
Enfa สรุปให้
ลูกหายใจแรงและเร็ว ทารกหายใจแรง ทารกหายใจเสียงดัง ควรสังเกตอาการการหายใจผิดปกติของลูก เช่น หายใจหอบเหนื่อย มีเสียงหวีด หรือมีผื่นแพ้ขึ้นใบหน้า ตามร่างกาย ข้อพับ
ลูกมีผื่นแพ้ขึ้นใบหน้า ตามร่างกาย ข้อพับ และมีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารอย่าง ท้องเสีย อาเจียน อาจเป็นอาการของการแพ้โปรตีนนมวัว
หากทารกมีอาการหายใจเสียงดัง และมีอาการอื่น ๆ ร่วม เช่น มีอาการไอเรื้อรังหรือหายใจมีเสียงหวีด หายใจเข้า-ออกลึกจนมองเห็นซี่โครง หรือมีอาการหยุดหายใจเกิน 10 วินาที ควรรีบพาไปพบแพทย์

เลือกอ่านตามหัวข้อ
เวลาที่เด็กทารกหายใจแรง หายใจมีเสียงครืดคราด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานอนหลับบางครั้งก็รู้สึกว่าทารกหายใจเสียงดัง มักทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกกังวลว่าลูกน้อยอาจเกิดความผิดปกติได้
แต่อาการหายใจแรงของทารกเป็นอาการผิดปกติจริงหรือเปล่า หรือหายใจเสียงดังแบบไหนที่เป็นสัญญาณอันตราย มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันกับบทความนี้จาก Enfa ค่ะ

ทารกหายใจแรง ทารกหายใจเสียงดัง มีที่มาที่ไปจากหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้
เสียงหายใจของทารกสามารถแบ่งออกได้หลายลักษณะ ดังนี้
อาการเสียงหายใจครืดคราดของทารก อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติได้หลายประการ ดังนี้
ในกรณีที่ลูกหายใจแล้วมีเสียงครืดคราดเช่นนี้ แล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาในกรณีที่เสียงครืดคราดนั้นมีที่มาจากสาเหตุทางสุขภาพที่ผิดปกติ
ทารกวัยแรกเกิด - 6 เดือน มักจะหายใจทางจมูกมากกว่าทางปาก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงสามารถที่จะสังเกตถึงความผิดปกติได้จากลักษณะกายหายใจที่เปลี่ยนไปของลูก ซึ่งคุณพ่อคุณพ่อสามารถจับตาสังเกตการหายใจของลูกน้อยได้ ดังนี้
หากลูกน้อยมีอาการหายใจแรง หอบ หายใจมีเสียงวี้ด หรือมีอาการร่วมกับอาการอื่น ๆ เหล่านี้ เช่น ผื่นขึ้น แหวะนมหรืออาเจียน ร้องไห้งอแงหลังกินนม น้ำมูกไหลเรื้อรัง ท้องเสีย และถ่ายเป็นมูกเลือด อาจจะเป็นสัญญาณของอาการแพ้โปรตีนนมวัว
โดยหากพบว่าลูกน้อยมีอาการแบบนี้ ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัวหรือไม่ นอกจากนี้ คุณแม่ยังสามารถดูแลลูกน้อยที่มีอาการแพ้โปรตีนนมวัวได้ด้วยวิธี ดังนี้
1. หากคุณแม่ให้ลูกน้อยกินนมแม่อยู่แล้ว ก็จะแนะนำให้กินนมแม่ต่อไป
2. งดการกินนมวัวในเด็ก และคุณแม่ก็ต้องงดการกินนมวัวและอาหารทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของนมวัวเช่นกัน
3. กรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกได้ ควรให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์อาจแนะนำ* โปรตีนย่อยอย่างละเอียด ที่มีคุณสมบัติ Hypoallergenic ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ โมเลกุลเล็ก ดูดซึมได้ดี และอาจมีโพรไบโอติกส์ แลคโตบาซิลัส จีจี (LGG) ซึ่งมีบทบาทช่วยหยุดอาการแพ้นมวัว ช่วยให้ลูกกลับมาทานนมวัวได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังป้องกันการเกิดภูมิแพ้ในอนาคต
*อ้างอิงจากแนวทางการรักษาโรคแพ้โปรตีนนมวัวของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
หากทารกมีอาการดังต่อไปนี้ในเวลาที่หายใจ หรือทุกครั้งที่หายใจ ควรพาไปพบแพทย์ทันที
หากคุณพ่อ คุณแม่ เริ่มสังเกตุเห็นอาการหายใจของลูกมีเสียง หายใจครืดคราดแล้วล่ะก็ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูเบื้องด้นได้ค่ะ หากอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยอาการผิดปกติของลูกน้อย เพื่อที่จะรักษาและทราบวิธีแก้ลูกหายใจครืดคราดได้อย่างถูกจุดค่ะ
หากทารกหายใจแรงและมีอาการอกบุ๋มร่วม ควรพาไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพได้
หากทารกมีอาการคัดจมูกและหายใจครืดคราด คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตดูว่าอาการเช่นนี้เป็นอยู่นานหรือไม่ หากหายไปเองก็อาจจะไม่ต้องกังวล แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเลย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
หรือถ้าหากทารกหายใจครืดคราด และมีอาการคัดจมูก ร่วมกับอาการดังต่อไปนี้ ก็ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
อาจเป็นไปได้ว่าอากาศภายในห้องหนาวเย็นเกินไป ลองปรับอุณหภูมิในห้องให้เหมาะสม แล้วดูว่าลูกยังหายใจครืดคราดอยู่หรือไม่ แต่ถ้าลองปรับอุณหภูมิแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพาไปพบแพทย์
อาการหายใจมีเสียงหวีด อาจเกิดจากสาเหตุโดยทั่วไป เช่น มีเสมหะอุดตันในโพรงจมูก อาการนี้มักเกิดขึ้นโดยลูกมีเสมหะหายใจครืดคราดไม่มีไข้ ซึ่งอาจจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับได้ แต่บางครั้งก็อาจหมายถึงการติดเชื้อที่ปอดได้หากมีไข้ร่วมด้วย หรือโรคหอบหืด หากลูกหายใจแล้วมีเสียงวี้ดและอาการนั้นไม่ดีขึ้นเลย ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
อาการหายใจมีเสียงครืดคราดแต่ไม่มีน้ำมูกร่วมด้วย เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น การอุดตันที่ผิดปกติในทางเดินหายใจ, สำลักสิ่งแปลกปลอม, โรคหอบหืดหรือมีสิ่งระคายเคืองในทางเดินหายใจ, ภาวะความผิดปกติของทางเดินหายใจตั้งแต่กำเนิด หรืออาจเกิดได้จากลูกน้อยดื่มนมมากเกินไป(Overfeeding) จนทำให้น้ำนมล้นมาถึงคอค่ะ แต่เพื่อค้นหาสาเหตุที่ถูกต้อง และรักษาอาการได้อย่างเหมาะสม คุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจร่างกายหาสาเหตุที่แท้จริงค่ะ
ลูกหายใจแรงและมีเสียงครืดคราด เกิดขึ้นได้จากเหตุปัจจัยที่แตกต่างกันไป บางครั้งอาจมาจากสาเหตุโดยทั่วไปที่ไม่น่ากังวล เช่น เสมหะอุดตัน แต่บางครั้งก็อาจหมายถึงการติดเชื้อที่ปอด โรคหอบหืด โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ กระดูกอ่อนของหลอดลมยังไม่แข็งแรง โรคหลอดลมอักเสบ หรือกินนมมากเกินไป
ดังนั้น หากลูกหายใจแรง แล้วมีเสียงครืดคราด ให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการของลูกดูว่าดีขึ้นหรือไม่ แต่ถ้าอาการนั้นไม่ดีขึ้นเลย ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
Enfa สรุปให้ อาการลูก 2 ขวบ ท้องเสีย ไม่มีไข้ โดยมากมักเป็นอาการท้องเสียที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกา...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ อาการลูก 3 ขวบ ท้องเสีย ไม่มีไข้ มักเป็นอาการท้องเสียที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ลูกไอแล้วอ้วกตอนกลางคืน วิธีแก้ทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การเปิดเครื่องทำความชื้น ...
อ่านต่อ