Key Highlight

  • วิธีเก็บนมแม่ ไม่ได้เริ่มหลังจากการปั๊มนมเสร็จ แต่เริ่มตั้งแต่ก่อนปั๊มนม นั่นก็คือ เตรียมอุปกรณ์สำหรับการเก็บนมให้พร้อม ตั้งแต่ถุงเก็บนม ขวดเก็บนม ที่ควรเลือกเกรดดีหรือเกรดโรงพยาบาล ทำมาจากแก้วหรือพลาสติกที่แข็งแรง มีฝาปิดที่แน่นหนา ไม่ชำรุด หรือหมดอายุการใช้งาน ไม่ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง และไม่ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ซึ่งทำมาจากวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว

  • ฉลากติดบรรจุภัณฑ์และน้ำหมึกที่จะใช้เขียนติดบนบรรจุภัณฑ์ควรเลือกที่สามารถกันน้ำและความชื้นได้ เพราะในตู้เย็นมีความชื้นสูง หากฉลากและน้ำหมึกไม่ทนต่อความชื้น ตัวหนังสือที่จดไว้อาจจางหายไป หรือฉลากอาจเปื่อยยุ่ย ทำให้สับสนและไม่รู้ว่านมขวดนี้ปั๊มเมื่อไหร่

  • นมแม่ที่เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง สามารถอยู่ได้นานถึง 4 ชั่วโมง, นมแม่ที่แช่ในตู้เย็นช่องปกติสามารถเก็บไว้ได้ 8 วัน, นมแม่ที่แช่ในช่องแช่แข็ง สามารถเก็บได้ 2 สัปดาห์ และนมแม่ที่แช่ไว้ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศา สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 6 เดือน


What's up here?

• ทำไมต้องเก็บนมแม่
• วิธีเก็บนมแม่
• วิธีเก็บน้ำนมใส่ถุง
• เก็บนมแม่ที่ปั๊มคนละรอบไว้ในถุงเดียวกันได้ไหม
• วิธีเขียนถุงเก็บน้ำนม
• นมแม่เก็บไว้ได้นานสุดแค่ไหน
• นมแม่แช่ตู้เย็นได้ไหม
• วิธีเก็บนมในตู้เย็น
• ไขข้อข้อใจเรื่องการเก็บนมกับ Enfa Smart Club

หลังจากปั๊มนมแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ การเก็บนมแม่ เพื่อให้นมแม่สามารถอยู่ได้นาน และมีเพียงพอที่จะป้อนเจ้าตัวเล็กได้ตลอดทั้งวันน แต่วิธีเก็บนมแม่ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร การเก็บน้ำนมแบบไหนที่ไม่ควรทำ บทความนี้จาก Enfa มีสาระดี ๆ เกี่ยวกับการเก็บนมแม่มาฝากค่ะ

การเก็บนมแม่สำคัญอย่างไร?


การเก็บน้ำนมให้เรียบร้อย เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม และเก็บในบรรจุภัณฑ์ที่มิชิดหลังจากปั๊มนมเสร็จแล้ว เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่คุณแม่ควรใส่ใจอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้น้ำนมยังคงคุณภาพเหมือนเมื่อแรกปั๊มออกจากเต้านม เพื่อให้น้ำนมแม่สามารถอยู่ได้นานขึ้น และทารกมีนมแม่ให้กินมากพอในแต่ละวัน

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

มีวิธีเก็บนมแม่อย่างไรบ้าง?


เพื่อให้นมแม่ยังคงคุณภาพ และสามารถเก็บไว้ได้นาน คุณแม่ควรปฏิบัติตามวิธีเก็บน้ำนม ดังนี้

  • วิธีรักษานมแม่ ไม่ได้เริ่มหลังจากการปั๊มนมเสร็จ แต่เริ่มตั้งแต่ก่อนปั๊มนม นั่นก็คือ เตรียมอุปกรณ์สำหรับการเก็บนมให้พร้อม ตั้งแต่ถุงเก็บนม ขวดเก็บนม ที่ควรเลือกเกรดดีหรือเกรดโรงพยาบาล ทำมาจากแก้วหรือพลาสติกที่แข็งแรง มีฝาปิดที่แน่นหนา ไม่ชำรุด หรือหมดอายุการใช้งาน ไม่ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง และไม่ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ซึ่งทำมาจากวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิลมาแล้ว

  • ฉลากติดบรรจุภัณฑ์และน้ำหมึกที่จะใช้เขียนติดบนบรรจุภัณฑ์ควรเลือกที่สามารถกันน้ำและความชื้นได้ เพราะในตู้เย็นมีความชื้นสูง หากฉลากและน้ำหมึกไม่ทนต่อความชื้น ตัวหนังสือที่จดไว้อาจจางหายไป หรือฉลากอาจเปื่อยยุ่ย ทำให้สับสนและไม่รู้ว่านมขวดนี้ปั๊มเมื่อไหร่

  • หากต้องการให้ตู้แช่นั้นมีไว้สำหรับเก็บนมโดยเฉพาะ สามารถซื้อตู้แช่ขนาดเล็กสำหรับเก็บนมแม่โดยเฉพาะได้ ซึ่งตรงนี้ไม่มีการบังคับว่าต้องปฏิบัติตาม ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแม่แต่ละคน

  • ไม่เก็บน้ำนมใส่ในโหลหรือภาชนะแบบใช้แล้วทิ้ง และไม่ใช้ถุงพลาสติกที่ไม่ใช่ถุงสำหรับเก็บนมแม่ เพราะเสี่ยงจะทำให้คุณภาพของนมแม่ลดลงได้

  • ล้างทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์ที่จะนำมาใส่นมแม่ให้สะอาดทุกครั้ง ป้องกันเชื้อโรค แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกต่าง ๆ

  • เมื่อปั๊มนมเสร็จแล้ว ให้ติดฉลากหรือติดโน้ตที่บรรจุภัณฑ์ให้ชัดเจนว่าปั๊มเมื่อวันไหน ปั๊มตอนไหน

  • หากจะใช้นมแม่ภายใน 4 วัน ควรแช่ที่ช่องแช่ธรรมดา แต่ถ้ายังไม่รีบใช้ในช่วงเวลานั้น ให้นำไปแช่ไว้ที่ช่องแช่แข็ง เพื่อยืดอายุน้ำนมแม่ให้นานขึ้น

  • เก็บนมแม่ไว้ในช่องแช่ธรรมดาที่ไม่ใช่ช่องเก็บของตรงส่วนที่เป็นประตูตู้เย็น เพราะการเปิดปิดประตูตู้เย็นอาจทำให้อุณหภูมิของนมแม่ที่เก็บไว้ตรงประตูไม่คงที่ เสี่ยงที่คุณภาพน้ำนมจะลดลง และเก็บไว้ได้ไม่นาน

  • แช่นมไว้หลังสุดของตู้เย็น การเก็บรักษานมแม่ที่ดี เวลาแช่นม ควรแช่ไว้ส่วนหลังสุดของตู้เย็น เพื่อให้อุณหภูมิคงที่อยู่เสมอ

วิธีเก็บน้ำนมใส่ถุง


คุณแม่หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วจะมีวิธีสต๊อคนมแม่ให้เก็บได้นาน ๆ ไม่ต้องคอยปั๊มใหม่บ่อย ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับการเก็บนมแม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะมีวิธีแพคนมแม่แช่แข็งอย่างไร หรือจะเก็บน้ำนมลงในถุงอย่างไร เพราะวิธีเก็บนมแม่ลงถุงนมหรือขวดนมนั้นก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ คือพยายามไล่ลมออกจากถุงก่อนปิดฝา และปิดฝาให้สนิท

แต่...สิ่งสำคัญของการเก็บนมใส่ถุงขึ้นอยู่กับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการเก็บนมมากว่า หากเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ดี ทำจากวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน ฝาปิดไม่แน่น มีการชำรุดหรือหมดอายุการใช้งาน ต่อให้คุณแม่จะมีท่วงท่าในการบีบนมหรือเก็บนมลงถุงที่ดีเลิศแค่ไหน น้ำนมแม่ก็จะเสียคุณภาพไปเพราะบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่ดี

ดังนั้น วิธีเก็บน้ำนมใส่ถุงที่ดีที่สุด คือเก็บน้ำนมแม่ลงในถุงนมหรือขวดนมที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

เก็บนมแม่ที่ปั๊มคนละรอบไว้ในถุงเดียวกันได้ไหม?


ถุงนมสามารถใช้ซ้ำกันได้ แต่ใช้ซ้ำในที่นี้คือใช้ซ้ำของตัวเอง ไม่ใช่เอาของคนอื่นมาใช้ซ้ำ ข้อสำคัญคือต้องล้างถุงเก็บนมหรือขวดนมให้สะอาดก่อนจะนำมาใช้เก็บนมทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ

และนมที่ต่างรอบกัน ไม่ควรเก็บไว้ในถุงเดียวกัน ควรแยกให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการสับสน อีกทั้งการแยกถุงน้ำนมยังจะทำให้เห็นด้วยว่า ช่วงไหนที่น้ำนมคุณแม่มาน้อย หรือไหลเป็นปกติ ทำให้สามารถสังเกตความผิดปกติทางสุขภาพของตนเองได้เร็วขึ้น

วิธีเขียนถุงเก็บน้ำนม


วิธีการเขียนถุงเก็บนมหรือเขียนฉลากติดขวดนมนั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่คุณแม่ระบุวันและเวลาที่ปั๊มนมลงไปให้ชัดเจน สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมว่าควรใช้ฉลากติดบรรจุภัณฑ์และน้ำหมึกที่จะใช้เขียนติดบนบรรจุภัณฑ์ควรเลือกที่สามารถกันน้ำและความชื้นได้ เพราะในตู้เย็นมีความชื้นสูง ฉลากและน้ำหมึกที่ไม่กันความชื้นอาจทำให้ฉลากเสียหายจนดูไม่ออกว่าเขียนอะไรลงไป

อีกข้อที่สำคัญ แต่อาจจะไม่จำเป็นสำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน เพราะข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญของแม่ที่ปั๊มนมในที่ทำงาน ควรเขียนให้ชัดเจนว่านมนี้ปั๊มวันไหน เวลาใด และของใคร เพื่อป้องกันการสับสนในกรณีที่ออฟฟิศก็มีคนอื่น ๆ ปั๊มนมลูกด้วย

หรือในกรณีที่ส่งลูกให้สถานดูแลเด็ก ก็ควรต้องระบุวันที่ปั๊ม เวลาที่ปั๊ม และชื่อของทารกให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการสับสนกับนมของทารกคนอื่น ๆ

นมแม่อยู่ได้กี่ชม. สามารถเก็บไว้ได้นานสุดแค่ไหน?


หลังจากนมแม่ปั๊มใส่ขวดหรือถุงนมแล้ว จะมีระยะเวลาเก็บนมแม่ที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • นมแม่ที่เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง สามารถอยู่ได้นานถึง 4 ชั่วโมง

  • นมแม่ที่แช่ในตู้เย็นช่องปกติสามารถเก็บไว้ได้ 8 วัน

  • นมแม่ที่แช่ในช่องแช่แข็ง สามารถเก็บได้ 2 สัปดาห์

  • นมแม่ที่แช่ไว้ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศา สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 6 เดือน

นมแม่แช่ตู้เย็นได้ไหม?


นมแม่ควรแช่ไว้ในตู้เย็นเพื่อให้สามารถอยู่ได้นาน หากต้องการใช้งานภายใน 4 วัน ให้แช่ในช่องแช่เย็นธรรมดา แต่หากต้องการเก็บไว้ให้ได้นานเป็นสัปดาห์ ควรแช่ไว้ในช่องแช่แข็ง

วิธีเก็บนมในตู้เย็นทำอย่างไร?


เวลาเก็บนมแม่เข้าตู้เย็น ควรเก็บดังนี้

  • เก็บนมแม่ไว้ในช่องแช่ธรรมดา ที่ไม่ใช่ช่องเก็บของตรงส่วนที่เป็นประตูตู้เย็น เพราะการเปิดปิดประตูตู้เย็นอาจทำให้อุณหภูมิของนมแม่ที่เก็บไว้ตรงประตูไม่คงที่ เสี่ยงที่คุณภาพน้ำนมจะลดลง และเก็บไว้ได้ไม่นาน

  •  เวลาแช่นม ควรแช่ไว้ส่วนหลังสุดของตู้เย็น เพื่อให้อุณหภูมิคงที่อยู่เสมอ • หากต้องการ คุณแม่สามารถซื้อตู้แช่ขนาดเล็กสำหรับแช่น้ำนมโดยเฉพาะได้

ไขข้อข้อใจเรื่องการเก็บนมกับ Enfa Smart Club


1. จำเป็นต้องเก็บนมหรือเปล่า?

ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การเลี้ยงลูกของคุณแม่ หากคุณแม่เป็นแม่บ้านที่ดูแลลูกเต็มตัว และมีเวลาให้นมลูกได้ตลอดเวลา ก็อาจจะไม่ต้องเก็บน้ำนมไว้

แต่ถ้าคุณแม่ต้องกลับไปทำงาน หรือในวันใดมีธุระที่ต้องออกไปข้างนอก อาจจะไม่สะดวกเปิดเต้าแล้วป้อนนมลูก ก็ควรที่จะปั๊มนมและเก็บน้ำนมเอาไว้ เพื่อให้สะดวกต่อการป้อนนมเจ้าตัวเล็ก และสามารถให้คนอื่นป้อนนมทารกได้โดยที่คุณแม่ไม่ต้องทำเอง

2. นมแม่แช่ร่วมกับอย่างอื่นได้ไหม?

การแช่นมแม่รวมกับอาหารอย่างอื่น อาจทำให้กลิ่นอาหารติดนม อาจทำให้ทารกไม่ยอมกินนมเพราะกลิ่นที่แปลกไปได้ ทางที่ดีควรเคลียร์ช่องแช่เย็นไว้สำหรับแช่นมแม่โดยเฉพาะ

หรือหากกังวลว่าจะมีกลิ่นอาหารอื่น ๆ ติดถุงนม ก็สามารถแยกเอานมแม่ไปแช่ในตู้เย็นขนาดเล็กสำหรับเก็บนมแม่โดยเฉพาะก็ได้เช่นกัน

3. เก็บนมแม่ ได้นานสุดกี่วัน?

นมแม่สามารถเก็บได้นานสุดถึง 12 เดือน แต่นมแม่จะคงคุณภาพดีที่สุดได้ที่ 6 เดือน และจะต้องเก็บไว้ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศาเท่านั้น

4. แม่มีนมในสต็อกเยอะจนลูกน้อยกินไม่ทัน ควรทำอย่างไร?

คุณแม่ควรปั๊มนมให้ได้ปริมาณเท่าที่เพียงพอต่อลูกในแต่ละวัน แต่ถ้าหากมีน้ำนมเยอะมาก ก็สามารถแยกเก็บไว้ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศา เพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น หรือจะปั๊มนมเผื่อเอาไว้ เพื่อแบ่งให้กับทารกคนอื่น ๆ ที่มีนมแม่ไม่เพียงพอก็ได้เช่นกัน

5. วิธีเก็บน้ำนมใส่ถุง ทำอย่างไร?

เก็บน้ำนมลงใส่ถุงในปริมาณที่กำหนดไว้ แล้วปิดฝาให้มิดชิด เขียนฉลากลงวันที่และเวลาที่ปั๊มนมให้เรียบร้อย แล้วนำไปแช่ตู้เย็นได้เลย

6. ทำไมถึงห้ามเขย่านมแม่?

เวลานำนมแม่มาอุ่นเพื่อให้ลูกกิน สามารถแกว่งขวดนมแม่ไปมาเบา ๆ ได้ แต่ห้ามเขย่าแรงเด็ดขาด เพราะเสี่ยงจะทำให้เพราะจะทำให้เม็ดเลือดขาวในนมแม่เกิดการแยกชั้นกัน และทำให้คุณภาพของน้ำนมแม่ลดลง

7. สต๊อคนมถุงละกี่ออนซ์?

นมหนึ่งถุงควรเก็บน้ำนมที่ประมาณ 2-4 ออนซ์ เพื่อไม่ให้เก็บไว้เยอะเกินจนต้องเหลือทิ้ง หรือก็ขึ้นอยู่กับว่า เวลาให้นมหนึ่งถุงทารกกินมากหรือน้อยแค่ไหน ก็สต็อคไว้ปริมาณที่ทารกต้องการในแต่ละครั้ง ป้องกันการเหลือนมทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์