Enfa สรุปให้:
- เด็ก 10 เดือน ผู้ชายหนักประมาณ 9.2 กิโลกรัม สูงประมาณ 73.3 เซนติเมตร ผู้หญิงหนักประมาณ 8.5 กิโลกรัม สูงประมาณ 71.5 เซนติเมตร
- พัฒนาการเด็ก 10 เดือนที่คุณพ่อคุณแม่สามารถเห็นได้ชัดเจนคือลูกน้อยเริ่มแสดงออกถึงความเป็นตัวเองได้บ้างแล้ว เช่น เด็กบางคนรักสงบ ชอบอยู่นิ่ง ๆ ขณะที่เด็กบางคนอาจจะรักในการผจญภัย ชอบเล่นสนุก
- ทารก 10 เดือน มีทักษะด้านอารมณ์และการสื่อสารดีขึ้นมาก เริ่มเชื่อมโยงคำและท่าทางต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้ เช่น บ๊ายบาย ส่งจูบ เริ่มแยกการถูกยอมรับ กับไม่ถูกยอมรับออก เริ่มรู้ว่าอันไหนทำแล้วจะถูกดุ อันไหนทำแล้วจะถูกรัก
เด็ก 10 เดือน มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากในเดือนนี้ คุณพ่อคุณแม่จะต้องตามติดการเจริญเติบโตของลูกน้อยให้ดี เพื่อจะได้ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกได้อย่างสมวัย บทความนี้จาก Enfa มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก 10 พร้อมเช็กลิสต์การดูแลลูกน้อยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้มาฝากค่ะ
เด็ก 10 เดือน
ทารก 10 เดือน ถือว่าเป็นช่วงวัยที่ Big Surprise สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทีเดียวค่ะ เพราะเจ้าตัวเล็กจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมายครบทุกด้าน เด็กวัย 10 เดือนบางคนเริ่มแสดงออกถึงลักษณะนิสัยส่วนตัวบางอย่างได้บ้างแล้ว เช่น เด็กบางคนรักสงบ เด็กบางคนชอบอยู่นิ่ง ๆ และเล่นคนเดียว ขณะที่เด็กบางคนอาจจะรักในการผจญภัย ชอบเล่นสนุก ชอบเจอผู้คน
มากไปกว่านั้น เด็กวัยนี้ก็เริ่มรับรู้แล้วว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เริ่มจดจำ และคุ้นเคยกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวและคนใกล้ชิดที่เห็นหน้าเห็นตากันบ่อย ๆ อีกด้วย
น้ำหนักเด็ก 10 เดือน
เด็ก 10 เดือนหนักกี่โล? น้ำหนักของทารกวัย 10 เดือนตามตารางน้ำหนักทารกนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
- ทารกเพศชายวัย 10 เดือน หนักประมาณ 9.2 กิโลกรัม
- ทารกเพศหญิงวัย 10 เดือน หนักประมาณ 8.5 กิโลกรัม
ส่วนสูงเด็ก 10 เดือน
ส่วนสูงของทารกวัย 10 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
- ทารกเพศชายวัย 10 เดือน สูงประมาณ 73.3 เซนติเมตร
- ทารกเพศหญิงวัย 10 เดือน สูงประมาณ 71.5 เซนติเมตร
อาหารเด็ก 10 เดือน
เด็กวัย 10 เดือนนี้ สามารถกินอาหารได้หลากหลายมากค่ะ อีกทั้งคุณพ่อคุณแม่ยังเริ่มที่จะทำเป็นเมนูต่าง ๆ ได้บ้างแล้ว เช่น พาสต้า โจ๊กสำหรับทารก ซุป ข้าวคลุกผักหรือเนื้อปลา และควรเปลี่ยนเมนูใหม่ ๆ ทุก ๆ 3-4 วัน เพื่อไม่ให้ลูกเบื่ออาหารได้ง่ายค่ะ
มากไปกว่านั้น ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันดี อย่างเพียงพอในแต่ละวันด้วยนะคะ
นอกจากนี้ อาหารเด็ก 10 เดือนก็ไม่ต้องบดละเอียดอีกต่อไป สามารถหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำให้เด็กสามารถหยิบกินได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น อาโวคาโด กล้วย บลูเบอร์รี่ ลูกพีช มันฝรั่งต้มสุก มันเทศต้มสุก แคร์รอตต้มสุก ถั่วเขียว พาสตา เต้าหู้ เนื้อไก่ ไข่ เป็นต้น
เด็ก 10 เดือน กินข้าวกี่มื้อ
เด็ก 10 เดือนควรได้กินข้าว 3 มื้อต่อวันค่ะ และยังสามารถเสริมด้วยมื้อว่างได้อีก 2 มื้อ เพื่อให้เด็กได้รับพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอในแต่ละวัน
ปริมาณนมที่เหมาะสมสำหรับเด็ก 10 เดือน
เด็กวัย 10 เดือน ก็ยังสามารถที่จะกินนมแม่และนมผงควบคู่ไปกับมื้ออาหารต่าง ๆ ได้ค่ะ โดยปริมาณนมตามตารางกินนมทารกที่เด็ก 10 เดือนควรได้รับคือ ประมาณ 24 - 30 ออนซ์ต่อวันค่ะ ซึ่งคุณแม่สามารถป้อนนมให้ลูกได้ 3 - 4 ครั้งต่อวัน
อาหารว่างเด็ก 10 เดือน
เด็ก 10 เดือน สามารถเสริมโภชนาการได้ด้วยของว่าง 2 มื้อค่ะ ซึ่งของว่างนั้นควรจัดเป็นผลไม้ ธัญพืช หรือผักต้มสุก เพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อย ตัวอย่างเช่น
- ผลไม้ เช่น มะม่วงสุก กีวี สตรอว์เบอร์รี แอปเปิลนึ่ง พีช ลูกแพร์
- ผักต้มสุกแล้วหั่นแท่ง เช่น มันเทศ แคร์รอต ฟักทอง
- ธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ตบดผสมนมแม่ ลูกเดือยต้ม
ผลไม้เด็ก 10 เดือน
จริง ๆ แล้วเราไม่มีผลไม้เฉพาะสำหรับเด็ก 10 เดือนหรอกค่ะ ขอเป็นผลไม้เนื้อนิ่ม หรือทำให้นิ่มได้ ลูกน้อยก็กินได้ทั้งนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถแนะนำให้ลูกได้ลองกินผลไม้ชนิดใหม่ ๆ ได้ทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นส้ม มะม่วงสุก มะละกอสุก เบอร์รีต่าง ๆ อาโวคาโด พีช แพร์ แอปเปิล สาลี่ องุ่น เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ผลไม้เด็ก 10 เดือน บางชนิดที่เนื้อแข็งเกินไปก็ควรหลีกเลี่ยง เช่น มะม่วงดิบ เกาลัด เป็นต้น เพราะเด็กวัย 10 เดือนยังไม่สามารถเคี้ยวได้ละเอียดมากนัก รวมถึงผลไม้ที่มีเม็ดและเสี่ยงต่อการติดคอ เช่น น้อยหน่า ทุเรียน สละ ระกำ ก็ต้องหลีกเลี่ยงให้ดีค่ะ
เด็ก 10 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ
เด็ก 10 เดือน ควรต้องกินอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่สำคัญครบทั้ง 5 หมู่ คือ
-
โปรตีน ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ได้จากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ และธัญพืชต่าง ๆ
-
ไขมัน ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ ได้จากอาหารจำพวกน้ำมันพืชหรือเนื้อสัตว์
-
วิตามิน ช่วยเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นไปอย่างสมดุล ได้จากผลไม้หลากหลายชนิด เช่น อาโวคาโด มะละกอสุก และมะม่วงสุก
-
เกลือแร่ มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ได้จากผักต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟักทอง มันเทศ มะเขือเทศ ผักคะน้า และผักกาดขาว
-
คาร์โบไฮเดรต ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย และส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อย ได้จากอาหารจำพวกข้าวหรือแป้งชนิดต่าง ๆ
นอกจากอาหารตามวัยแล้ว นมแม่ ยังถือเป็นกลุ่มอาหารหลักที่เด็ก 10 เดือนควรได้รับอย่างเพียงพอในทุกวันควบคู่ไปกับอาหารตามวัย เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารเฉพาะจากนมแม่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้
-
MFGM เป็นสารอาหารเฉพาะในนมแม่ ช่วยพัฒนาระบบประสาท เสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อ
-
DHA คือ กรดไขมันจำเป็น ช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท และการมองเห็น
-
2’FL (2’-Fucosyllactose) ใยอาหารธรรมชาติ (HMO) ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ยับยั้งเชื้อก่อโรค และเสริมภูมิคุ้มกัน
ลักษณะอุจจาระทารก 10 เดือน
ลักษณะอุจจาระทารกปกติ ควรจะเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองเข้ม แต่ในช่วงวัย 10 เดือนนี้ คุณแม่อาจะเริ่มสังเกตว่าสีอุจจาระของลูกบางครั้งก็เปลี่ยนไป โดยบางครั้งอาจมีสีเขียวออกมาด้วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้และไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะคะ เพราะเด็กวัยนี้เริ่มกินอาหารอื่น ๆ นอกเหนือจากนมแม่ได้มากขึ้นแล้ว สีของอุจจาระ อาจแปรเปลี่ยนไปตามผักและผลไม้ที่ทารกกินเข้าไปได้ค่ะ
แต่ถ้าหากทารกมีอุจจาระสีดำ อุจจาระสีแดง อุจจาระสีขาว และอุจจาระสีเทา ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ
เด็ก 10 เดือน นอนกี่ชั่วโมง
ตามตารางนอนทารกเด็กวัย 10 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 13 - 15 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 3 - 4 ชั่วโมง โดยให้เด็กได้นอนงีบ 2 ครั้งต่อวัน คือช่วงสายและช่วงบ่าย และนอนตอนกลางคืนอีก 11 - 12 ชั่วโมง
พัฒนาการเด็ก 10 เดือน
พัฒนาการทารก 10 เดือนนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าลูกมีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้น ลูกวัย 10 เดือนเริ่มแสดงความเป็นตัวเองให้เห็นชัดเจน เพราะเขาเรียนรู้แล้วว่า ตัวเขาก็เป็นคนคนหนึ่งเช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านที่ทำอะไรๆ ได้เหมือนกัน... มาดูพัฒนาการของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ
พัฒนาการด้านอารมณ์ของทารก 10 เดือน
การแสดงอารมณ์ของลูกค่อนข้างโดดเด่นและชัดเจน เริ่มแสดงความเป็นตัวเองให้ใคร ๆ เห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะดีใจ โมโห โกรธเกรี้ยว หรือปฏิเสธ
ลูกเริ่มตระหนักถึง “การยอมรับ” และ “ไม่ยอมรับ” จากคนอื่น ๆ รู้ว่าถ้าทำแบบนี้แม่ไม่ชอบ ทำแบบนี้จะได้รับคำชมเชย ซึ่งลูกยังต้องการการยอมรับจากสังคมเวลาทำอะไรใหม่ ๆ ได้ก็จะชอบแสดงออกเพื่อให้คนปรบมือให้ แต่ถ้าไม่มีใครสนใจ เขาก็จะเรียกร้องความสนใจทันที
หากที่ผ่านมาลูกได้รับความรักและเวลาในการเอาใจใส่ดูแลจากคุณพ่อคุณแม่เต็มที่ เขาจะแสดงออกซึ่งสิ่งที่เขาได้รับกับตุ๊กตาตัวโปรด
ลูกชอบเลียนแบบท่าทางที่แสดงอารมณ์ความรู้สึก เช่นหากที่ผ่านมาคุณแม่กอดหอมลูกแล้วบอกว่า รักจัง ๆ ลูกก็จะทำแบบที่เวลาเราบอกว่า รักกันทำยังไง หรือถ้าอยู่ในอารมณ์เศร้า ก็ทำหน้าเบ้ เป็นต้น
พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของทารก 10 เดือน
- เรียนรู้และสามารถเชื่อมโยงคำต่าง ๆ กับท่าทางได้บ้างแล้ว เช่น ส่ายหัวหรือสั่นหัวกับคำว่า “ไม่” โบกมือ หมายถึง “บ๊ายบาย” การเอามือแตะปาก หมายถึง “ส่งจูบ” เป็นต้น
- วัยนี้เป็นนักเลียนแบบ และเขาพร้อมจะพูดตามเราได้ หากเราพูดเป็นคำ ๆ ช้า ๆ และชัด ๆ ให้เขาฟังบ่อย ๆ
พัฒนาการด้านสมองของทารก 10 เดือน
- ลูกสามารถกะระยะความสูง-ต่ำ ได้ดีกว่าเดือนก่อน จึงทำให้กล้าที่จะปีนลงจากเก้าอี้หรือเตียงเอง
- ลูกเริ่มแยกลักษณะของมือทั้งสองข้าง เช่น มือซ้ายถือของ ส่วนมือขวาใช้จับสัมผัส ซึ่งการที่ลูกใช้มือซ้ายน้อยลงจะไปเพิ่มทักษะและความชำนาญมือขวามากขึ้น ทำให้คุณแม่สามารถสังเกตได้ว่าลูกถนัดใช้มือข้างไหน
- เมื่อลูกเริ่มตระหนักในความเป็นตัวเองมากขึ้น เราก็สามารถที่จะสอนให้ลูกรู้จักอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของลูกเรียกว่าอะไร เช่น นี่ปาก...นี่จมูก ...นี่หู...นี่ตา ฯลฯ โดยชี้ที่ปากของลูกและบอกว่า นี่ปากของหนู อันนี้ปากของแม่ ค่อย ๆ สอน อีกหน่อยลูกจะจำได้เอง
- วัยนี้เรียนรู้จากการเลียนแบบ เช่น เวลาที่แม่ตักอาหารป้อน ลูกก็จะใช้ช้อนในมือตักอาหารป้อนคุณแม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าคุณแม่ค่อย ๆ เคี้ยวและกลืน ลูกก็จะจ้องมองปากของคุณแม่เพื่อดูว่าเคี้ยวยังไง นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะสอนให้เขาเลียนแบบสิ่งที่อยากให้เขาทำ เช่น สอนทำท่าบ๊ายบาย ธุจ้า ฯลฯ
- สนใจทดลองทำอะไรหลายๆ อย่าง เช่น ยกแก้วน้ำขึ้นมาเท แล้วคอยดูเวลาแม่เช็ดทำความสะอาดอย่างสนใจ พอเอาแก้วมาวางใหม่ ลูกก็จะเทแบบเดิมอีก เป็นการเรียนรู้ซ้ำ ๆ เพื่อดูผลของการกระทำ
- สนใจการเคลื่อนที่ของวัตถุมาก เช่น ถ้าสนใจลูกบอลที่กลิ้งอยู่ ก็จะสนใจมองและเล่นอยู่นานทีเดียว
พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก 10 เดือน
- เดือนนี้พัฒนาการด้านร่างกายไม่ค่อยโดดเด่นนัก ส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะทบทวนทักษะที่เคยทำมาให้คล่องแคล่วและมั่นคงมากขึ้น เช่น นั่งได้ดีและสามารถเอี้ยวตัวไปหยิบของที่อยู่ด้านหลังได้โดยไม่ล้ม คลานขึ้นบันได ปีนขึ้นลงเก้าอี้ เกาะเดิน รวมไปถึงการหยิบ จับ เขย่า บีบ และถือสิ่งของต่าง ๆ
- คุณแม่สามารถช่วยให้ลูกก้าวเดินได้เร็วขึ้นโดยการจับมือลูกไว้ทั้งสองข้าง (เป็นหลักยึดให้ลูก) ค่อยๆ หัดให้ลูกก้าวเท้าเดิน ไม่แนะนำให้ใช้รถหัดเดิน เพราะนอกจากไม่ช่วยพัฒนาการเดินแล้วยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้อีก
- การที่เด็กได้เคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของสมอง ด้วย เพราะสมองจะทำงานได้ดีเมื่อประสาทสัมผัสต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ชิมรส และได้สัมผัสได้ทำงาน
การกระตุ้นพัฒนาการทารก 10 เดือน
การกระตุ้นพัฒนาการนั้นถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ แข็งแรง และสมวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ทุกวัน ดังนี้
- จริงอยู่ค่ะที่เด็ดยังพูดไม่เป็นประสา แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องพยายามพูดกับลูกในทุก ๆ วัน พูดด้วยกันบ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นให้ลูกน้อยพูดและเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ
- เสริมทักษะการเคลื่อนไหวด้วยเสียงเพลง เปิดเพลงหรือทำจังหวะต่าง ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยเริ่มเคลื่อนไหวตามจังหวะ ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวดีขึ้นค่ะ
- ลองเอาของเล่นลูกไปซ่อน แล้วรับบทบาทสมมุติช่วยลูกหาของเล่น ว่าของเล่นชิ้นนี้อยู่ตรงไหนน้า ตรงนี้หรือเปล่าน้า เป็นการกระตุ้นให้ลูกน้อยได้ใช้ความคิดและการสังเกต
- ปล่อยให้ลูกมีอิสระในการเล่น คุณพ่อคุณแม่แค่คอยดูไม่ให้เกิดอันตรายเท่านั้นพอ เพื่อให้เด็กได้เริ่มใช้ทักษะด้านต่าง ๆ ได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องรู้สึกว่าถูกควบคุมให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในแบบเดิม ๆ ทุกวัน
ของเล่นเด็ก 10 เดือน
ของเล่นเสริมพัฒนาการ 10 เดือน ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเสริมพัฒนาทักษะให้กับเด็กได้หลายด้าน ตั้งแต่พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ภาษา การสื่อสาร ตลอดจนอารมณ์และสังคม โดยของเล่นที่เหมาะกับเด็ก 10 เดือนก็มีด้วยกันหลายอย่างค่ะ เช่น
-
ของเล่นที่มีการโต้ตอบ เช่น ของเล่นที่กดปุ่มแล้วจะมีเสียงพูดหรือเสียงดนตรี หนังสือนิทานแบบมีเสียง จะช่วยให้เด็กสนุกและผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งยังเป็นการฝึกพูดโต้ตอบไปในตัวด้วย
-
ของเล่นที่มีการเคลื่อนไหว เช่น รถไขลาน รถบังคับ ช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเคลื่อนไหวตาม ทำให้เด็กได้ออกกำลังกายมากขึ้น
-
ของเล่นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ตัวต่อ การต่อบล็อก จะช่วยกระตุ้นทักษะความคิดให้กับเจ้าตัวเล็กได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องของความไวค่ะ เพราะเผลอแป๊บเดียว ลูกอาจจะคว้าเอาของเล่นเข้าปากได้ โดยเฉพาะของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่หากเด็กคว้าเข้าปาก อาจจะส่งผลเสียได้ ควรติดตามดูอย่างใกล้ชิดในเวลาที่ลูกเล่นของเล่นนะคะ
การดูแลสุขภาพเด็ก 10 เดือน
การเลี้ยงลูกวัย 10 เดือนนั้น เน้นกินให้อิ่ม นอนอย่างเพียงพอ และเสริมพัฒนาการให้กับลูกในทุก ๆ วัน ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ลูกได้เติบโตอย่างสมวัยแล้วค่ะ โดยตารางเลี้ยงลูกวัย 10 เดือนเบื้องต้นนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้
- ให้ลูกได้กินอาหารครบทั้ง 3 มื้อ เสริมด้วยอาหารว่างอีก 2 มื้อ และอาหารในทุกมื้อควรจะครบสารอาหารทั้ง 5 หมู่
- เด็กวัย 10 เดือน ยังควรได้รับนมแม่และนมผงควบคู่ไปกับมื้ออาหารต่าง ๆ โดยเด็ก 10 เดือนควรได้รับนมประมาณ 24-30 ออนซ์ต่อวัน ประมาณ 3-4 ครั้งต่อวัน
- คอยดูแลให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ลูกน้อยวัย 10 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 13-15 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 3-4 ชั่วโมง ให้เด็กได้นอนงีบ 2 ครั้งต่อวัน คือช่วงสายและช่วงบ่าย และนอนตอนกลางคืนอีก 11-12 ชั่วโมง
- ใส่ใจเรื่องความสะอาดของช่องปาก แปรงฟันให้ลูกเช้าเย็น เพื่อป้องกันฟันผุ
- สังเกตสัญญาณสุขภาพของลูกเสมอ เช่น มีไข้สูง มีผื่นขึ้น ร้องไห้งอแงผิดปกติ เซื่องซึม อาเจียนพุ่ง เบื่ออาหาร หากมีอาการที่ผิดไปจากเดิม ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา
ตารางเลี้ยงลูก 10 เดือน
หลายเดือนก่อนเคยหัวหมุนแค่ไหน เดือนนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องหัวหมุนยิ่งกว่าเดิม เพราะลูกน้อยวัย 10 เดือนมีพัฒนาการต่างจากเดือนก่อนมาก และพร้อมจะเล่นสนุก ซุกซนมากขึ้นกว่าเดิม ตารางเลี้ยงลูกวัย 10 เดือนจึงมีความแตกต่างจากช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถนำตัวอย่างตารางเลี้ยงลูกด้านล่างนี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับลูกน้อยได้เลยค่ะ
ช่วงเช้า
- 7:00 น. ตื่นนอนและป้อนนม
- 8:00 น. กินมื้อเช้า
- 8:30 น. เล่นของเล่น ทำกิจกรรมสนุก ๆ
- 9:45 น. กินนม กินของว่าง
- 10:00 น. นอนงีบตอนเช้า
- 11:00 น. เล่นของเล่น
ช่วงบ่าย
- 12:30 น. กินมื้อเที่ยง
- 13:00 น. เล่นของเล่น
- 14:30 น. นอนกลางวัน
- 15:40 น. กินนม กินของว่าง เล่นของเล่น
ช่วงเย็น
- 16:20 น. อาบน้ำ
- 17:30 น. กินมื้อเย็น
- 19:00 น. เข้านอน
เด็ก 10 เดือน กับสัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปพบแพทย์
หากเด็ก 10 เดือน มีอาการหรือสัญญาณทางสุขภาพดังต่อไปนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาค่ะ
- ลูกไม่ร่าเริง เหงาซึม เวลานอนหลับแล้วปลุกให้ตื่นยาก
- ลูกหายใจลำบาก หายใจเแล้วมีเสียงหวีด
- ลูกมีไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
- ลูกมีอาการชัก เกร็ง กระตุก
- ลูกมีอาการตัวแข็งหรือท้องแน่นแข็ง
- ลูกมีกระหม่อมบุ๋ม หรือกระหม่อมโป่ง
- ลูกมีผิวซีดเป็นสีฟ้า เขียว หรือเทา
- ลูกแหวะนม อาเจียนพุ่ง หรืออาเจียนมีสีเขียว
- ลูกเบื่ออาหาร ไม่ค่อยกินข้าว ไม่ค่อยกินนม
- ลูกร้องไห้งอแงมากผิดปกติ
- ลูกมีผื่นขึ้นตามผิวหนังและเริ่มลุกลามมากขึ้น
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย