นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

ตรวจเช็กพัฒนาการลูกน้อย วัย 1 ปี 6 เดือน

Enfa สรุปให้

  • ลูก 1 ขวบ 6 เดือน ยังไม่พูด พูดได้ไม่มาก หรือยังไม่พูดชัด หากลูกเข้าใจคำสั่ง สบตา ใช้ท่าทางหรือเสียงสื่อสาร และพยายามโต้ตอบ ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

  • พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน จะเดินและวิ่งได้คล่องขึ้น ใช้มือหยิบจับของได้ดีขึ้น เริ่มเลียนแบบผู้ใหญ่ และแสดงอารมณ์ชัดเจนมากขึ้น

  • น้ำหนักเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน เฉลี่ยประมาณ 9.5–12 กก. โดยแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากลูกแข็งแรง ร่าเริง พัฒนาการโดยรวมปกติ แม้น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์เล็กน้อยก็ถือว่าไม่ผิดปกติ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ช่วงวัยของเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน หรือประมาณ 18 เดือนนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเติบโต เด็กเริ่มเดิน วิ่ง พูดคำง่าย ๆ และแสดงอารมณ์ชัดเจนมากขึ้น หลายครอบครัวอาจเริ่มมีคำถาม เช่น เด็กเริ่มพูดกี่ขวบ ลูกพูดช้าปกติไหม กินน้อยไปหรือเปล่า น้ำหนักขึ้นดีหรือไม่ ลูกเอาแต่ใจควรทำอย่างไรดี 

บทความนี้ Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจ พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน อย่างครบถ้วน พร้อมคำแนะนำด้านอาหาร โภชนาการ การนอน และการดูแลสุขภาพกันค่ะ

 

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

 

เด็ก 1 ขวบ 6 เดือน กับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

เด็กวัยนี้กำลังก้าวเข้าสู่วัยเตาะแตะอย่างเต็มตัวแล้วค่ะ พฤติกรรมที่เห็นได้ชัดคือความอยากรู้อยากเห็น ความเป็นตัวของตัวเอง และการแสดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา โดยพฤติกรรมที่มักพบในเด็กวัย 1 ขวบ 6 เดือน ได้แก่

  • ต้องการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เช่น กินข้าว จับของ
  • เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ มากกว่าที่สามารถพูดออกมาได้
  • แสดงอารมณ์โกรธ งอแง หรือร้องไห้เมื่อไม่ได้ดั่งใจ
  • เริ่มเลียนแบบพฤติกรรมผู้ใหญ่

นอกจากนี้ หลายครอบครัวยังมีความกังวลเรื่อง ลูก 1 ขวบ 6 เดือน ยังไม่พูด ซึ่งตามข้อมูลจากแพทย์ เด็กบางคนอาจพูดได้เพียงไม่กี่คำ แต่หากเข้าใจภาษา สบตา ชี้บอก และสื่อสารด้วยท่าทางได้ดี ถือว่ายังอยู่ในช่วงพัฒนาการปกติค่ะ

 

น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

การติดตามน้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน เป็นหนึ่งในวิธีประเมินสุขภาพและการเจริญเติบโตของเด็ก โดยควรอ้างอิงจากตารางน้ำหนัก - ส่วนสูงมาตรฐานตามอายุของเด็ก ซึ่งมีค่าเฉลี่ยส่วนสูงและน้ำหนักเด็ก 1 ขวบ 6 เดือนโดยประมาณ ดังนี้ค่ะ

  • เด็กผู้ชาย ประมาณ 10–12 กิโลกรัม
  • เด็กผู้หญิง ประมาณ 9.5–11.5 กิโลกรัม
  • ส่วนสูงเฉลี่ย ประมาณ 80–85 เซนติเมตร

อย่างไรก็ตาม เด็กแต่ละคนมีอัตราการเติบโตต่างกัน สิ่งสำคัญคือแนวโน้มการเจริญเติบโตต้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากลูกน้ำหนักน้อยหรือส่วนสูงไม่เพิ่ม ควรปรึกษากุมารแพทย์ค่ะ

 

อาหารเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

อาหารเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน ควรเป็นอาหารครบ 3 มื้อหลัก และอาหารว่าง 1–2 มื้อ เพื่อรองรับพลังงานที่ใช้มากขึ้นจากการเคลื่อนไหวและการเรียนรู้ โดยแนวทางการจัดอาหารสำหรับเด็กวัยนี้ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ค่ะ

  • ปรุงรสอ่อน หลีกเลี่ยงหวานและเค็ม
  • มีเนื้อสัมผัสหลากหลายเพื่อฝึกการเคี้ยว
  • จัดจานอาหารให้มีสีสัน ชวนกิน

ทั้งนี้ อาหารที่เหมาะสมสำหรับช่วงวัย 1 ขวบ 6 เดือน มีหลายอย่าง เช่น

  • ข้าวสวยหรือข้าวต้ม
  • เนื้อสัตว์สับละเอียดหรือหั่นชิ้นเล็ก
  • ไข่สุก
  • ผักนึ่ง ผัดนิ่ม
  • ผลไม้เนื้อนิ่ม

นอกจากนี้ เด็กวัยนี้เริ่มสนุกกับการฝึกฝนหยิบจับแล้ว การฝึกให้เด็กกินเอง แม้จะเลอะเทอะบ้าง แต่ก็ถือเป็นการฝึกทักษะและความมั่นใจในตนเองให้ลูกได้ด้วยค่ะ และหากพบปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าว คุณแม่สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก "10 วิธีแก้ปัญหาลูกไม่ยอมกินข้าว" ที่ Enfa แนะนำค่ะ

 

เด็ก 1 ขวบ 6 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ

โภชนาการในช่วงนี้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมอง ระบบประสาท และภูมิคุ้มกัน เด็ก 1 ขวบ 6 เดือน จึงควรได้รับสารอาหารครบถ้วนจากอาหารหลักและนมที่เหมาะสมกับวัย เช่น นมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบ เอนฟาโกร เอพลัส มายด์โปร สูตรเฉพาะที่มี MFGM, DHA, 2’-FL และวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง

โดยหนึ่งในสารอาหารที่ได้รับความสนใจคือ MFGM (Milk Fat Globule Membrane) สุดยอดสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที

  • ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก
  • ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และความจำ
  • สนับสนุนการทำงานของเซลล์สมอง
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย

การดูแลโภชนาการที่ดีตั้งแต่ช่วงวัยนี้ ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายลูกน้อยให้แข็งแรงเติบโตสมวัย พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในทุกวัน แต่ยังช่วยวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาวได้อีกด้วย

 

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน สามารถแบ่งออกเป็นหลายด้าน ดังนี้


ฉลาดเรียนรู้

  • พยายามเลียนแบบการใช้สิ่งต่างๆ จากผู้ใหญ่ เช่น ใส่แว่นตาพ่อ ใส่รองเท้าแม่
  • เรียนรู้วิธีการแสดงปฏิกิริยาตอบโต้จากผู้ใหญ่ เช่น ทำท่าตี ขมวดคิ้ว
  • ชอบสำรวจตู้ ลิ้นชัก ชั้นวางของ ตะกร้าผ้า
  • เมื่อมีปัญหาจะมองหาคนช่วย
  • หากหยิบของเล่นไม่ถึง รู้จักแก้ปัญหา เช่น ใช้ไม้เขี่ย


ฉลาดเคลื่อนไหว

  • คลานถอยหลังลงบันไดได้ เดินขึ้นบันไดเองได้โดยต้องมีคนจับมือ
  • ก้มลงหยิบของที่พื้นได้โดยไม่หกล้ม
  • ปีนนั่งบนเก้าอี้ได้
  • กระโดดสองขาได้
  • ต่อบล็อกได้ 3-4 ชั้น
  • หมุนปุ่มไมโครเวฟ หมุนลูกปิดประตูได้
  • จับดินสอ ขีดเขียนเส้นยุ่ง ๆ ได้


ฉลาดสื่อสาร

  • พูดตามเป็นคำ ๆ ได้
  • เข้าใจคำถามง่าย ๆ และพูดคำ 2 พยางค์ได้
  • ชี้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกต้องมากขึ้น
  • สามารถเรียกแทนตัวเองโดยใช้ชื่อเล่น
  • พูดสวัสดี บ้ายบาย ขอบคุณได้


ฉลาดด้านอารมณ์

  • ชอบเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง เช่น เข้าไปกอด คลอเคลีย
  • กลัวคนแปลกหน้า
  • ติดผ้า หมอน หรือตุ๊กตา
  • เริ่มหวงของ
  • ยังเล่นคนเดียวมากกว่าเล่นกับเด็กวัยเดียวกัน
  • พยายามจะร้องเพลงง่ายๆ และโยกตัวตามเพลง
  • หากถูกตีจะตีกลับ ชอบใช้คำว่า “ไม่”

 

กระตุ้นพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

ช่วงวัย 1 ขวบ 6 เดือน เป็นวัยที่สมอง ร่างกาย ภาษา และอารมณ์ของลูกกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การกระตุ้นพัฒนาการในช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีซับซ้อน เพียงอาศัยการเล่นและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ก็สามารถช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ให้ลูกได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

 

กระตุ้นพัฒนาการด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

สมาธิและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน เด็กที่มีสมาธิจดจ่อได้ดี จะสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เด็กวัยเตาะแตะมักมีช่วงความสนใจสั้น โดยเฉลี่ยเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ จะจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ประมาณ 5 นาทีเท่านั้น

คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยยืดช่วงสมาธิของลูกได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น

  • ใช้ของเล่นหรืออุปกรณ์ที่ดึงดูดความสนใจ เช่น สีเทียนแท่งใหญ่ ให้ลูกขีดเขียนอย่างอิสระ พร้อมชวนพูดคุยเรื่องสีและลายเส้น
  • เล่นโยนลูกบอลสีสดลงตะกร้า เพื่อให้ลูกจดจ่อกับเป้าหมาย
  • ชวนลูกนับเลขผ่านการเคลื่อนไหว เช่น นับก้าวเดิน นับก้อนหิน หรือหยอดเหรียญใส่กระปุก

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ลูกมีสมาธิได้นานขึ้น และเมื่อสมาธิเพิ่ม การเรียนรู้ก็จะตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ กิจวัตรประจำวันยังเป็นตัวช่วยสำคัญ เช่น

  • การแปรงฟันแบบเป็นจังหวะ แปรงขึ้น–แปรงลง
  • การติดกระดุม หรือทำกิจกรรมที่มีขั้นตอนต่อเนื่อง
  • การเล่านิทานก่อนนอน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมทั้งสมาธิ ภาษา และจินตนาการได้อย่างดีเยี่ยม


กระตุ้นพัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

เด็กวัย 1 ขวบ 6 เดือน กำลังอยู่ในช่วงฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ การเคลื่อนไหวอย่างอิสระจะช่วยเสริมความแข็งแรง ความคล่องแคล่ว และความมั่นใจ โดยกิจกรรมที่แนะนำ ได้แก่

  • การเล่นของเล่นประเภทลากจูง ซึ่งช่วยให้ลูกได้เดิน วิ่ง และควบคุมการเคลื่อนไหว
  • ดัดแปลงของใช้ใกล้ตัว เช่น ตะกร้าลากจูง ผูกเชือกกับตะกร้าหรือกล่อง ใส่ตุ๊กตาหรือของเล่น ให้ลูกลากไปมา
  • ใช้กระเป๋าล้อลากเก่า ๆ ให้ลูกลากเล่น เป็นการฝึกกล้ามเนื้อและการเลียนแบบผู้ใหญ่
  • ทำขบวนรถของเล่น โดยนำของเล่นหลายชิ้นมาผูกต่อกันให้ลูกลากจูง

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยพัฒนาทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก และจินตนาการไปพร้อมกัน

 

กระตุ้นพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร

แม้เด็กวัยนี้บางคนอาจยังพูดได้ไม่ชัดหรือพูดไม่กี่คำ แต่การกระตุ้นด้านภาษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยวางรากฐานการสื่อสารในอนาคต โดยหนึ่งในวิธีที่ได้ผลดีคือ การท่องคำคล้องจองและร้องเพลง เพราะเด็กเล็กสามารถเรียนรู้เสียงและจดจำเสียงได้ดีจากการฟังซ้ำ ๆ เสียงที่มีจังหวะ สัมผัส และทำนอง จะช่วยให้เด็กแยกแยะเสียงและจดจำคำได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น

  • ร้องเพลงเด็ก เช่น เพลงฝนตก เพลงโด เร มี
  • ท่องคำคล้องจองเกี่ยวกับรูปทรง สี หรือสิ่งรอบตัว
  • ร้องเพลงพร้อมท่าทาง เพื่อให้ลูกเชื่อมโยงเสียงกับการเคลื่อนไหว

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยพัฒนาภาษา แต่ยังช่วยฝึกการฟัง สมาธิ และความสนุกในการเรียนรู้

 

กระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม

การกระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม หรือ Floor Time คือการเล่นและใช้เวลาร่วมกันระหว่างพ่อแม่กับลูก โดยนั่งลงในระดับเดียวกับเด็ก เปิดโอกาสให้ลูกเป็นผู้นำการเล่นและการสื่อสาร โดยหลักการสำคัญของ Floor Time ได้แก่

  • จัดเวลาอย่างน้อยวันละประมาณ 30 นาที
  • ให้ลูกเป็นคนเลือกกิจกรรมและกำหนดกติกา
  • พ่อแม่มีบทบาทเป็นผู้ร่วมเล่น รับฟัง และตอบสนองอย่างตั้งใจ
  • ไม่ควบคุมหรือสั่งการมากเกินไป

ในช่วง Floor Time พ่อแม่อาจร่วมเล่นต่อบล็อก เล่นบทบาทสมมติ ระบายสีด้วยนิ้วมือ หรือทำกิจกรรมที่ลูกสนใจ โดยเปิดโอกาสให้ลูกเลือกสี เลือกวิธีเล่นเอง

การเล่นแบบ Floor Time ช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ กล้าแสดงออกและสื่อสารความรู้สึก ช่วยพัฒนาทักษะทางสังคมและการควบคุมอารมณ์ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อแม่และลูกได้เป็นอย่างดี

 

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน ควรมีความปลอดภัย แข็งแรง และเหมาะสมกับวัย เช่น

  • บล็อกไม้หรือตัวต่อขนาดใหญ่ ฝึกการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน
  • รถลากหรือของเล่นที่จูงได้ ช่วยกระตุ้นการเดินและการทรงตัว
  • สมุดภาพและดินสอสีเทียน เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์
  • ของเล่นบทบาทสมมติ เช่น ชุดครัวจำลอง หรือตุ๊กตา เพื่อฝึกจินตนาการและทักษะสังคม

ทั้งนี้ ของเล่นเด็ก 1 ขวบที่ดีควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง คิด และเล่นอย่างอิสระ

 

การดูแลสุขภาพเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

การดูแลสุขภาพเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน ควรเน้นการป้องกันเป็นหลัก โดยเน้นไปที่ 3 เรื่องหลัก คือ

  • วัคซีน ตรวจสอบตารางนัดวัคซีนสำคัญ เช่น วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) เข็มที่ 2 หรือวัคซีนเสริมอื่น ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์

  • สุขภาพช่องปาก ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ปริมาณแค่แตะ ๆ เช้า-เย็น และเริ่มพาไปพบหมอฟันครั้งแรกได้แล้ว

  • ความสะอาด เนื่องจากลูกชอบหยิบของเข้าปากและคลานบนพื้น การล้างมือบ่อย ๆ จึงสำคัญมากเพื่อป้องกันโรคทางเดินอาหารและหวัด

หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไข้สูง ซึม หรือเบื่ออาหารต่อเนื่อง ควรพบแพทย์ทันที

 

การนอนของเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

การนอนของเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน โดยทั่วไปต้องการนอนวันละประมาณ 11–14 ชั่วโมง รวมการงีบกลางวัน 1 ครั้ง การนอนที่เพียงพอช่วยให้เด็กอารมณ์ดีและเรียนรู้ได้ดีขึ้น โดยคำแนะนำสำหรับตารางนอนเด็กวัยนี้ คือ

  • เข้านอนและตื่นเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน
  • สร้างกิจวัตรก่อนนอน เช่น อาบน้ำ อ่านนิทาน
  • ลดการใช้หน้าจอก่อนนอน

นอกจากนี้ อาจพบปัญหาการนอนบ้าง เช่น มีการตื่นมากลางดึกเพราะฝันร้าย หรือภาวะกลัวการแยกจาก (Separation Anxiety) คุณแม่ควรสร้างบรรยากาศก่อนนอนให้สงบ เช่น อาบน้ำอุ่น อ่านนิทาน และเข้านอนเวลาเดิมทุกวันค่ะ

 

การขับถ่ายของเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน

การขับถ่ายของเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน อาจแตกต่างกัน เด็กบางคนถ่ายทุกวัน บางคนวันเว้นวัน หากลักษณะอุจจาระทารกปกติ คือ อุจจาระไม่แข็ง ไม่เจ็บ และเด็กสบายดี ถือว่าปกติ 

นอกจากนี้ เด็กส่วนใหญ่อาจยังใส่ผ้าอ้อมอยู่ แต่คุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตสัญญาณความพร้อมในการเลิกผ้าอ้อมได้แล้ว เช่น ผ้าอ้อมแห้งยาวนานขึ้น (2-3 ชั่วโมง) ลูกเริ่มแสดงอาการบอกเมื่อปวด หรือเดินไปในที่ลับตาเวลาถ่าย และลูกเริ่มเข้าใจคำว่า "ฉี่" หรือ "อึ"

หากลูกแสดงความพร้อมเหล่านี้ คุณแม่อาจจะเริ่มแนะนำให้เขารู้จักกับการใช้กระโถน แต่ไม่ต้องเร่งรัด เพราะเด็กแต่ละคนมีความพร้อมไม่เท่ากัน การฝึกขับถ่ายที่ดีควรเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่กดดัน นอกจากนี้ ควรส่งเสริมด้วยอาหารที่มีกากใย การดื่มน้ำให้เพียงพอด้วยค่ะ

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 3 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 4 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 5 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 6 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 7 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 8 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 9 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 10 เดือน
พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 11 เดือน
พัฒนาการเด็ก 2 ขวบ
พัฒนาการเด็ก 3 ขวบ
พัฒนาการเด็ก 4 ขวบ
พัฒนาการเด็ก 5 ขวบ
พัฒนาการเด็ก 6 ขวบ

 

 

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH Join Enfamama