Enfa สรุปให้:
- เด็ก 11 เดือน ผู้ชายหนักประมาณ 9.4 กิโลกรัม สูงประมาณ 74.5 เซนติเมตร ผู้หญิงหนักประมาณ 8.7 กิโลกรัม สูงประมาณ 72.8 เซนติเมตร
- พัฒนาการเด็ก 11 เดือน ทักษะการเคลื่อนไหวถือว่าโดดเด่นที่สุด ลูกน้อยคลานได้คล่องตัว และเริ่มยืนได้ครั้งละนาน ๆ สามารถประคองให้เดินได้ก้าวสั้น ๆ มากไปกว่านั้น ยังเริ่มที่จะพูดได้ประมาณ 1-2 คำอีกด้วย
- เด็ก 11 เดือน กินข้าวกี่มื้อ สำหรับเด็กวัยนี้สามารถกินข้าวได้ 3 มื้อเหมือนผู้ใหญ่ พร้อมเสริมด้วยของว่างอีก 2 มื้อ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการและพลังงานอย่างเพียงพอ
อีกแค่อึดใจเดียว ลูกน้อยก็จะมีอายุเต็มขวบปีแล้วนะคะ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น Enfa ขอชวนคุณพ่อคุณแม่มาตามติดพัฒนาการเด็ก 11 เดือนไปพร้อม ๆ กันก่อน มาดูว่าเดือนนี้เด็ก 11 เดือน จะมีพัฒนาการอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง และคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมพัฒนาการลูกได้อย่างไร

เด็ก 11 เดือน
ทารก 11 เดือน มีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ก้าวกระโดดมากขึ้น โดยเฉพาะทักษะการเคลื่อนไหวที่โดดเด่นมาก ลูกน้อยสามารถคลานได้อย่างคล่องแคล่วจนตามจับแทบไม่ทัน และลูกน้อยเริ่มยืนได้ครั้งละนาน ๆ สามารถก้าวได้สั้น ๆ โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยประคอง
มากไปกว่านั้น ลูกน้อยยังเริ่มที่จะพูดเป็นคำ ๆ ประมาณ 1 - 2 คำได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นช่วงวัยที่คุณพ่อคุณแม่เริ่มเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ลูกจะไม่ใช่ทารกตัวจิ๋วอีกต่อไปแล้วนะ แต่กำลังเติบโตเป็นวัยซนจอมป่วนให้คุณพ่อคุณแม่ได้เวียนหัวได้อีกเรื่อย ๆ เลยล่ะค่ะ
น้ำหนักเด็ก 11 เดือน
เด็ก 11 เดือน ควรหนักเท่าไหร่? น้ำหนักของทารกวัย 11 เดือนตามตารางน้ำหนักทารกนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
- ทารกเพศชาย หนักประมาณ 9.4 กิโลกรัม
- ทารกเพศหญิง หนักประมาณ 8.7 กิโลกรัม
ส่วนสูงเด็ก 11 เดือน
ส่วนสูงของทารกวัย 11 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
- ทารกเพศชาย สูงประมาณ 74.5 เซนติเมตร
- ทารกเพศหญิง สูงประมาณ 72.8 เซนติเมตร
อาหารเด็ก 11 เดือน
เด็กวัย 11 เดือน สามารถฝึกให้กินอาหารร่วมกับสมาชิกในครอบครัวได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มสอนให้ลูกใช้ช้อนส้อมในการตักอาหาร เพื่อช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับมื้ออาหาร และส่งเสริมการเรียนรู้การกินอาหารด้วยตนเองตั้งแต่ยังเล็ก
โดยอาหารเด็ก 11 เดือนนั้น สามารถทำออกมาได้หลากหลายมากค่ะ เพราะลูกสามารถกินอาหารที่เนื้อสัมผัสแข็งมากขึ้นได้ เริ่มกินอาหารที่เป็นเมนูได้ เช่น ต้มจืด ไข่ข้น โจ๊ก ซุป พาสตา เมนูผัดต่าง ๆ เป็นต้น ขอเพียงเป็นเมนูที่มีประโยชน์ ก็ถือว่าเหมะาสำหรับลูกน้อยวัย 11 เดือนทั้งนั้นค่ะ
เด็ก 11 เดือน กินข้าวกี่มื้อ
เด็กวัย 11 เดือน ถือว่าโตมากพอที่จะกินอาหารวันละ 3 มื้อเช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่แล้วค่ะ มากไปกว่านั้น คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถเสริมด้วยอาหารว่างอีก 2 มื้อ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารและพลังงานที่ครบถ้วน
ปริมาณนมที่เหมาะสมสำหรับเด็ก 11 เดือน
เด็กวัย 11 เดือน แม้ว่าจะอายุเกือบครบปีแล้ว แต่ก็ยังสามารถกินนมแม่สลับกับนมผงได้ตามปกตินะคะ โดยปริมาณนมตามตารางกินนมทารกที่เด็ก 11 เดือนควรได้รับ จะอยู่ที่ประมาณ 16-20 ออนซ์ต่อวัน โดยให้นมลูกประมาณ 3 ครั้งต่อวัน
อาหารว่างเด็ก 11 เดือน
คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกของว่างเด็ก 11 เดือนที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ และเหมาะสมกับช่วงวัย เช่น ผลไม้ ธัญพืช หรือผักที่ปรุงสุก เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารให้ลูกน้อย ตัวอย่างของว่างที่เหมาะสม ได้แก่
- ผลไม้ เช่น กล้วยน้ำว้าสุก อาโวคาโด มะละกอสุก แอปเปิลนึ่ง หรือแตงโมไร้เมล็ด
- ผักต้มสุกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เช่น บรอกโคลี มันฝรั่ง ซูกินี หรือฟักเขียว
- ธัญพืช เช่น ข้าวกล้องต้มบด ข้าวฟ่างต้ม หรือโจ๊กข้าวผสมผักนิ่ม ๆ
ผลไม้เด็ก 11 เดือน
เด็ก 11 เดือนกินผลไม้ได้หลายชนิดค่ะ คุณพ่อคุณแม่สามารถสลับสับเปลี่ยนผลไม้เด็ก 11 เดือนตามความเหมาะสมในแต่ละวันได้เลย ขอเพียงเลือกผลไม้เนื้อนิ่ม ไม่แข็งเกินไป ไม่มีเม็ด นำมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำให้ลูกน้อยหยิบกินเองได้เลยค่ะ เช่น กล้วยสุก มะม่วงสุก มะละกอสุก สตรอว์เบอร์รี กีวี อาโวคาโด พีช ส้ม เงาะ แคนตาลูป แตงโม
เด็ก 11 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ
โภชนาการที่ดี เป็นพื้นฐานของการเจริญเติบโตที่สมวัย คุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลให้ลูกน้อยได้กินอาหารตามวัยที่หลากหลาย เพื่อให้เด็ก 11 เดือน ได้รับโภชนาการที่สำคัญครบทั้ง 5 หมู่ คือ
-
โปรตีน ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ได้จากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ และธัญพืชต่าง ๆ
-
ไขมัน ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ ได้จากอาหารจำพวกน้ำมันพืชหรือเนื้อสัตว์
-
วิตามิน ช่วยเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นไปอย่างสมดุล ได้จากผลไม้หลากหลายชนิด เช่น อาโวคาโด มะละกอสุก และมะม่วงสุก
-
เกลือแร่ มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ได้จากผักต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟักทอง มันเทศ มะเขือเทศ ผักคะน้า และผักกาดขาว
-
คาร์โบไฮเดรต ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย และส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อย ได้จากอาหารจำพวกข้าวหรือแป้งชนิดต่าง ๆ
นอกจากอาหารตามวัยแล้ว นมแม่ ยังถือเป็นกลุ่มอาหารหลักที่เด็ก 11 เดือนควรได้รับอย่างเพียงพอในทุกวันควบคู่ไปกับอาหารตามวัย เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารเฉพาะจากนมแม่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้
-
MFGM เป็นสารอาหารเฉพาะในนมแม่ ช่วยพัฒนาระบบประสาท เสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อ
-
DHA คือกรดไขมันจำเป็น ช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท และการมองเห็น
-
2’FL (2’-Fucosyllactose) ใยอาหารธรรมชาติ (HMO) ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ยับยั้งเชื้อก่อโรค และเสริมภูมิคุ้มกัน
ลักษณะอุจจาระเด็ก 11 เดือน
ลักษณะอุจจาระทารกปกติ ควรจะเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองเข้ม แต่ในช่วงวัย 11 เดือนนี้ คุณแม่อาจะเริ่มสังเกตว่าสีอุจจาระของลูกบางครั้งก็เปลี่ยนไป โดยบางครั้งอาจมีสีเขียวออกมาด้วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้และไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะคะ เพราะเด็กวัยนี้กินอาหารอื่น ๆ ได้มากขึ้นแล้ว สีของอุจจาระ จึงอาจแปรเปลี่ยนไปตามผักและผลไม้ที่ทารกกินเข้าไปได้ค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากพบว่าีอุจจาระของลูกเป็นสีดำ สีแดง สีขาว หรือสีเทา สีอุจจาระแบบนี้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ
เด็ก 11 เดือน นอนกี่ชั่วโมง
ตามตารางนอนทารก เด็กวัย 11 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 14 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนงีบกลางวัน 3-4 ชั่วโมง โดยให้เด็กได้นอนงีบ 2 ครั้งต่อวัน คือช่วงสายและช่วงบ่าย และนอนตอนกลางคืนอีก 11 ชั่วโมง
พัฒนาการเด็ก 11 เดือน
พัฒนาการทารก 11 เดือนจะมีความก้าวหน้าตามลำดับและเห็นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังพร้อมที่จะเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งอีกด้วย ตามไปดูพัฒนาการเด็กอายุ 11 เดือน ในด้านต่าง ๆ กันค่ะ
พัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็ก 11 เดือน
- เด็ก 11 เดือน เป็นวัยที่ยังคงติดแม่ และพยายามเลียนแบบแม่ เช่น เห็นแม่ใส่ที่คาดผม ก็เอาที่คาดผมมาแปะไว้บนหัวตัวเองบ้าง เป็นต้น
- สนุกกับการส่ายหัว ซึ่งไม่ได้หมายความว่า “ไม่” ในทุก ๆ ครั้งที่ลูกทำแบบนี้ เพียงแต่เขารู้สึกชอบที่จะให้ศีรษะเคลื่อนไหวไปมาเท่านั้นเอง เว้นแต่อะไร ๆ ที่เขาเคย “ไม่” มาก่อน เช่น ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมอาบน้ำ ซึ่งคือไม่จริง ๆ ของเขา และจะสั่นศีรษะแรงขึ้นอย่างจริงจัง
- เข้าใจความหมายของคำว่า “ดี” กับ “ดื้อ” แล้ว และเขาจะทำดี ก็ต่อเมื่อต้องการให้แม่ยอมรับ เช่น เมื่อกินนมหมดแก้ว เขาจะชูแก้วขึ้น เพื่อให้คุณแม่ปรบมือ หรือพูดชมเขา
- ลูก 11 เดือน เอาแต่ใจ คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มรู้สึกว่าลูก จะ “ดื้อ” เมื่อเขาต้องการแสดงความเป็นตัวเอง โดยการปฏิเสธสิ่งที่แม่ให้ทำ หรือเพื่อทดลองดูว่า แม่จะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากเขาปฏิเสธ ซึ่งวิธีจัดการกับคำว่า “ไม่” ของลูก คือแม่ต้องจริงจัง ใช้น้ำเสียงที่หนักแน่น ซึ่งลูกอาจจะร้องไห้ ก็ปล่อยเขา เป็นการฝึกให้เขาเรียนรู้ว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องทำอย่างปฏิเสธไม่ได้
พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของเด็ก 11 เดือน
- ลูกจะยังตั้งหน้าตั้งตาเลียนแบบการออกเสียงของคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงสังเกตสีหน้า ท่าทางและจังหวะการพูดด้วย
- เดือนนี้จะมี 2 – 3 คำที่ลูกพอจะพูดได้แล้ว และมักจะพูดบ่อย ๆ คือ มะ มา หม่ำ แม่ แต่คุณแม่อาจต้องใช้สมาธิในการฟัง และจับความสักหน่อย
- รับรู้แล้วว่า สิ่งต่าง ๆ มีชื่อเรียก และสามารถสื่อสารให้รู้ได้ว่าเขารู้ เช่น เครื่องบินอยู่บนฟ้า หมาอยู่หน้าบ้าน รวมถึงรู้จักชื่ออวัยวะต่าง ๆ มากขึ้น
- เข้าใจ และเรียนรู้ที่จะสื่อสารได้มากขึ้น เช่น เมื่อคุณแม่บอกให้ถอดเสื้อ เขาก็จะทำท่าดึง ๆ เสื้อ เป็นต้น
- สนใจที่จะดูรูปภาพในหนังสือมากขึ้น ซึ่งคุณแม่อาจหาหนังสือนิทาน นิตยสารที่มีภาพต่าง ๆ มาเปิดให้ลูกดู แล้วชี้บอกว่า สิ่งนั้นสิ่งนี้เรียกว่าอะไร เพื่อเพิ่มคำศัพท์ใหม่ ๆ ให้ลูกได้เรียนรู้และจดจำ
พัฒนาการด้านสมองของเด็ก 11 เดือน
- เด็กอายุ 11 เดือน มีความสามารถในการจับความสัมพันธ์ของตัวเองและสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น ถ้าแม่พูดว่าเครื่องบิน หนูน้อยก็จะชี้ไปบนฟ้า เพราะเขาจำได้ว่า เวลาแม่ชี้ขึ้น
- ยืน และเดินให้ได้ ซึ่งเด็กบางคนที่ยังยืนไม่ได้ เขาก็จะตั้งไข่ล้มไปบนฟ้าจะพูดว่าเครื่องบินนั่นเอง
- แม้ว่าที่ผ่านมาลูกจะเรียนรู้ความต่างระหว่างภาพสะท้อนกับคนจริง ๆ มาแล้วก็ตาม แต่ลูกก็จะยังวนเวียนมามองดูภาพสะท้อนของตัวเองกับของเล่นชิ้นโปรดอยู่
พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก 11 เดือน
- เด็กอายุ 11 เดือน จะสนใจกับการพยายามยืน และเดินให้ได้ ซึ่งเด็กบางคนที่ยังยืนไม่ได้ เขาก็จะตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน ทำท่าโก้งโค้ง จับเครื่องเรือนเกาะยืน แต่ถ้าคนที่ยืนได้แล้วจะพยายามเดินเกาะเครื่องเรือนต่อไป เพื่อฝึกฝนให้เกิดความชำนาญยิ่งขึ้น ซึ่งการที่เด็กจะเดินได้เร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกาย และโอกาสในการฝึกฝน
- กล้ามเนื้อมัดเล็กพัฒนาขึ้นมาก ถ้าคุณแม่ยื่นดินสอให้ ลูกจะจับแบบกำ แล้วขีดซ้ำ ๆ ลงบนกระดาษได้ และหากคุณแม่ให้ลูกถือช้อนไว้ ขณะที่ป้อนข้าวเขา เขาจะพยายามตักข้าวใส่ปากด้วยตัวเอง ซึ่งต้องใช้การทำงานประสานกันระหว่างกล้ามเนื้อมือ และตา ในการกะระยะเพื่อให้ช้อนสามารถเข้าปากได้
การกระตุ้นพัฒนาการทารก 11 เดือน
การกระตุ้นพัฒนาการนั้นถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ แข็งแรง และสมวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ทุกวัน ดังนี้
- ทุกครั้งที่ลูกเริ่มคลาน หรือพยายามจะทรงตัวยืนขึ้นเพื่อสำรวจสิ่งต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรรีบเข้าไปประคอง แต่ปล่อยให้ลูกได้มีอิสระไปกับการเคลื่อนไหวเพื่อสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เพราะเด็กวัยนี้ชอบมากที่จะได้รู้และเห็นส่งต่าง ๆ
- แม้เด็ก 11 เดือนจะยังพูดได้ไม่มากนัก แต่ก็สามารถที่จะจดจำคำบางคำได้บางแล้ว การเสริมทักษะด้วยการอ่านนิทานกับลูกทุกวัน จะช่วยกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้คลังคำใหม่ ๆ กระตุ้นให้ลูกได้ฝึกพูด
- หากลูกทำตัวน่ารัก คุณพ่อคุณแม่สามารถชมเชยลูกได้ แต่เมื่อไหร่ที่ลูกเริ่มทำตัวไม่น่ารัก คุณพ่อคุณแม่ต้องมีปฏิกิริยาชัดเจนว่าแบบนี้ไม่ดีนะ แบบนี้ห้ามทำนะ เพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ เพราะเด็กวัยนี้เริ่มจะแสดงลักษณะนิสัยของตัวเองออกมาแล้ว และสามารถที่จะแยกระว่าง ดี กับ ดื้อ ได้บ้างแล้วค่ะ
- พยายามกระตุ้นให้ลูกเคลื่อนไหวตัวเองมากขึ้น เปิดเพลงเข้าจังหวะ หรือเล่นของเล่นที่มีการเคลื่อนไหวไปมา เพื่อให้ลูกได้ใช้ทักษะในการเคลื่อนไหวที่มากขึ้น เนื่องจากเด็กวัยนี้เริ่มที่จะทรงตัวยืน และหัดเดินได้บ้างแล้ว
ของเล่นเด็ก 11 เดือน
ของเล่นเสริมพัฒนาการ 11 เดือนก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยเสริมพัฒนาทักษะให้กับเด็กได้หลายด้าน ตั้งแต่พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ภาษา การสื่อสาร ตลอดจนอารมณ์และสังคม โดยของเล่นที่เหมาะกับเด็ก 11 เดือนก็มีด้วยกันหลายอย่างค่ะ เช่น
-
ของเล่นที่มีการโต้ตอบ เช่น ของเล่นที่กดปุ่มแล้วจะมีเสียงพูดหรือเสียงดนตรี หนังสือนิทานแบบมีเสียง จะช่วยให้เด็กสนุกและผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งยังเป็นการฝึกพูดโต้ตอบไปในตัวด้วย
-
ของเล่นที่เคลื่อนไหวได้ เช่น รถไขลาน รถบังคับ ช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเคลื่อนไหวตาม ทำให้เด็กได้ออกกำลังกายมากขึ้น
-
ของเล่นที่มีความซับซ้อน เช่น ตัวต่อ บล็อกไม้ จะช่วยกระตุ้นทักษะความคิดให้กับเจ้าตัวเล็กได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องของความไวค่ะ เพราะเผลอแป๊บเดียว ลูกอาจจะคว้าเอาของเล่นเข้าปากได้ โดยเฉพาะของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่หากเด็กคว้าเข้าปาก อาจจะส่งผลเสียได้ ควรติดตามดูอย่างใกล้ชิดในเวลาที่ลูกเล่นของเล่นนะคะ
การดูแลสุขภาพเด็ก 11 เดือน
นอกเหนือจากการดูแลให้ลูกน้อยกินอาหารให้เพียงพอ นอนหลับให้เต็มอิ่ม ใส่ใจเรื่องของความสะอาด และดูแลให้ลูกได้เล่นพพร้อมทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือการใส่ใจกับสัญญาณทางสุขภาพของลูกน้อยให้มากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะความผิดปกติเกี่ยวกับภาวะหูอักเสบเมื่อลูกมีอาการหวัด
เพราะ หู เป็นอวัยวะเปิดของร่างกาย จึงมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่าย อย่างเช่น หูอื้อหรือภาวะหูอักเสบ จากการติดเชื้อแบคทีเรียในหูชั้นกลาง สาเหตุที่เด็กติดเชื้อหูอักเสบนั้นอาจจะมาจากอาการไข้หวัดได้ เนื่องจากเชื้อโรคบริเวณลำคอไหลผ่านท่อ Eustachian ที่เชื่อมระหว่างหูชั้นกลางและลำคอ และผ่านแก้วหูสู่หูชั้นกลางทำให้เกิดอาการอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเด็กมีการสั่งน้ำมูกอย่างแรง ซึ่งภาวะหูอักเสบนี้ไม่ได้เกิดจากการที่น้ำเข้าหูแต่เพียงอย่างใด
สำหรับเด็กเล็กคงไม่สามารถบอกให้คุณแม่รู้ได้ว่าเขาปวดหูอยู่ แต่อาจส่งสัญญาณบอกให้คุณแม่รู้ได้ด้วยการร้องไห้โยเย ไม่ยอมดูดนม และตัวร้อน คุณแม่จึงควรหมั่นสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอาการผิดปกติจากการเป็นไข้หวัด เช่น ลูกชอบจับ ดึง ตรงบริเวณรูหู หรือบริเวณช่องหูของลูกมีกลิ่นหรือไม่ หากมีกลิ่นแสดงว่าอักเสบ และควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที หากเขามีน้ำในหูชั้นกลางเป็นเวลานานอาจทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องการได้ยินหรือหูอื้อได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อรับการรักษาจนการอักเสบทุเลาลง แก้วหูที่ทะลุจะสามารถปิดเองได้
การดูแลรักษา
- เบื้องต้นควรรักษาตามอาการของไข้หวัด เช่น ดูดน้ำมูก เสมหะ โดยใช้ลูกยางแดง หรือใช้น้ำเกลือหยอดจมูกให้น้ำมูกละลาย แล้วค่อยดูดน้ำมูกออก
- หากลูกมีอาการมาก เช่น มีน้ำมูกเขียว อาจให้ยาปฏิชีวนะ หรือ ยาหยอดจมูกเพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ให้ยาละลายเสมหะตามอาการ แต่ถ้าไม่ได้มีน้ำมูกมากจริงๆ ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้เสมหะเหนียว
- หากลูกมีภาวะหูชั้นกลางอักเสบนั้น คุณแม่จำเป็นต้องพาลูกน้อยไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกวิธี โดยคุณหมอจะทำการดูดเชื้อโรคออกมาและหยอดยาปฏิชีวนะ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพควรระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าหู เนื่องจากอาจจะเกิดการอักเสบมากกว่าเดิมหากน้ำไม่สะอาด
- การให้ลูกดื่มน้ำอุ่นเป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหูได้ อาจจะให้ลูกดื่มนมหรือน้ำเปล่าบ่อยๆ เพื่อให้ท่อ Eustachain เปิด สามารถบรรเทาอาการปวดหูได้เช่นกัน สำหรับเด็กโต การเคี้ยวหมากฝรั่งก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ
- วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดของภาวะหูอักเสบนั่นก็คือ ป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเป็นหวัดนั่นเอง
ตารางเลี้ยงลูก 11 เดือน
ลูกน้อยวัย 11 เดือน ยิ่งโตขึ้น กิจกรรมก็มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องปรับเปลี่ยนตารางเลี้ยงลูก 11 เดือนให้เหมาะสม ดังตัวอย่างตารางด้านล่างนี้ค่ะ
ช่วงเช้า
- 7:00 น. ตื่นนอนและป้อนนม
- 8:15 น. กินมื้อเช้า
- 8:30 น. เล่นของเล่น
- 9:45 น. ป้อนนม
- 10:15 น. นอนงีบตอนเช้า
ช่วงบ่าย
- 12:30 น. ป้อนนม
- 13:30 น. กินมื้อเที่ยง
- 13:40 น. เล่นของเล่น
- 15:00 น. นอนกลางวัน
ช่วงเย็น
- 16:00 น. อาบน้ำและป้อนนม
- 17:30 น. กินมื้อเย็น
- 19:00 น. เข้านอน
เด็ก 11 เดือน กับสัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปพบแพทย์
หากเด็ก 11 เดือน มีอาการหรือสัญญาณทางสุขภาพดังต่อไปนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาค่ะ
- หายใจลำบาก
- มีผิวหนังซีด เป็นจุดด่าง หรือบริเวณริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีฟ้า
- ง่วงซึมผิดปกติ นอนเยอะผิดปกติ และปลุกให้ตื่นยาก
- มีผื่นขึ้นและเริ่มลุกลาม
- มีอาการชัก
- มีไข้ขึ้นสูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
- เกิดอุบัติเหตุ เช่น กระดูกหัก หรือได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง
- ร้องไห้ตลอดเวลา อุ้มหรือปลอบเท่าไหร่ก็ไม่หยุดร้องไห้
- กระหม่อมบุ๋มหรือโป่งขึ้นผิดปกติ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย