ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
how-to-lose-weight-after-pregnancy
ลดน้ำหนัก ลดหน้าท้องหลังคลอด ลดยังไงให้ปลอดภัย และได้ผล

 

Key Highlight

  • ตอนตั้งท้องแม่ตั้งครรภ์จะมีน้ำหนักขึ้นประมาณ 11-16 กิโลกรัม (ต่อการตั้งครรภ์ลูก 1 คน) ซึ่งจะแบ่งเป็นน้ำหนักตัวของทารกน้อยแค่เพียง 3-4 กิโลกรัมเท่านั้น ที่เหลือจะเป็นน้ำหนักของกลุ่มไขมัน น้ำคร่ำ การบวมน้ำ
  • หลังจากที่คลอดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติ น้ำหนักตัวของแม่จะลดไปประมาณ 5-6 กิโลกรัม ซึ่งจะเป็นน้ำหนักของทารก รก และน้ำคร่ำ
  • น้ำหนักหลังคลอดของคุณแม่ ไม่ได้ลดลงฮวบอย่างที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิด เพราะยังเหลืออีกราว ๆ 10 กิโลกรัมที่ไม่ได้ลดลงไปด้วย แต่จะค่อย ๆ ทยอยลดลง เว้นแต่มวลไขมันที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ ซึ่งจะไม่ลดลงไปง่าย ๆ

What's up here?

• ทำไมต้องลดหน้าท้องหลังคลอด
• หลังคลอดน้ำหนักลดลงเท่าไหร่
• หลังคลอด คุณแม่เริ่มออกกำลังกายได้ตอนไหน
• หน้าท้องหลังคลอด เกิดจากอะไร
• วิธีลดหน้าท้องหลังคลอด
• ออกกำลังกายลดหน้าท้องยังไงไม่ให้กระทบการให้นมลูก
• 6 เทคนิคลดน้ำหนักหลังคลอดอย่างปลอดภัย ทั้งฟิต ทั้งเป๊ะปัง ฉบับคุณแม่ Enfa
• ไขข้องข้องใจการลดน้ำหนักหลังคลอดกับ Enfa Smart Club

 

หลังคลอด น้ำหนักขึ้น หน้าท้องหย่อนคล้อย พุงไม่ยุบ คุณแม่หลายคนอาจรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างตัวเอง จนอาจเป็นผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ในบางราย แต่อย่าเพิ่งกังวลจนหมดกำลังใจไปนะคะ วันนี้ Enfa มีคำแนะนำดี ๆ ในการ ลดหน้าท้องหลังคลอด และ ลดน้ำหนักหลังคลอด มาฝากค่ะ แต่วิธีลดหน้าท้องหลังคลอดและการดูแลน้ำหนักหลังคลอดที่น่าสนใจจะมีอะไรบ้างนั้น มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน ได้เลยค่ะ

ทำไมถึงต้องลดหน้าท้องหลังคลอด?


หลังคลอด คุณแม่ส่วนมากมักจะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว หน้าท้องหย่อนยาน พุงไม่ยุบสักที ซึ่งปัญหานี้พบได้บ่อยมาก โดยสาเหตุหลัก ๆ มาจากพฤติกรรมการกิน และปัญหาในระบบเผาผลาญ

  • มีปัญหาการกิน เพราะต้องกินเยอะขึ้น ทั้งกินเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอไปเลี้ยงลูกน้อย และกินเพื่อดับความหิวจากความเหนื่อยล้าในการดูแลลูกในแต่ละวัน
  • มีปัญหาในระบบเผาผลาญ เนื่องจากแม่หลังคลอดมักจะพักผ่อนน้อย นอนไม่ค่อยเป็นเวลา ตื่นกลางดึกบ่อย มีผลทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ และมีผลต่อน้ำหนักตัว

นอกจากนี้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลังคลอดยังอาจมาจาก การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้าหลังคลอด และปัจจัยอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ปัญหาเรื่องน้ำหนักขึ้น และหน้าท้องหลังคลอด เป็นหนึ่งในความวิตกกังวลของแม่หลังคลอดหลายราย เพราะรูปร่างเปลี่ยนไป หน้าท้องมีความหย่อนคล้อย ไม่กระชับ มีริ้วรอยที่ไม่น่ามอง พุงป่อง ทำเอาหมดความมั่นใจในตัวเองอยู่บ่อยครั้ง จึงเป็นที่มาที่ทำให้คุณแม่หลาย ๆ คน ตัดสินใจเริ่มลดน้ำหนักหลังคลอด และลดหน้าท้องหลังคลอด เพื่อจะได้มีสุขภาพและรูปร่างแข็งแรงเหมือนเดิม

หลังคลอดทันที น้ำหนักหายไปจากเดิมเท่าไหร่?


ตอนตั้งท้อง แม่ตั้งครรภ์จะมีน้ำหนักขึ้นประมาณ 11-16 กิโลกรัม (ต่อการตั้งครรภ์ลูก 1 คน) ซึ่งจะแบ่งเป็นน้ำหนักตัวของทารกแค่เพียง 3-4 กิโลกรัมเท่านั้น ที่เหลือจะเป็นน้ำหนักของกลุ่มไขมัน น้ำคร่ำ การบวมน้ำ

แต่หลังจากที่คลอดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการผ่าคลอดหรือคลอดธรรมชาติ น้ำหนักตัวของแม่จะลดไปประมาณ 5-6 กิโลกรัม ซึ่งมวลน้ำหนักที่หายไปนั้น จะเป็นน้ำหนักของทารก รก และน้ำคร่ำ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้น้ำหนักหลังคลอดของคุณแม่ ไม่ได้ลดลงฮวบฮาบอย่างที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิด

เพราะยังเหลืออีกราว ๆ 10 กิโลกรัมที่ไม่ได้ลดลงไปด้วย แต่จะค่อย ๆ ทยอยลดลง เว้นแต่มวลไขมันที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ ซึ่งจะไม่ลดลงไปง่าย ๆ

แม่ลูกอ่อนเริ่มลดน้ำหนักหลังคลอดได้ตอนไหน?


หลังคลอดเพียง 2-3 วัน คุณแม่สามารถออกกำลังกายหลังคลอดแบบเบา ๆ เช่น การเดิน หรือการเคลื่อนไหวร่างกายไปมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าก่อนคลอดคุณแม่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว และไม่ได้เกิดปัญหาใด ๆ ในระหว่างการคลอด ก็จะสามารถฟื้นตัวได้ไว และเริ่มออกกำลังกายได้เร็วขึ้น

  • แม่ผ่าคลอดออกกําลังกายได้ตอนไหน?

สำหรับแม่ผ่าคลอด เรื่องการออกกำลังกายหลังผ่าคลอดนั้น จำเป็นจะต้องงดไปเลยยาว ๆ ประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อรอให้ร่างกายฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้อย่างเต็มที่ และรอจนกว่าแผลผ่าคลอดจะหายสนิท

  • แม่คลอดธรรมชาติออกกำลังกายได้ตอนไหน?

แม่ที่คลอดธรรมชาติ โดยปราศจากปัญหาติดขัดใด ๆ ในขณะคลอด หลังจากคลอดไปแล้ว 2-3 วัน สามารถออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น การเดิน ได้ แต่การออกกำลังกายหนัก ๆ นั้น ควรรอจนกว่าจะฟื้นตัวได้เต็มที่ หรือแล้วแต่ดุลยพินิจจากแพทย์

ปัญหาหน้าท้องหลังคลอดเกิดจากอะไร?


ปัญหาหน้าท้องหลังคลอด แบ่งได้เป็น 2 กรณี คือหน้าท้องบวม กับหน้าท้องหย่อนคล้อย ซึ่งเกิดขึ้นจากขณะตั้งครรภ์ มดลูกและช่องคลอดได้มีการขยายตัวเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก เมื่อทารกคลอดออกมา ส่วนที่ขยายออกมานั้นก็จะเกิดความหย่อนคล้อย

ส่วนหน้าท้องหลังคลอดที่ยังบวมอยู่นั้น เกิดจากระดับฮอร์โมนและไขมันที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ก็ทำให้หน้าท้องบวมและใหญ่ขึ้น ซึ่งหลังคลอดหน้าท้องจะไม่ลดลงทันที แต่จะค่อย ๆ ลดลง คล้ายกับเวลาเป่าลูกโป่ง แต่ลูกโป่งจะไม่แตกเลยทันที แต่จะค่อย ๆ ลดขนาดลงช้า ๆ เหมือนลูกโป่งที่มีรูรั่ว

วิธีลดหน้าท้องหลังคลอดมีอะไรบ้าง?


แม่หลังคลอดที่มีรูปร่างอวบขึ้น หรืออ้วนขึ้น อยากจะลดหุ่นหลังคลอด หรือลดความอ้วนหลังคลอด หลังจากที่ร่างกายเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว สามารถใช้วิธีดังต่อไปนี้ได้

  • อย่าอดอาหาร แม้การควบคุมอาหารจะเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนักให้ได้ผล แต่สำหรับแม่หลังคลอด ไม่ควรอดอาหาร เพราะการรับประทานอาหารน้อย อาจมีผลต่อการผลิตน้ำนมได้ ทั้งยังจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลงอีกด้วย
  • พยายามกินอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย เน้นผักและผลไม้ โปรตีน ไฟเบอร์ จำกัดการกินน้ำตาลและเกลือ เพราะเสี่ยงจะทำให้น้ำหนักขึ้นมากกว่าเดิม
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ นอกจากจะช่วยป้องกันอาการขาดน้ำในแม่หลังคลอดแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ตามปกติ ดีต่อการลดน้ำหนัก
  • เคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ แรก ๆ อาจพยายามเดินให้มากขึ้น เมื่อร่างกายเริ่มฟื้นตัวได้ดีอาจเพิ่มเป็นการวิ่งเหยาะ ๆ เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือจะเข็นเจ้าตัวเล็กไปรอบ ๆ บ้านหรือในสวนก็ได้ประโยชน์ทั้งสองทางเหมือนกัน การหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังดีต่อการฟื้นตัวหลังคลอดอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ควรค่อย ๆ ปรับการเคลื่อนไหวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเริ่มจากการออกกำลังกายที่ใช้แรงหนัก ๆ เพราะอาจส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพหลังคลอดได้
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แม้จะดูเป็นเรื่องยากสำหรับแม่หลังคลอด เพราะต้องคอยดูแลเจ้าตัวเล็กแทบจะ 24 ชั่วโมง บางครั้งต้องตื่นนอนกลางดึกบ่อย ๆ แต่แม้ว่าจะยุ่งมากแค่ไหน ก็ควรหาเวลาพักผ่อนให้ได้มากที่สุด อาจเป็นการหลับพร้อมลูก หรือนอนหลับเมื่อตอนที่มีคนมาช่วยเลี้ยงลูกแทนก็ได้ การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยปรับสมดุลของระบบเผาผลาญให้ดีขึ้น

ลดน้ำหนักหลังคลอดอย่างไรไม่ให้กระทบกับการให้นมลูก


ข่าวดีอย่างแรกก็คือ การออกกำลังกายไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับการให้นมลูก แต่...สำหรับแม่ให้นมลูกที่จะเริ่มออกกำลังกายลดหุ่นหลังคลอด ขอให้หยุดพักสักเดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนถ้ายังไม่รู้ข้อจำกัดในการออกกำลังกายสำหรับแม่ให้นมลูก ดังนี้

  • ปั๊มนมให้เสร็จก่อนที่จะไปออกกำลังกาย การออกกำลังกายทั้ง ๆ ที่มีน้ำนมเต็มเต้า อาจทำให้ไม่สบายตัวขณะออกกำลังกายได้
  • หากไม่ปั๊มนม สามารถให้นมลูกก่อนออกกำลังกายได้ เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัวขณะออกกำลังกาย มากไปกว่านั้น หากให้นมลูกหลังออกกำลังกาย รสชาติของนมแม่อาจเปลี่ยนไปเนื่องจากกรดแลคติกเพิ่มขึ้นขณะออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม แม้รสชาติจะเปลี่ยนไป แต่คุณค่าทางสารอาหารจากนมแม่ยังคงเดิม
  • หากมีอาการเจ็บที่เต้านม ควรงดการออกกำลังกายจนกว่าอาการปวดจะทุเลาหรือหายไป การฝืนออกกำลังกายทั้ง ๆ ที่ยังเจ็บเต้านม อาจทำให้เต้านมอักเสบได้
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยป้องกันอาการขาดน้ำแล้ว การดื่มน้ำที่เพียงพอยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมด้วย

6 เทคนิคลดน้ำหนักหลังคลอดอย่างปลอดภัย ทั้งฟิต ทั้งเป๊ะปัง ฉบับคุณแม่ Enfa


1. จัดเวลานอนของตัวเองให้พอ

หนึ่งในหลักการทำน้ำหนักให้คงที่ของคุณแม่ก็คือ ต้องนอนให้พอ ชั่วโมงที่ดีที่สุดในการนอนของคุณแม่คือสี่ทุ่มจนถึงตีสอง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายหยุดทุกสิ่งแล้วหันมาซ่อมแซมตัวเอง อะไรที่ขาดๆ เกินๆ ไปในร่างกายแม่ ร่างกายก็จะเริ่มซ่อมแซม ระบบเผาผลาญจะปกติขึ้นถ้าคุณแม่นอนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพราะหากคุณแม่ยังนอนน้อยอยู่ ร่างกายจะทำงานมากเกินควร ร่างกายก็จะพยายามดึงไขมันมาเก็บไว้ใช้ คุณแม่จะลดน้ำหนักได้ยากขึ้น

2. เพิ่มอาหารโปรตีน

หลักอย่างหนึ่งของการลดหุ่นคือ ต้องเปลี่ยนไขมันให้มาเป็นกล้ามเนื้อ และสารอาหารที่ทำให้กล้ามเนื้อคงที่ก็คือโปรตีน คุณแม่ที่กินโปรตีนไม่พอ ร่างกายก็จะไปดึงไขมันมาเก็บไว้ใช้ ก็อาจมีไขมันพอกตามหน้าท้อง ตามเอวขึ้นมาได้ง่ายๆ  คุณแม่จึงต้องจัดโปรตีนให้ตัวเองสม่ำเสมอ องค์กรอนามัยโลกแนะนำว่าเราควรกินโปรตีนไม่น้อยกว่า 50 กรัมต่อวัน คุณแม่ลองดูเลยนะคะ

3. เริ่มเล่นเวท เทรนนิ่ง

คุณแม่ที่กำลังมองหาการออกกำลังกายสักอย่าง บางคนอาจติดเล่นคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ขี่จักรยาน แต่ถ้าจะให้หุ่นเป๊ะเร็วและแข็งแรงไปนาน แนะนำให้เล่นเวท เทรนนิ่งไปเลยค่ะ ซึ่งอาจต้องดูวีดีโอประกอบท่าทางการเล่น หาดัมเบลหรือลูกตุ้มมาเหวี่ยงเล่นไปด้วย อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง รับรองว่าไขมันตามหน้าท้องจะยุบให้ดีใจได้อย่างแน่นอนเลยค่ะ และกล้ามเนื้อแม่จะมา ทำให้แข็งแรงขึ้น มีแรงอุ้มลูกนานๆ กันเลย 

เวท เทรนนิ่ง คือการออกกำลังกายที่ไปสร้างกล้ามเนื้อให้สมดุลมีกำลัง เมื่อกล้ามเนื้อมีกำลังขึ้น ก็จะเผาผลาญสิ่งที่เรากินเข้าไปได้ดีขึ้นนั่นเอง

4. ดื่มน้ำมาก ๆ

เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยให้แม่ลดน้ำหนักได้ดีขึ้น เพราะน้ำจะไปล้างโซเดียมที่อยู่ในร่างกายของแม่ โซเดียมก็มาจากอาหารรสเค็มทั้งหลาย ผัดกะเพรา น้ำซุปในก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ และอีกมากมาย เพราะถ้าร่างกายโซเดียมมีมาก ร่างกายจะต้องทำงานหนักเพื่อไปสลายโซเดียม แทนที่จะทำงานเพื่อเผาผลาญอาหารคุณแม่กินเข้าไป ถ้าดื่มน้ำไม่พอร่างกายก็จะไปหาทางดึงน้ำในร่างกายมาเก็บ เกิดเป็นอาการบวมน้ำ น้ำหนักไม่ลงได้ ถ้าคุณแม่รู้ตัวว่ากินอาหารเค็มแน่นอน ดื่มน้ำเข้าไปทดแทนเยอะๆ เลยค่ะ

5. เคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ

คุณแม่ที่นั่งให้นมลูกเป็นชั่วโมงๆ แล้วเกิดความเมื่อยล้า ไม่สามารถทำอะไรอย่างคล่องแคล่วว่องไวได้เหมือนก่อน ให้เปลี่ยนอิริยาบถค่ะ ทุกๆ 25 นาทีที่คุณแม่นั่งทำกิจกรรมต่างๆ อยู่ ให้ลุกเดิน หรือจัดบ้าน หรือทำสิ่งต่างๆ ที่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย การนั่งกับที่นานๆ จะทำให้ไขมันเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง คุณแม่ควรคอยฝึกตัวเองให้ชอบลุกขึ้นไปทำโน่นทำนี่ไว้ เดินขึ้นบันได้ กวาดบ้านเอง เวลาพาลูกไปห้าง เปลี่ยนจากเข็นลูกเป็นอุ้มเดินบ้าง แล้วคุณแม่จะผอมง่ายขึ้นได้

ที่สำคัญมากๆ หาการออกกำลังที่ใช่สำหรับเราให้เจอ จะวิ่ง จะเล่นกีฬา หรือเปิดวีดีโอเต้นตามก็ได้ เลือกสิ่งที่คุณแม่มีความสุข สนุกไปกับมัน ทำให้สม่ำเสมอ ให้เป็นสิ่งประจำของเราไปเลย แล้วพอคุณแม่สวยหุ่นดีแล้ว ถึงตอนนั้นก็จะเกิดความมั่นใจและมีความสุขกับตัวเองขึ้นมากๆ เลยทีเดียว

6. ขมิบช่องคลอดบ่อยๆ

นอกจากหุ่นของเราแล้ว หลังคลอดสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณผู้หญิงเราต้องให้ความสำคัญ คือ ช่องคลอด เพราะช่วงนี้ช่องคลอดจะไม่กระชับ การขมิบช่องคลอดจะทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้น ซึ่งช่องคลอดคือจุดศูนย์รวมที่แบกรับอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมดลูก กระเพาะปัสสาวะ เมื่อช่องคลอดแข็งแรงจะช่วยอุ้มรับอวัยวะเหล่านั้นได้ดี ไม่หย่อนคล้อย ซึ่งถ้าช่องคลอดไม่แข็งแรงสามารถทำให้เกิดภาวะมดลูกหย่อนลงมาในช่องคลอดได้ ซึ่งเป็นอันตราย จะมีผลทำให้คุณแม่ไม่สามารถออกกำลังกายที่มีแรงกด หรือกระแทกได้เลย เวลามีเพศสัมพันธ์ก็อาจเจ็บปวดได้

การขมิบช่องคลอดทำได้ทุกวัน ทำเซตละ 50-100 ครั้ง 3 เซตเป็นประจำทุกวัน โดยสามารถเลือกขมิบเร็วๆ หรือขมิบลึกๆ แล้วคลาย เริ่มขมิบใหม่ให้ลึกขึ้นแล้วคลาย รับรองความฟิต&เฟิร์มค่ะ

เพียง 6 วิธีลดหุ่นหลังคลอดนี้หากคุณแม่ทำได้อย่างมีวินัย รับรองได้ว่าความฟิตและเป๊ะปังรอคุณแม่อยู่ค่ะ

ไขข้องข้องใจการลดน้ำหนักหลังคลอดกับ Enfa Smart Club


1. ทำไมผู้หญิงมีลูกแล้วอ้วน?

หลังคลอด น้ำหนักตัวคุณแม่ที่เพิ่มขึ้นมาขณะตั้งครรภ์จะยังไม่หายไปทันที แต่จะค่อย ๆ ใช้เวลาในการกลับคืนสู่สภาพปกติ ทว่าในระหว่างกระบวนการกลับคืนสู่สภาพปกติของร่างกาย คุณแม่อาจพบกับปัญหาในการกิน และปัญหาในระบบเผาผลาญ ซึ่งเนื่องมาจากวิถีชีวิตประจำวันที่ค่อนข้างยุ่งจากการเลี้ยงลูก ทำให้ดูแลตัวเองน้อยลง หากไม่ควบคุมหรือดูแลให้ดี ในระยะยาวก็อาจจะทำให้น้ำหนักไม่ลดลงไปง่าย ๆ

2. พุงย้วยหลังคลอด เกิดจากอะไร?

ขณะตั้งครรภ์ มดลูกและช่องคลอดได้มีการขยายตัวเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก เมื่อทารกคลอดออกมา ส่วนที่ขยายออกมานั้นก็จะเกิดความหย่อนคล้อย

3. หลังคลอดน้ำหนักไม่ลด เป็นเพราะอะไร?

น้ำหนักไม่ลดหลังคลอดเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งปัญหาในการกิน ปัญหาในระบบเผาผลาญ พักผ่อนไม่เพียงพอ ฮอร์โมนแปรปรวน ความเครียด การไม่ค่อยออกกำลังกาย

4. หลังคลอดออกกําลังกายได้เมื่อไหร่?

หากคลอดธรรมชาติ เพียง 2-3 วันหลังคลอด ก็สามารถเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายเบา ๆ ได้แล้ว

แต่สำหรับแม่ที่ผ่าคลอด จำเป็นจะต้องรอจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวสมบูรณ์จากการผ่าตัด หรือรอจนกว่าแผลผ่าคลอดจะหายดี ซึ่งอาจจะใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์

5. หลังคลอดทันทีน้ำหนักลงกี่โล?

หลังคลอดน้ำหนักตัวคุณแม่จะลดลงไปราว ๆ 5-6 กิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักตัวของทารก น้ำคร่ำ และรก

6. ลดหุ่นหลังคลอดยังไงได้บ้าง?

การลดหุ่นหลังคลอด สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  • อย่าอดอาหาร แม่หลังคลอด ไม่ควรอดอาหาร เพราะการรับประทานอาหารน้อย อาจมีผลต่อการผลิตน้ำนมได้ ทั้งยังจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลงอีกด้วย
  • พยายามกินอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย เน้นผักและผลไม้ โปรตีน ไฟเบอร์ จำกัดการกินน้ำตาลและเกลือ เพราะเสี่ยงจะทำให้น้ำหนักขึ้นมากกว่าเดิม
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ นอกจากจะช่วยป้องกันอาการขาดน้ำในแม่หลังคลอดแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ตามปกติ ดีต่อการลดน้ำหนัก
  • เคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ การหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังดีต่อการฟื้นตัวหลังคลอดอีกด้วย
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยปรับสมดุลของระบบเผาผลาญให้ดีขึ้น

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่

บทความที่แนะนำ

hospital-bag-checklist-for-pregnancy
epidural-vs-spinal-block-for-childbirth
EFB form
Mobile efb banner
mobile banner

Leaving page banner

 

Leaving page banner