
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ลูกน้อยวัย 1 ขวบ 2 เดือน แม้จะจิ๋ว แต่พลังการเรียนรู้ไม่จิ๋วตามไปด้วย บทความนี้จาก Enfa จะชวนคุณพ่อคุณแม่มาตามติดพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือนไปพร้อม ๆ กัน มาดูกันว่าเจ้าตัวเล็กจะมีการเจริญเติบโตอย่างไร และคุณพ่อคุณแม่จะช่วยกระตุ้นทักษะของลูกได้อย่างไรบ้าง
เด็กอายุ 1 ขวบ 2 เดือน เป็นนักปฏิวัติตัวน้อยค่ะ เป็นช่วงวัยที่ลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมและมีบุคลิกภาพเฉพาะตนที่ชัดเจนมากขึ้น เด็กบางคนเริ่มงอแง ก้าวร้าว แต่เด็กบางคนก็น่ารัก เลี้ยงง่าย การรับมือกับพฤติกรรมของลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ช่วยให้เขามีบุคลิกที่น่ารักสมวัย
นอกจากจะเป็นนักปฏิวัติแล้ว ลูกน้อยยังเป็นนักสำรวจด้วยนะ เพราะเด็กวัยนี้มีทักษะการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น การมองเห็นก็ดีขึ้น จึงทำกิจกรรมได้มากขึ้น สนุกที่จะได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ รอบตัวอย่างอิสระ คุณพ่อคุณแม่ควรวางแผนหากิจกรรมหรือของเล่นสนุก ๆ มาเล่นกับลูกได้เลย เจ้าตัวเล็กวัยนี้พร้อมจะเล่นสนุกได้ไม่มียั้งค่ะ
น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ตามตารางน้ำหนัก - ส่วนสูงมาตรฐานตามอายุของเด็กไทยที่แสดงตามเพศกำเนิดของเด็ก มีดังนี้
อาหารเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ลูกน้อยสามารถกินอาหารแบบเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว แต่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการปรุงรสชาติให้เหมาะกับเด็ก คือลดความจัดจ้านลง ไม่ปรุงรสจัด ลดความเสี่ยงของปริมาณโซเดียมสูง หั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ มีความสุกนิ่ม เพื่อให้ลูกกินง่าย ไม่ติดคอ
นอกจากนี้ควรดูแลให้ลูกได้กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ได้โภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ พร้อมดูแลให้ลูกได้กินอาหารครบทั้ง 3 มื้อ และเสริมด้วยของว่างอีก 2 มื้อ เพื่อให้ลูกได้รับพลังงานและโภชนาการที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตค่ะ
เด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ควรได้กินอาหารที่หลากหลาย ไม่จำเจ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการสำคัญครบทั้ง 5 หมู่ ดังนี้
แต่นอกจากอาหารมื้อหลักแล้ว ยังสามารถเสริมโภชนาการลูกน้อยได้ด้วย นมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบ หรือนมกล่อง UHT เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการจำเป็นอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสารอาหารที่มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการเรียนรู้ของลูกอย่าง MFGM ซึ่งเป็นสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรกอีกด้วย
พัฒนาการทารก 1 ขวบ 2 เดือนด้านต่าง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน มีดังนี้
คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือนให้เติบโตได้อย่างสมวัยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนี้
การหยอดรูปทรงต่างๆ ลงตามบล็อก ทั้งรูปทรงสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงรี และวงกลม ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของลูกได้ดี
คุณแม่ควรสาธิตการเล่นให้ลูกดูทีละขั้นทีละตอน ตัวอย่างเช่น คุณแม่ลองหยิบรูปทรงสามเหลี่ยมหยอดลงในช่องสี่เหลี่ยมแล้วพูดว่า เอ...ทำไมหยอดไม่ลงนะ ถ้าอย่างนั้นลองเปลี่ยนอันใหม่ดีกว่า พร้อมบอกพูดว่า อ๋อ! ต้องใช้บล็อกสี่เหลี่ยมนั่นเอง เมื่อถึงเวลาที่ลูกต้องเล่นเองบ้าง เขาก็จะเรียนรู้ว่าต้องหยิบก้อนรูปทรงใดไปหยอดลงในช่องที่มีรูปทรงตรงกัน
ความยากของของเล่นชิ้นนี้ก็คือ ลูกจะต้องเลือกก้อนรูปทรงและเลือกช่องสำหรับหยอดให้ตรงกัน และลูกจะต้องหันด้านและมุมของก้อนรูปทรงให้ตรงพอดีกับช่องจึงจะหยอดลงไปได้ ดังนั้นของเล่นชุดนี้จึงอาจจะสร้างความหงุดหงิดผิดหวังให้เด็กหลายๆ คนที่ไม่สามารถจะหยอดก้อนรูปทรงใส่ลงไปในกล่องได้สำเร็จ
คุณแม่สามารถช่วยลูกพัฒนาทักษะนี้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนได้ โดยเริ่มต้นจากจุดง่ายๆ ที่ลูกพอจะทำได้ เมื่อทำได้สำเร็จแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นไปทีละขั้น เช่น คุณแม่อาจจะเก็บก้อนรูปทรงอื่นๆ ไว้ เหลือให้ลูกเล่นคราวละ 1 ก้อน เช่น เริ่มจากก้อนทรงกลม จนลูกทำได้และจำรูปทรงกับช่องหยอดที่สัมพันธ์กันได้แล้ว จึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละก้อน เช่น เพิ่มก้อนสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อน เมื่อทำได้แล้วจึงเพิ่มก้อนสามเหลี่ยม และรูปทรงที่เหลืออื่นๆ จนครบ
เมื่อลูกรู้สึกว่าตัวเองทำได้ก็จะมีความสนุกและไม่ต้องร้องไห้เพราะความท้อแท้ผิดหวัง คุณแม่สามารถใช้วิธีนี้กับกิจกรรมอื่นๆ ได้ทุกเรื่อง โดยการตัดทอนกิจกรรมออกเป็นขั้นเป็นตอน จากง่ายไปยาก และให้ลูกแก้ปัญหาของเขาเองทีละขั้นจนกว่าจะทำทั้งหมดได้สำเร็จ
เพราะการมองเห็นของลูกน้อยนั้นเป็นเสมือนตัวแปรสำคัญที่เชื่อมโยงไปสู่การทำงานของสมองกับอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ก่อเกิดเป็นความสามารถในการเคลื่อนไหว ทรงตัว หยิบจับ คว้าของ หรือเขียนหนังสือได้ในที่สุด
การส่งเสริมให้ลูกได้ใช้สายตาและมือ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง และเพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ ให้ลูก โดยเฉพาะลูกวัยเตาะแตะที่ต้องใช้สายตาเพื่อการทรงตัวและเคลื่อนไหว หยิบจับสิ่งของมากขึ้น
มีกิจกรรมสำหรับเด็กมากมายที่สามารถช่วยเสริมสร้างทักษะเหล่านี้ เช่น คุณพ่อคุณแม่อาจหาของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการ เช่น ของเล่นประเภททุบ ตอก ตี อย่างระนาด หรือกลองที่มีเสียงต่างๆ บล็อกไม้ กล่องหยอดรูปทรงเรขาคณิต แป้งโดว์ สีแท่งใหญ่ๆ ให้ลูกขีดเขียนเล่น หนังสือภาพเพื่อฝึกการทำงานประสานกันระหว่างมือและตาให้ดีขึ้น หรือชวนลูกเล่นโยนรับลูกบอล จะช่วยฝึกทักษะการใช้มือและตาได้ไม่ยาก
เมื่อลูกโตขึ้นมาอีกหน่อย และกล้ามเนื้อต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะลองหาลูกปัดขนาดใหญ่มาฝึกร้อยเล่นกับลูก หรือชวนลูกหาภาพที่ซ่อนอยู่ในหนังสือ หรือบัตรคำ เล่นกรอกน้ำใส่ขวด หรือโยนบอลใส่ตะกร้า เพื่อฝึกสายตาและความแม่นยำให้ลูก
สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถพัฒนาทักษะการประสานสัมพันธ์ได้ดีแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับโอกาสที่ลูกได้ฝึกฝนด้วยเช่นกัน
คุณแม่สามารถสอนภาษาและการสื่อสารให้ลูกได้ด้วยกิจวัตรประจำวันของเขา นอกจากคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวเขาแล้ว ลูกน้อยควรเรียนรู้คำที่ตรงกันข้ามด้วย ฟังดูอาจจะยากเกินไปสำหรับเด็กในวัยนี้ แต่หากได้ลองใช้หรือพูดคุยกับลูกบ่อยครั้งก็จะทำให้ลูกเรียนรู้และเข้าใจไปได้เอง
วิธีการคือเวลาว่าง คุณแม่ลองชวนลูกเดินเตาะแตะไปรอบๆ บ้าน พร้อมกับพูดคุยถึงสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน และสอนคำตรงกันข้ามจากสิ่งใกล้ตัวนั้น พร้อมกับแสดงท่าทางประกอบให้ลูกเห็น เช่น ไฟปิดอยู่ ไฟเปิดอยู่ /ประตูเปิดอยู่ ประตูปิดอยู่ /แก้วมีน้ำเต็ม แก้วไม่มีน้ำ/น้ำก๊อกเปิดอยู่ น้ำก๊อกปิดอยู่ ฯลฯ
การทำเช่นนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ลูกสามารถเรียนรู้คำตรงกันข้ามในเรื่องต่างๆ ได้ดีและเร็วขึ้น นอกจากนี้การที่ลูกรู้จักคำศัพท์ต่างๆ เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ลูกช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อโตขึ้น เพราะจะสามารถสื่อสารหรือบอกสิ่งที่เขาต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ได้ง่ายขึ้นค่ะ
เสียงดนตรีนับเป็นศิลปะที่สร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงก่อให้เกิดความสุข ความพอใจ เมื่อฟังดนตรีแล้ว จิตใจก็จะดีขึ้น ส่งผลให้ความรู้สึกนึกคิดหรือปัญญาก็เกิดขึ้นได้ คุณแม่จึงควรจัดกิจกรรมดนตรีให้ลูกอย่างเหมาะสมกับวัย เพื่อจะทำให้ลูกมีความสุขความสบายใจ และมีพัฒนาการด้านการฟัง การคิด การพูด และการเคลื่อนไหวทางร่างกายที่ดีขึ้น
ลูกน้อยจะมีความสุขจากเสียงเพลงบรรเลงแผ่วเบา ช่วยทำให้เกิดความสงบทางใจ ส่วนดนตรีที่มีจังหวะคึกคัก สนุกสนาน จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการการเดินของลูกให้มีความมั่นคง เพิ่มความมั่นใจในการก้าวเท้าเดินของเด็ก และ จังหวะกลองที่ย่ำตี จะมีผลในการสร้างสมาธิ หรือสร้างความเพลิดเพลินให้กับลูกน้อยได้
คุณแม่สามารถสร้างกิจกรรมดนตรีง่ายๆ ให้กับลูกน้อยได้ เพียงแค่หาอุปกรณ์ที่ไม่เป็นอันตราย ปราศจากสารพิษ และของมีคม มาดัดแปลงสร้างสรรค์เป็นอุปกรณ์ดนตรี จำพวกเครื่องเคาะ เครื่องเขย่า ที่ทำให้เกิดเสียงได้ ไว้เป็นของเล่นสำหรับลูก เป็นการฝึกให้ลูกได้ทดลองสร้างสรรค์เสียงด้วยตนเอง นอกจากความสุข สนุกสนาน สร้างอารมณ์ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มการสังเกตและการสนใจในสิ่งรอบตัวของลูกอีกด้วยค่ะ
ของเล่นมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยได้ดีทีเดียวค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องหาของเล่นใหม่ ๆ มาให้ลูกเล่น เพราะของเล่นทารกไม่เหมาะกับวัยของลูกแล้วค่ะ ควรมองหาของเล่นเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ที่เหมาะสมกับวัยของลูก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อย เช่น ตัวต่อ บล็อกไม้ หนังสือภาพ ของเล่นดนตรี จิ๊กซอวภาพ์ง่าย ๆ ไม่กี่ชิ้น รถบังคับ ตุ๊กตาไขลาน ซึ่งของเล่นเหล่านี้นอกจากจะเล่นสนุกแล้ว ยังช่วยสร้างเสริมจินตนาการ และกระตุ้นการทำงานสอดประสาทกันของสายตาและนิ้วมือ กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมองด้วย
คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลสุขภาพของเด็ก 1 ขวบ 2 เดือนให้แข็งแรงได้ ดังนี้
ตามตารางนอนเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนนอนหลับทั้งกลางวันและกลางคืนรวมประมาณ 11 ถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน
อย่างไรก็ตาม เด็กวัยนี้อาจไม่นอนตอนเช้า แต่นอนกลางวันแค่ครั้งเดียวในช่วงบ่าย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติตามวัยค่ะ ในกรณีนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนตารางเลี้ยงลูกโดยเพิ่มกิจกรรมช่วงเช้ามากขึ้น เพื่อเสริมพัฒนาการของเขาให้สมวัย และดูแลให้ลูกงีบหลับช่วงบ่ายตามปกติค่ะ
โดยทั่วไปแล้วลักษณะอุจจาระทารกปกติสำหรับเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ควรมีสีน้ำตาล สีเหลืองเข้ม สีเหลืองอ่อน หรือสีเขียว และมีลักษณะนิ่ม เป็นก้อน ไม่เป็นเม็ด
อย่างไรก็ตาม ความสม่ำเสมอในการขับถ่ายของลูกจะมีปัจจัยสำคัญมาจากอาหารการกินในแต่ละวัน หากกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ก็จะขับถ่ายง่าย หรือขับถ่ายทุกวัน แต่ถ้าได้รับไฟเบอร์น้อย อุจจาระอาจมีลักษณะแข็ง และขับถ่ายยาก หรือไม่ค่อยถ่าย แต่โดยทั่วไปแล้วเด็กวัยนี้จะขับถ่ายวันละ 1-2 ครั้ง หรืออย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ หากลูกท้องผูกบ่อย หรือถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้งต่อวัน ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย
Enfa สรุปให้ เด็ก 2 ขวบ เป็นวัยที่มีพัฒนาการสมบูรณ์รอบด้าน เด็กวัยนี้จึงพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ เด็กวัย 2-3 ขวบ เป็นวัยกำลังเล่น กำลังเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาทำกิจกรรมใกล้ชิดกั...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้: เด็ก 1 ขวบ จะมีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น และกล้าแสดงออกมากขึ้น ในวัยนี้ ลูก...
อ่านต่อ