
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ปัญหาในระบบทางเดินหายใจของลูกน้อย มักทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดอาการกังวลใจเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ลูกหายใจครืดคราด หายใจไม่สะดวก ซึ่งอาการแบบนี้คุณพ่อคุณแม่จำเป็นจะต้องจับตาสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รับมือได้อย่างเหมาะสม บทความนี้จาก Enfa มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับอาการลูกหายใจครืดคราดมาฝาก พร้อมไขข้อข้องใจว่าทารกหายใจครืดคราดเกิดจากอะไร และเมื่อลูกหายใจครืดคราดตอนกลางคืน วิธีแก้สามารถทำได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันเลย
เมื่อเด็กหายใจครืดคราด อาการแบบนี้ค่อนข้างจะบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าลูกน้อยกำลังมีปัญหาในการหายใจ และเป็นหนึ่งในอาการทางสุขภาพของลูกน้อยที่มักจะพบได้บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืนจะพบได้บ่อยมาก
อาการหายใจมีเสียงครืดคราด มักทำให้ลูกน้อยหายใจไม่สะดวก นอนไม่หลับ นอนไม่สบายตัว อย่างไรก็ตาม อาการแบบนี้อาจสามารถทุเลาดีขึ้นได้เอง รวมถึงการดูแลรักษาตามอาการก็ช่วยให้อาการดีขึ้นได้ไม่ยากค่ะ
อย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กทารกแรกเกิดนั้น อาการหายใจครืดคราดถือว่าปกติมาก เนื่องจากระบบทางเดินหายใจของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้เวลาหายใจมีเสียงดังครืดคราดออกมาได้ แต่เมื่อลูกอายุ 2-3 เดือนขึ้นไปอาการแบบนี้จะค่อย ๆ หายไปเองค่ะ
ปัญหาทารกมีเสียงครืดคราดในคอ เวลาหายใจจะมีเสียงดังครืดคราด เกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
เด็กทารกหายใจครืดคราด แม้เสียงครืดคราดนั้นอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจมากก็จริง แต่โดยทั่วไปแล้วปัญหานี้ไม่ใช่ภาวะรุนแรงค่ะ เป็นอาการทางสุขภาพที่สามารถดูแลให้อาการทุเลาและหายเป็นปกติได้
สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่จะต้องสังเกตดูด้วยว่าตอนที่เด็กแรกเกิดหายใจครืดคราดนั้น มีความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ หากลูกมีอาการหายใจครืดคราดเพียงอย่างเดียว และอาการนั้นหายไปได้เอง ลูกน้อยยังกินนมและนอนหลับได้ปกติ ไม่งอแง ไม่ร้องกวน อาการแบบนี้ไม่มีอะไรน่ากังวลค่ะ
แต่ถ้าพบว่าลูกน้อยมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น มีไข้สูง มีน้ำมูกข้นเหนียว มีอาการไอ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
รวมถึงในกรณีที่อาการร่วมอื่น ๆ หายไปแล้ว แต่พบว่าลูกน้อยยังหายใจเสียงดังครืดคราดอยู่ หรือหายใจครืดคราดและหายใจลำบากมากขึ้น และมีอาการแบบนี้ซ้ำ ๆ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
อาการลูกหายใจครืดคราดตอนกลางคืน มักพบได้บ่อย ๆ ในเด็กเล็กค่ะ แต่ถ้าหากลูกสามารถนอนหลับได้สนิท ตื่นมาแล้วไม่ร้องงอแงกวนทั้งวัน และยังสามารถกินนมได้ตามปกติ ลักษณะแบบนี้ไม่น่ากังวลค่ะ
แต่ถ้าหากลูกน้อยหายใจครืดคราด พร้อมกับหายใจไม่ออก นอนไม่หลับ ร้องกวนตลอดคืน ตื่นมาแล้วไม่ยอมกินนม กินนมน้อย ร้องงอแงไม่หยุดทั้งวัน ลักษณะแบบนี้ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจหาสาเหตุของอาการค่ะ
ลูกน้อยที่หายใจครืดคราด บ่อยครั้งจะพบว่ามักเกิดขึ้นกับเด็กนอนในห้องแอร์ และอุณหภูมิในห้องอาจเย็นเกินไป ทำให้สภาพอากาศภายในห้องมีความชุ่มชื้นน้อย อากาศแห้งแบบนี้จะไปกระตุ้นให้ความชื้นในเยื่อบุจมูกของลูกน้อยลดลง และเกิดการอักเสบขึ้น ส่งผลทำให้ลูกน้อยหายใจไม่สะดวก หายใจครืดคราดได้เช่นกัน
มากไปกว่านั้น หากทารกนอนห้องแอร์ ควรให้อากาศภายในห้องเหมาะสมกับการนอนหลับ ไม่ร้อนจนเกินไป และความชื้นเหมาะสม ควรปรับอุณหภูมิแอร์ในห้องนอนของลูกให้อยู่ระหว่าง 24-27 องศาเซลเซียสกำลังดีค่ะ
ลูกหายใจครืดคราดตอนกลางคืน วิธีแก้สามารถทำได้ ดังนี้
ในกรณีที่ลูกไอ มีเสมหะ หายใจครืดคราด มักเป็นสัญญาณของการติดเชื้อไวรัส และทำให้เกิดอาการหวัด คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกได้ตามอาการ โดยดูแลให้ลูกพักผ่อนให้มาก กินนมอย่างเพียงพอ ดูดเสมหะให้ลูก หรือทำท่าเคาะปอดเพื่อช่วยลดเสมหะ ทำให้ลูกหายใจสะดวก
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ควรจะดีขึ้นตามลำดับภายใน 10-14 วัน แต่ถ้าหากอาการไม่ดีขึ้นเลย หรือเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ หรือลูกน้อยอายุต่ำกว่า 3 เดือนมีอาการไอ มีเสมหะ และหายใจครืดคราด ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
อาการลูกหายใจครืดคราด แต่ไม่มีน้ำมูก โดยทั่วไปแล้วถือว่าปกติมาก และอาการหายใจครืดคราดจะค่อย ๆ หายไปได้เองเมื่อลูกอายุตั้งแต่ 2-3 เดือนขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม หากลูกมีอาการหายใจครืดคราดซ้ำ ๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไปค่ะ
ลูกเป็นหวัดหายใจครืดคราด อาการแบบนี้ถือว่าพบได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง มักทำให้ลูกน้อยเป็นหวัด หายใจไม่สะดวก และมีอาการหายใจครืดคราดตามมาได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถทำการดูแลรักษาอาการทารกเป็นหวัดได้ ดังนี้
อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นเลยในช่วง 10-14 วัน ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาต่อไปค่ะ
วิธีแก้ลูกหายใจครืดคราด ไอ สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต นมแม่ถือเป็นโภชนาการที่สำคัญที่ลูกน้อยควรได้รับอย่างต่อเนื่อง เพราะมีทั้งสารภูมิคุ้มกันและสารโภชนาการที่เหมาะสมกับพัฒนาการเจริญเติบโตที่สมวัยของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MFGM สุดยอดสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ และทักษะ EF ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่และลูกน้อย
Enfa สรุปให้ ลูกหายใจครืดคราดตอนกลางคืน วิธีแก้สามารถทำได้ตั้งแต่การเคาะปอด การดูดเสมหะหรือน้ำมู...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ อาการแพ้ถั่วเหลืองทารก อาจพบได้ทั้งผื่นลมพิษ ผื่นแดง คัน อาเจียน ถ่ายเหลว ถ่ายมีมู...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ อาการลูก 2 ขวบ ท้องเสีย ไม่มีไข้ โดยมากมักเป็นอาการท้องเสียที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกา...
อ่านต่อ