นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

พัฒนาการลูกน้อย วัย 5 ปี 6 เดือน

Enfa สรุปให้

  • 5 ปี 6 เดือน เป็นช่วงเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียน เด็กมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เข้าใจกติกา เหตุและผล และต้องการการดูแลแบบชี้แนะและให้กรอบมากกว่าการควบคุม

  • พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน ควรประเมินครบ 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย สติปัญญา ภาษา และอารมณ์สังคม ซึ่งเชื่อมโยงกันโดยตรงกับการเรียนรู้ สมาธิ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

  • เด็ก 5 ขวบ 6 เดือน ต้องการโภชนาการที่เหมาะสม การนอนที่เพียงพอ การขับถ่ายปกติ และกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างพื้นฐานสุขภาพและการเรียนรู้ที่ดีระยะยาว

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ช่วงวัย เด็ก 5 ขวบ 6 เดือน หรือราว 5 ปี 6 เดือน เป็นระยะสำคัญก่อนก้าวเข้าสู่วัยเรียนอย่างเต็มตัว เด็กจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย ความคิด อารมณ์ และทักษะสังคมอย่างต่อเนื่อง พ่อแม่จำนวนมากเริ่มสังเกตว่าเด็กมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ตั้งคำถามมากขึ้น และแสดงความสามารถเฉพาะด้านชัดเจนขึ้น 

บทความนี้ Enfa รวบรวมข้อมูลตามหลักการแพทย์และพัฒนาการเด็กทั่วไป เพื่อช่วยให้พ่อแม่เข้าใจ ดูแล และส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัยนี้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

เด็ก 5 ขวบ 6 เดือนกับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

ในวัย เด็ก 5 ขวบ 6 เดือน เด็กไม่ได้เติบโตเพียงด้านร่างกายเท่านั้นนะคะ แต่ยังพัฒนาความคิดเชิงเหตุผล การควบคุมอารมณ์ และทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เด็กเริ่มเข้าใจกติกามากขึ้น รู้จักรอคอย แบ่งปัน และสามารถอธิบายความต้องการของตนเองได้ชัดเจนกว่าเดิม พ่อแม่จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ชี้แนะ มากกว่าการควบคุมค่ะ

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับเด็กวัยนี้ คือ

  • เด็กเริ่มมีความคิดเป็นลำดับ เข้าใจเหตุและผลในระดับพื้นฐาน
  • ความเป็นอิสระเพิ่มขึ้น อยากตัดสินใจเองในเรื่องเล็ก ๆ
  • เริ่มเปรียบเทียบตนเองกับเพื่อน และรับรู้ความสามารถของตน
  • ต้องการคำชม การยอมรับ และขอบเขตที่ชัดเจนจากผู้ใหญ่
  • เป็นช่วงเตรียมความพร้อมสู่ระบบโรงเรียน ทั้งด้านวินัยและสังคม

 

น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

การติดตามการเจริญเติบโตของเด็กวัยนี้ควรอ้างอิงจากตารางน้ำหนัก - ส่วนสูงมาตรฐานตามอายุของเด็กซึ่งใช้กราฟการเจริญเติบโตเป็นหลัก เพื่อดูแนวโน้มมากกว่าตัวเลขจุดเดียว เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างทางพันธุกรรมและรูปแบบการเติบโตของตนเองค่ะ

น้ำหนัก

  • เด็กผู้ชายน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 17–22.5 กิโลกรัม
  • เด็กผู้หญิงน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 16 – 22 กิโลกรัม

ส่วนสูง

  • เด็กผู้ชายส่วนสูงเฉลี่ยประมาณ 107 – 117 เซนติเมตร
  • เด็กผู้หญิงส่วนสูงเฉลี่ยประมาณ 106 – 116 เซนติเมตร

สิ่งสำคัญไม่ใช่การที่ลูกต้องมีตัวเลขตรงตามค่าเฉลี่ยพอดีเป๊ะนะคะ แต่ควรเส้นกราฟการเจริญเติบโตว่ามีการไต่ระดับขึ้นอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ หากน้ำหนักหรือส่วนสูงหยุดนิ่งนานเกิน 3-6 เดือน หรือพุ่งพรวดจนเกินเกณฑ์มากเกินไป อาจสะท้อนถึงความผิดปกติทางโภชนาการหรือฮอร์โมนที่ควรปรึกษากุมารแพทย์ โดยการจดบันทึกน้ำหนักและส่วนสูงทุก ๆ 3 เดือนจะช่วยให้เห็นภาพรวมของสุขภาพลูกได้ชัดเจนที่สุดค่ะ

 

อาหารเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

อาหารเด็ก 5 ขวบควรเน้นความหลากหลายและครบถ้วนตามหลักโภชนาการ 5 หมู่ โดยในวัยนี้ลูกควรทานอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และอาหารว่างที่มีประโยชน์ 1-2 มื้อต่อวัน ปัญหาที่พบบ่อยคือการเลือกกินหรือติดขนม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องใช้กลยุทธ์ในการสร้างวินัยการกินที่ดีเพื่อสุขภาพในระยะยาว

โดยอาหารเด็ก 5 ขวบ 6 เดือนควรมีลักษณะดังนี้

  • ควรใช้หลักการ 2:1:1 คือ ผัก 2 ส่วน ข้าวหรือแป้ง 1 ส่วน และเนื้อสัตว์ 1 ส่วน เพื่อให้ได้กากใยและโปรตีนที่เหมาะสม
  • เน้นโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และถั่วต่างๆ ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อและการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • พยายามให้ลูกทานผักหลายสีเพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลาย รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
  • ลูกยังต้องการแคลเซียมเพื่อการเติบโตของกระดูกและฟัน ควรดื่มนมรสจืดวันละ 2 แก้ว หรือผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือชีส

นอกจากนี้ การสร้างบรรยากาศบนโต๊ะอาหารให้มีความสุขเป็นเรื่องสำคัญมาก หลีกเลี่ยงการดุด่าหรือบังคับให้กิน เพราะจะสร้างทัศนคติลบต่ออาหารชนิดนั้น ๆ และควรให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการเตรียมอาหาร เช่น การชวนลูกเข้าครัวช่วยล้างผักหรือจัดจานจะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจและอยากลองทานอาหารที่ตนเองมีส่วนร่วมทำ ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาเด็กเลือกกินได้อย่างยั่งยืนค่ะ

 

เด็ก 5 ขวบ 6 เดือนและโภชนาการที่สำคัญ

ช่วงวัย เด็ก 5 ขวบ เป็นช่วงที่สมองและร่างกายยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โภชนาการที่เหมาะสมจึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมการเรียนรู้และการเจริญเติบโต แม้เด็กวัยนี้จะกินอาหารได้หลากหลายแล้ว แต่อาจยังได้รับสารอาหารบางชนิดไม่ครบถ้วนจากอาหารเพียงอย่างเดียว

การเสริมโภชนาการที่ช่วยเติมเต็มสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการสมอง หนึ่งในนั้นคือ MFGM ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่พบในน้ำนม มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของสมอง การเรียนรู้ และระบบภูมิคุ้มกัน และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันสำคัญที่เป็นส่วนประกอบของเซลล์สมองและจอประสาทตา ช่วยเสริมความจำ การเรียนรู้ และการมองเห็น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็ก เช่น เอนฟาโกร เอพลัส มายด์โปร สูตรเฉพาะที่มี MFGM, DHA, 2’-FL และวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง เหมาะสำหรับใช้เป็นโภชนาการเสริมในช่วงวัยนี้

อย่างไรก็ตาม นมควรเป็นเพียงอาหารเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก เด็กวัย 5 ขวบควรได้รับสารอาหารหลักจากอาหารที่หลากหลาย ควบคู่กับการเลือกนมที่เหมาะสม เพื่อให้เติบโตแข็งแรงและมีพัฒนาการสมวัยในระยะยาว

 

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน มีความก้าวหน้าอย่างชัดเจนในทุกมิติ ลูกจะเริ่มเปลี่ยนจากการเล่นเพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว มาเป็นการเล่นที่มีเป้าหมายและมีการจัดระเบียบความคิดที่ซับซ้อนขึ้น ดังนี้

 

ด้านร่างกาย

  • เด็กมีการควบคุมกล้ามเนื้อดีขึ้น วิ่ง กระโดด ปีนป่ายได้คล่อง
  • ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้แม่นยำ เช่น เขียน วาด ตัดกระดาษ
  • วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ดี
  • กระโดดขาเดียวหรือสลับขาได้
  • จับดินสอ เขียนตัวอักษรหรือวาดรูปมีรายละเอียดมากขึ้น

 

ด้านสติปัญญา

  • เด็กเริ่มคิดเชิงตรรกะ แก้ปัญหาง่าย ๆ และเข้าใจแนวคิดพื้นฐานด้านเวลาและจำนวน
  • นับเลข เรียงลำดับ และจำกติกาได้
  • ตั้งคำถามเชิงเหตุผล “ทำไม” “ถ้า…จะเกิดอะไร”
  • เล่นบทบาทสมมติที่ซับซ้อนขึ้น

 

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • เด็กสามารถสื่อสารความคิด ความรู้สึก และเล่าเรื่องราวได้ต่อเนื่อง
  • ใช้ประโยคยาวและซับซ้อนขึ้น
  • เข้าใจคำสั่งหลายขั้นตอน
  • สนใจตัวอักษร หนังสือ และการเล่าเรื่อง

 

ด้านอารมณ์และสังคม

  • เด็กเริ่มควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น เข้าใจผู้อื่น และทำงานร่วมกับเพื่อนได้
  • เล่นเป็นกลุ่มและรอคอยได้
  • เริ่มเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น
  • ต้องการการยอมรับและคำชมจากผู้ใหญ่

 

กระตุ้นพัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

การกระตุ้นพัฒนาการในวัย 5 ปี 6 เดือน ไม่จำเป็นต้องเป็นการนั่งโต๊ะเรียนหนังสือเคร่งเครียด แต่ควรแทรกซึมอยู่ในกิจกรรมประจำวันและการเล่นที่สร้างสรรค์ เพื่อให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้และไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ ตัวอย่างกิจกรรมเช่น

  • อ่านนิทานร่วมกันทุกวัน ชวนลูกทายเหตุการณ์ในหน้าถัดไป หรือถามความเห็นเกี่ยวกับตัวละครเพื่อฝึกการคิดวิเคราะห์
  • พาไปวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ ปีนป่ายในสนามเด็กเล่น หรือหัดเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอลหรือว่ายน้ำ เพื่อฝึกการทำงานประสานกันของร่างกาย
  • มอบหมายหน้าที่เล็ก ๆ เช่น จัดโต๊ะอาหาร รดน้ำต้นไม้ หรือช่วยแยกผ้าที่จะซัก เพื่อฝึกความรับผิดชอบและกล้ามเนื้อมัดเล็ก
  • ปล่อยให้ลูกได้ใช้จินตนาการผ่านการปั้นดินน้ำมัน การวาดภาพระบายสี หรือการต่อเลโก้ตามใจชอบโดยไม่มีแบบแผนตายตัว

หัวใจสำคัญของการกระตุ้นพัฒนาการคือการมีส่วนร่วมของคุณพ่อคุณแม่ การที่ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกับคนที่เขารักจะทำให้เขามีแรงจูงใจในการเรียนรู้มากกว่าการเล่นคนเดียว การให้กำลังใจเมื่อเขาพยายามทำสิ่งใหม่ๆ จะช่วยให้เขากลายเป็นเด็กที่กล้าคิดกล้าทำและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นค่ะ

 

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

ของเล่นเด็ก 5 ขวบควรเป็นสิ่งที่ท้าทายความคิด ทักษะการแก้ปัญหา และเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกทางจินตนาการ ในวัยนี้ของเล่นสำเร็จรูปที่เล่นได้เพียงแบบเดียวอาจไม่ดึงดูดใจเท่ากับของเล่นที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ตัวอย่างของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กวัยนี้ ได้แก่

  • ของเล่นประเภทตัวต่อ เช่น เลโก้ หรือไม้บล็อกรูปทรงต่างๆ ช่วยเสริมสร้างทักษะมิติสัมพันธ์ การวางแผน และสมาธิ
  • เกมที่ต้องมีการผลัดกันเล่นหรือเดินตามแต้มลูกเต๋า ช่วยสอนเรื่องการทำตามกฎ การรอคอย และความสิทธิน้ำใจนักกีฬา
  • อุปกรณ์ศิลปะ ชุดระบายสีสีน้ำ ดินน้ำมันไร้สารพิษ หรือชุดประดิษฐ์ประดอย ช่วยฝึกความใจเย็นและการประสานงานระหว่างมือและตา
  • ของเล่นบทบาทสมมติ เช่น ชุดเครื่องครัวจำลอง ชุดคุณหมอ หรือตุ๊กตาหุ่นมือ ช่วยให้เด็กได้ฝึกทักษะทางภาษาและการจำลองสถานการณ์ทางสังคม
  • ของเล่นกลางแจ้ง เช่น จักรยานสองล้อ สกู๊ตเตอร์ หรือลูกบอล ช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว

 

การดูแลสุขภาพเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

เมื่อลูกเริ่มออกไปสู่สังคมกว้างขึ้น การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เด็กในวัย 5 ปี 6 เดือน มักจะทำกิจกรรมจนลืมเรื่องสุขอนามัยส่วนตัว คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเป็นผู้ปลูกฝังนิสัยที่ดีเพื่อป้องกันโรคติดต่อและสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดีในระยะยาว ดังนี้ค่ะ

  • สอนให้ลูกล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมถึงการตัดเล็บให้สั้นเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
  • ให้ความสำคัญกับการดูแลช่องปาก ลูกเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ฟันแท้จะทยอยขึ้น ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และพาไปพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน
  • ตรวจสอบสมุดบันทึกสุขภาพว่าได้รับวัคซีนพื้นฐานครบตามเกณฑ์หรือไม่ รวมถึงวัคซีนทางเลือก เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
  • ความปลอดภัยในการเล่น เนื่องจากลูกเริ่มผาดโผนมากขึ้น ควรระวังเรื่องอุบัติเหตุจากการวิ่ง การปีนป่าย หรือการใช้ของมีคม และสอนให้ลูกรู้จักระวังความปลอดภัยของตนเอง

การสังเกตความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น อาการไอ ผื่นคัน หรือพฤติกรรมการนอนที่เปลี่ยนไป จะช่วยให้เราจัดการกับปัญหาสุขภาพได้ทันท่วงที นอกจากนี้ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก และลดการใช้หน้าจอมากเกินไป จะช่วยรักษาสุขภาพตาและสุขภาพจิตของลูกได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ

 

การนอนของเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นกุญแจสำคัญของการเติบโตและการเรียนรู้ ตารางนอนเด็กในวัยนี้ควรมีความสม่ำเสมอ เพราะการนอนไม่เพียงพอจะส่งผลต่อสมาธิ อารมณ์ที่ฉุนเฉียวง่าย และการเติบโตของร่างกายเนื่องจาก Growth Hormone ส่วนใหญ่จะหลั่งออกมาในขณะที่หลับสนิท โดยทั่วไปแล้วลักษณะการนอนของเด็ก 5 ขวบ 6 เดือนมักเป็นดังนี้

  • เด็กวัย 5-6 ปี ควรนอนให้ได้วันละ 10-12 ชั่วโมงต่อวัน โดยส่วนใหญ่อาจเลิกนอนกลางวันแล้ว หรือนอนสั้นลงเพียงเล็กน้อย
  • การสร้างกิจวัตรก่อนนอน เช่น การอาบน้ำอุ่น แปรงฟัน อ่านนิทาน 1 เล่ม และเข้านอนในเวลาเดิมทุกคืน เพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายเตรียมพร้อมพักผ่อน
  • สภาพแวดล้อมในห้องนอนควรเงียบ สงบ แสงไฟสลัว และมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ หลีกเลี่ยงการวางโทรทัศน์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในห้องนอน
  • งดกิจกรรมที่ตื่นเต้นก่อนนอน เช่น การเล่นซ่อนแอบ การดูการ์ตูนที่ตื่นเต้น หรือการทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงในช่วงหัวค่ำ

หากลูกมีปัญหาเรื่องการละเมอ กลัวผี หรือไม่อยากนอนคนเดียว คุณพ่อคุณแม่ควรรับฟังด้วยความเข้าใจ ปลอบโยนให้เขารู้สึกปลอดภัย แต่ยังคงรักษาตารางเวลาการนอนให้เป็นระบบ การนอนที่เพียงพอจะทำให้ลูกตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นและพร้อมรับมือกับกิจกรรมใหม่ ๆ ที่โรงเรียนค่ะ

 

การขับถ่ายของเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน

เด็กวัยนี้ควรจะดูแลตัวเองในห้องน้ำได้ค่อนข้างดีแล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ยังต้องคอยสังเกตลักษณะอุจจาระทารกปกติที่คล้ายคลึงกับเด็กโตคือต้องไม่แข็งหรือเหลวเกินไป เพื่อเช็คระบบการย่อยอาหารและปริมาณน้ำในร่างกาย โดยสามารถสังเกตและดูแลได้ดังนี้

  • ลักษณะอุจจาระที่สุขภาพดี ควรมีลักษณะนุ่ม ขับถ่ายง่าย สีเหลืองทองหรือน้ำตาล และไม่มีมูกเลือดปน
  • ควรฝึกให้ลูกถ่ายอุจจาระเป็นเวลา เพื่อป้องกันอาการท้องผูกสะสมซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาปวดท้องเรื้อรังหรืออุจจาระเล็ด
  • สอนวิธีเช็ดทำความสะอาดจากหน้าไปหลัง (โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง) เพื่อป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • กระตุ้นให้ลูกดื่มน้ำสะอาดระหว่างวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้อุจจาระนุ่มและระบบภายในทำงานได้คล่องตัว

หากลูกมีอาการอุจจาระแข็งเหมือนขี้กระต่าย เบ่งยาก หรือท้องเสียติดต่อกันหลายวัน ควรพิจารณาเรื่องอาหารและการดื่มน้ำ หรือปรึกษาแพทย์หากมีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมด้วย การให้ความสำคัญกับเรื่องการขับถ่ายจะช่วยให้ลูกมีความสบายตัวและมีสมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่

พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 1 เดือน 
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 2 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 3 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 4 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 5 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 6 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 7 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 8 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 9 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 10 เดือน
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ 11 เดือน
พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ

 

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่