Enfa สรุปให้

  • ช่วง 6 เดือนแรก ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งที่ทารกจะต้องได้กินนมแม่อย่างเพียงพอ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน สมบูรณ์ สามารถที่จะเจริญเติบโตได้อย่างสมวัย และมากไปกว่านั้น ช่วง 6 เดือนแรก อาหารเพียงอย่างเดียวที่ทารกจะได้รับก็คือนมแม่ ดังนั้นหากนมแม่น้อย ก็จะมีผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของทารก และหลังคลอด คุณแม่ควรให้ทารกได้กินนมแม่เร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยไว้นานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน เพราะยิ่งรอนาน ยิ่งเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำนมน้อย และทารกก็จะต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นชินกับนมแม่นานกว่าปกติ

  • คุณแม่หลายคนอาจจะเข้าใจว่า อาหารเพิ่มน้ำนมนี้จะต้องเป็นอาหารสูตรพิเศษสำหรับแม่ให้นมบุตรโดยเฉพาะ แต่ความจริงแล้ว อาหารเพิ่มน้ำนมก็เป็นอาหารที่พบได้ในชีวิตประจำวันและกินกันโดยทั่วไปนั่นเอง ได้แก่ ผักต่าง ๆ ผลไม้ต่าง ๆ เนื้อสัตว์ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม

  • อาหารเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่ที่มีภาวะน้ำนมน้อย ควรรับประทาน คือ หัวปลี ขิง ผักใบเขียว ฟักทอง ผักชีลาว ผักผลไม้เหล่านี้จะช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยในการกระตุ้นและเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่ที่มีน้ำนมน้อยได้ นอกจากนี้การให้ลูกน้อยช่วยดูดนมคุณแม่ก็เป็นการช่วยกระตุ้นให้ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น และควรให้ลูกกินน้ำนมแม่ในส่วนหลังจะมีปริมาณไขมันที่สูง มีส่วนช่วยในการเพิ่มน้ำหนักให้แก่ลูกด้วย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

สาเหตุที่น้ำนมน้อย
ทำไมถึงต้องเพิ่มน้ำนมแม่
วิธีเพิ่มน้ำนมแม่
สารอาหารบำรุงน้ำนมมีอะไรบ้าง
อาหารเพิ่มน้ำนมมีอะไรบ้าง
อาหารอะไรบ้างที่แม่ให้นมลูกห้ามกิน
เมนูเพิ่มน้ำนมมีอะไรบ้าง
ยาเพิ่มน้ำนมช่วยเพิ่มนมแม่จริงไหม
สมุนไพรเพิ่มน้ำนมได้จริงหรือ
10 เคล็ดลับช่วยบำรุงและเพิ่มน้ำนมแม่
ไขข้อข้องใจเรื่องอาหารบำรุงน้ำนมแม่กับ Enfa Smart Club

หนึ่งในปัญหาที่แม่ให้นมบุตรหลาย ๆ คนประสบพบเจอแล้วก็รู้สึกกังวลอยู่เสมอก็คือปัญหาน้ำนมน้อย น้ำนมไม่ไหล ทำให้น้ำนมไม่พอ จนอาจจะทำให้ทารกได้รับน้ำนมไม่เต็มที่ ได้สารอาหารไม่ครบถ้วน อาจเสี่ยงที่จะทำให้ทารกไม่แข็งแรง และเติบโตไม่สมวัย แต่ปัญหาน้ำนมน้อยเกิดจากอะไร มีวิธีเพิ่มน้ำนมแม่ได้อย่างไรบ้าง หรือคุณแม่ควรจะต้องกินอาหารบำรุงน้ำนมให้มากขึ้นหรือเปล่า บทความนี้จาก Enfa มีข้อมูลดี ๆ มาฝากคุณแม่ทุกคนค่ะ

น้ำนมน้อย เกิดจากอะไร?


น้ำนมน้อยเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนี้

  • เริ่มให้น้ำนมลูกช้าเกินไป

  • ไม่ค่อยให้นมลูก

  • กินยาหรืออาหารเสริมบางชนิดที่อาจมีผลต่อการให้นมลูก

  • มีประวัติการผ่าตัดเกี่ยวกับเต้านมมาหลายครั้ง

  • การคลอดก่อนกำหนด

  • แม่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป หรือมีภาวะโรคอ้วน

  • ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์

  • โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

  • ความเครียด ภาวะซึมเศร้า

  • การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

ทำไมถึงต้องเพิ่มน้ำนมแม่?


สาเหตุที่ต้องคอยดูแลให้มีน้ำนมไหลออกมาเพียงพออยู่เสมอ ก็เพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับทารก เพราะช่วง 6 เดือนแรก ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งที่ทารกจะต้องได้กินนมแม่อย่างเพียงพอ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน สมบูรณ์ สามารถที่จะเจริญเติบโตได้อย่างสมวัย

มากไปกว่านั้น ช่วง 6 เดือนแรก อาหารเพียงอย่างเดียวที่ทารกจะได้รับก็คือนมแม่ ดังนั้น หากนมแม่น้อย ก็จะส่งผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของทารก

มีวิธีเพิ่มน้ำนมได้อย่างไรบ้าง?


แม่ให้นมบุตรที่มีปัญหาน้ำนมน้อย และแม่ให้นมบุตรที่ต้องการให้มีน้ำนมปกติสามารถดูแลตัวเองเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอ ดังนี้

  • หลังคลอดคุณแม่ควรให้ทารกได้กินนมแม่เร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยไว้นานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน เพราะยิ่งรอนาน ยิ่งเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำนมน้อย และทารกก็จะต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นชินกับนมแม่นานกว่าปกติ
  • ให้นมลูกบ่อย ๆ ในหนึ่งวันแม่ควรให้นมบุตร 8-12 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2-3 ชั่วโมง

  • ดูให้แน่ใจว่าทารกกัดหรือดูดหัวนมถูกจุด เพราะถ้าทารกกัดไม่ถูกหัวนม อาจทำให้ทารกได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ และอาจจะมีผลต่อหัวนมแม่ที่อาจจะเกิดการบาดเจ็บที่หัวนมจนน้ำนมไม่ไหลหรือไหลน้อย

  • เวลาให้นมควรให้ทั้งสองข้าง เพื่อให้เกิดการสมดุลของน้ำนมในรอบต่อ ๆ ไป เพราะการให้นมทารกแค่เพียงเต้าเดียวเป็นประจำ เสี่ยงที่จะทำให้น้ำนมไหลน้อย

  • หากลืมให้นมลูก ควรปั๊มนมเก็บไว้ทันทีที่นึกขึ้นได้ เพื่อให้เกิดการสมดุลของน้ำนมในรอบต่อ ๆ ไป และเพื่อไม่ให้มีน้ำนมไหลเกินออกมาเมื่อมีน้ำนมเต็มเต้า

  • ไม่กินยาสุ่มสี่สุ่มห้า แม่ให้นมบุตรควรกินยาตามที่แพทย์เห็นชอบเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามากินเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์หรือเภสัชกร

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สารนิโคตินในบุหรี่ และแอลกอฮอล์มีผลทำให้ปริมาณน้ำนมลดลงได้

  • ใส่ใจกับอาหารการกิน หากคุณแม่คิดว่าตอนตั้งครรภ์ต้องใส่ใจกับอาหารการกินมากเป็นพิเศษแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า หลังคลอดและช่วงเวลาให้นมบุตร คุณแม่ยิ่งต้องใส่ใจกับอาหารการกินให้มากยิ่งขึ้นต่อไปอีก เพราะครั้งนี้อาหารที่กินเข้าไปจะถูกส่งต่อสารอาหารผ่านทางน้ำนม หากกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทารกก็อาจจะได้รับผลข้างเคียงทางสุขภาพด้วย หรือหากกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ก็จะทำให้การฟื้นตัวหลังคลอดของคุณแม่ไม่ดีเท่าที่ควรด้วย ดังนั้นคุณแม่จึงจำเป็นที่จะต้องเน้นกินอาหารที่บำรุงน้ำนม เพื่อให้มีน้ำนมที่สมบูรณ์และเพียงพอ ทั้งยังช่วยให้สามารถฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็วขึ้นด้วย

อาหารบำรุงน้ำนมควรเน้นสารอาหารแบบไหน?


ก่อนที่เราจะไปพูดถึงอาหารเพิ่มน้ำนมแม่ เราควรมารู้กันก่อนว่า อาหารบำรุงน้ำนมนั้นควรจะเน้นไปที่สารอาหารกลุ่มใด เพื่อให้น้ำนมมีคุณภาพ และมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพของแม่ และทารกที่กินนมแม่ โดยกลุ่มสารอาหารที่แม่ให้นมบุตรควรได้รับ มีดังนี้

สารอาหารกลุ่มที่ 1

เป็นสารอาหารที่จะส่งผ่านไปยังน้ำนมและส่งตรงไปยังทารก ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและปริมาณของน้ำนมแม่

  • วิตามินบี 1 พบได้ในอาหารจำพวก ปลา เนื้อหมู ถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ

  • วิตามินบี 2 พบได้ในอาหารจำพวก อัลมอนด์ ถั่วต่าง ๆ เนื้อแดง ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง ไข่ ชีส

  • วิตามินบี 6 พบได้ในอาหารจำพวก ปลา เนื้อสัตว์ปีก ถั่วลูกไก่ ธัญพืชตระกูลถั่ว มันฝรั่ง ผลไม้อบแห้ง กล้วย

  • วิตามินบี 12 พบได้ในอาหารจำพวก หอย ตับ โยเกิร์ต ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง ไข่ ปู กุ้ง อาหารที่หมักจากยีสต์ตามธรรมชาติ

  • วิตามินเอ พบได้ในอาหารจำพวก มันเทศ แครอท ผักใบเขียวเข้ม เครื่องใน ไข่

  • วิตามินดี พบได้ในอาหารจำพวก ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง น้ำมันตับปลา

  • โคลีน พบได้ในอาหารจำพวก ไข่ ตับวัว ตับไก่ ถั่วพีนัท

  • เซลีเนียม พบได้ในอาหารจำพวก อาหารทะเล ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วต่าง ๆ

  • ไอโอดีน พบได้ในอาหารจำพวก สาหร่ายทะเล ตับ นม เกลือไอโอดีน

สารอาหารกลุ่มที่ 2

สารอาหารกลุ่มนี้จะไม่มีผลต่อความเข้มข้นและปริมาณของนมแม่ แต่จะมีผลต่อสุขภาพแม่โดยตรง ช่วยในการฟื้นตัวหลังคลอด

  • โฟเลต พบได้ในอาหารจำพวก ผักใบเขียว หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด ถั่วต่าง ๆ

  • แคลเซียม พบได้ในอาหารจำพวก ผักใบเขียว นม โยเกิร์ต

  • ธาตุเหล็ก พบได้ในอาหารจำพวก เนื้อแดง เนื้อหมู เนื้อสัตว์ปีก ถั่วต่าง ๆ ผักสีเขียว

  • ทองแดง พบได้ในอาหารจำพวก ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วต่าง ๆ อาหารทะเล เครื่องใน มันฝรั่ง

  • สังกะสี พบได้ในอาหารจำพวก หอยนางรม เนื้อแดง เนื้อหมู เนื้อสัตว์ปีก ถั่วต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์จากนมวัว

อาหารเพิ่มน้ำนมมีอะไรบ้าง?


คุณแม่หลายคนอาจจะเข้าใจว่า อาหารเพิ่มน้ำนมนี้จะต้องเป็นอาหารสูตรพิเศษสำหรับแม่ให้นมบุตรโดยเฉพาะ แต่ความจริงแล้ว อาหารเพิ่มน้ำนมก็เป็นอาหารที่พบได้ในชีวิตประจำวันและกินกันโดยทั่วไปนั่นเอง

โดยอาหารที่มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับแม่ให้นมบุตร มีดังนี้

อาหารจำพวกผลไม้ การกินผลไม้มีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องผูกหลังคลอด ซึ่งมักพบได้บ่อยในคุณแม่หลังคลอด และสารอาหารที่หลากหลายในผลไม้ ก็ยังมีส่วนช่วยเพิ่มความเข้มข้นและปริมาณของนมแม่ได้อีกด้วย ซึ่งผลไม้ที่เหมาะกับแม่ให้นมบุตรก็มีหลายชนิด เช่น แคนตาลูป แตงน้ำผึ้ง กล้วย มะม่วง แอปริคอต ลูกพรุน ส้ม ส้มโอ

อาหารจำพวกผัก ผักอุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย การบริโภคผักในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายของแม่ฟื้นตัวได้เร็ว และมีส่วนช่วยในการผลิตน้ำนม ซึ่งผักที่เหมาะกับแม่ให้นมบุตรก็มีหลายชนิด เช่น ผักโขม ผักใบเขียว เช่น คะน้าและกระหล่ำปลี แครอท มันฝรั่งหวาน ฟักทอง มะเขือเทศ พริกหวานสีแดง

อาหารจำพวกธัญพืช ธัญพืชมีสารอาหารที่หลากหลาย ทั้งโปรตีน วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยให้น้ำนมแม่เข้มข้นและมีปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งธัญพืชที่เหมาะกับแม่ให้นมบุตรก็มีหลายชนิด เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลต่าง ๆ

อาหารจำพวกผลิตภัณฑ์จากนม ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมจะอุดมไปด้วยวิตามินดีและแคลเซียมสูง ซึ่งคุณแม่ควรได้รับอย่างเพียงพอและเหมาะสมตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์และช่วงให้นมบุตร เช่น ชีส นมวัว โยเกิร์ต

อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เป็นกลุ่มอาหารที่ให้โปรตีนสูง ซึ่งแม่ตั้งครรภ์และแม่หลังคลอดควรได้รับโปรตีนที่เพียงพอ เพื่อช่วยให้สามารถฟื้นตัวหลังคลอดได้ดี ช่วยให้กระดูกแข็งแรง และป้องกันโรคกระดูกพรุน ได้แก่ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา

อาหารแม่ให้นมลูกห้ามกิน


แม่ให้นมบุตรควรงดและหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้ เพราะเสี่ยงที่ทารกจะได้รับอันตรายและผลข้างเคียงจากอาหารเหล่านั้นผ่านทางน้ำนม

  • แอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะดื่มมาก ดื่มน้อย หรือแค่เพียงจิบเดียว ก็ถือว่าไม่ควรและเสี่ยงอันตรายหากมีแอลกอฮอล์เจือปนผ่านไปกับน้ำนมและเข้าสู่ร่างกายของทารก

  • คาเฟอีน การดื่มหรือกินอาหารที่มีคาเฟอีนสูง อาจรบกวนการนอนหลับของทารกที่กินนมแม่ได้ แต่ถ้าหากต้องการดื่มคาเฟอีน หรือกินอาหารที่มีคาเฟอีน ควรจำกัดไว้เพียง 2-3 ถ้วยต่อวัน หรือประมาณ 200-300 มิลลิกรัม

  • อาหารทะเล แม้อาหารทะเลจะเป็นแหล่งของโปรตีนและโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ไม่ควรกินเป็นประจำ เพราะอาหารทะเลบางชนิดอาจมีการปนเปื้อนของสารปรอท ซึ่งหากส่งผ่านไปยังน้ำนม อาจมีผลต่อระบบประสาทและพัฒนาการของทารกได้

เมนูเรียกน้ำนมง่าย ๆ สำหรับแม่ให้นมลูก


สำหรับคุณแม่ที่ต้องการจะหาเมนูที่อร่อย ดีต่อสุขภาพและได้ประโยชน์ต่อการผลิตน้ำนม อาจลองทำเมนูเหล่านี้ในอาหารแต่ละมื้อได้

  • เมนูหัวปลี เช่น ทอดมันหัวปลี ยำหัวปลี ต้มหัวปลี แกงเลียงหัวปลี เพราะหัวปลีมีธาตุเหล็กสูง และให้แคลเซียมสูง ทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด

  • เมนูฟักทอง เช่น แกงเลียง ฟักทองต้ม ฟักทองผัดไข่ เพราะฟักทองมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา ทั้งยังมีฟอสฟอรัสและเบต้าแคโรทีนที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงอีกด้วย

  • เมนูขิง เช่น น้ำขิง ปลากระพงผัดขิง ปลาช่อนผัดขิง ซุปขิง เพราะขิงเป็นพืชที่มีฤทธิ์ในการขับลมและช่วยย่อยได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงของอาการท้องผูกหลังคลอดได้ และยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อแม่และทารกอีกมากมาย เช่น มีโปรตีน ไขมัน แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี1 และวิตามินบี2

  • เมนูมะละกอ เช่น มะละกอผัดไข่ แกงเหลืองมะละกอ แกงส้มมะละกอ เพราะมะละกอมีเอนไซม์ที่ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันของแม่และทารก และมีไฟเบอร์สูง ช่วยในการขับถ่าย ลดความเสี่ยงของอาการท้องผูกหลังคลอด

  • เมนูกุยช่าย เช่น กุยช่ายผัดตับ ขนมกุยช่าย ไขเจียวกุยช่าย ผัดกุยช่ายหมูสับ เพราะกุยช่ายมีฟอสฟอรัสสูง ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง และดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต มากไปกว่านั้น กุยช่ายยังมีส่วนช่วยในการบำรุงน้ำนม ช่วยให้น้ำนมมีกลิ่นฉุนน้อยลง

  • เมนูผัดไท เมนูผัดไทยที่ทุกคนรู้จัก จริง ๆ แล้วที่จะช่วยเพิ่มน้ำนมได้คือหัวปลี ผัดไทยที่มีเครื่องเคียงเป็นหัวปลีสด ๆ หรือหัวปลีหั่นฝอย รับประทานกับขนมจีนน้ำพริก หัวปลีจะช่วยในการกระตุ้นร่างกายให้ผลิตน้ำนมเพิ่มได้เป็นอย่างดี 

ยาเพิ่มน้ำนมยา กระตุ้นน้ำนมช่วยเพิ่มนมแม่จริงไหม?


แม่หลายคนเลือกที่จะหาซื้อยาเร่งน้ำนม เพื่อช่วยเพิ่มน้ำนมให้เพียงพอต่อการเลี้ยงทารก โดยตัวยาที่เชื่อว่ามีสรรพคุณสร้างน้ำนมที่พบได้บ่อยก็คือ ยาดอมเพอริโดน (Domperidone) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการทำงานของสารโดปามีน (Dopamine Antagonist) และเมื่อสารโดปามีนในร่างกายลดลง ก็จะส่งผลให้ระดับของฮอร์โมนโปรแลคทินในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น และไปกระตุ้นให้มีการผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น ซึ่งฟังดูแล้วน่าจะมีประโยชน์โดยตรงในการช่วยเพิ่มน้ำนมได้

แต่...ยาดอมเพอริโดนก็มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพ เช่น ปากแห้ง ปวดท้อง ปวดหัว มีผื่นแพ้ มึนงง เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ คุณแม่จึงไม่ควรหาซื้อยาดอมเพอริโดนมากินเองโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากแพทย์และเภสัชกร แม้ยาจะมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มน้ำนมได้จริง แต่ควรได้รับความเห็นชอบจากแพทย์และเภสัชกรก่อน

สมุนไพรเพิ่มน้ำนมได้จริงหรือเปล่า?


สมุนไพรบางชนิดมีฤทธิ์ช่วยบำรุงร่างกาย และส่งผลดีต่อคุณภาพน้ำนมและปริมาณน้ำนมแม่ได้ แต่...ควรเป็นสมุนไพรที่เป็นผักและผลไม้จะดีกว่า เช่น กระเพราะ โหระพา ขิง ฟักทอง หัวปลี เพราะเป็นอาหารที่กินกันโดยทั่วไป ไม่ได้กินโดยเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด

หากเป็นสมุนไพรที่เน้นสรรพคุณทางยามากกว่าสรรพคุณทางสารอาหาร เช่น สมุนไพรตระกูลว่านต่าง ๆ หรือสมุนไพรป่าต่าง ๆ คุณแม่ไม่ควรกินสมุนไพรเหล่านั้นสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะสมุนไพรหลายร้อยชนิดที่ใช้งานกันอยู่ทั่วไปนั้น โดยมากแล้วไม่มีผลการวิจัยรับรองที่เพียงพอว่ามีปลอดภัยต่อแม่ตั้งครรภ์และแม่ให้นมบุตร

เคล็ดไม่ลับ 10 วิธีการช่วยบำรุงและเพิ่มน้ำนมแม่


  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นที่ความสด ปรุงสุก สะอาด และปลอดภัย

  2. เพิ่มปริมาณน้ำดื่มอีก 1 ลิตรจากที่ดื่มอยู่ตามปกติ เพราะน้ำเป็นหนึ่งในอาหารเพิ่มน้ำนมที่จะถูกนำไปช่วยสร้างและเพิ่มน้ำนมแม่ และควรเป็นน้ำอุ่นเท่านั้น ควรงดน้ำเย็นและบรรดาน้ำอัดลม รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

  3. ควรทานเมนูอาหารบำรุงน้ำนมและเพิ่มปริมาณการรับประทานให้ได้ราว 2,500 แคลอรี (หรือมากกว่าหากต้องให้นมลูกระยะเวลาเกิน 3 เดือน และไม่ต้องกลัวอ้วน) โดยเน้นสารอาหารโปรตีน ไม่ใช่แป้งหรือน้ำตาล

  4. แบ่งอาหารเป็น 5 มื้อต่อวัน (อาหารเช้า เที่ยง ของว่างช่วงบ่าย อาหารเย็น และของว่างช่วงค่ำ) อาหารว่างแนะนำว่าควรเป็นผลไม้และเครื่องดื่มที่มีประโยชน์

  5. งดสูบบุหรี่หรือสูดควันบุหรี่ เพราะสารนิโคตินสามารถผ่านทางน้ำนมไปหาลูกได้และบุหรี่เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การผลิตน้ำนมแม่ลดลง จึงแนะนำให้คุณแม่ที่อยู่ในช่วงทานอาหารบำรุงน้ำนมควรอยู่ห่างจากบุหรี่

  6. งดซื้อยารับประทานเอง ยาสามัญทั่วไปมักปลอดภัย แต่แม่ที่ให้นมควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกนมแม่ก่อน

  7. หลีกเลี่ยงสารพิษต่างๆ เช่นควันบุหรี่ ยาฆ่าแมลง

  8. รับประทานอาหารเพิ่มน้ำนมที่มีไขมันไม่อิ่มตัวจากธรรมชาติ ช่วยในการเสริมสร้างสมองของลูกเช่น เมล็ดทานตะวัน ปลาและน้ำมันมะกอก

  9. รับประทานโฟเลท (กรดโฟลิค) หรือเมนูอาหารบำรุงน้ำนมที่ทำมาจากผักใบเขียว พบมากในยอดผัก ผักใบเขียว ข้าวโพดและกะหล่ำปลี หรือซื้อจากร้านขายยาทั่วไป

  10. เลือกรับประทานเมนูอาหารเพิ่มน้ำนมเพื่อกระตุ้นน้ำนมหรือเร่งน้ำนม ที่เป็นที่นิยมในหมู่คุณแม่และรับประกันว่าได้ผล ทีนี้คุณแม่หลายๆท่านคงได้เคล็ดลับการปฏิบัติตัว ปรับการใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้นที่จะส่งผลให้การเพิ่มน้ำนมให้มีมากขึ้น เพียงพอต่อการให้ลูกน้อยได้กินและยังได้รู้เมนูอาหารบำรุงน้ำนมที่คุณแม่ทุกคนต่างการันตีว่าช่วยเพิ่มน้ำนมได้เป็นอย่างดีให้ได้ไปลองทำกินกันนะคะ

ไขข้อข้องใจเรื่องอาหารบำรุงน้ำนมแม่กับ Enfa Smart Club


 แม่น้ำนมน้อย จะกระตุ้นน้ำนมยังไงได้บ้าง?

แม่น้ำนมน้อยสามารถประตุ้นน้ำนมได้หลายวิธี โดยเริ่มตั้งแต่หลังคลอด ดังนี้

  • หลังคลอดคุณแม่ควรให้ทารกได้กินนมแม่เร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยไว้นานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน เพราะยิ่งรอนาน ยิ่งเสี่ยงที่จะเกิดภาวะน้ำนมน้อย

  • ให้นมลูกบ่อย ๆ ในหนึ่งวันแม่ควรให้นมบุตร 8-12 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2-3 ชั่วโมง

  • ดูให้แน่ใจว่าทารกกัดหรือดูดหัวนมถูกจุด เพราะถ้าทารกกัดไม่ถูกหัวนม อาจทำให้ทารกได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ และอาจจะมีผลต่อหัวนมแม่ที่อาจจะเกิดการบาดเจ็บที่หัวนมจนน้ำนมไม่ไหลหรือไหลน้อย

  • เวลาให้นมควรให้ทั้งสองข้าง เพื่อให้เกิดการสมดุลของน้ำนมในรอบต่อ ๆ ไป เพราะการให้นมทารกแค่เพียงเต้าเดียวเป็นประจำ เสี่ยงที่จะทำให้น้ำนมไหลน้อย

  • หากลืมให้นมลูก ควรปั๊มนมเก็บไว้ทันทีที่นึกขึ้นได้ เพื่อให้เกิดการสมดุลของน้ำนมในรอบต่อ ๆ ไป และเพื่อไม่ให้มีน้ำนมไหลเกินออกมาเมื่อมีน้ำนมเต็มเต้า

  • ไม่กินยาสุ่มสี่สุ่มห้า แม่ให้นมบุตรควรกินยาตามที่แพทย์เห็นชอบเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามากินเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์หรือเภสัชกร

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สารนิโคตินในบุหรี่ และแอลกอฮอล์มีผลทำให้ปริมาณน้ำนมลดลงได้

  • ใส่ใจกับอาหารการกิน เพราะอาหารที่กินเข้าไปจะถูกส่งต่อสารอาหารผ่านทางน้ำนม หากกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ทารกก็อาจจะได้รับผลข้างเคียงทางสุขภาพด้วย หรือหากกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ก็จะทำให้การฟื้นตัวหลังคลอดของคุณแม่ไม่ดีเท่าที่ควรด้วย

 อาหารกระตุ้นน้ำนม มีอะไรบ้าง?

แท้จริงแล้วอาหารกระตุ้นน้ำนม ก็คืออาหารที่เรากินกันทั่วไปในชีวิตประจำวันนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น

  • อาหารจำพวกผลไม้ เช่น แคนตาลูป แตงน้ำผึ้ง กล้วย มะม่วง แอปริคอต ลูกพรุน ส้ม ส้มโอ

  • อาหารจำพวกผัก เช่น ผักโขม ผักใบเขียว เช่น คะน้าและกระหล่ำปลี แครอท มันฝรั่งหวาน ฟักทอง มะเขือเทศ พริกหวานสีแดง

  • อาหารจำพวกธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลต่าง ๆ

  • อาหารจำพวกผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส นมวัว โยเกิร์ต

  • อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา

 อาหารแม่ลูกอ่อนห้ามกิน มีอะไรบ้าง?

แม่ให้นมบุตรควรงดและหลีกเลี่ยงอาหารดังต่อไปนี้ เพราะเสี่ยงที่ทารกจะได้รับอันตรายและผลข้างเคียงจากอาหารเหล่านั้นผ่านทางน้ำนม

  • แอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะดื่มมาก ดื่มน้อย หรือแค่เพียงจิบเดียว ก็ถือว่าไม่ควรและเสี่ยงอันตรายหากมีแอลกอฮอล์เจือปนผ่านไปกับน้ำนมและเข้าสู่ร่างกายของทารก

  • คาเฟอีน การดื่มหรือกินอาหารที่มีคาเฟอีนสูง อาจรบกวนการนอนหลับของทารกที่กินนมแม่ได้ แต่ถ้าหากต้องการดื่มคาเฟอีน หรือกินอาหารที่มีคาเฟอีน ควรจำกัดไว้เพียง 2-3 ถ้วยต่อวัน หรือประมาณ 200-300 มิลลิกรัม

  • อาหารทะเล แม้อาหารทะเลจะเป็นแล่งของโปรตีนและโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ไม่ควรกินเป็นประจำ เพราะอาหารทะเลบางชนิดอาจมีการปนเปื้อนของสารปรอท ซึ่งหากส่งผ่านไปยังน้ำนม อาจมีผลต่อระบบประสาทและพัฒนาการของทารกได้

 ผลไม้เพิ่มน้ำนมมีอะไรบ้าง?

ผลไม้มีสารอาหารที่หลากหลาย และสารอาหารเหล่านั้นก็มีส่วนช่วยเพิ่มความเข้มข้นและปริมาณของนมแม่ได้อีกด้วย ซึ่งผลไม้ที่เหมาะกับแม่ให้นมบุตรก็มีหลายชนิด เช่น แคนตาลูป แตงน้ำผึ้ง กล้วย มะม่วง แอปริคอต ลูกพรุน ส้ม ส้มโอ

 เครื่องดื่มบำรุงคุณแม่หลังคลอด ที่สามารถดื่มได้ มีอะไรบ้าง?

คุณแม่หลายคนอาจจะพยายามหาเครื่องดื่มที่มีสรรพคุณเร่งน้ำนม แต่แท้จริงแล้วเครื่องดื่มที่เหมาะกับแม่ให้นมบุตรที่สุดก็คือน้ำเปล่า ซึ่งควรจะดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ และช่วยในการผลิตน้ำนมด้วย ส่วนเครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ คุณแม่สามารถดื่มได้ แต่...ไม่ควรเกิน 2-3 ถ้วยต่อวัน หรือประมาณ 200-300 มิลลิกรัมต่อวัน

 สมุนไพรบำรุงน้ำนม อันตรายไหม?

สมุนไพรที่เป็นผักหรือผลไม้ เช่น ฟักทอง หัวปลี กุยช่าย กระเพรา หรือโหระพา เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาและคุณค่าทางอาหารสูง และมีส่วนช่วยในการบำรุงน้ำนมแม่

แต่...สมุนไพรป่าจำพวก ว่านต่าง ๆ รากไม้ต่าง ๆ หรือสมุนไพรที่มีชื่อแปลก ๆ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก สมุนไพรเหล่านั้นไม่มีผลการวิจัยที่รองรับอย่างเพียงพอว่ามีความปลอดภัยต่อแม่ตั้งครรภ์และแม่ให้นมบุตร คุณแม่จึงไม่ควรกินสมุนไพรใดก็ตามสุ่มสี่สุ่มห้า โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากแพทย์และเภสัชกร เพราะอาจเสี่ยงต่อทารกในครรภ์และทารกที่กำลังกินนม



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์