Enfa สรุปให้
- ลูกตกเตียง เป็นปัญหาทั่วไปที่พบได้บ่อย ๆ ในเด็กวัยหัดคลานหรือหัดเดิน การรับมืออย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้
- ลูกตกเตียงหัวฟาดพื้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องตั้งสติให้ดี และทำการปฐมพยาบาลอย่างเหมาะสม พร้อมสังเกตอาการของลูกน้อยในช่วง 24 ชั่วโมงแรกว่ามีความผิดปกติใด ๆ หรือไม่
-
ปัญหาทารกตกเตียง สามารถป้องกันได้ด้วยการติดตั้งคอกกั้นรอบเตียง ปูพื้นด้วยแผ่นรองคลาน หรือแผ่นโฟม เพื่อรองรับแรงกระแทกเวลาลูกน้อยพลัดตกหกล้ม
อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน บางครั้งแม้ระวังอย่างดีแล้ว ก็อาจมีความผิดพลาดจนเกิดการบาดเจ็บได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาลูกตกเตียง หรือลูกตกเตียงหัวฟาดพื้น ที่อาจพบได้บ่อยในเด็กที่เริ่มเคลื่อนไหวได้ดี คลานได้คล่องแคล่ว การคลาดสายตาเพียงนิดเดียว ก็อาจทำให้ลูกพลัดตกจากเตียงได้ บทความนี้จาก Enfa มีสาระน่ารู้พร้อมวิธีรับมือเมื่อ ทารกตกเตียง มาฝากค่ะ

ลูกตกเตียง อันตรายไหม
หากเด็กทารกตกเตียง แล้วร้องไห้ แต่พออุ้มปลอบ และปฐมพยาบาลแล้ว ลูกก็กลับมาร่าเริงได้ปกติ กินอิ่ม นอนหลับ ไม่มีอาการร้องไห้งอแงอีก หัวที่โนก็ยุบลง หากภายใน 24 ชั่วโมงแรกลูกมีอาการแบบนี้ก็ถือว่าไม่มีอะไรน่าเป็นกังวลค่ะ แต่เพื่อความปลอดภัยคุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากทารกตกเตียง และมีอาการดังต่อไปนี้ ถือว่ามีความเสี่ยงที่เป็นอันตราย ไม่ต้องรอดูอาการ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
- ลูกตกเตียงแบบหัวฟาดลงกับพื้นแข็งโดยตรง ไม่ว่าจะมีเลือดออก เป็นแผลฉีกขาด หรือไม่มีแผลและไม่มีเลือดออกก็ตาม กรณีนี้ไม่ต้องรอดูอาการ ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยว่ามีการกระทบกระเทือนรุนแรงหรือไม่
- หลังตกเตียง และมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว แต่ลูกร้องไห้ไม่หยุด ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่หยุดร้องไห้ ควรพาไปพบแพทย์ทันที
- ลูกเริ่มมีอาการแหวะนม ไม่ยอมกินนม เซื่องซึมผิดปกติ อาจได้รับการกระทบกระเทือนภายใน ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที
- ลูกขยับแขนขาไม่ได้ เวลาจับอวัยวะที่ได้รับการกระทบกระเทือนจะร้องทันที อาจเป็นไปได้ว่าลูกน้อยได้รับการบาดเจ็บรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและรับการรักษาเฉพาะทางค่ะ
ลูกตกเตียงหัวฟาดพื้น
ลูกหัวฟาดพื้น ลูกตกเตียงหัวกระแทกพื้น คุณพ่อคุณแม่ควรดูปัจจัยแวดล้อมทันทีว่า ตกจากเตียงสูงแค่ไหน และพื้นนั้นเป็นพื้นเสื่อแผ่นโฟมสำหรับรองคลาน หรือเป็นพื้นปูนแข็ง ๆ
- หากลูกตกเตียงหัวกระแทกพื้น แต่เป็นพื้นเสื่อรองคลานที่ช่วยรับแรงกระแทกได้ สามารถรอดูอาการ 24-48 ชั่วโมง ว่าลูกมีอาการเป็นอย่างไร กินนมได้ไหม นอนหลับได้หรือเปล่า งอแงผิดปกติหรือไม่ ลูกตกเตียงหัวโนแล้วยุบลงไหม หากมีอาการผิดปกติ เช่น ลูกหัวโนไม่ยุบ ลูกเริ่มร้องไห้งอแง มีอาการซึม อาเจียนพุ่ง ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
- หากลูกตกเตียงหัวกระแทกพื้น และพื้นนั้นเป็นพื้นปูนแข็ง กรณีนี้ควรรีบปฐมพยาบาลแล้วพาลูกไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการค่ะ
ลูกตกเปล
ทารกตกเปล ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยเช่นกัน ซึ่งอาจเกิดจากเปลไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดการชำรุด จนลูกตกเปล หรือกรณีที่ผูกเปลเอง อาจผูกไม่แน่น ทำให้เปลหลุด และลูกตกเปล หรือลูกน้อยอาจพยายามคลานออกจากแปลด้วยตนเองจนตกแปลก็เป็นไปได้เช่นกัน
กรณีที่ลูกตกเปล คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งสติแล้วเข้าไปประคองดูลูกทันที หากลูกน้อยไม่ได้มีอาการรุนแรง ปลอบแล้วก็หยุดร้องไห้ ยังกินนมได้ ยังนอนหลับได้ดี มีอาการร่าเริง ก็ถือว่าปกติ แต่ถ้าลูกตกเปลแล้วศีรษะกระแทกกับพื้นแข็ง หรือตกเปลแล้วหมดสติ ร้องไห้งอแงไม่หยุด มีเลือดไหลไม่หยุด ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการ
ลูกตกเตียง สังเกตอาการ
ลูกตกเตียง คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณและอาการของลูกหลังจากตกเตียง หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
- ร้องไห้ไม่หยุด ร้องไห้เสียงแหลม ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่หยุดร้องไห้
- กระหม่อมศีรษะโป่งบวม
- ลูกน้อยเอามือขยี้หัว หรือพยายามสัมผัสศีรษะตลอดเวลา
- มีอาการเซื่องซึม นอนนานผิดปกติ ปลุกแล้วตื่นยาก
- มีเลือด หรือของเหลวสีเหลืองไหลออกจากจมูกหรือหู
- ทรงตัวได้ไม่ดี จับนั่งแล้วเอนล้มลง ทั้ง ๆ ที่ปกติลูกน้อยนั่งเองได้โดยไม่ต้องคอยพยุง
- รูม่านตาของลูกไม่เท่ากัน มองเห็นจุดดำของดวงตาสองข้างมีขนาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน
- ลูกมีอาการไวต่อแสงหรือเสียง
- อาเจียน แหวะนม
ป้องกันลูกตกเตียง
เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดได้ทุกเมื่อ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรมีวิธีป้องกันลูกตกเตียง ดังนี้
- ควรปูพื้นด้วยเสื่อรองคลาน หรือแผ่นยางกันกระแทก เพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้ม ลดการบาดเจ็บของลูกน้อย
- เลือกเตียงที่ไม่สูงจากพื้นมาก หรือปรับเป็นฟูกนอนแทนการใช้เตียง เพื่อลดความเสี่ยงของการตกจากเตียงสูง เพราะยิ่งเตียงสูงมากเท่าไหร่ แรงกระแทกก็มากตามไปด้วย
- ทำคอกกั้นเตียง หรือเลือกใช้เตียงแบบมีคอก ที่สูงเกินตัวลูก เพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้ม
- อย่าคาดหวังกับมุ้งลวด เพราะมุ้งลวดไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันเด็กตก
- ไม่ปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว แม้ว่าจะหายไปแค่เพียงไม่กี่นาทีก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ถึงวัยคลานได้แล้ว การคลาดสายตาเพียงนิดเดียว อาจหมายถึงอุบัติเหตุได้ค่ะ
ทารกตกเตียง กับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้
ปัญหาทารกตกเตียง เป็นเรื่องที่เกิดได้ทั่วไป แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมืออย่างเหมาะสมได้ ดังนี้
- เด็กวัยที่มีโอกาสจะตกเตียงบ่อยที่สุด คือทารกที่อายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เพราะลูกน้อยวัยนี้เริ่มที่จะคลานได้ บางคนเริ่มเกาะยืนเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้น เสี่ยงที่จะพลัดตกจากเปลหรือตกจากเตียงได้ง่าย
- หากเป็นไปได้ควรมีคนอยู่กับลูกเสมอ ไม่ควรปล่อยลูกคลาดสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กวัยหัดคลานและวัยหัดเดิน การพลาดเพียงชั่วพริบตาเดียว ลูกน้อยอาจเกิดอุบัติเหตุได้
- หากทารกแรกเกิดตกเตียง ควรพาไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอดูอาการ เพราะทารกมีความบอบบางสูง การพลัดตกจากเตียงอาจเกิดการกระทบกระเทือนรุนแรงได้ ควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัย
- สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อทารกตกเตียงคือสติ คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติให้ดี เพื่อจะได้รับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
- คุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัยตนเอง เพราะอุบัติเหตุเป็นเรื่องที่เกินควบคุม และไม่มีใครอยากให้เกิด บางครั้งป้องกันดีแล้ว ก็ยังอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ ควรปล่อยวางและเรียนรู้จากประสบการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ ๆ
เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า
เพื่อให้ลูกเติบโตมาพร้อมกับทักษะ EF ที่โดดเด่น การเลือกโภชนาการที่เหมาะสมถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย จะเรียนรู้หรือทำกิจกรรมก็ทำได้โดยไม่มีสะดุด สำหรับวัยแรกเกิดควรได้กินนมแม่ต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต เพราะนมแม่มี MFGM สุดยอดสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย