ฉลาดเรียนรู้

สอนลูกจำแนกสิ่งของตามประเภท

       วัย 4-5 ปีพัฒนาการของเด็กด้านความคิดและสติปัญญา พัฒนาจนสามารถจำแนกหรือจัดกลุ่มสิ่งของตามประเภท เช่น สี หรือรูปทรงทีละอย่างได้
       คุณแม่อาจทดสอบโดยการเอาภาพรูปทรง สีสันต่างๆ ต่างๆ มาให้ลูกดูแล้วให้ลูกบอกว่า รูปไหนไม่เข้าพวก  ลูกควรจะบอกได้ภาพที่แม่ให้ดูนั้นได้ เช่น  รูปสามเหลี่ยมไม่เข้าพวก (จำแนกจากรูปทรง) หรือสีน้ำเงินไม่เข้าพวก (จำแนกจากสี) 
       นอกจากนี้กิจกรรมนี้จะช่วยตรวจสอบพัฒนาการของเด็กด้านภาษาได้ด้วย เช่น การบอกลักษณะสี ลักษณะรูปทรง รวมทั้งการเข้าใจโจทย์ที่พ่อแม่บอกให้ทำ กิจกรรมนี้จึงช่วยทดสอบพัฒนาการ 360º อัจฉริยะรอบด้านของลูกได้ค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

ชวนลูกเล่นกีฬาแบบ Play & Fun

       การส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬานั้นพ่อแม่ไม่ควรเคร่งครัดเกินไป แต่ควรอยู่บนพื้นฐานที่ลูกต้องเล่นอย่างสนุก ซึ่งจะทำให้เขาไม่ต่อต้านการเล่นกีฬาในอนาคต อีกทั้งเมื่อลูกสนุกและมีความสุขแล้วสมองจะมีการหลั่งสารโดปามีน ทำให้เด็กๆ รู้สึกมีความสุข สมองปลอดโปร่ง ดังนั้นเมื่อลูกจะเล่นกีฬา ควรทำให้เป็นในลักษณะแบบ Play & Fun จะดีที่สุดค่ะ
       คุณแม่ลองพลิกแพลงวิธีเล่น เช่น ตั้งขวดน้ำพลาสติกเป็นแถวเหมือนโบว์ลิ่ง แล้วใช้ไม้เทนนิสตีลูกเหมือนตีลูกกอล์ฟให้โดนขวดน้ำจนล้ม การเล่นแบบนี้แม้จะไม่ถูกหลักของการใช้ไม้เทนนิส แต่เป็นการออกแรงกล้ามเนื้อมือและแขนให้แข็งแรง ฝึกทักษะการควบคุมทิศทางของลูกเทนนิส และกระตุ้นทักษะการคิดวางแผนเพื่อให้ลูกเทนนิสกระเด็นไปโดนขวดน้ำให้ล้มให้ได้ หรือจะเล่นกันเป็นทีมกับคุณพ่อ แล้วใช้วิธีการตีเหมือนเล่นฮอกกี้ก็จะสนุกไปอีกแบบค่ะ 
       การเล่นกีฬาแบบ Play & Fun นั้น มีหลักว่าควรยืดหยุ่นบ้าง เพราะการเล่นกีฬาที่สนุกจะช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้สมองของเด็กๆ ปลอดโปร่ง ได้ออกกำลัง เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ฉลาดสื่อสาร

สอนลูกฝึกรับโทรศัพท์

       กิจวัตรต่างๆ ประจำวันนั้นคุณแม่นำมาช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยได้ อย่างการพูดหรือรับโทรศัพท์ ในเด็กวัย 4 ขวบนี้ เขาโตขึ้นมากพอคุณแม่จะสอนให้เขารับโทรศัพท์  โดยอาจเล่นกับโทรศัพท์ของเล่นก่อน พูดทักทาย เช่น  สวัสดีค่ะ/ครับ  ต้องการพูดกับใครคะ/ครับ เป็นต้น หรือลองให้เขาทำเป็นโทรศัพท์หาคุณพ่อ โดยร่วมเล่นกับเขาไปด้วย พยายามสอนแทรกประโยคสำคัญๆ เช่น ต้องการฝากข้อความเอาไว้ไหมคะ/ครับ กรุณารอสักครู่นะคะ/ครับ เพื่อให้ลูกคุ้นชินและซึมซับประโยคสำคัญต่างๆ เหล่านี้ได้
       เมื่อลูกลองใช้โทรศัพท์เด็กเล่นได้สักพักแล้ว คุณแม่อาจลองให้เขาใช้โทรศัพท์จริง อาจกดโทรศัพท์ไปหาคุณพ่อ ให้ลูกลองพูด ดูว่าเขาสามารถทำได้ดีหรือไม่ แต่คุณแม่ควรตั้งกฎบางอย่างในการใช้โทรศัพท์ เช่น ไม่ควรหยิบโทรศัพท์มาใช้เองโดยที่ไม่บอกพ่อแม่ เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งของใดเป็นของผู้ใหญ่และของใดเป็นของเด็ก
       การที่คุณแม่ฝึกให้ลูกใช้โทรศัพท์นั้น จะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องมารยาทในการพูด รวมถึงเรื่องทักษะในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

5 ทักษะช่วยพัฒนาความฉลาดด้านอารมณ์ของลูก

       คุณแม่สามารถฝึกความฉลาดด้านอารมณ์ของลูกได้ ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1. การรู้จักควบคุมอารมณ์
       สอนให้ลูกรู้จักเรียนรู้การควบคุมอารมณ์ตนเอง จะทำให้ลูกสามารถจัดการกับอารมณ์ในเชิงลบ หรืออาการหงุดหงิดได้ โดยไม่เกิดภาวะซึมเศร้าตามมา

2. ความอดทน
       การสอนให้ลูกรู้จักอดทนหมายถึงการสอนให้พวกเขารู้จักรอสิ่งต่าง ๆ ที่อยากได้หรือต้องการ อาจจะยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่งานยุ่ง และอยากใช้เวลากับเด็กๆ ที่ร่าเริงมากกว่าหนูน้อยที่มัวแต่โกรธขึ้ง แต่ถ้าสอนเด็กๆ ให้รู้จักการรอคอยได้ละก็ รับรองคุ้มค่าช่วยพัฒนาความฉลาดด้านอารมณ์ได้แน่นอน

3. ความเชื่อมั่นในตนเอง
       การสอนให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยพัฒนาอีคิว ต้องสอนให้เด็กๆ รู้จักยอมรับในความสามารถของตน มีความภาคภูมิใจในตนเอง แม้จะรู้ว่าตนมีข้อเสียหรือข้อผิดพลาดก็ตาม การยอมรับตนเองทำให้เด็ก ๆ เข้าใจผู้อื่นและรู้จักยอมรับข้อผิดพลาดของผู้อื่นด้วย

4. ความรับผิดชอบ
       ควรปลูกฝังให้ลูกมีความรับผิดชอบตั้งแต่ยังเด็ก เริ่มตั้งแต่เรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัวอย่างการทำการบ้าน การเก็บของเล่น เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่พวกเขาจะได้ติดนิสัยดี ๆ เช่นนี้ไปด้วย

5. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
       แม้จะเก่งขนาดไหนแต่ถ้าไม่รู้จักสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในอนาคตก็ยาก ลองสอนลูกสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจากเรื่องง่าย ๆ เช่น ให้รู้จักแบ่งปันของเล่นของเพื่อน เป็นเพื่อนกับทุกคนโดยไม่แบ่งแยก เป็นต้น