ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ตัดผมเด็ก
ตัดผมเด็ก ยังไงให้หล่อสวย ไม่ผมแหว่ง ไม่บาดเจ็บ

Enfa สรุปให้

  • ตัดผมเด็กสามารถตัดตอนไหนก็ได้ ไม่มีช่วงเวลาที่ตายตัว โดยคุณพ่อคุณแม่อาจรอให้ลูกมีอายุได้สัก 1-2 ปีขึ้นไปก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มตัดผมลูกก็ได้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบตัดผมแต่อย่างใด
  • ในกรณีที่ผมของเด็กยาวเร็วจนปรกหน้าและทำให้เกิดปัญหาด้านการมองเห็นหรือเปล่า หรือเด็กมีผมหยิกลอน ซึ่งยิ่งปล่อยให้ยาว ยิ่งตัดยาก ก็สามารถตัดได้เลย
  • เวลาตัดผมควรใช้อุปกรณ์ที่มีความคมเพื่อช่วยให้ตัดผมง่ายขึ้น ลดการบาดเจ็บ และป้องกันไม่ให้เกิดการตัดผมแหว่งด้วย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • เริ่มตัดผมเด็ก ตอนอายุเท่าไหร่ดี
     • ตัดผมลูก ทำอย่างไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง
     • ตัดผมให้ลูก ยังไงให้ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่แหว่ง

เมื่อผมลูกเริ่มยาวขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะอยากให้ลูกได้ตัดผม หรือเปลี่ยนทรงผมใหม่ ๆ ดูบ้าง เพื่อความน่ารัก หรือดูสะอาดตามากขึ้น แต่...ก่อนที่จะเริ่มตัดผมเด็ก มาดูกันว่ามีเรื่องอะไรที่จะต้องรับมือก่อนจะพาลูกไปตัดผม แล้วถ้าจะตัดผมให้ลูกเองล่ะ จะต้องเตรียมตัวอย่างไรดี 

เริ่มตัดผมเด็ก ตอนอายุเท่าไหร่ดี


จริง ๆ แล้วไม่มีช่วงเวลาที่ถูกต้องสำหรับการตัดผมกำหนดเอาไว้ค่ะ ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมตามที่คุณพ่อคุณแม่พิจารณาเสียมากกว่า

และแม้ว่าการตัดผมเด็กนั้นจะทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่...ไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยที่จะต้องรีบตัดผมลูกตั้งแต่ยังแบเบาะค่ะ เพราะรีบตัดไปก็ไม่ได้ส่งผลใด ๆ ต่อเด็กอยู่ดี อาจจะรอให้ลูกอายุครบ 1-2 ขวบ แล้วค่อยตัดผมครั้งแรกก็ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องรีบ 

อย่างไรก็ตาม บางกรณีคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องตัดผมให้ลูกเร็วหน่อย เช่น ผมของลูกยาวเร็วมาก และเริ่มยาวลงมาปรกที่ดวงตาแล้ว อาจทำให้ลูกหงุดหงิด หรือทำให้กล้ามเนื้อดวงตาทำงานไม่สัมพันธ์กัน หรือต้องเพ่งสายตานาน ๆ กรณีแบบนี้อาจจะต้องตัดผมข้างหน้าให้สั้นลง เพื่อให้ลูกมองเห็นง่ายขึ้น 

หรือกรณีที่ลูกมีผมหยักศก หรือเป็นลอนหนา ซึ่งถ้าปล่อยให้ยาวมาก ๆ อาจจะทำให้ตัดลำบาก ก็อาจสามารถพิจารณาตัดสั้นได้ โดยไม่ต้องรอให้ยาวจนดูแลลำบากค่ะ 

ตัดผมเด็กด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมอะไรบ้าง


หากคุณพ่อคุณแม่มั่นใจในฝีมือการตัดผมของตนเอง และอยากจะฝากฝีมือเอาไว้กับทรงผมของลูก ก่อนที่จะเริ่มลงมือตัดผมให้ลูก ควรเตรียมสิ่งต่าง ๆ ให้พร้อม ดังนี้ 

  • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม กรรไกร หรือปัตตาเลี่ยน ผ้าเช็ดตัว ผ้าคลุม หวี แป้ง สเปรย์ ถุงดำหรือถังขยะสำหรับใส่ผม เก้าอี้ที่ขนาดความสูงกำลังดี 
  • อุปกรณ์จำพวกกรรไกรและปัตตาเลี่ยน ควรทำความสะอาดเป็นอย่างดี ไม่ใช่อุปกรณ์ที่มีสนิม หรือเก่าจนเกินไป เพราะถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น สนิมจากอุปกรณ์อาจเสี่ยงทำให้เกิดบาดทะยักได้ 
  • เลือกวันและเวลาที่เหมาะสม การตัดผมเด็กอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เด็กบางคนไม่ชอบเสียงปัตตาเลี่ยน เด็กบางคนไม่ชอบนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน เด็กบางคนอาจร้องไห้เมื่อรู้ว่าต้องตัดผม ดังนั้น ควรเลือกวันที่ลูกอารมณ์ดี ไม่งอแง และควรเลือกตัดผมหลังจากลูกนอนเต็มอิ่ม หรือกินข้าว กินนมเสร็จ จะช่วยลดอาการงอแง หงุดหงิดได้ 
  • เตรียมของหลอกล่อ ถ้ารู้ว่าลูกน้อยเป็นคนตัดผมได้ยาก ให้เตรียมอุปกรณ์สร้างความบันเทิงให้พร้อม ของเล่น ตุ๊กตา เพลง หรือการสร้างความบันเทิงในรูปแบบใดก็ได้ที่ช่วยให้เด็กร่าเริง และไม่กังวลกับการตัดผม 
  • เตรียมใจ ไม่ว่าเด็กจะร้องไห้ จะงอแง จะกรีดร้องแค่ไหนก็ตาม อย่าเพิ่งอารมณ์เสียค่ะ ใช้ความอดทนเข้าสู้ อาจจะต้องใช้เวลานานทั้งการร้อง เล่น เต้น รำ และตัดผมควบคู่กันไปเพื่อปลอบให้เด็กผ่อนคลายขึ้นจนสามารถตัดผมได้จนเสร็จ 

วิธีตัดผมเด็กผู้ชายด้วยตัวเองง่าย  

หากคุณพ่อ หรือคุณแม่ จะลงมือตัดผมลูกชายด้วยตัวเอง สามารถทำได้ ดังนี้ 

  • เตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในการตัดผมให้เรียบร้อย 
  • พยายามจับลูกให้นั่งอยู่กับที่นิ่ง ๆ อาจต้องให้มีคนหนึ่งช่วยจับ และอีกคนหนึ่งคอยเบี่ยงเบนความสนใจด้วยของเล่นหรือร้องเพลง 
  • ฉีดสเปรย์ลงบนผมเพื่อลดความยุ่งฟู ช่วยให้ตัดผมได้ง่ายขึ้น จากนั้นหวีผมลูกให้เรียบร้อย 
  • เริ่มเล็มผมจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน โดยเล็มเอาผมส่วนปลายที่ยาวเกินจากหวีออก 
  • ขยับหวีและกรรไกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกินการตัดผมแหว่งเป็นชั้น ๆ  
  • ค่อย ๆ เล็มไปเรื่อย ๆ จนครบรอบทั้งศีรษะ หากลูกเริ่มหงุดหงิด อาจจะต้องเปลี่ยนจากตัดข้างซ้าย มาข้างขวา หรือข้างหน้า  
  • คอยดูความสั้น-ยาวที่ต้องการให้เท่ากัน เพื่อให้ทรงผมออกมาสวยงาม ไม่แหว่ง หรือไม่มีส่วนไหนที่สั้นข้าง ยาวข้าง 

วิธีตัดผมเด็กผู้หญิง ด้วยตัวเองง่ายๆ  

หากคุณพ่อ หรือคุณแม่ จะลงมือตัดผมสาวด้วยตัวเอง สามารถทำได้ ดังนี้ 

  • เตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในการตัดผมให้เรียบร้อย 
  • พยายามจับลูกให้นั่งอยู่กับที่นิ่ง ๆ อาจต้องให้มีคนหนึ่งช่วยจับ และอีกคนหนึ่งคอยเบี่ยงเบนความสนใจด้วยของเล่นหรือร้องเพลง 
  • ฉีดสเปรย์ลงบนผมเพื่อลดความยุ่งฟู ไม่พันกัน ช่วยให้ตัดผมได้ง่ายขึ้น จากนั้นหวีผมลูกและแสกออกให้เรียบร้อย 
  • ประเมินดูว่าผมลูกยาวแค่ไหน และจะตัดออกให้สั้นแค่ไหน แบ่งผมออกเป็นช่อ ๆ แล้วติดกิ๊ฟไว้ 
  • เริ่มตัดจากด้านหลังก่อน โดยตัดจากปลายผมออกก่อน แล้วไล่ขึ้นมาด้านบนตามความสั้น-ยาวที่ต้องการ 
  • จากนั้นเริ่มตัดทางด้านข้างจนได้ความยาวที่เท่ากันทุกด้าน โดยยึดความยาวจากผมช่อแรกด้านหลังที่ตัดไว้ 
  • เช็กดูความเรียบร้อยว่าผมเท่ากันไหม เล็มออกให้เท่ากันเพื่อความสวยงาม 

ตัดผมให้ลูก ยังไงให้ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่แหว่ง


การตัดผมลูกต้องอาศัยความระมัดระวังสูง เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุจนเลือดตกยางออก หรือผมอาจเว้าแหว่งได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือได้ ดังนี้ 

  • ใช้กรรไกรที่คมเท่านั้น ช่วยให้ตัดผมได้ง่าย และแม่นยำมากขึ้นด้วย 
  • พยายามจับลูกให้นั่งนิ่ง ๆ ถ้าเด็กเริ่มโตอาจจะพูดคุยกันง่าย แต่ถ้าลูกยังเล็ก อาจจะต้องมีคนช่วยจับ และมีคนช่วยหลอกล่อ 
  • ฉีดสเปรย์ให้ผมลูก และหวีผมให้เรียบก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้ผมชี้ฟู อาจทำให้ตัดยาก หรืออาจตัดแหว่งในส่วนของเส้นผมที่พันกันอยู่ 
  • เริ่มตัดผมจากล่างขึ้นบน เพื่อให้สามารถมองเห็นความสั้นยาวได้ง่าย  
  • เวลาตัดผมไม่ควรตัดออกทีละมาก ๆ แต่ค่อย ๆ เล็มให้เท่า ๆ กัน 
  • ถ้าลูกเริ่มงอแง เริ่มยุกยิก ให้ลองเปลี่ยนข้างตัดผม เพื่อลดึวามหงุดหงิดของเด็กลง 
  • พยายามหลอกล่อด้วยของเล่น ขนม เกม ร้องเพลง หรือพูดคุยกับเด็ก เพื่อให้เด็กร่าเริง คลายกังวล และไม่สนใจกับการตัดผม จะช่วยให้ตัดผมได้ง่ายขึ้น 

รู้หรือไม่? สมองของลูกเติบโตสูงสุดในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต

ช่วงเวลา 1,000 วันแรกของชีวิตลูกนั้น ถือว่าเป็นห้วงเวลาที่สำคัญมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองของลูกจะมีพัฒนาการสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเซลล์สมอง และการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมอง ก่อให้เกิดโครงข่ายเส้นใยประสาทนับล้าน ที่ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ และจดจำ 

หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มดูแลลูกน้อยมาตั้งแต่วันแรก ก็จะเป็นการปูพื้นฐานความพร้อมเพื่อให้เด็กเติบโตและมีพัฒนาการที่สมวัยได้ โดยหนึ่งในพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยบำรุงสมองลูกน้อยให้พร้อมสำหรับการเติบโตและการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ก็คือโภชนาการที่เรียกว่า นมแม่ นั่นเองค่ะ 

เด็กควรจะต้องได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียวต่อเนื่องอย่างน้อย 0-6 เดือนแรกของชีวิต เพราะในนมแม่มีทั้งสารอาหารและสารภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของทารก 

มากไปกว่านั้น ในนมแม่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญอย่าง MFGM มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างเส้นใยประสาท (Myelin Sheath) และเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณประสาทเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรู้และจดจำได้ดียิ่งขึ้น



บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูก

บทความที่แนะนำ

รู้จักกับโคลิค อาการที่ลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด
การขับถ่ายของลูกน้อย/ลูกท้องผูกและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง/สาเหตุและอาการลูกท้องผูก/รับมือเด็กแรกเกิดท้องผูก
common-colds-in-babies
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner

 

Leaving page banner