ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
นมผงเด็ก
นมผงเด็กแต่ละสูตรต่างกันยังไง เลือกแบบไหนถึงจะใช่ที่สุด

Enfa สรุปให้

  • เด็กควรได้รับนมแม่ติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน โดยที่ไม่ต้องกินอาหารอื่น ๆ เพราะในนมแม่นั้นมีทั้งสารอาหารและสารภูมิคุ้มกันที่เพียงพอสำหรับทารกแรกเกิด
  • แต่ไม่ใช่แม่ทุกคนที่จะสามารถให้นมลูกได้ คุณแม่บางคนอาจมีปัญหาสุขภาพหรือความจำเป็นที่ไม่สามารถให้นมลูกได้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้นมผงเด็กเข้ามาทดแทน
  • ก่อนที่จะซื้อนมผงเด็กมาชงให้ลูกกิน คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษากับแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญโภชนาการเด็กก่อนว่า นมผงเด็กชนิดไหนเหมาะสมกับวัยและสภาวะสุขภาพของลูกน้อย

เลือกอ่านตามหัวข้อ

     • นมผงเด็กคืออะไร
     • นมผงเด็กมีกี่ประเภท
     • เลือกนมผงอย่างไรให้เหมาะกับลูกน้อย
     • ลูกน้อยวัยกินนม ต้องการสารอาหารอะไรบ้าง
     • เด็กในแต่ละวัยต้องกินนมมากน้อยแค่ไหน
     • ไขข้อข้องใจเรื่องนมผงเด็กกับ Enfa Smart Club

เด็กควรจะต้องได้กินนมแม่ต่อเนื่องตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อย 6 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับน้ำหรืออาหารชนิดอื่น ๆ ประเภทอื่น ๆ เพราะในนมแม่นั้นมีทั้งน้ำ สารอาหาร และสารภูมิคุ้มกันที่เพียงพอต่อความต้องการของทารกแรกเกิด

มากไปกว่านั้น เด็กที่ได้กินนมแม่จะได้รับสารอาหารที่ส่งช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของลูกน้อยให้แข็งแรง และเมื่อทารกมีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป จึงสามารถเสริมนมผงเด็กสูตรต่าง ๆ รวมทั้งอาหารตามวัยเด็กทารก เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารและพลังงานที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต

นมผงเด็กคืออะไร 


นมผง คือ คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำนมดิบคุณภาพสูง นำมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ เข้าสู่กระบวนการต่าง ๆ ที่ทำให้น้ำนมระเหยจนกลายเป็นผงแห้ง มีการเติมสารอาหาร แร่ธาตุ ที่ตรงตามสัดส่วนโภชนาการอย่างมีคุณภาพ จนได้ออกมาเป็นนมผงสูตรต่าง ๆ ที่เหมาะสำหรับเด็กในแต่ละวัย รวมถึงเหมาะกับเด็กในสภาวะพื้นฐานสุขภาพที่แตกต่างกันไปด้วย

ประเภทของนมผงสำหรับเด็ก มีกี่ประเภทกันนะ


นมผงสำหรับเด็ก สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ที่จำแนกตามความแตกต่างของนมผงเด็กแต่ละชนิด ดังนี้

1. นมผงเด็กสูตร 1 หรือนมผงเด็กแรกเกิด – 6 เดือน

นมผงสูตร 1 หรือนมผงเด็กแรกเกิด เป็นนมผงสำหรับเด็กทารกวัยแรกเกิด6 เดือน ซึ่งสารอาหารสำคัญของเด็กทารกวัยนี้ คือ “น้ำนมแม่” เพียงอย่างเดียว แต่ในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นต้องให้นมผงเพื่อทดแทนนมแม่ ควรเลือกใช้นมผงที่ลูกน้อยสามารถกินได้ตั้งแต่วัยแรกเกิด

โดยนมผงสูตร 1 เป็นนมที่มีการดัดแปลงสารอาหารให้เหมาะกับทารกวัยแรกเกิด ประกอบไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ ในปริมาณที่เหมาะสมกับช่วงอายุของเด็กทารก ระบบการย่อย และการดูดซึมของร่างกายที่กำลังพัฒนาของเด็ก

2. นมผงเด็กสูตร 2 หรือนมผงเด็กสำหรับเด็กวัย 6 – 12 เดือน

นมผงสูตร 2 เป็นนมผงที่เหมาะสำหรับเด็กทารกวัย 6 – 12 เดือน ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ต้องการพลังงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากร่างกายของเด็กจะเติบโต และพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ใช้กล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าเดิม และยังเป็นวัยที่เริ่มกินอาหารเสริมเพิ่มเติม นอกเหนือจากนมแม่ (Solid Food) อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงอายุ 6 – 12 เดือน อาหารอย่างนมแม่ ยังมีคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน หากคุณแม่มีความจำเป็นต้องให้ หรือเสริมอาหารด้วยนมผงเด็ก ควรเลือกใช้นมผงสูตร 2 โดยนมสูตรนี้จะประกอบไปด้วยสารอาหารที่ปรับให้เหมาะสมกับช่วงวัยที่ต้องการใช้พลังงานมากขึ้น

3. นมผงเด็กสูตร 3 หรือนมผงเด็กสำหรับเด็กวัย 1 ปีขึ้นไป

นมผงสูตร 3 เป็นนมผงที่เหมาะสำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป เนื่องจากในวัยนี้ มีระบบการย่อยที่ดีมากขึ้น และใกล้เคียงกับของผู้ใหญ่ จึงสามารถกินอาหารที่หลากหลาย และใกล้เคียงกับอาหารของผู้ใหญ่ ดังนั้นเด็กในวัยนี้จึงกินอาหารหลักเป็นข้าวทั้ง 3 มื้อ และดื่มนมเป็นอาหารเสริม

โดยลูกน้อยสามารถดื่มได้ทั้งนมวัว และนมผงสูตร 3 หากคุณแม่ยังต้องการให้ลูกน้อยดื่มนมผงต่อไป ก็สามารถทำได้ เพราะเด็กในวัยนี้ต้องการพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจากช่วงอายุก่อน ร่างกายจึงต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน ซึ่งในบางครั้งการกินอาหารอาจจะไม่เพียงพอต่อร่างกายของลูกน้อย การดื่มนมเสริม เช่น นมผงสูตร 3 จะช่วยเติมและเพิ่มสารอาหารให้กับลูกน้อยได้

นอกจากนี้ นมผงสูตร 3 ยังเหมาะสำหรับเด็กที่กินอาหารได้มาก กินอาหารได้หลากหลาย มีความสามารถลิ้มรสได้มากขึ้น รวมทั้งระบบย่อยอาหารสามารถย่อยได้ดี และใกล้เคียงกับผู้ใหญ่

4. นมผงสูตรพิเศษ

นมผงสูตรพิเศษ เป็นชื่อที่มักจะใช้เรียกนมสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เด็กที่มีอาการแพ้โปรตีนนมวัว เด็กที่มีปัญหาในการย่อยแลคโตส เป็นต้น สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คุณแม่ควรเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกสูตรนมที่เหมาะสมให้กับลูกน้อย หากลูกไม่มีความต้องการพิเศษ หรือโรคประจำตัวใด ๆ คุณแม่สามารถเลือกนมผงสูตร 1, สูตร 2 หรือสูตร 3 ให้เหมาะสมตามช่วงวัยของลูกได้ตามปกติ

เลือกนมผงสำหรับเด็กแรกเกิด หรือนมผงเด็กสูตรอื่น ๆ อย่างไร ให้เหมาะสมกับลูกน้อย 


เมื่อเด็กถึงวัยที่สามารถกินนมผงร่วมกับนมแม่ได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจเลือกนมผงให้เหมาะกับลูกน้อย เพื่อให้ได้ลูกได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการตามวัยและภาวะสุขภาพ ดังนี้

  • ปรึกษากับแพทย์ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถเลือกนมผงได้ตรงกับวัยและภาวะสุขภาพของลูกน้อยมากที่สุด แพทย์จะแนะนำว่านมผงแบบใดที่เหมาะกับลูกน้อย นมผงแบบใดที่ยังไม่จำเป็น จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก สลับสูตรไปมาจนสับสน ปรึกษากับแพทย์จะตรงจุดเกิดเหตุมากกว่าค่ะ
  • เลือกนมผงตามช่วงวัยของลูก นมผงนั้นมีสูตรตามวัยของเด็กอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่เพียงแค่เลือกให้ตรงตามช่วงอายุของลูก ก็จะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับพัฒนาการและการเจริญโตตามวัย
  • อ่านก่อนซื้อ อย่าคิดว่านมผงชนิดไหนก็เหมือนกัน เพราะนมผงแต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อ แม้จะมีส่วนผสมคล้าย ๆ กัน แต่ปริมาณอาจไม่เหมือนกัน ควรดูว่าลูกน้อยควรต้องเน้นสารอาหารชนิดไหน เพื่อจะได้เลือกนมผงที่มีปริมาณสารอาหารที่เหมาะสมกับลูก ดังนั้น ก่อนจะซื้อนมผงใด ๆ แนะนำให้อ่านฉลากโภชนาการให้ละเอียดก่อนเสมอ
  • เลือกนมผงที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ควรเลือกซื้อนมผงที่ได้รับมาตรฐานอย. ผลิตจากแหล่งที่เชื่อถือได้ บรรจุภัณฑ์ได้มาตรฐาน มีรายละเอียดวันเดือนปีที่ผลิตชัดเจน เพื่อให้แน่ใจได้ว่านมผงนั้นไม่ได้มีการเสื่อมคุณภาพหรือไม่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัย
  • เลือกตามสภาวะสุขภาพของลูก เด็กแต่ละคนมีปัญหาสุขภาพที่แตกต่างกันไป เด็กบางคนมีปัญหาเรื่องการย่อย เด็กบางคนมีอาการแพ้นมวัว เด็กบางคนมีอาการกรดไหลย้อน ดังนั้น ควรเลือกนมผงให้เหมาะกับภาวะสุขภาพของลูกด้วย เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่เหมาะสม และช่วยในการเจริญเติบโต

สารอาหารสำคัญที่ลูกน้อยต้องการ 


ทารกควรจะต้องได้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอาหารชนิดอื่น ๆ ทั้งนี้เพราะว่าในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารและสารภูมิคุ้มกันธรรมชาติที่เพียงพอแล้วต่อความต้องการของเด็กทารก

โดยเฉพาะสารอาหารสำคัญที่พบได้เฉพาะในนมแม่ คือ MFGM ซึ่งเป็นเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด เช่น สฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน โดยเฉพาะพัฒนาการสมอง ก้าวล้ำทั้ง IQ และ EQ

รวมไปถึงสารอาหารอย่าง แลคโตเฟอร์ริน (Lactoferrin) ซึ่งเป็นโปรตีนในนมแม่และทำหน้าที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร โดยจะออกฤทธิ์ในลำไส้เพื่อทำการต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่าง ๆ แลคโตเฟอร์รินจึงถือว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในทารก และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับทารกให้แข็งแรง

หลังจากทารกมีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เด็กจำเป็นจะต้องได้รับสารอาหารที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อนำมาใช้ในการเจริญเติบโต จึงเป็นช่วงเวลาที่เด็กจะต้องเริ่มกินอาหารตามวัยควบคู่ไปกับนมแม่ โดยจะต้องเน้นสารอาหารจำพวกโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก เพื่อให้เด็กได้รับพลังานที่เพียงพอในแต่ละวัน

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ แคลเซียม เนื่องจากเมื่อเด็กอาย 4 เดือนขึ้นไป ปริมาณแคลเซียมที่ได้จากนมแม่นั้นจะไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต และร่างกายไม่สามารถผลิตแคลเซียมได้ จำเป็นจะต้องได้รับจากแหล่งอาหารต่าง ๆ เพื่อให้มีแคลเซียมเพียงพอต่อการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง

มากไปกว่านั้น เด็กที่อายุ 4 เดือนขึ้นไป ปริมาณธาตุเหล็กที่ได้จากนมแม่ก็จะไม่พอต่อความต้องการสำหรับทารก เมื่อทารกอายุได้ 6 เดือน จึงจำเป็นจะต้องเร่งเสริมธาตุเหล็กในอาหารตามวัย เพื่อให้ลูกน้อยได้รับธาตุเหล็กที่เพียงพอ

ปริมาณนมที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละวัย  


ลูกน้อยในแต่ละช่วงอายุจะมีปริมาณนมที่ต้องการแตกต่างกันไปค่ะ โดยวิธีการคำนวณประมาณนมที่เด็กทารกควรจะได้รับต่อวันไว้ดังนี้

  • สูตรคำนวณปริมาณนมของทารกแรกเกิด – 30 วัน: น้ำหนักเด็กเป็นกิโลกรัม คูณ 150 ซีซี หาร 30 เป็นปริมาณนมใน 1 วัน แบ่ง 6 มื้อ เช่น เด็กแรกเกิดหนัก 3 กิโลกรัม
    เมื่อครบ 1 เดือนควรหนัก 3.6 กิโลกรัม แต่คำนวณง่าย ๆ โดยปัดเป็น 4 กิโลกรัม คูณ 150 เท่ากับ 600 หาร 30 คือ 20 ออนซ์ (+/- ได้ไม่เกิน 4 ออนซ์ ควรแบ่งมื้อนมออกเป็น 6-8 มื้อต่อวัน)
  • สูตรคำนวณปริมาณนมของเด็กอายุ 1 – 6 เดือน: น้ำหนักเด็กเป็นกิโลกรัม คูณ 120 ซีซี หาร 30 เช่น เด็กอายุ 2 เดือน หนัก 5 กิโลกรัม คูณ 120 ได้ 600 เท่ากับ 20 ออนซ์ (+/- ได้ไม่เกิน 4 ออนซ์)
    โดยแบ่งมื้อนมเป็น 6 – 8 มื้อต่อวัน หรือคิดง่าย ๆ ว่า ภายใน 6 เดือนแรก ให้นมชั่วโมงละ 1 ออนซ์ ไม่ควรให้นมลูกมากเกินไปเพราะอาจเกิดการกินเกิน (Over feeding) ได้
  • สูตรคำนวณปริมาณนมของเด็กอายุ 6 – 12 เดือน: น้ำหนักเด็กเป็นกิโลกรัม คูณ 110 ซีซี หาร 30 เช่น เด็กอายุ 6 เดือน หนัก 6.5 กิโลกรัม คูณ 110 เท่ากับ 715 หาร 30 ปัดเป็นเท่ากับ 24 ออนซ์

    สำหรับเด็ก 6 – 8 เดือน คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมเป็น 5 – 6 มื้อ และอาหารเสริม 1 มื้อ
    สำหรับเด็ก 9 – 11 เดือน คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมเป็น 4 – 5 มื้อ และอาหารเสริม 2 มื้อ
    สำหรับเด็ก 12 เดือน ควรแบ่งมื้อนมเป็น 4 – 5 มื้อและอาหารเสริม 3 มื้อ

ไขข้อข้องใจเรื่องนมผงเด็กกับ Enfa Smart Club 


นมผงชงแล้วอยู่ได้กี่ชั่วโมง?

นมผงที่ชงแล้ว จะเสียค่อนข้างเร็ว หากคุณแม่ป้อนนมให้ลูกแล้ว ควรให้ลูกน้อยดื่มนมให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง และหากมีนมเหลือจากการดื่ม ควรนำไปทิ้ง ไม่ควรนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อเก็บ หรือนำมาอุ่นให้ลูกน้อยดื่มใหม่อีกรอบ

หากเป็นนมที่ชงแล้ว แต่คุณแม่ยังไม่ได้ให้ลูกดื่มทันที ยังสามารถเก็บไว้ได้ โดยควรปิดฝาขวดนมอย่างมิดชิด แล้วนำไปแช่ตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2 – 4 องศาเซลเซียส ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง นอกจากนี้ หากเก็บเกิน 24 ชั่วโมง ควรนำไปทิ้ง ไม่ควรนำไปป้อนให้ลูกอีก

ชงนมไปแล้วแต่ลูกกินไม่หมด ทำยังไงดี?

ชงนมแล้ว ลูกกินไม่หมด หากอยู่ในห้องที่ไม่เปิดแอร์ นมนั้นจะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้น ให้นำไปทิ้งโดยไม่ต้องเสียดายค่ะ หากอยู่ในห้องแอร์ นมนั้นจะสามารถอยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้น ให้นำไปทิ้งโดยไม่ต้องเสียดายเช่นกันค่ะ

ดังนั้น หากลูกน้อยมีปัญหากินนมไม่หมด ให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตดูว่าในแต่ละวันลูกจะกินนมมากหรือน้อยแค่ไหน ครั้งต่อไปให้ชงนมตามปริมาณที่ลูกกินในแต่ละวัน เพื่อจะได้ไม่ต้องทิ้งนมไปโดยเปล่าประโยชน์ค่ะ

นมผงหมดอายุ กินได้ไหมนะ?

ไม่ควรนำนมผงที่หมดอายุแล้วไปชงให้ลูกกิน แม้จะเพิ่งหมดอายุไม่นาน แต่สารอาหาร กลิ่น และรสชาติของนมอาจเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งเด็กทารกเป็นวัยที่ระบบทางเดินอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์

การนำนมผงที่หมดอายุแล้วไปชงให้ลูกกินจึงอาจก่อให้เกิดอาการไม่สบายท้อง หรืออาจรุนแรงถึงขั้นอาหารเป็นพิษได้ นอกจากนี้ หากนมผงหมดอายุจนเริ่มจับตัวเป็นก้อน สารอาหารในนมก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว และยังเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของแบคทีเรียอีกด้วย คุณแม่ควรตรวจสอบข้อมูลข้างกล่องให้ดีว่า นมผงชงแล้วอยู่ได้กี่ชั่วโมง ซึ่งนมผงแต่ละยี่ห้อจะมีการระบุวิธีการชง ให้นม และจัดเก็บนมไว้อย่างละเอียดค่ะ

วิธีเลือกซื้อนมผงเด็กให้มั่นใจว่าไม่ใช่นมผงปลอม?

นอกจากการซื้อนมผงยี่ห้อที่เชื่อถือได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังควรเลือกนมผงที่มีการระบุไว้บนฉลากและสามารถตรวจสอบได้ว่าได้รับมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา เลือกนมผงที่มีรายละเอียดทางโภชนาการอย่างชัดเจน มีการระบุวันเดือนปีที่ผลิต วันหมดอายุ และสถานที่ผลิต ตลอดจนรายละเอียดที่สามารถติดต่อและร้องเรียนผลิตภัณฑ์ได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า นมผงที่เลือกซื้อมาชงให้ลูกนั้น เป็นนมผงที่ได้คุณภาพ ไม่ใช่นมผงปลอม

เทคนิคการชงนมที่ถูกต้อง? 

วิธีชงนมที่ถูกต้องป้องกันลูกไม่สบายท้องได้

  • ล้างมือให้สะอาด 
  • ทำความสะอาดขวดนม จุกนม และนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องใช้ชงนมทุกชิ้นเพื่อฆ่าเชื้อโรค 
  • ต้มน้ำให้เดือดจนเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมา ทิ้งไว้ให้เย็นลงที่อุณหภูมิห้อง 
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำปริมาณการชงนมบนกล่อง 
  • ใส่น้ำสุกอุ่นที่ตั้งทิ้งไว้ลงในขวดตามปริมาณที่แนะนำ 
  • เติมนมผงตามปริมาณที่กำหนด 
  • ปิดฝาขวด แกว่งขวดเบา ๆ (ไม่จำเป็นต้องเขย่าแรง) หรือใช้ข้อมือหมุนขวดวนเป็นวง เพื่อให้นมผงละลาย และป้องกันการเกิดฟอง 
  • หยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบอุณหภูมิว่าไม่ร้อนจนเกินไป 
  • หากนมมีฟองมาก ให้ตั้งทิ้งไว้สักครู่ก่อนป้อนเด็ก เพราะหากป้อนขณะมีฟอง เด็กจะดูดฟองนี้เข้าไปทำให้ท้องอืดได้ 
  • ไล่ลมให้ลูกหลังมื้อนมทุกครั้ง 


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่

บทความที่แนะนำ

diarrhea-in-babies
ลูกแหวะนม ลูกแหวะบ่อย ปัญหากวนใจที่รับมือได้ไม่ยาก
EFB banner
Mobile efb banner
EFB banner

Leaving page banner

 

Leaving page banner