นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น เช็กอย่างไรว่าแค่ตัวเล็ก หรือต่ำกว่าเกณฑ์

Enfa สรุปให้

  • ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น ควรดูแนวโน้มจากกราฟการเจริญเติบโต ไม่ใช่ดูจากน้ำหนักครั้งเดียว หากลูกกินได้ เล่นได้ และพัฒนาการสมวัย อาจเป็นลักษณะตัวเล็กตามธรรมชาติ

  • สาเหตุของปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ อาจมาจากกินนมไม่พอ กินอาหารได้น้อย เจ็บป่วยบ่อย มีปัญหาการดูดซึม หรือได้รับพลังงานไม่เหมาะสมกับวัย

  • ลูกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ควรเฝ้าระวังหากน้ำหนักไม่เพิ่มต่อเนื่อง เส้นกราฟตก ซึม กินนมน้อย ถ่ายผิดปกติ หรือพัฒนาการช้า ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

สิ่งที่จะบอกถึงการเจริญเติบโตทางร่างกายของลูกได้ดีอย่างหนึ่ง คือน้ำหนักลูก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญในการติดตาม ดูแล และสังเกตอย่างต่อเนื่องว่าลูกมีน้ำหนักตัวต่ำ ทำให้ตัวเล็ก หรือน้ำหนักเกินมาตรฐานจนอ้วนไปหรือไม่ และจะดูแลลูกอย่างไรให้มีน้ำหนักลูกอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

 

ลูกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ กับผลต่อพัฒนาการ

ลูกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์กับผลต่อพัฒนาการ ทารกน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์เสี่ยงอะไรบ้าง ซึ่งภาวะลูกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ เป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว เนื่องจากจะส่งผลต่อลูกหลายด้าน ดังนี้

  • สมองโตไม่เต็มที่ พลังงานและสารอาหารมีไม่พอไปสร้างเซลล์สมองและระบบประสาท ทำให้ลูกเรียนรู้ช้า ความจำไม่ดี และพัฒนาการชะงักได้ค่ะ
  • กล้ามเนื้อไม่มีแรง ไม่มีเรี่ยวแรงไปหัดทำสิ่งต่างๆ ทำให้พัฒนาการช้ากว่าเพื่อนวัยเดียวกัน เช่น พลิกคว่ำ คลาน นั่ง หรือยืนเดินได้ช้าค่ะ
  • ป่วยง่ายสามวันดีสี่วันไข้ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ดี ทำให้ลูกติดเชื้อง่าย ท้องเสียบ่อย พอป่วยบ่อยก็ยิ่งเบื่ออาหารจนน้ำหนักลดลงไปอีกค่ะ

 

สาเหตุของปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

การรู้ต้นตอ สาเหตุของปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ จะช่วยให้คุณแม่แก้ปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งการที่ลูกน้ำหนักน้อย ส่วนใหญ่มาจากหลายสาเหตุ ดังนี้ค่ะ

  • ได้พลังงานจากนมและอาหารน้อยเกินไป เช่น ลูกดูดนมแม่ไม่ถึงน้ำนมส่วนหลังที่มีไขมันช่วยเพิ่มน้ำหนัก หรือคุณแม่จัดอาหารเสริมที่มีสารอาหารน้อยเกินไปในแต่ละมื้อค่ะ
  • ลำไส้มีปัญหา ย่อยและดูดซึมไม่ดี เด็กบางคนกินเยอะมากแต่ร่างกายไม่เอาสารอาหารไปใช้ เช่น กลุ่มเด็กที่แพ้นมวัว หรือมีแผลในลำไส้เรื้อรัง ทำให้นมที่กินเข้าไปไหลผ่านทิ้งไปหมดค่ะ
  • ร่างกายเผาผลาญเยอะเกินจากโรคแฝง เด็กที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจแต่กำเนิด หรือโรคไทรอยด์ ร่างกายจะใช้พลังงานหนักมากเพื่อประคองระบบหายใจ จนไม่เหลือพลังงานไปเพิ่มน้ำหนักตัวค่ะ

 

ลูกกินเยอะ แต่น้ำหนักไม่ขึ้น

คุณแม่หลายคนปวดหัวมากเพราะลูกกินเก่ง ทานหมดชามทุกมื้อ แต่ทำไมยังตัวผอมบางและน้ำหนักนิ่งสนิท ซึ่งการที่ ลูกกินเยอะ แต่น้ำหนักไม่ขึ้น อาจเป็นเพราะอาหารเพิ่มน้ำหนักลูกไม่เพียงพอจากสาเหตุต่อไปนี้ค่ะ

  • อาหารที่กินสารอาหารไม่เข้มข้น แม้ลูกจะกินจนอิ่มเต็มกระเพาะ แต่อาหารมื้อนั้นอาจมีแต่น้ำ ซุป หรือผักมากเกินไป โดยขาดโปรตีนและไขมันดี พลังงานรวมที่ได้รับจริงเลยไม่พอค่ะ
  • ลูกเป็นเด็กแอคทีฟ พลังงานล้น เด็กบางคนซนมาก วิ่งเล่น ยิ้มแย้ม คลานเก่ง และไม่อยู่นิ่งตลอดทั้งวัน แคลอรีที่กินเข้าไปเลยถูกใช้หมดเกลี้ยงในกิจกรรมประจำวัน ไม่มีเหลือมาสะสมเป็นน้ำหนักค่ะ
  • อึบ่อย ลำไส้ทำงานไวเกิน ถ้าลูกกินปุ๊บอึปั๊บ หรืออึนิ่มบ่อยๆ ลำไส้จะเคลื่อนตัวเร็วเกินไปจนร่างกายไม่มีเวลาดูดซึมสารอาหารหลักเข้ากระแสเลือดค่ะ

 

ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น แบบไหนที่ต้องเฝ้าระวัง

ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น แบบไหนที่ต้องเฝ้าระวัง คุณแม่หลายคนสงสัยว่าลูกแค่ตัวเล็ก หรือมีภาวะผิดปกติจากน้ำหนักไม่ขึ้นหรือไม่ การที่ ลูกตัวเล็ก น้ำหนักน้อย ในบางครั้งอาจไม่ใช่เรื่องธรรมชาติของเด็กตัวเล็กนะคะ หากคุณแม่กังวลใจ สามารถติดตามพัฒนาการการเจริญเติบโตของลูกได้ดังนี้ค่ะ

  • น้ำหนักนิ่งสนิทหรือลดลงติดต่อกัน 2-3 เดือน ถ้าลองพล็อตกราฟแล้วพบว่าเส้นน้ำหนักนิ่งยาวเป็นเส้นตรงไม่ยอมชันขึ้น หรือเส้นกราฟปักหัวลง แสดงว่าลูกเริ่มขาดสารอาหารรุนแรงแล้วค่ะ
  • ลูกดูซึม อารมณ์บูดบ่อย ไม่ร่าเริง นอกเหนือจากน้ำหนักนิ่งแล้ว หากลูกดูเหนื่อยง่าย ไม่มีแรงเล่น นอนหลับยาวผิดปกติ และงอแงง่าย สะท้อนว่าร่างกายกำลังขาดแคลนแคลอรีอย่างหนักค่ะ
  • ส่วนสูงไม่เพิ่ม ขนาดหัวไม่โตขึ้น ถ้าปัญหาโภชนาการเริ่มลามจนทำให้ลูกตัวไม่ยืดขึ้น หรือเส้นรอบหัวไม่ขยายตามเกณฑ์ แสดงว่าส่งผลกระทบต่อกระดูกและเนื้อสมองแล้วค่ะ

 

น้ำหนักตัวลูกแรกคลอดไม่ใช่เรื่องน่ากังวล

น้ำหนักแรกคลอดเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ได้ตัดสินการเติบโตทั้งหมดค่ะ เด็กบางคนเกิดมาตัวเล็กเพราะคลอดก่อนกำหนด เป็นลูกแฝด แม่มีภาวะแทรกซ้อน หรือมีพันธุกรรมตัวเล็ก หากหลังคลอดได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ซึ่งนับเป็นสารอาหารที่ดีที่สุด เมื่อลูกแข็งแรงดี และติดตามน้ำหนักสม่ำเสมอ ก็สามารถเติบโตได้ดี ดังนี้ค่ะ

  • ทารกแรกเกิด มักมีน้ำหนักลดลงเล็กน้อยในช่วงวันแรกหลังคลอดจากการขับน้ำส่วนเกินและการปรับตัว สิ่งสำคัญคือแพทย์จะดูว่าลูกดูดนมได้ดี ปัสสาวะและอุจจาระเหมาะสม และน้ำหนักเริ่มกลับขึ้นตามแนวโน้มที่ควรเป็นหรือไม่
  • เด็กที่เกิดน้ำหนักน้อยควรติดตามใกล้ชิดกว่าเด็กทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องการกินนม อุณหภูมิร่างกาย และการเพิ่มน้ำหนัก เพราะทารกกลุ่มนี้มีพลังงานสำรองน้อยกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีปัญหาระยะยาวเสมอไปค่ะ
  • สำหรับลูก 1 เดือน พ่อแม่ควรสังเกตว่าลูกดูดนมสม่ำเสมอ ปัสสาวะหลายครั้งต่อวัน ตื่นตัวเป็นช่วง ๆ และน้ำหนักเพิ่มตามแนวของตนเองหรือไม่ หากกินนมลำบาก ซึม หรือไม่ค่อยปัสสาวะ ควรปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ
  • ในช่วงทารก 2 เดือน และช่วงลูก 3 เดือน เด็กยังได้รับนมเป็นหลัก การประเมินน้ำหนักจึงต้องดูการดูดนม ความถี่ในการกินนม การขับถ่าย และสุขภาพโดยรวม หากลูกดูดนมดี ร่าเริง และเส้นน้ำหนักยังต่อเนื่อง อาจไม่จำเป็นต้องเร่งอาหารอื่นก่อนวัยค่ะ
  • เมื่อเข้าสู่ช่วงลูก 4 เดือน และลูก 5 เดือนน้ำหนักอาจเพิ่มช้ากว่าเดือนแรก ๆ ได้ เพราะเด็กเริ่มตื่นตัวและเคลื่อนไหวมากขึ้น แต่โดยทั่วไปยังไม่ควรเริ่มอาหารตามวัยก่อน 6 เดือน หากไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ

 

การเช็คน้ำหนักตัวลูก 

เพื่อจะได้รู้ถึงน้ำหนักของลูกที่ช่วยบ่งชี้ถึงการเจริญเติบโตของลูก ช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 1 ขวบ คุณแม่ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์ตามที่แพทย์นัด ซึ่งตามปกติ จะนัดดูน้ำหนักทารกช่วง 2-3 วันหลังคลอด เมื่อทารกอายุ 1 เดือน และทุกๆ 2 เดือน เพื่อติดตามน้ำหนัก ติดตามพัฒนาการ และให้วัคซีน หากทารกมีการเจริญเติมโตช้า แพทย์อาจนัดถี่กว่านั้นค่ะ

ทั้งนี้ การเช็คน้ำหนักตัวลูก ควรใช้เกณฑ์น้ำหนักเด็กทารก หรือกราฟการเจริญเติบโตที่เหมาะกับอายุและเพศ ไม่ควรดูตัวเลขน้ำหนักเพียงครั้งเดียว เพราะ น้ำหนักเด็กทารกตามเกณฑ์ ต้องดูร่วมกับส่วนสูง ความยาวตัว เส้นรอบศีรษะ และแนวโน้มการเติบโต ดังนี้

  • ชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องชั่งที่เหมาะกับเด็ก วางบนพื้นเรียบ และชั่งในสภาพใกล้เคียงกันทุกครั้ง เช่น ถอดเสื้อผ้าหนา ๆ ออก และบันทึกวันที่ชั่ง เพื่อให้เห็นแนวโน้มชัดเจน ไม่ควรชั่งถี่เกินไปจนกังวลจากความผันผวนเล็กน้อยค่ะ
  • กราฟการเจริญเติบโตช่วยดูว่าเด็กโตตามแนวของตนเองหรือไม่ โดยบุคลากรสาธารณสุขจะดูน้ำหนักตามอายุ น้ำหนักตามส่วนสูง ความยาวหรือส่วนสูงตามอายุ และเส้นรอบศีรษะร่วมกัน เพื่อแยกว่าเด็กผอม เตี้ย ตัวเล็กตามพันธุกรรม หรือมีภาวะโภชนาการที่ต้องดูแลค่ะ
  • โดยเกณฑ์น้ำหนักส่วนสูงตามอายุสำคัญมาก เพราะเด็กบางคนน้ำหนักน้อยเมื่อเทียบกับอายุ แต่ยังสมส่วนเมื่อเทียบกับส่วนสูง ขณะที่เด็กบางคนน้ำหนักไม่ต่ำมาก แต่เมื่อเทียบกับส่วนสูงแล้วอาจผอมและต้องประเมินการกินเพิ่มเติมค่ะ
  • ช่วงลูก 6 เดือน เป็นวัยเริ่มอาหารตามวัยร่วมกับนม เด็กควรได้รับอาหารบดละเอียดที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ใช่เพียงน้ำข้าว น้ำซุป หรือผักผลไม้ปริมาณน้อย เพราะอาจให้พลังงานและธาตุเหล็กไม่เพียงพอค่ะ
  • เมื่อถึงช่วงลูก 8 เดือน ควรค่อย ๆ เพิ่มเนื้อสัมผัสอาหารตามวัย เช่น บดหยาบหรืออาหารนิ่มชิ้นเล็ก เพื่อฝึกเคี้ยวและช่วยให้ได้รับพลังงานจากอาหารมากขึ้น หากกินแต่อาหารเหลวมากเกินไป อาจได้พลังงานไม่พอค่ะ
  • สำหรับลูก 1 ขวบ เด็กเริ่มกินอาหารครอบครัวแบบปรุงรสอ่อนได้มากขึ้น ควรได้อาหารครบหมู่ และไม่ควรให้นมแทนอาหารหลักทั้งหมด เพราะวัยนี้ต้องการสารอาหารจากอาหารหลากหลายมากขึ้นค่ะ
  • ในวัย ลูก 1 ขวบ 6 เดือน และช่วงลูก 2 ขวบ น้ำหนักขึ้นช้าอาจเกี่ยวข้องกับการเลือกกิน เล่นมาก กินมื้อหลักน้อย หรือดื่มนมและน้ำหวานมากเกินไป พ่อแม่จึงควรจัดมื้ออาหาร ของว่าง และเครื่องดื่มให้เหมาะสมค่ะ

 

เกณฑ์น้ำหนักเด็กทารก

การคำนวณน้ำหนักของทารกแรกเกิดนั้น เมื่อคลอดออกมาแล้ว หลังจากทำความสะอาดคราบไขมันต่าง ๆ ก็จะนำทารกไปชั่งบนเครื่องชั่งน้ำหนักทารกค่ะ เพื่อจะได้ทราบว่าทารกนี้มีน้ำหนักแรกเกิดเท่าไหร่ 

ตารางน้ำหนักส่วนสูงทารกตามเกณฑ์ ตั้งแต่แรกเกิด – 12 เดือน

ตารางน้ำหนักเด็กแรกเกิด

เกณฑ์การเพิ่มของน้ำหนักเด็ก

การดูว่าลูกมีการเจริญเติบโตที่เหมาะสมหรือไม่นั้น สามารถดูได้จากน้ำหนักตัวว่าเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะน้ำหนักตัวของทารกแต่ละคนไม่เท่ากัน ซึ่งคุณแม่สามารถตรวจสอบเกณฑ์การเพิ่มน้ำหนักของลูกแต่ละวัยได้ดังนี้ค่ะ  

  • 0-3 เดือน น้ำหนักลูกควรเพิ่มขึ้นเดือนละ 600-900 กรัม ดังนั้นเมื่อครบ 3 เดือน น้ำหนักตัวของลูกควรเพิ่มขึ้นประมาณ 2- 2.5 กิโลกรัม
  • 4-6 เดือน น้ำหนักลูกควรเพิ่มขึ้นเดือนละ 450-600 กรัม ลูกวัยนี้เริ่มมีการกินนอนที่เป็นระบบมากขึ้น จึงกินนมได้มากขึ้น และน้ำหนักจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น จนเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน ลูกอาจมีน้ำหนักเป็น 2 เท่าของน้ำหนักตอนแรกเกิด  
  • 7-9 เดือน น้ำหนักลูกควรเพิ่มขึ้นเดือนละ 300-400 กรัม ที่น้ำหนักขึ้นช้าลงกว่าช่วงแรกนั้นเนื่องจากร่างกายเด็กเริ่มมีการเผาผลาญมากกว่าเดิมนั่นเอง รวมทั้งลูกเริ่มคลานเคลื่อนไหวร่างกายได้เยอะขึ้นค่ะ
  • 10-12 เดือน น้ำหนักลูกควรเพิ่มขึ้นเดือนละ 300 กรัม ร่างกายเด็กมีการเผาผลาญมากขึ้น เคลื่อนไหวร่างกายได้มากขึ้น ทั้งคลาน หัดเกาะยืนเกาะเดิน ฟันเริ่มขึ้น อาจเกิดอาการปวดฟัน ทำให้ไม่อยากดื่มนมหรือกินอาหาร
  • อายุ 1 ขวบขึ้นไป น้ำหนักลูกควรเพิ่มขึ้นประมาณเดือนละ 200 กรัม โดยน้ำหนักตัวของลูกอาจเพิ่มหรือลดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เคลื่อนไหวได้มากขึ้นเพราะเดินได้แล้ว

 

ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น รับมืออย่างไร

ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น รับมืออย่างไร หากคุณแม่ตรวจดูแล้วพบว่า ทารกน้ำหนักไม่ขึ้น หรือน้ำหนักลูกขึ้นน้อยกว่าเกณฑ์ ลองใช้วิธีเพิ่มน้ำหนักลูกด้วยวิธีต่อไปนี้ดูค่ะ

  • ให้นมลูกบ่อยขึ้น: หากลูกยังกินนมแม่ คุณแม่ต้องแน่ใจว่าได้ให้ลูกเพียงพอและให้ลูกดูดนมจนเขาอิ่มพยายามอย่าดึงปากลูกออกเต้านมจนกว่าลูกจะอิ่ม และคายหัวนมออกมาเอง และให้ลูกดูดนมบ่อยขึ้น ส่วนเด็กที่กินนมผงก็ควรให้ลูกกินนมที่ชงตามปริมาณที่ผลิตภัณฑ์แนะนำให้หมดในแต่ละครั้งค่ะ
  • หากน้ำนมแม่ไม่พอจน ลูกน้ำหนักไม่ขึ้น ตามเกณฑ์ ควรปรึกษาคลินิกนมแม่ หรือพิจารณาเลือกนมผงที่มีสารอาหารสำคัญอย่าง MFGM ดีเอชเอ และใยอาหารสุขภาพอย่าง พีดีเอ็กซ์ และ กอส มาเสริมค่ะ
  • ให้ลูกกินอาหารบ่อยขึ้น หากลูกมีอายุเกินกว่า 6 เดือน ซึ่งเป็นวัยที่รับอาหารเสริมได้แล้ว การให้ลูกกินอาหารบ่อยขึ้น จะช่วยให้ลูกได้พลังงานเพิ่มขึ้น โดยคุณแม่อาจจัดอาหารเสริมที่มีสารอาหารเข้มข้นนับเป็นอาหารเสริมให้ลูกอ้วนอย่างสุขภาพดี เช่น ไข่แดง ตับบด หรืออะโวคาโด จัดเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อใน 1 วัน พร้อมทั้งเสริมไขมันดีโดยใช้วิธีหยดน้ำมันเพิ่มน้ำหนักทารก เช่น น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ หรือน้ำมันรำข้าว ปริมาณ 1/2 ถึง 1 ช้อนชา ลงในข้าวบดทุกมื้อเพื่อเพิ่มแคลอรีค่ะ
  • ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนเต็มที่ การพักผ่อนนอนหลับของเด็กก็มีส่วนช่วยทำให้ลูกมีน้ำหนักตามเกณฑ์ ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกได้นอนกลางวันและนอนกลางคืนยาวนานขึ้นเพื่อลดการเผาผลาญพลังงานเกินจำเป็นค่ะ

 

ลูกน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ รับมืออย่างไร

หากคุณแม่ตรวจดูแล้วพบว่าน้ำหนักลูกขึ้นมากกว่าเกณฑ์ ลองใช้วิธีควบคุมน้ำหนักลูกด้วยวิธีต่อไปนี้ดูค่ะ

  • อย่าให้ลูกกินมากเกินไป การให้ลูกกินมากเกินไป จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระเพาะขยายอาจส่งผลให้ลูกอ้วนได้ ควรให้ในปริมาณตามสูตรคำนวณจากน้ำหนักตัว หากลูกร้องไม่ได้หมายถึงว่าหิวเสมอไป เขาอาจเพียงแต่ต้องการให้แม่อุ้มแทนค่ะ
  • เลือกอาหารเสริมที่มีคุณภาพ ส่วนลูกที่กินอาหารเสริมได้แล้ว ก็ควรเลือกอาหารเสริมที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารหวานมัน อาหารทอด หรือการกินน้ำหวานแทนนมเพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนในอนาคตได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักลูกน้อยหรือมากกว่าเกณฑ์ไม่มาก แต่ถ้าลูกยังกินนมได้ ร่าเริง ไม่มีอาการป่วย นอนหลับได้ตามปกติ คุณแม่ก็ไม่ควรกังวลมากไป และควรพาลูกไปพบคุณหมอตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ติดตามและทราบถึงการเจริญเติบโตของลูกได้ทุกช่วงวัยค่ะ

 

เลือกโภชนาการที่มี MFGM เพื่อ IQ และทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่เหนือกว่า

เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นพัฒนาการและการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ สูง ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง

นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • สมองจำดี (Working Memory) เก็บข้อมูลที่มองเห็นและได้ยิน มาใช้ในเวลาที่ต้องการ
  • ความคิดยืดหยุ่น (Cognitive Flexibility) สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้
  • ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control) รู้จักรอ ยับยั้งชั่งใจ ควบคุมอารมณ์ คิดก่อนลงมือทำ

การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต

 

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่