นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

พัฒนาการเด็ก 5 เดือนมีอะไรบ้าง ดูแลเด็ก 5 เดือนอย่างไรให้เติบโตสมวัย

Enfa สรุปให้

  • พัฒนาการเด็ก 5 เดือน ที่เห็นได้ชัดคือลูกน้อยเริ่มเรียนรู้ว่าตัวเองเป็นคนละส่วนกับสิ่งแวดล้อม จึงสนใจที่จะทำความรู้จักกับตัวเองมากขึ้น สังเกตได้จากการดูดนิ้ว การจ้องมองมือตัวเอง
  • เด็ก 5 เดือน เด็กผู้ชายจะหนักประมาณ 7.5 กิโลกรัม สูงประมาณ 65.9 เซนติเมตร ส่วนเด็กผู้หญิงจะหนักประมาณ 6.9 กิโลกรัม สูงประมาณ 64 เซนติเมตร
  • พัฒนาการทารก 5 เดือน ที่สามารถพบเห็นได้บ่อยขึ้นคือทารกสามารถที่จะแยกแยะพ่อแม่กับคนแปลกหน้าได้ เริ่มหยิบจับสิ่งของและเขย่าไปมาได้ สามารถจับของสองมือได้แล้ว

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

พัฒนาการทารก 5 เดือน ลูกน้อยเริ่มที่จะมีปฏิกิริยาต่อสิ่งรอบข้างมากขึ้น อยากจะเล่น อยากจะสนุกกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้นค่ะ บทความนี้จาก Enfa จะพาคุณพ่อคุณแม่มาดูกันว่านอกจากลูกน้อยจะเริ่มสื่อสารกับคนรอบข้างได้ดีขึ้นแล้ว เจ้าตัวเล็กวัย 5 เดือนยังมีอะไรให้ต้องคอยติดตามบ้าง และคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมพัฒนาการเด็ก 5 เดือนให้สมวัยได้อย่างไร


พัฒนาการเด็ก 5 เดือน

 

เด็ก 5 เดือน

เด็ก 5 เดือน ลูกน้อยเริ่มรู้จักตัวเอง เริ่มคุ้นเคยกับคนใกล้ชิดมากขึ้น เริ่มจำชื่อตัวเองได้ จะหันหน้าทันทีเวลามีคนเรียกชื่อ เริ่มมีการตอบสนองกับคนแปลกหน้า เมื่อพบเจอคนไม่คุ้นเคยมักจะร้องไห้ แต่เมื่อเจอคนคุ้นเคยจะหัวเราะชอบใจ

ลูกน้อยวัยนี้เริ่มมีพัฒนาการสื่อสารที่ดีขึ้น จะเห็นได้จากการที่ลูกเริ่มพูดจาอ้อแอ้มากขึ้น หัวเราะบ่อยขึ้น และมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อดีขึ้น เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว พลิกตัวได้ดีขึ้น ทรงตัวได้ดี และชอบที่จะหยิบจับสิ่งต่าง ๆ เข้าปาก ซึ่งนี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บอกว่าลูกน้อยมีความพร้อมแล้วที่จะเริ่มกินอาหารตามวัยในเดือนถัดไปค่ะ

 

น้ำหนักเด็ก 5 เดือน

เด็ก 5 เดือน น้ำหนักตามตารางน้ำหนักทารกจะแตกต่างกันตามเพศกำเนิดได้ดังนี้

  • ทารกเพศชายวัย 5 เดือน หนักประมาณ 7.5 กิโลกรัม
  • ทารกเพศหญิงวัย 5 เดือน หนักประมาณ 6.9 กิโลกรัม

 

ส่วนสูงเด็ก 5 เดือน

ส่วนสูงของทารกวัย 5 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศกำเนิดได้ดังนี้

  • ทารกเพศชายวัย 5 เดือน สูงประมาณ 65.9 เซนติเมตร
  • ทารกเพศหญิงวัย 5 เดือน สูงประมาณ 64 เซนติเมตร

 

ลูก 5 เดือน กินกี่ออนซ์

เด็ก 5 เดือนกินกี่ออนซ์? เมื่อทารกเริ่มโตขึ้น ปริมาณนมแม่ต่อออนซ์ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย สำหรับปริมาณนมแม่ในแต่ละวันที่เหมาะสมกับเด็กทารกวัย 3 เดือนนั้น คุณแม่ควรจะต้องให้ทารกกินนมครั้งละ 6-7 ออนซ์ ในทุก ๆ 4-5 ชั่วโมง

 

ทารก 5 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ

นมแม่ถือเป็นอาหารที่สำคัญที่สุดสำหรับทารกวัยแรกเกิด - 6 เดือน เพราะมีโภชนาการและสารภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมและเพียวพอต่อการเจริญเติบโต ดังนี้

  • โปรตีน นมแม่มีโปรตีนสำคัญ 2 ชนิด คือ เวย์ 60% และเคซีน 40% ในสัดส่วนที่สมดุล ช่วยให้ทารกย่อยและดูดซึมง่าย เสริมการเจริญเติบโตและพัฒนากล้ามเนื้อ
  • ไขมัน เป็นแหล่งพลังงานหลักของทารก ช่วยพัฒนาสมอง และช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน
  • วิตามิน ทารกได้รับวิตามินต่าง ๆ เช่น A, C, D, E และ K ผ่านนมแม่ ซึ่งมาจากอาหารที่คุณแม่รับประทาน ยิ่งคุณแม่กินอาหารหลากหลาย ทารกยิ่งได้รับวิตามินครบถ้วน
  • คาร์โบไฮเดรต นมแม่มีแลคโตส ซึ่งช่วยลดแบคทีเรียไม่ดีในลำไส้ และช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม พร้อมส่งเสริมจุลินทรีย์ชนิดดี
  • MFGM เป็นสารอาหารเฉพาะในนมแม่ ช่วยพัฒนาระบบประสาท เสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อ
  • Lactoferrin โปรตีนสำคัญที่ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เสริมภูมิคุ้มกัน โดยพบมากที่สุดในระยะน้ำนมเหลืองช่วง 1–3 วันแรกหลังคลอด
  • DHA กรดไขมันจำเป็น ช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท และการมองเห็น
  • 2’-FL (2’-Fucosyllactose) ใยอาหารธรรมชาติ (HMO) ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ยับยั้งเชื้อก่อโรค และเสริมภูมิคุ้มกัน

 

ทารก 5 เดือน ถ่ายวันละกี่ครั้ง

สำหรับเจ้าหนูวัย 5 เดือนนั้นจะมีการขับถ่ายบ่อยมากขึ้น สังเกตได้ว่าผ้าอ้อมจะแฉะแทบทั้งวัน ต้องเปลี่ยนกันทุกชั่วโมง ส่วนจะกี่ครั้งต่อวันนั้น อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ เด็กบางคนอาจจะอึวันละ 2-3 ครั้ง เด็กบางคนอาจจะอึ 4-5 ครั้งต่อวัน หรือเด็กบางคนอาจต้องรอ 2-3 วัน ถึงจะอึสักทีหนึ่งก็มีค่ะ

ตราบเท่าที่อุจจาระของทารกยังนิ่มอยู่ แม้ว่าจะ 2-3 วันถึงจะถ่ายออกมาสักครั้ง หรือลูกถ่ายวันละ 3-4 ครั้งก็ยังถือว่าปกติค่ะ อุจจาระที่ผิดปกติของทารกคือ อุจจาระที่เป็นก้อนแข็ง แห้ง และเบ่งออกยาก

 

สีอุจจาระทารก 5 เดือน

เด็กทารกที่กินนมแม่ สีอุจจาระทารกจะเป็นสีเหลืองเข้มค่ะ ดังนั้น สีอุจจาระของทารกวัย 5 เดือน จึงเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองเข้มค่ะ เนื่องจากทารกในวัยนี้จะได้รับอาหารแค่เพียงนมแม่อย่างเดียวเท่านั้น

 

เด็ก 5 เดือนนอนกี่ชั่วโมง

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่สมบูรณ์และแข็งแรง จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกน้อยเข้านอนให้เหมาะสม

เพื่อให้พัฒนาการเด็ก 5 เดือนเป็นไปตามวัย ควรดูแลให้ลูกนอนหลับ 12-16 ชั่วโมงต่อวัน หรือประมาณ 14 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 4 ชั่วโมง และนอนตอนกลางคืนอีก 10 ชั่วโมง

 

การมองเห็นของทารก 5 เดือน

ทารกวัย 5 เดือนสามารถมองเห็นได้ไกลหลายฟุต และเริ่มที่จะจับจ้องกับวัตถุที่อยู่ตรงหน้าได้ดี รวมถึงมองตามวัตถุหรือสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวหรือกลิ้งไปมาได้ดีอีกด้วย

หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าบางครั้งลูกจะจ้องสิ่งที่อยู่ในรัศมีตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอื้อมมือไปหยิบวัตถุนั้น ดังนั้น หากมีเวลาคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกออกไปเดินนอกบ้านบ้าง เพื่อให้ลูกน้อยได้มองเห็นสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ และเพลิดเพลินกับสภาพแวดล้อมรอบตัวค่ะ

 

พัฒนาการเด็ก 5 เดือน

พัฒนาการทารก 5 เดือน อาจเรียกได้ว่าเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ค่ะ เจ้าตัวเล็กสนุกที่จะได้รู้จักตัวเองและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว คุณพ่อคุณแม่จะเห็นพัฒนาการเด็ก 5 เดือนของทารกที่หลากหลายขึ้น เช่น ทุก ๆ เช้าหลังจากตื่นนอน ลูกน้อยจะไม่อยู่นิ่ง เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง หรือแม้กระทั่งส่งเสียงเรียกร้อง ทักทายกับคุณแม่

โดยพัฒนาการทารก 5 เดือนที่สำคัญและสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน มีดังนี้

 

พัฒนาการเด็ก 5 เดือน ด้านการเรียนรู้ และสติปัญญา

  • พัฒนาการของเด็กทารกอายุ 5 เดือน ที่เห็นได้ชัดคือ เขาจะเริ่มเรียนรู้ว่าตัวเองเป็นคนละส่วนกับสิ่งแวดล้อม จึงสนใจที่จะทำความรู้จักกับตัวเองมากขึ้น สังเกตได้จากการดูดนิ้ว การจ้องมองมือตัวเอง ควบคู่ไปกับการเรียนรู้สิ่งรอบตัวมากขึ้น เช่น การจับสัมผัสสิ่งของรอบตัว เมื่อหยิบได้ก็ทดลองเขย่า ตี บีบ แล้วสุดท้ายก็เอาเข้าปาก เลีย อม กัด ซึ่งการเรียนรู้ด้วยปากเป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของลูกวัยนี้
  • การได้จับสัมผัสสิ่งของหรือของเล่นเด็กแรกเกิด ช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องการมีอยู่ และการหายไป เมื่อทำของหล่นเขาจะรีบมองหาที่พื้น ไม่ใช่มองที่มือเหมือนเดือนก่อน ๆ
  • สามารถจำการกระทำของตัวเองที่เพิ่งผ่านไปได้ และจำสิ่งของคล้าย ๆ กันได้ เช่น ของเล่นสองชิ้นที่มีลักษณะกลม ๆ เหมือนกัน
  • สามารถแยกแยะระหว่างพ่อแม่กับคนแปลกหน้าได้

  

พัฒนาการเด็ก 5 เดือน ด้านร่างกาย และการเคลื่อนไหว

  • ในเดือนนี้จะเริ่มไม่อยู่นิ่ง เพราะเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระ สังเกตได้จากเวลาที่ตื่นนอน ลูกจะยุกยิก ถีบแข้งขา บางครั้งพลิกคว่ำ พลิกหงาย กลิ้งไปกลิ้งมา หรือไม่ก็เล่นกับมือน้อย ๆ อย่างเพลิดเพลิน หรือแหงนคอมองหาคุณแม่พร้อมทั้งส่งเสียงร้อง
  • ยังนั่งได้ไม่ดีและยังต้องมีเบาะพิงหลังอยู่ แต่นั่งได้นาน และมั่นคงกว่าเดือนก่อนมาก
  • ขณะนั่งยังสามารถคว้าของเล่นมาเล่นได้ด้วย เนื่องจากตากับมือทำงานประสานกันได้ดีขึ้น หยิบจับของต่า งๆ ได้แม่นยำมากขึ้น
  • พยายามใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ในการหยิบของมากขึ้น
  • เวลาเล่น สามารถถือ หรือเขย่าของเล่นได้ทั้งสองมือ รวมทั้งย้ายของจากมือหนึ่งไปยังอีกมือหนึ่งได้

 

พัฒนาการทารก 5 เดือน ด้านภาษา และการสื่อสาร

  • เริ่มสนใจมองปากคุณแม่ เวลาที่คุณแม่พูดคุยและพยายามเลียนแบบ ทำเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ บางครั้งเสียงที่ออกมาเหมือนเสียงพยัญชนะ ม หรือ ป เช่น มะ ปะ
  • เข้าใจชื่อคนและสิ่งของต่าง ๆ ที่คุณแม่เรียกหรือพูดให้ฟังเป็นประจำ ดังนั้นควรพูดคุยกับลูกน้อยบ่อย ๆ เรียกชื่อสิ่งของต่าง ๆ ให้ลูกฟัง ลูกจะจดจำคำศัพท์เหล่านั้นไว้ เมื่อถึงวัยที่พูดได้เขาก็จะพรั่งพรูมันออกมา
  • เด็ก 5 เดือน เรียนรู้ว่าวิธีการส่งเสียงหมายถึงการสื่อสารกับคนอื่น ๆ คุณแม่จึงควรหาเสียงอื่น ๆ มาให้ลูกฟัง เช่น เสียงดนตรี เสียงสัตว์ต่าง ๆ เสียงโทรศัพท์ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ความแตกต่างของเสียง

  

พัฒนาการทารก 5 เดือน ด้านอารมณ์ และสังคม

  • เด็กวัยหัดคว่ำหัดคลานอาจเครียดกับอาการเงอะ ๆ งะ ๆ ของตัวเองได้ ดังนั้นคุณแม่ควรช่วยลูกให้เรียนรู้วิธีคว่ำ คืบ คลานที่ถูกวิธี
  • แสดงความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อไม่สามารถหยิบจับของเล่นที่อยู่ไกลออกไปได้ หรือเวลาที่เขาจะนำของเล่นเข้าปากแล้วถูกคุณแม่ห้าม ทางที่ดีควรหาของเล่นที่ปลอดภัยสามารถเอาเข้าปากได้ เช่น ยางกัด เพื่อไม่ขัดจังหวะการเรียนรู้ของลูก
  • มักแสดงอาการดีใจออกมาอย่างชัดเจน เมื่อเห็นพ่อหรือแม่เข้ามาใกล้ แต่จะตรงกันข้ามกันทันทีเมื่อมีคนแปลกหน้ามาใกล้

พัฒนาการเด็ก 5 เดือน แต่ละด้านของลูกน้อย นอกจากจะเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นตามช่วงวัยแล้ว การกระตุ้นพัฒนาการยังเป็นช่วยสำคัญที่จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ดังนั้นคุณแม่ และคุณพ่อควรหมั่นเสริมสร้างพัฒนาการด้วยกิจกรรมด้านต่าง ๆ นอกจากจะช่วยเรื่องพัฒนาการแล้ว ยังสร้างสายใยผูกพันในครอบครัวได้อีกด้วย

 

การกระตุ้นพัฒนาการทารก 5 เดือน

คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการของทารก 5 เดือน ผ่านการเล่นและการทำกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

 

1. พัฒนาการทารกวัย 5 เดือน ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ 

เสียงที่ดีส่งผลต่อการเรียนรู้ของลูก

เราทราบดีว่าเด็กเกิดมาพร้อมเซลล์สมองแสนล้านเซลล์ ที่กำลังรอการเชื่อมต่อกัน เพื่อนำเข้า ส่งต่อ และบันทึกข้อมูลต่างๆ ทุกๆ ครั้งที่เด็กถูกกระตุ้นให้คิด จุดเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นหรือที่มีอยู่แล้วก็แข็งแรงขึ้น ถ้าจุดเชื่อมต่สมองก็จะเหี่ยวเฉาตายไปได้เช่นกัน ดังนั้น การที่เด็กได้รับการกระตุ้น ผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ จะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมองได้ โดยเฉพาะกระตุ้นผ่าน ‘เสียง’ ซึ่งอาจจะเป็นเสียงของคุณแม่คุณพ่อ เสียงดนตรี หรือเสียงจากธรรมชาติรอบตัว ล้วนส่งผลต่อการทำงานของสมองลูกทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม เสียงไม่เพียงส่งผลต่อทารกในยามตื่นเท่านั้น หากแม้ในยามหลับ เสียงก็ยังส่งผลต่อการทำงานของสมองเด็ก 5 เดือนด้วยเช่นกัน ดังเช่น การวิจัยชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ประเทศอังกฤษ ที่ได้ลองใช้เครื่องเอ็กซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กศึกษาปฏิกิริยาของสมองทารกที่หลับอยู่กับเสียงโดยรอบ ในทารกที่เพิ่งเกิดมาได้ 3-7 เดือน โดยไม่ไปกวนจนตื่นขึ้นมา พบว่า สมองหลายส่วนของทารกแสดงปฏิกิริยาต่อเสียงต่างๆ แบบเดียวกับสมองของผู้ใหญ่ในยามตื่น โดยเฉพาะเสียงที่แสดงอารมณ์ออกมาด้วย เช่น เสียงหัวเราะ หรือร้องไห้ ที่พบว่าปฏิกิริยาโต้ตอบจะยิ่งแรงขึ้น

สิ่งที่เราต้องใส่ใจมากขึ้นเพื่อเสริมพัฒนาการทารก 5 เดือน คือ คุณภาพของเสียงที่ลูกควรเป็นเสียงที่ดี เช่น เสียงเพลงกล่อมลูกของคุณแม่ เสียงจากการชวนลูกพูดคุยด้วยความรักของคุณแม่ หรือหากจะใช้เสียงเพลงก็อาจเลือกเพลงกล่อมเด็ก (Lullaby) ที่มีทำนองช้าๆ ไม่เร็วหรือมีจังหวะถี่กระแทก มาเปิดให้ลูกฟังได้ รวมทั้งของเล่นมีเสียง เช่น ช้อนไม้เคาะกับสิ่งของทำให้เกิดเสียง ฝึกให้ลูกหันซ้าย-ขวาไปตามต้นเสียง เป็นการกระตุ้นการทำงานของสมองได้ดี

 

2. พัฒนาการทารก 5 เดือน ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว 

ออกกำลังกล้ามเนื้อคอและหลังให้ลูกน้อย

หากเด็ก 5 เดือนมีกล้ามเนื้อคอและหลังที่แข็งแรง จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของพัฒนาการเด็ก 5 เดือนทางด้านร่างกายของเขา  ซึ่งจะส่งผลให้ลูกสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีและคล่องแคล่วต่อไป ...แทนที่จะปล่อยให้ลูกนอนเล่นตามลำพังมาออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอและหลังให้เขากันค่ะ

ช่วงวัยของเด็ก 5 เดือนนี้ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมีมากขึ้น ลูกจึงสามารถพลิกคว่ำ พลิกหงาย ใช้มือไขว่คว้าสิ่งของต่างๆ  จึงควรส่งเสริมพัฒนาการลูก โดย... 

  • หาของเล่นที่เขย่าแล้วมีเสียงมาเล่นกับลูก  เพื่อให้ลูกได้พยายามพลิกคว่ำ พลิกหงาย
  • ฝึกให้เด็ก 5 เดือนมีการเอื้อม ไขว่คว้า เขย่า เปลี่ยนมือ ถือของ
  • จัดหาของเล่น ที่ปลอดภัยและมีผิวสัมผัสต่าง ๆ กันให้ลูกเล่น  เช่น ไม้ พลาสติก ผ้า ยาง เป็นต้น
  • จับให้ลูกนอนบนพื้นเรียบๆ เพื่อหัดพลิกตัวไปมาอย่างอิสระ
  • หาของเล่นที่บีบแล้วมีเสียงปี๊บๆ มากระตุ้นให้ลูกหันหาหรือพลิกตัวมาหาของเล่นนั้น

นอกจากจะพาลูกออกกำลังอย่างสม่ำเสมอแล้ว คุณแม่อย่าลืมเสริมพัฒนาการทารก 5 เดือนในด้านอารมณ์ โดยการสร้างบรรยากาศให้ลูกเพลิดเพลินและสนุกสนานกับการออกกำลังครั้งนี้ด้วยนะคะ

 

3. พัฒนาการทารก 5 เดือน ด้านภาษาและการสื่อสาร

Baby Talk พัฒนาภาษาและการสื่อสารของลูก

เด็ก 5 เดือน มีพัฒนาการทางภาษาเริ่มพัฒนามากขึ้น เขากำลังเริ่มส่งเสียงแบบที่ฝรั่งเรียกว่า Babble  คือส่งเสียงอ้อแอ้ๆ อูๆ อาๆ  โต้ตอบเวลาคุณพ่อคุณแม่คุยด้วย หรือเรียกว่า Baby Talk และเด็ก 5 เดือนนี้เริ่มจะส่งเสียง สนใจ โต้ตอบ สื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่อย่างจริงๆ จังๆ แล้ว ดังนั้นคุณแม่จึงไม่ควรมองข้ามการชวนคุยหรือ Baby Talk ของลูก

นี่เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการทารก 5 เดือน ทั้งด้านภาษาและการสื่อสารของเขา  เพื่อให้พัฒนาการด้านภาษาของเขาเป็นไปอย่างสมวัย ไม่เกิดปัญหาพัฒนาการทางภาษาล่าช้า ซึ่งทำได้โดย... 

คุณพ่อคุณแม่พูดคุยกับลูกบ่อยๆ พยักเพยิดเล่าเรื่อง ชวนคุยเรื่องต่างๆ ใกล้ตัวไป โดยใช้ภาษาที่ง่ายๆ ชัดเจน (ไม่ต้องอือๆ อาๆ ตามลูกนะคะ) มองหน้า สบตาลูกขณะพูดกับเขา

ไม่ปล่อยให้เด็ก 5 เดือนนอนเล่นคนเดียว มองนั่น มองนี่อย่างเหงาๆ ตามลำพัง

อ่านหนังสือนิทานสำหรับเด็กที่มีเนื้อหาสั้นๆ ให้ลูกฟัง เป็นการกระตุ้นพัฒนาการทารก 5 เดือนและปลูกฝังให้ทารกคุ้นเคยและสนุกกับการฟังและอ่านนิทานเมื่อโตขึ้น โดยอ่านนิทานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น สนุกสนาน และผ่อนคลาย

หาของเล่นมาชวนลูกพูดคุย เช่น เป็ดบีบมีเสียง แล้วบอกลูกถึงสีสัน คำศัพท์ และทำเสียงปี๊บปี๊บประกอบ แล้วคุณแม่จะทึ่งที่เห็นลูกพยายามทำเสียงเหล่านี้ตามเมื่อเรานำเป็ดมาเล่นกับเขาในครั้งต่อๆ ไป

  

4. พัฒนาการทารกวัย 5 เดือน ด้านอารมณ์และสังคม

เลียนเสียงลูก  ช่วยความฉลาดทางอารมณ์

เมื่อเด็ก 5 เดือนเริ่มส่งเสียงอ้อแอ้ๆ ฮือๆ อาๆ อยู่ในลำคอออกมา  คุณแม่เองควรตอบสนองเสียงของลูก ด้วยการยื่นหน้าไปใกล้ๆ ยิ้มให้ และทำเสียงล้อเลียนกับที่เขาทำ พร้อมทั้งเอามือลูบที่หน้าท้องของลูก เขาจะรู้สึกพึงพอใจที่คุณแม่สื่อสารตอบกลับมา และจะยิ่งทำเสียงในลำคอมากขึ้น เพื่อสื่อสารกับคุณแม่ 

ถ้าคุณแม่ได้เลียนเสียงลูกน้อยบ่อยๆ พร้อมกับแสดงความพึงพอใจในเสียงที่ลูกเปล่งออกมา ก็จะยิ่งทำให้ลูกน้อยเรียนรู้การพูดได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งความรู้สึกพอใจของคุณแม่นี้จะแฝงไปกับน้ำเสียงที่คุณแม่เปล่งออกมาเช่นเดียวกัน หรือคุณแม่อาจแสดงออกด้วยการกอดรัด และยิ้มให้ ซึ่งลูกน้อยสามารถรับรู้ได้จากสัญชาตญาณของเขาเองค่ะ

วิธีการเลียนเสียงลูกเช่นนี้ ทำให้ลูกเกิดความสนใจ และมีความสนุกสนาน ทำให้คุณแม่กับลูกน้อยมีความใกล้ชิดกัน และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็ก นอกจากนี้การที่คุณแม่ช่วยตอบสนองความต้องการทางด้านอารมณ์ของลูกแบบนี้ จะช่วยทำให้ลูกเป็นเด็กอารมณ์ดี มีความสุข ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งของการปรับตัวทางด้านอารมณ์ของเขาในอนาคต

 

ของเล่นเด็ก 5 เดือน

เด็กวัย 5 เดือน เริ่มที่จะใช้เวลาในการเล่นมากกว่าการนอนแล้ว ดังนั้น ของเล่นเด็ก 5 เดือน จึงถือว่ามีส่วนช่วยสำคัญที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกพัฒนาการด้านต่าง ๆ ไปในตัว

โดยของเล่นพัฒนาการเด็ก 5 เดือน ที่เหมาะสมตามวัย  ได้แก่ของเล่นจำพวก

  • ของเล่นที่มีการโต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์ ของเล่นที่สามารถมีการตอบโต้ ถือว่าเป็นของเล่นที่ทำให้ลูกได้ฝึกทักษะการสื่อสารไปในตัว เช่น ของเล่นที่กดปุ่มแล้วมีเสียง เพลย์ยิมหรือเพลย์แมท หรือกล่องกิจกรรมที่มีตัวต่อรูปร่างต่าง ๆ
  • ของเล่นเสริมจินตนาการ เพื่อให้เด็กได้เริ่มฝึกใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์ เช่น ตัวต่อ ชุดอุปกรณ์อาชีพต่าง ๆ
  • ของเล่นที่มีเสียง หรือเขย่าแล้วเกิดเสียง ของเล่นเหล่านี้สามารถกระตุ้นความสนใจของเด็กได้ดีค่ะ เช่น กล่องดนตรี โมบายล์แขวนที่มีเสียง สมุดนิทานที่เปิดมาแล้วมีเสียงเพลงเด็ก มีเพลงลัลลาบายกล่อมนอน

 

การดูแลสุขภาพทารก 5 เดือน

เด็ก 5 เดือน แน่นอนว่าลูกน้อยยังเล็กมาก เวลาส่วนใหญ่จึงใช้ไปกับการกินและการนอน แต่สิ่งนี้ก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรง เติบโตสมวัย และมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่เป็นไปตามเกณฑ์การเจริญเติบโต

สำหรับเด็ก 5 เดือนคุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจดูแลเรื่องพื้นฐานดังต่อไปนี้

  • การกิน พัฒนาการทารก 5 เดือนควรได้รับแค่นมแม่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยในแต่ละวันทารกควรจะได้กินนมแม่ครั้งละ 6-7 ออนซ์ ในทุก ๆ 4-5 ชั่วโมงค่ะ
  • การนอน เด็ก 5 เดือนควรจะนอนให้ได้ประมาณ 12-16 ชั่วโมงต่อวัน หรือประมาณ 14 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 4 ชั่วโมง และนอนตอนกลางคืนอีก 10 ชั่วโมง
  • การขับถ่าย จริง ๆ แล้วทารกในวัย 5 เดือนนี้มีการขับถ่ายที่แตกต่างกันไปค่ะ บางวันอาจจะขับถ่าย 3-4 ครั้ง บางวันอาจจะแค่ 1-2 ครั้ง แต่อย่างน้อยที่สุดก็จะขับถ่ายอย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อวัน คอยดูว่าหากทารกไม่ขับถ่ายเลย 1 สัปดาห์ขึ้นไป อาจจะต้องลองพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย
  • การเล่น เด็กวัยนี้เริ่มจะใช้เวลาไปกับการเล่นมากขึ้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องหาเวลาอุ้มลูกไปเดินเล่น หรือพาลูกเล่นของเล่นบ้าง เพื่อฝึกให้ลูกมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ และเห็นสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ด้วย

 

ตารางเลี้ยงลูก 5 เดือน

เด็ก 5 เดือนนั้นจะหมดเวลาไปกับการกินและการนอนค่ะ ดังนั้น กิจวัตรประจำวันในตารางเลี้ยงลูก 5 เดือน จึงเน้นให้ทารกได้รับนมและการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ดังตัวอย่างตารางต่อไปนี้

ช่วงเช้า

  • 07:00 น. ตื่นนอน เปลี่ยนผ้าอ้อม
  • 07:30 น. กินนม
  • 08:30 น. นอนช่วงเช้า
  • 10:00 น. กินนม และเล่นของเล่น
  • 11:45 น. นอนกลางวัน

ช่วงบ่าย

  • 12:30 น. ตื่นนอนและกินนม
  • 14:30 น. นอนตอนบ่าย
  • 15.00 น. ตื่นนอน อาบน้ำ

ช่วงเย็น

  • 16.00 น. กินนมและเล่นของเล่น
  • 17.00 น. นอนช่วงเย็น ไม่เกิน 30 นาที
  • 17.30 น. ตื่นนอน
  • 18.40 น. กินนม
  • 19.00 น. เข้านอน

 

ทารก 5 เดือน กับสัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปพบแพทย์

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณต่าง ๆ ดังต่อไปนี้จากลูกน้อยวัย 5 เดือน ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที

  • ร้องไห้มากผิดปกติ
  • ไม่สบตาเวลาที่จ้องหน้า
  • ไม่มองตามวัตถุที่เคลื่อนไหวด้วยสายตา
  • มีตาข้างหนึ่งที่หันเข้าหรือออกอยู่ตลอดเวลา
  • ไม่ส่งเสียงอ้อแอ้ ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก หรือเสียงดังที่อยู่ใกล้ ๆ
  • ลูกน้อยของคุณไม่ยิ้มหรือแสดงออกว่ามีความสุขหรือเศร้า
  • ไม่เอื้อมมือไปหยิบหรือนำสิ่งของเข้าปาก
  • ไม่พยายามพลิกตัว
  • มีไข้ขึ้นสูง
  • ขับถ่ายเป็นก้อนแข็ง ร้องไห้เวลาขับถ่าย
  • หายใจมีเสียงหวีดหวิว
  • อาเจียนบ่อย หรืออาเจียนมีสีเขียว
  • ไม่ค่อยกินนม กินนมน้อยกว่าปกติ
  • ผิวหนังซีด
  • มีอาการเซื่องซึม ไม่ร่าเริง ปลุกแล้วตื่นยาก
  • ผ้าอ้อมแห้ง เป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ
  • น้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH Join Enfamama