
Enfa สรุปให้
ทารกแรกเกิด 1-3 เดือน ควรนอนให้ได้ 16-18 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นตอนกลางวัน 8-9 ชั่วโมง ตอนกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง
ทารกแรกเกิด 1-3 เดือน ไม่ควรนอนเกิน 3 ชั่วโมงในแต่ละรอบ และทุก ๆ 3 ชั่วโมง ควรจะต้องปลุกทารกขึ้นมากินนม
ทารกแรกเกิด 1-2 เดือน จำเป็นจะต้องได้กินนมแม่ในตอนกลางคือย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้ได้รับปริมาณน้ำนมที่เพียงพอเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ทารกแรกเกิด ยังไม่สามารถที่จะมีทำกิจกรรมใด ๆ มากไปกว่าการกินนม การนอน การเล่น และการขับถ่าย เพราะยังเล็กเกินกว่าที่จะลุกขึ้นมาทำภารกิจใด ๆ ได้ ซึ่งการนอนของทารกนั้น เรียกได้ว่าเป็น 70-80% ของกิจกรรมตลอดทั้งวันเลยทีเดียวค่ะ
แต่ถ้าลูกนอนหลับนานเกินไป ผิดปกติไหม จริง ๆ แล้วทารกควรจะนอนนานแค่ไหน หากทารกนอนนานควรปลุกไหม แล้วจะมีวิธีปลุกทารกแรกเกิดได้ยังไงบ้างนะ
สำหรับเด็กทารกแล้ว การนอนถือว่าเป็นกิจกรรมหลักของทารก ซึ่งถือว่าใช้ระยะเวลามากที่สุดในแต่ละวันเมื่อเทียบกับการกิน การขับถ่าย และการเล่น ซึ่งการนอนสำหรับทารกนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ เพราะถ้าหากทารกนอนหลับได้ไม่ดี จะส่งผลต่อพัฒนาการและปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
สำหรับเด็กทารกแรกเกิดนั้นควรจะต้องนอนให้ได้ 16-18 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นตอนกลางวัน 8-9 ชั่วโมง ตอนกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะตะบี้ตะบันให้ทารกนอนหลับให้ได้ยาวนานทั้งวันนะคะ เพราะคุณพ่อคุณแม่ยังจำเป็นจะต้องปลุกทารกกินนมเป็นรอบ ๆ ในแต่ละวันด้วยค่ะ
โดยทารกแรกเกิด 1-3 เดือน ทารกควรจะได้กินนมประมาณ 8-12 ครั้งต่อวัน ซึ่งนอกจากจะเป็นวงจรตามธรรมชาติของเด็กที่อยากจะกินนมให้ได้เยอะ ๆ แล้ว ก็ยังมีผลช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมไหลออกมาเรื่อย ๆ ด้วย เพราะมีการกระตุ้นน้ำนมด้วยการดูดนมนั่นเอง
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรแบ่งเวลานอนของทารกแรกเกิดเป็นรอบ รอบละ 3 ชั่วโมง แล้วปลุกให้ทารกตื่นขึ้นมากินนม ระวังอย่าให้ลูกนอนนานเกินกว่านั้นในแต่ละรอบ เพราะเสี่ยงจะทำให้ทารกได้รับปริมาณน้ำนมที่ไม่เพียงพอในแต่ละวัน และมีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายค่ะ
เมื่อทารกมีอายุได้ 4 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกให้ลูกได้นอนเป็นระยะเวลาได้แล้วค่ะ โดยสามารถให้ลูกนอนรอบละ 3-6 ชั่วโมงต่อเนื่อง แต่ไม่ควรนานเกิน 6-8 ชั่วโมง ส่วนตอนกลางคืน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปลุก ปล่อยให้ลูกนอนยาวได้เลย

นอกจากการดูแลให้ทารกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ยังจำเป็นจะต้องปลุกทารกให้ตื่นขึ้นมากินนมให้ได้ด้วยค่ะ โดยอาจจะใช้วิธีปลุกทารกตอนกลางวัน และวิธีปลุกทารกให้ตื่น ดังต่อไปนี้
• สัมผัสลูกน้อย เขย่าตัวเบา ๆ จับแขน จับขา อุ้มลูกขึ้นมาจากที่นอน พูดคุย หรือส่งเสียงเรียกให้ตื่น
• อุ้มลูกเข้าเต้าให้หัวนมสัมผัสกับปากลูกน้อย ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยกระตุ้นสัญชาตญาณการกินนมของทารก และช่วยให้ทารกตื่นขึ้นได้ค่ะ
• หากยังไม่ยอมตื่น ให้ลองเปลื้องผ้าออก เพื่อเปลี่ยนชุดใหม่ ทารกมักจะไม่ชอบการเปลือยนัก เพราะร่างกายจะสัมผัสกับอากาศเย็น ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว
• เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ก็ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมด้วย วิธีนี้ก็จะช่วยกระตุ้นให้ทารกรู้สึกตัวและตื่นนอนค่ะ
• อาบน้ำให้ลูก หากเจ้าตัวเล็กยังไม่ยอมตื่นจริง ๆ การอาบน้ำถือว่าเป็นอีกวิธีที่ได้ผลดีทีเดียวค่ะ
สำหรับทารกแรกเกิด 1-2 เดือน คุณแม่จำเป็นจะต้องให้นมลูกในตอนกลางคืนด้วยค่ะ เนื่องจากในช่วงกลางคืนนี้ฮอร์โมนโปรแลกตินจะทำหน้าที่กระตุ้นการผลิตน้ำนมออกมามากขึ้น ทำให้ทารกได้รับน้ำนมในปริมาณที่เพียงพอ และยังได้รับฮอร์โมนโปรแลกตินในปริมาณสูงด้วย
มากไปกว่านั้น ทารกแรกเกิดจำเป็นจะต้องได้รับน้ำนมที่เพียงพอเพื่อช่วยในการเจริญเติบโต การกินนมแค่ตอนกลางวันจึงอาจจะยังไม่เพียงพอ ทำให้คุณแม่ต้องตื่นมาให้นมลูกตอนกลางคืน โดยควรจะให้อย่างน้อย 1 ครั้งค่ะ
หากถึงเวลาตื่นนอนแล้วทารกยังไม่ยอมตื่น แม้ว่าจะพยายามปลุกด้วยวิธีต่าง ๆ แล้วก็ยังไม่เป็นผล ให้คุณพ่อคุณแม่ลองปล่อยให้ลูกนอนต่ออีกสัก 1 ชั่วโมง แล้วค่อยปลุกอีกที ด้วยวิธีปลุกทารกแบบเดิม แต่อาจจะต้องออกแรงให้มากขึ้นนิดหน่อย เพื่อกระตุ้นให้ลูกน้อยตื่นขึ้นมากินนม
แต่...ถ้าหากว่าลูกยังไม่ยอมตื่นจริง ๆ อย่าชะล่าใจค่ะ ให้พาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยในทันที
สำหรับเด็กแรกเกิด 1-6 เดือน ไม่ควรนอนนานเกิน 3 ชั่วโมงในแต่ละรอบ หากเกินกว่านี้จะเริ่มส่งผลเสีย เสี่ยงจะทำให้ลูกได้รับน้ำนมไม่เพียงพอในแต่ละวัน มีผลต่อพัฒนาการได้ค่ะ จนกระทั่งทารกมีอายุครบ 4 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถนอนได้ 3-6 ชั่วโมงโดยไม่ต้องปลุก
แต่ถ้านานเกินกว่านี้ อาจจะต้องดูว่าลูกป่วยหรือเปล่า ถ้าหากลูกไม่ได้มีอาการป่วยใด ๆ คุณพ่อคุณแม่จะต้องปลุกลูกทุกครั้งเมื่อครบชั่วโมงการนอนในแต่ละรอบ เพราะเสี่ยงจะทำให้ลูกน้อยได้รับน้ำนมและสารอาหารที่ไม่เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตค่ะ
มากไปกว่านั้น หากลูกนอนนาน ๆ และเริ่มมีน้ำหนักตัวลดลง ทารกอาจเสี่ยงที่จะมีพัฒนาการช้าได้ ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ
เด็กจะเติบโตมาพร้อมกับทักษะสมองที่ดีได้นั้น นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนการทำกิจกรรม และการเรียนรู้ที่สมวัยแล้ว การใส่ใจเลือกโภชนาการที่ดี มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ให้ลูกได้กินอาหารที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการสมองดี ควรเลือกนมที่มี MFGM ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารในนมแม่ สารอาหารสมองชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง
นอกจากนี้ โภชนาการที่ดียังมีส่วนช่วยพัฒนาทักษะ EF ทั้ง 3 ด้านหลัก ดังนี้
การเลือกโภชนาการที่มี MFGM จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมั่นคง มีสมองที่ปราดเปรื่อง และมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่เหนือกว่าในอนาคต
บทความแนะนำเรื่องการนอนของลูกน้อย
Enfa สรุปให้ หากอากาศร้อนอบอ้าว เราสามารถเปิดพัดลมให้ทารกได้ไหม? สามารถทำได้ การเปิดพัดลมให้ทารก...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ปัญหาลูก 1 เดือน ไม่ยอมนอนกลางวัน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความหิว ความอ่อนล้า การ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ทารกตื่นแล้วร้องไห้ เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความหิว ผ้าอ้อมเปียก การเจ็บป่...
อ่านต่อ