
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
หลังจากอุ้มท้องผ่านมาจนเกือบจะครบ 9 เดือน คุณแม่ก็กำลังเข้าสู่ช่วงนับถอยหลังเพื่อรอการคลอดและต้อนรับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะลืมตามาดูโลก
แต่...คุณแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าใกล้คลอดหรือถึงช่วงเวลาที่จะต้องไปรับการทำคลอดที่สถานพยาบาล วันนี้ Enfa มีสัญญาณและอาการใกล้คลอดที่ควรรู้มาฝาก เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาใกล้คลอดขึ้นมาจริง ๆ คุณแม่จะได้รู้ตัวและรับมืออย่างทันท่วงที
อาการก่อนคลอดมักจะปรากฎขึ้นก่อนจะมีการคลอดจริงเกิดขึ้นราว ๆ สัปดาห์ หรือหลายสัปดาห์ แต่มักจะเกิดขึ้นในเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ โดยสามารถพบอาการคลอดได้ ดังนี้

หลังจากมีอาการก่อนคลอดปรากฎมาให้เห็นบ้างเป็นระยะ ๆ ก่อนหน้านั้น ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใกล้กำหนดคลอดเข้าไปทุกที แต่อาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 37-42 เพราะทารกอาจจะคลอดเมื่อไหร่ก็ได้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยคุณแม่สามารถสังเกตอาการใกล้คลอดได้ ดังนี้
ก่อนจะคลอดปากมดลูกจะเริ่มขยายกว้างขึ้น หรือปากมดลูกเริ่มเปิด ทำให้เส้นเลือดบริเวณมดลูกแตกออก มูกเลือดที่คอยป้องกันสิ่งแปลกปลอมจึงไหลออกมา
บางกรณีคุณแม่อาจมีอาการท้องแข็งใกล้คลอด เนื่องจากมดลูกมีการบีบตัว
แม่บางคนอาจรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง เพราะทารกมีขนาดตัวมากขึ้น แต่มดลูกนั้นคับแคบเกินไปสำหรับทารก จึงอาจจะดิ้นไม่ถนัด แต่ก็ยังดิ้นอยู่แม้จะดิ้นน้อยลงไปบ้างก็ตาม
หรือมีอาการท้องเสียใกล้คลอดเกิดขึ้นบ่อย เพราะช่วงใกล้คลอดฮอร์โมนในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการคลอด ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ปากมดลูก และกล้ามเนื้อที่ลำไส้ตรงอ่อนตัวลง ทำให้รู้สึกปวดท้องหรืออยากขับถ่ายได้ง่าย ทั้งมีการขับถ่ายจริงหรือเป็นแค่เพียงอาการปวดให้สับสนเท่านั้น
เมื่อใกล้ถึงเวลาคลอด มดลูกจะบีบตัวเล็กลงเพื่อให้ศีรษะของทารกเคลื่อนลงสู่อุ้งเชิงกรานได้ง่ายขึ้น ถุงน้ำคร่ำที่ห่อหุ้มตัวทารกเมื่อถูกบีบเข้าก็จะค่อย ๆ แตกออกทำให้มีน้ำไหลออกมาทางช่องคลอด ที่เรียกกันว่า น้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก นั่นเอง
มีอาการเจ็บท้องเนื่องจากมดลูกบีบตัว เพราะทารกเคลื่อนตัวเข้าใกล้ปากมดลูกมากขึ้น โดยอาการปวดท้องจะไม่หายไป ปากมดลูกเริ่มเปิด และมีน้ำคร่ำไหล
เนื่องจากข้อต่อและเส้นเอ็นเริ่มมีการคลายตัวตามธรรมชาติเพื่อเตรียมพร้อมต่อการคลอด หรือทารกเคลื่อนตัวไปชนกับกระดูกสันหลัง จึงทำให้รู้สึกปวดหรือเมื่อยหลังมากขึ้นในช่วงที่ใกล้จะคลอด
เมื่อใกล้คลอด ปากมดลูกจะเริ่มขยายออกมากขึ้น เพื่อให้ทารกสามารถออกมาได้ โดยปากมดลูกจะเริ่มเปิดมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ใกล้กำหนดคลอด หนึ่งวันหรือไม่กี่วันก่อนจะคลอด
มีหลายกรณีที่คุณแม่ใกล้กำหนดคลอดแล้ว แต่แทบไม่มีอาการเตือนใกล้คลอด หรือไม่ปรากฎอาการใก้คลอดให้เห็นเลย อย่างไรก็ตาม อาการหลัก ๆ อย่าง ปากมดลูกเปิด กับน้ำคร่ำเดิน ยังคงเป็นอาการปกติก่อนคลอดที่พบเห็นได้แม้จะไม่มีอาการเตือนอื่น ๆ ร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก หากเข้าใกล้กำหนดคลอดแล้วแต่ยังไม่มีอาการเตือนใด ๆ เกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันที
หากมีอาการเตือนใกล้คลอดเกิดขึ้น คุณแม่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะทารกอาจจะพร้อมคลอดออกมาได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นร่วมด้วยในช่วงใกล้คลอด ควรไปพบแพทย์ทันทีเช่นกัน เพราะเป็นสัญญาณอันตรายที่ควรได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์
สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์และควรทานให้ครบทุกหมู่เป็นประจำวันทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน เนื่องจากโภชนาการที่ดีที่คุณแม่กินเข้าไปตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์มาจนถึงในขณะตั้งครรภ์ ถือว่าเป็นด่านสำคัญที่จะปูทางให้ลูกน้อยมีสุขภาพดี แข็งแรง และเติบโตขึ้นมามีพัฒนาการที่สมวัย นอกจากนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์ยังสามารถเสริมสร้างโภชนาการเพิ่มเติมจากการดื่มนมเอนฟามาม่า เอพลัส วันละ 2 แก้ว เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมและโคลีนตามความต้องการของคุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรในแต่ละวัน (THAI DRI) เพื่อให้ได้รับโภชนาการระหว่างตั้งครรภ์ที่ครบถ้วน
สุดท้ายนี้เมื่อพบว่าตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญสำหรับว่าที่คุณแม่ที่จะต้องทำต่อไปคือการฝากครรภ์เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณแม่เองและทารกในครรภ์ นอกจากนี้แล้วอย่าลืมรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตมาอย่างแข็งแรง
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
Enfa สรุปให้ คลอดลูกกี่เดือนย้อมผมได้ โดยทั่วไปสามารถย้อมผมได้หลังคลอดประมาณ 4–6 สัปดาห์ หากร่าง...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ยาขับน้ำคาวปลา คือ ยาสมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นการหดตัวของมดลูก เพื่อขับของเสียและน้ำคาว...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ของเยี่ยมคุณแม่หลังคลอด ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของที่มีราคาแพงหรือหายาก แต่ควรเป็นของ...
อ่านต่อ