาการของลูกง่าย ๆ ดังนี้

  • การให้ทารกได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน หรือนานถึง 1 ปี
  • ให้เด็กกินอาหารที่หลากหลาย ครบทั้ง 5 หมู่
  • ให้ลูกกินแต่อาหารที่ถูกสุขลักษณะ ปรุงสดใหม่ ไม่ปรุงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เพราะเสี่ยงที่ทารกจะได้รับพยาธิจากอาหารที่ไม่สุก หรืออาหารที่ค้างคืน
  • ล้างมือให้ลูกเสมอโดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังกินอาหาร เพื่อป้องกันแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย
  • พยายามอย่าให้ลูกเดินเท้าเปล่า เพราะอาจเสี่ยงที่จะพบกับพยาธิต่าง ๆ ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังได้

โรคซาง แพทย์แผนไทยรักษาได้ไหม

หากลูกมีอาการที่คล้ายจะเป็นโรคซางหรือพุงโรก้นปอด ให้พาลูกไปพบแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อทำการวินิจฉัยและรับการรักษาก่อนค่ะ

ส่วนวิธีการรักษาตามแพทย์แผนโบราณนั้น ให้ปรึกษากับแพทย์แผนปัจจุบันก่อนว่าสามารถทำการรักษาควบคู่กันไปได้หรือไม่ หากแพทย์อนุญาตก็สามารถทำได้ แต่ถ้าแพทย์เล็งเห็นว่าวิธีรักษาอาจเสี่ยงต่อสุขภาพของเด็กมากกว่าจะเป็นผลดี คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรดันทุรังนะคะ

เพราะการรักษาตามสูตรของแพทย์แผนไทยบางอย่างนั้น ถือว่าอันตรายต่อเด็กมาก เช่น การกวาดคอเด็ก ซึ่งส่วนผสมในการกวาดคอบางสูตรอาจมีการใช้สิ่งที่ไม่เหมาะกับเด็ก โดยเฉพาะเด็กทารก เช่น การใช้เหล้าขาว ใช้น้ำผึ้ง ใช้ปัสสาวะ มากวาดคอเด็กสิ่งเหล่านี้ถือว่าอันตรายต่อสุขภาพเด็กมากกว่าจะช่วยรักษาโรคนะคะ

โรคซางในปากเป็นยังไง

โรคซางในปาก อาจจะหมายถึงเด็กที่เป็นโรคซางหรือพุงโรก้นปอด แล้วมีอาการเป็นตุ่มขึ้นในปาก ลิ้น และลำคอ มีฝาที่ลิ้น หรือมีแผลในปากและลำคอ จึงเรียกว่าซางในปาก



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่

บทความที่แนะนำ

คู่มือคุณแม่เมื่อต้องดูแลทารก 4 เดือน
โภชนาการลูกน้อย อาหารเด็ก 4 เดือน
เคล็ด (ไม่) ลับ เพิ่มน้ำนมแม่ให้ลูกน้อย
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner