ในสถานการณ์ที่โรคโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด แม้เด็กเล็กในช่วงวัย 1-3 ปี ไม่ได้ถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 แต่สามารถรับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดไม่ต่างจากคนวัยอื่น แน่นอนว่าด้วยสถานการณ์เช่นนี้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงหาวิธีรับมือเพื่อให้ลูก ๆ ของคุณมีสุขภาพที่ดีห่างไกลโรค สิ่งสำคัญนอกจากป้องกันแล้วควรต้องมี การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงร่วมด้วย ดังนั้นทางเราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย เพื่อให้ลูกรักแข็งแรง และห่างไกลจากโควิด-19 กันค่ะ

ระบบภูมิคุ้มกัน สำคัญต่อลูกรักอย่างไร

 

หากลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันที่ดี เปรียบเหมือนมีเกราะคอยป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ รา หรือสารก่อภูมิแพ้ เพราะในเด็กเล็กยังมีการพัฒนาของ ภูมิคุ้มกัน ไม่เต็มที่ ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายกว่าเด็กโตหรือผู้ใหญ่

ดังนั้นคุณแม่ ที่มีเจ้าตัวเล็กในวัย 1-3 ปี ต้องใส่ใจอย่างจริงจังในเรื่องของวัคซีนและสุขภาพของลูกรัก รวมถึงอาหารและโภชนาการต่าง ๆ ที่ช่วย สร้างภูมิคุ้มกันลูกน้อย ให้แข็งแรงค่ะ ทางเราจึงขอพาคุณพ่อและคุณแม่มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคโควิด-19 กันให้มากขึ้น พร้อมด้วยเคล็ดลับวิธีการ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย กันค่ะ

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

โรคโควิด-19 คืออะไร? อันตรายต่อเด็กแค่ไหน?

 

โรคโควิด-19 (COVID-19) คือโรคติดต่อซึ่งเกิดจากไวรัสโคโรนาชนิดที่มีการค้นพบล่าสุด สำหรับไวรัสและโรคอุบัติใหม่นี้ ไม่เป็นที่รู้จักเลย ก่อนที่จะมีการระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ต้นตอของไวรัสน่าจะมาจากการที่สัตว์ตัวกลางนำเชื้อมาแพร่ระบาดสู่คน ขณะนี้โรคโควิด-19 มีการระบาดใหญ่ ส่งผลกระทบแก่หลายประเทศทั่วโลกหากถามว่าโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไรนั้น งานวิจัยระบุว่า เด็กอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำในการติดเชื้อ แต่สามารถแพร่เชื้อได้ อย่างไรก็ตามหากพบติดเชื้อเด็กมักจะไม่มีอาการรุนแรง

วิธี สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

 

1. ให้ลูกกินนมแม่ เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก นอกจากสารอาหารที่มีมากกว่า 200 ชนิดแล้ว นมแม่ยังมีสารภูมิคุ้มกันและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก ไม่ว่าจะเป็นสาร MFGM หรือ DHA ดังนั้นคุณแม่จึงควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และให้นมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 2 ปี

2. ดูแลโภชนาการให้ลูกรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกสารอาหารหลักที่ให้พลังงานเพียงพอสำหรับเด็กเล็กวัย 1-3 ปี นอกจากนี้ยังควรเลือกโปรตีนคุณภาพดีและธาตุเหล็กให้ดี ได้แก่ เนื้อสัตว์ เช่น หมูเนื้อแดง ปลา ไก่ ไข่ ตับ โดยทำอาหารให้ลูกรับประทานสลับกันไปทุกวันเพื่อช่วยในการเจริญเติบโต

นอกเหนือจากสารอาหารกลุ่มหลักแล้ว สารอาหารกลุ่มรองจำพวกวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ก็มีความจำเป็นเพราะเป็นสารอาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ผลไม้ไม่หวานจัด สีส้ม สีแดง และผักใบเขียวเข้ม

3. ฉีดวัคซีนตามกำหนด สำหรับเด็กทุกคน วัคซีนถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปเด็กเล็กควรได้รับวัคซีนพื้นฐานตามวัยตั้งแต่แรกเกิด อายุ 2, 4, 6, 9 และ 12 เดือน หรือตามที่แพทย์แนะนำ เพราะหากเด็กเล็กไม่ได้รับวัคซีนอาจเป็นการเพิ่มโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายเมื่อเทียบกับเด็กที่ได้รับวัคซีน ดังนั้นเพื่อเป็นการเสริมเกราะป้องกันโรคให้แก่เด็ก ควรพาไปฉีดวัคซีนที่จำเป็นตามกำหนด

4. นอนหลับให้เพียงพอ ในช่วงเวลาที่ลูกนอนหลับ ร่างกายมีการซ่อมแซมส่วนสึกหรอและสร้างเซลล์ใหม่ ๆ คุณพ่อคุณแม่จึงควรจัดเวลาให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาว ที่ทำหน้าที่สร้างสารภูมิคุ้มกันและทำลายเชื้อโรค ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายในเด็กเล็ก ๆ ยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน เด็กที่แอคทีฟ ไม่อยู่นิ่ง เคลื่อนไหวบ่อย ชอบกระโดดโลดเต้น ก็เท่ากับได้ออกกำลังกาย

สำหรับเด็กบางคนที่ไม่ค่อยชอบเคลื่อนไหว คุณพ่อคุณแม่ควรต้องคอยกระตุ้นให้ได้ออกกำลังกายด้วยการเล่นกับลูก ชวนลูกคลาน เดิน วิ่ง หรือเต้นตามเพลง ก็อาจจะช่วยให้ลูกน้อยได้ออกกำลังกาย เพียงเท่านี้ คุณพ่อและคุณแม่ก็สามารถมีส่วนช่วยในการ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ของคุณมีสุขภาพแข็งแรงได้แล้วค่ะ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Enfa A + Smart Club วันนี้ เราพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลพัฒนาการและโภชนาการลูกน้อยจากผู้เชี่ยวชาญจากเอนฟา

References