1st   month  

          This month is still a time when mom and baby are struggling to adjust to each other. Because your baby's eating and sleeping are not very systematic There is a period of napping and waking up alternately 7-8 times a day, or it can be called waking up every 2 hours. But when the baby begins to grow in about 2 weeks, the baby will begin to have a longer sleep period of 4-5 hours which gives the mother more time to rest as well ... ... let's look at various developments Of the little ones this month   

สมัครเป็นครอบครัวเอนฟากับชมวันนี้ ลุ้นรับฟรีโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note 20 Ultra

Intelligence and learning

  • Began to see your mother's face more clearly than at birth, especially when people approach This is the result of the brain starting to direct the eye muscles. Force your child to capture more faces of people. And the two optic nerves work together more

  • Gradually began to learn that night is the time when everyone sleeps. And he should sleep like everyone else's too.

  • เริ่มจดจำสิ่งของที่เห็นซ้ำๆ ในช่วงเวลาห่างกัน 2-3 วินาทีได้บ้างแล้ว เช่น นาฬิกาแขวนผนัง ตู้ หรือขอบเตียงนอน  คุณแม่จึงควรแขวนโมบายล์ไว้ในระยะที่ลูกสามารถมองเห็นได้ง่าย เพื่อช่วยพัฒนาการมองเห็นของลูก และช่วยให้ลูกเพลิดเพลินเวลาที่ต้องตื่นอยู่คนเดียว

  • ลูกเริ่มปรับตัวและพร้อมจะเรียนรู้โลกรอบตัวบ้างแล้ว สังเกตได้จากการที่ลูกนอนน้อยลงและชอบให้อุ้มเดิน เพื่อที่จะได้มองสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น

 

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • เดือนนี้ลูกยังไม่สามารถพยุงศีรษะให้ตั้งตรงได้ และมักจะหงายไปข้างหลังหรือผงกมาด้านหน้า ดังนั้น เวลาอุ้มลูกน้อยจึงต้องประคองบริเวณคอไว้ให้ดี

  • ถ้าจับลูกนอนคว่ำ ลูกจะสามารถหันหน้าไปด้านข้างเพื่อหายใจได้และเมื่อจับนอนหงายอาจพลิกตัวตะแคงข้างได้

  • การเคลื่อนไหวแขนขาของลูกยังเป็นไปในลักษณะของปฏิกิริยาอัตโนมัติอยู่

  • หากขณะที่ลูกขยับแขนไปมาแล้วบังเอิญมือมาใกล้ๆ ปาก ลูกจะดูดอมมือนั้นอย่างสบายใจทีเดียว

MFGM is an essential nutrient found in breast milk and MFGM fortified milk.

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • ยังสื่อสารกับคนรอบข้างด้วยเสียงร้องยามที่เขาต้องการความช่วยเหลือและเงียบเสียงลงเมื่อมีคนมาอุ้ม

  • เมื่อได้ยินเสียงคน ลูกจะส่งเสียงโต้ตอบได้เป็นบางครั้ง

  • เสียงร้องของลูกคือการสื่อสารชนิดเดียวที่เขาสามารถบอกกับคนรอบข้างได้ว่า เขารู้สึก หิว ร้อน หนาว เปียกแฉะ และไม่สบายเนื้อตัวเอาเสียเลย คุณแม่และผู้เลี้ยงดูจึงต้องคอยใส่ใจและหมั่นสังเกต จับให้ได้ว่าเสียงร้องของลูกหมายถึงอะไร เพื่อตอบสนองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 

 

ด้านอารมณ์และสังคม

  • สามารถคาดเดาอารมณ์ความรู้สึกของลูกได้บ้างจากสีหน้า แววตา และท่าทาง เช่น ยามที่ลูกรู้สึกพึงพอใจ สีหน้าจะนิ่งๆ ดวงตาสุกใส ขยับแขนขาไปมา แต่ถ้าไม่สบอารมณ์ก็จะเบ้หน้าร้องไห้

  • ลูกจะสงบ และมีอารมณ์ที่ดีหากช่วงเวลาที่ลูกตื่นนอน คุณแม่ได้อุ้มไปเดินเล่น รับแดดอุ่น เปลี่ยนบรรยากาศแทนการนอนอยู่แต่ในที่เดิมๆ พร้อมพูดคุยกับลูกไปด้วย 

 

By taking care of your baby closely, it will help your baby develop more and faster progress. The key is to help your children become more familiar with and trust in this world.