ฉลาดเรียนรู้

เล่นเกมทาย “นี่รูปอะไรจ๊ะ” พัฒนาการเรียนรู้ลูก

       พัฒนาการลูกน้อยวัยนี้การพูดพัฒนาเร็วมาก คุณพ่อคุณแม่ควรหาโอกาสพูดคุยกับลูกบ่อยๆ ในสิ่งที่เขาเห็นหรือสนใจในชีวิตประจำวัน  พูดอธิบายสั้นๆ เช่น อาบน้ำ ใส่เสื้อ หมาเห่า ร่วมกับอาจใช้ หนังสือหรือรูปภาพเป็นสื่อช่วยเสริมพัฒนาการทางภาษา

       เกมนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ความจำ และพัฒนาการทางภาษาให้ลูก
วิธีเล่น  คือให้ลูกดูภาพแมว ม้า นก หมา คน ในหนังสือ แล้วถามบอกลูกว่า รูปที่เห็นเรียกว่าอะไร ตัวไหน “เห่า” ได้ ตัวไหน “บิน” ได้ ฯลฯ  จากนั้นปิดภาพนั้น แล้วคุณแม่ก็ถามลูกว่า ตัวไหน “เห่า” ได้ ตัวไหน “บิน” ได้ ฯลฯ  ลูกจะดึงข้อมูลเก่าๆ ที่เขามีในสมองออกมาตอบคำถามของคุณแม่  นอกจากจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาแล้วยังกระตุ้นการทำงานของสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำด้วยค่ะ

ฉลาดเคลื่อนไหว

พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่-มัดเล็กของลูก

  • พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ของลูก

       คุณแม่มือใหม่ปล่อยให้ลูกได้วิ่งเล่น กระโดด ปีนป้ายขั้นบันได มุดใต้โต๊ะ หรือลากของเล่นอย่างรถไฟของเล่น รถลากจูง ฯลฯ  ไปมา นอกจากจะได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ ได้พัฒนาความฉลาดเคลื่อนไหวแล้ว ลูกจะได้เรียนรู้เรื่องระยะทางและการกะระยะไปในตัวหรือคุณแม่อาจจะเปิดเพลงสนุกๆ ให้ลูกเต้นหรือโยกตัวตามจังหวะ

  • พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของลูก

       คุณแม่ควรให้ลูกได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือและสายตา ด้วยการเล่นบล็อกไม้ เล่นกระดานตอกหมุด หยอดรูปทรง พลิกหน้าหนังสือ เป็นต้น

ฉลาดสื่อสาร

ขาดการสื่อสารในครอบครัว ทำให้ลูกพูดน้อย

       ทุกวันนี้ปัญหาการพูดที่พบมาคือ เด็กพูดน้อย พูดช้า ขาดทักษะในการพูด เด็กมีคลังศัพท์ไม่พอที่จะพูด กำลังเป็นปัญหาใหญ่ การสำรวจจากประเทศอังกฤษในโครงการ Hello Campaign พบว่าส่วนหนึ่งเกิดจากคุณพ่อคุณแม่เองก็ขาดความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาทักษะทางการพูดให้กับลูกมากถึง 82 เปอร์เซ็นต์ โดยสิ่งที่เด็กขาดไปในแต่ละช่วงเวลา เช่น การพูดคุยไต่ถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การสอนการบ้าน การพูดคุยกันบนโต๊ะรับประทานอาหาร การเล่นเกมสนุก ๆ ก่อนนอน และการเล่านิทาน คือตัวช่วยชั้นดีที่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึก "พูด" นั่นเอง

       อย่างไรก็ตาม ผู้ให้คำแนะนำด้านการสื่อสารของโครงการนี้ยืนยันว่า หากเด็กที่ขาดทักษะในการพูดได้รับการดูแลแก้ไขก่อนอายุ 5 ขวบ ก็สามารถกลับมาเป็นเด็กพูดเก่งได้ โดยเฉพาะการพูดคุยกันในครอบครัวให้มากขึ้น เช่น  ร้องเพลง อ่านหนังสือด้วยกัน พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ โดยอาจมีอุปกรณ์ช่วย เช่น อัลบั้มภาพถ่าย  เกมต่างๆ เช่น  บันไดงู เกมเศรษฐี จิกซอว์  เป็นต้น จะช่วยให้ลูกมีคลังศัพท์มากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการฝึกพูด หากเด็กมีคลังศัพท์ในสมองมาก  เขาก็จะพูดได้เร็วและมากขึ้น ซึ่งการจะทำให้ลูกมีคลังศัพท์เยอะ ๆ นั้น สิ่งสำคัญคือการย้ำคำนั้นบ่อย ๆ เด็กจะจำได้ดีขึ้นค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

วัยแห่งการฝึกการช่วยเหลือตัวเอง

       การช่วยเหลือตัวเองได้ เป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งของการมีความฉลาดทางอารมณ์  เพราะหากเด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในเรื่องต่างๆ เขาก็จะเกิดความมั่นใจ  ส่งผลต่อความมั่นคงทางอารณ์ต่อไป

       ช่วงวัยนี้นับเป็นช่วงเวลาทองแห่งการฝึกฝนสิ่งต่างๆ ให้ลูกน้อย เพราะลูกเริ่มโตขึ้นและรู้เรื่องมากขึ้นแล้ว ทั้งการเดินเหิน หรือการพูดจาสื่อสารกับคนรอบข้าง  สิ่งที่คุณแม่ควรจะฝึกฝนให้ลูกมีดังนี้ค่ะ       

  • หัดแปรงฟันเอง   โดยมีคุณแม่คอยช่วยเหลือก่อนในระยะแรก จากนั้นค่อยๆ ปล่อยให้ลูกทำเอง  โดยคุณแม่มาดูอีกครั้งว่าลูกแปรงได้สะอาดหรือไม่

  • หัดขับถ่ายให้เป็นเวลา เช่น นั่งกระโถนทุกเช้า

  • หัดแต่งตัว

  • หัดตักอาหารกินด้วยตัวเอง

  • สอนให้รู้จักสีและจำนวน

  • ให้หัดขีดเขียนรูปกากบาทและวงกลม  ให้ต่อบล็อกไม้

       รวมทั้ง หัดทำในสิ่งที่ช่วงวัยก่อนหน้านี้ลูกยังไม่สามารถทำได้เองค่ะ