นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือนเป็นอย่างไร ลูก 1 ขวบ 2 เดือนทำอะไรได้บ้าง

Enfa สรุปให้

  • พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของบุคลิกภาพ ลูกมีการแสดงออกความเป็นตัวเองมากขึ้น มีพฤติกรรมและอารมณ์ที่หลากหลาย บางครั้งอาจงอแง หรือดูก้าวร้าว
  • ลูก 1 ขวบ 2 เดือน ยังไม่พูด ยังไม่ถือว่าผิดปกติ แต่ถ้าลูกอายุ 1 ขวบครึ่ง ถึง 2 ขวบแล้วยังไม่ยอมพูดเลย และไม่สามารถเข้าใจคำสั่งง่าย ๆ ได้ ควรพาลูกไปพบแพทย์
  • พัฒนาการทารก 1 ขวบ 2 เดือนที่สังเกตเห็นได้ชัดคือลูกน้อยช่างสังเกตและช่างสำรวจมากขึ้น เพราะเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น มองเห็นดีขึ้น จึงพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวอยู่เสมอ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ลูกน้อยวัย 1 ขวบ 2 เดือน แม้จะจิ๋ว แต่พลังการเรียนรู้ไม่จิ๋วตามไปด้วย บทความนี้จาก Enfa จะชวนคุณพ่อคุณแม่มาตามติดพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือนไปพร้อม ๆ กัน มาดูกันว่าเจ้าตัวเล็กจะมีการเจริญเติบโตอย่างไร และคุณพ่อคุณแม่จะช่วยกระตุ้นทักษะของลูกได้อย่างไรบ้าง

 

 

เด็ก 1 ขวบ 2 เดือน กับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

เด็กอายุ 1 ขวบ 2 เดือน เป็นนักปฏิวัติตัวน้อยค่ะ เป็นช่วงวัยที่ลูกเริ่มแสดงพฤติกรรมและมีบุคลิกภาพเฉพาะตนที่ชัดเจนมากขึ้น เด็กบางคนเริ่มงอแง ก้าวร้าว แต่เด็กบางคนก็น่ารัก เลี้ยงง่าย การรับมือกับพฤติกรรมของลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ช่วยให้เขามีบุคลิกที่น่ารักสมวัย

นอกจากจะเป็นนักปฏิวัติแล้ว ลูกน้อยยังเป็นนักสำรวจด้วยนะ เพราะเด็กวัยนี้มีทักษะการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น การมองเห็นก็ดีขึ้น จึงทำกิจกรรมได้มากขึ้น สนุกที่จะได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ  รอบตัวอย่างอิสระ คุณพ่อคุณแม่ควรวางแผนหากิจกรรมหรือของเล่นสนุก ๆ มาเล่นกับลูกได้เลย เจ้าตัวเล็กวัยนี้พร้อมจะเล่นสนุกได้ไม่มียั้งค่ะ

 

น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน

น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ตามตารางน้ำหนัก - ส่วนสูงมาตรฐานตามอายุของเด็กไทยที่แสดงตามเพศกำเนิดของเด็ก มีดังนี้

  • น้ำหนักของเด็กผู้ชายวัย 1 ขวบ 2 เดือน คือประมาณ 10-11.5 กิโลกรัม
  • ส่วนสูงของเด็กผู้ชายวัย 1 ขวบ 2 เดือน คือประมาณ 76-80 เซนติเมตร
  • น้ำหนักของเด็กผู้หญิงวัย 1 ขวบ 2 เดือน คือประมาณ 9.4-11 กิโลกรัม
  • ส่วนสูงของเด็กผู้หญิงวัย 1 ขวบ 2 เดือน คือประมาณ 76-79 เซนติเมตร

 

อาหารเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน

อาหารเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ลูกน้อยสามารถกินอาหารแบบเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ได้แล้ว แต่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการปรุงรสชาติให้เหมาะกับเด็ก คือลดความจัดจ้านลง ไม่ปรุงรสจัด ลดความเสี่ยงของปริมาณโซเดียมสูง หั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ มีความสุกนิ่ม เพื่อให้ลูกกินง่าย ไม่ติดคอ

นอกจากนี้ควรดูแลให้ลูกได้กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ได้โภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ พร้อมดูแลให้ลูกได้กินอาหารครบทั้ง 3 มื้อ และเสริมด้วยของว่างอีก 2 มื้อ เพื่อให้ลูกได้รับพลังงานและโภชนาการที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตค่ะ

 

เด็ก 1 ขวบ 2 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ

เด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ควรได้กินอาหารที่หลากหลาย ไม่จำเจ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการสำคัญครบทั้ง 5 หมู่ ดังนี้

  • โปรตีน จากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ดีต่อการเจริญเติบโต
  • คาร์โบไฮเดรต จากข้าว แป้ง ขนมปัง ช่วยเสริมสร้างพลังงานแก่ร่างกาย
  • วิตามิน จากผลไม้ต่าง ๆ ช่วยให้ระบบร่างกายทำงานสมดุล
  • เกลือแร่ จากผักต่าง ๆ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • ไขมัน ทั้งจากน้ำมันพืช ธัญพืชต่าง ๆ เนื้อสัตว์หรือเนื้อปลา ช่วยเสริมสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย

แต่นอกจากอาหารมื้อหลักแล้ว ยังสามารถเสริมโภชนาการลูกน้อยได้ด้วย นมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบ หรือนมกล่อง UHT เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการจำเป็นอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสารอาหารที่มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการเรียนรู้ของลูกอย่าง MFGM ซึ่งเป็นสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรกอีกด้วย

 

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน

พัฒนาการทารก 1 ขวบ 2 เดือนด้านต่าง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน มีดังนี้

 

พัฒนาการทารก 1 ขวบ 2 เดือน ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • สามารถช่วยเหลือตัวเองในบางอย่างได้แล้ว  เช่น เรียนรู้ที่จะตักอาหารกินเองได้แล้ว แม้อาจจะเลอะเทอะบ้าง แต่คุณแม่ก็ควรเปิดโอกาสให้เขาได้ทำ เช่นเดียวกับการหัดใส่เสื้อผ้า ซึ่งคุณแม่อาจะหาเสื้อที่สวมใส่ง่าย ๆ เช่น เสื้อยืดคอกว้าง กางเกงขอบยาง หรือหารองเท้าที่สวมใส่ง่าย ๆ ให้ลูกได้หัดใส่เอง
  • เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสำรวจและทดสอบสิ่งต่างๆ รอบตัว คุณแม่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ โดยการพาลูกไปสำรวจห้องต่างๆ ภายในบ้าน หรือพาไปเดินเล่นนอกบ้าน ไปสถานที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่
  • ชอบทดสอบสิ่งที่พบเห็นว่าเป็นยังไง อันนี้กดแล้วมีเสียง มีไฟ อันนี้ดึงออกมาได้ อันนี้เปิด-ปิดได้ เป็นต้น 
  • ใช้เวลาเรียนรู้ด้วยการทดสอบสิ่งต่าง ๆ ซ้ำ ๆ  เช่น การดึงทิชชูจนหมดม้วน
  • เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนยังชอบเรียนรู้จากการเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่อยู่   เช่น จับไม้กวาดมาทำท่ากวาดบ้าน หรือเอาผ้ามาทำท่าเช็ด ๆ ถู ๆ

 

พัฒนาการทารก 1 ขวบ 2 เดือน ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนยังเดินทรงตัวได้ไม่ดีนัก และหกล้มได้เสมอ นั่นเพราะกว่าที่ลูกจะเดินได้ดี เขาต้องผ่านการคลาน ผ่านการเหนี่ยวตัวเกาะเดิน เดินโดยจับมือแม่ไว้มั่นทั้งสองมือ กระทั่งพยายามเดินได้ด้วยตัวเอง  เมื่อเขาสามารถทำได้ นั่นหมายถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่นำมาซึ่งความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และเด็กแต่ละคนก็มีช่วงเวลาแห่งความสำเร็จนี้ไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสรีระร่างกาย การเรียนรู้ และโอกาสในการฝึกฝน
  • สามารถปีนขึ้นเก้าอี้ได้  แต่เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนอาจจะใช้เวลาในการลองผิดลองถูกกว่าจะนั่งบนเก้าอี้ได้ ซึ่งคุณแม่สังเกตได้ว่า แรกๆ ลูกปีนไปนั่งบนเก้าอี้เตี้ยๆ อย่างงุ่มง่าม แต่เมื่อสามารถกะระยะได้ดีแล้ว เขาจะสามารถถอยหลังเอาก้นหย่อนลงนั่งบนเก้าอี้ได้
  • ชอบมุดเข้าไปเล่นใต้โต๊ะ ใต้เก้าอี้  ซึ่งก็ต้องคอยระวังไม่ให้หัวลูกโขกกับขอบเก้าอี้ หรือเก้าอี้ล้มใส่  จึงไม่ควรให้ลูกคลาดสายตา

 

พัฒนาการทารก 1 ขวบ 2 เดือน ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • เริ่มรู้จักชื่อสมาชิกทุกคนในบ้าน หลังจากรับรู้ว่าตัวเองชื่ออะไรมาได้ระยะหนึ่ง
  • ช่วงนี้เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนจะพัฒนาด้านภาษาได้เร็วมาก สามารถพูดตามคำที่สอนได้ แต่อาจยังไม่เข้าใจความหมายนัก หากพูดกับลูกบ่อยๆ อ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นประจำ เขาก็จะเข้าใจได้เร็วและเริ่มที่จะออกเสียงตามได้
  • พูดตามคำของ่ายๆ ได้ เช่น  “ขอนม”  “หม่ำ หม่ำ”
  • เด็ก 1 ขวบ 2 เดือน จะเริ่มเข้าใจความหมายของคำส่งหรือคำบอก เช่น  “มานี่” “ไปโน่น”

 

พัฒนาการทารก 1 ขวบ 2 เดือน ด้านอารมณ์และสังคม

  • ลูกอาจเกิดความคับข้องใจในการพยายามทำในสิ่งที่เกินความสามารถ  เช่น พยายามจะใส่หมวกให้ตุ๊กตาตัวใหญ่ เมื่อทำไม่ได้ก็จะโวยวาย แล้วก็ทำใหม่ พอไม่ได้ก็โวยวายอีก บางครั้งเราก็จะช่วยลูกได้บ้าง ซึ่งก็ต้องดูด้วยว่าเขายอมให้เราช่วยไหม
  • อาการกลัวคนแปลกหน้าในเดือนนี้ค่อนข้างคลายลงไปกว่าเดือนก่อน แต่ที่ยังคงอยู่คืออาการติดแม่  โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่จะติดแม่มากกว่าเด็กผู้ชาย
  • เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนเป็นนักต่อต้านเช่นกัน วิธีจัดการกับอาการดื้อรั้นของลูกวัยนี้คือ มีตารางเวลาที่ชัดเจนว่าแต่ละวันลูกต้องทำอะไร เวลาไหน (สร้างวินัยกันแต่เล็ก) ให้เวลาลูกได้เตรียมใจสัก 3-5 นาที และเลี่ยงคำถามที่จะได้คำตอบกลับมาว่า “ไม่” เช่น ได้เวลานอนแล้ว แทนคำว่า “ไปนอนกันไหม” เป็นต้น
  • ลูกวัยนี้อาจจะยอมแบ่งของเล่นให้กับเด็กอื่นได้บ้าง เป็นบางครั้งแล้วแต่อารมณ์  ซึ่งหากลูกยอมแบ่งของเล่นให้เพื่อนต้องไม่ลืมชมเขา  เสริมแรงเพื่อสนับสนุนให้ลูกมีพฤติกรรมทางบวกด้วย แต่ถ้าเขาไม่ยอมแบ่งก็ไม่ต้องไปต่อว่า
  • เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนแต่ละคนมีลักษณะพัฒนาการที่เฉพาะตัวไม่เหมือนกัน บางคนอาจเดินได้เร็วกว่าพูด บางคนอาจจะพูดได้เร็วกว่าเดิน อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราในฐานะพ่อแม่สามารถช่วยลูกได้ คือสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อพัฒนาการทารก 1 ขวบ 2 เดือนในด้านต่างๆ ของลูกค่ะ

 

กระตุ้นพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน

คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือนให้เติบโตได้อย่างสมวัยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนี้

 

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • เล่นเกมหยอดรูปทรง...พัฒนาการเรียนรู้

การหยอดรูปทรงต่างๆ ลงตามบล็อก ทั้งรูปทรงสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงรี และวงกลม  ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของลูกได้ดี

คุณแม่ควรสาธิตการเล่นให้ลูกดูทีละขั้นทีละตอน ตัวอย่างเช่น คุณแม่ลองหยิบรูปทรงสามเหลี่ยมหยอดลงในช่องสี่เหลี่ยมแล้วพูดว่า เอ...ทำไมหยอดไม่ลงนะ ถ้าอย่างนั้นลองเปลี่ยนอันใหม่ดีกว่า พร้อมบอกพูดว่า อ๋อ! ต้องใช้บล็อกสี่เหลี่ยมนั่นเอง เมื่อถึงเวลาที่ลูกต้องเล่นเองบ้าง เขาก็จะเรียนรู้ว่าต้องหยิบก้อนรูปทรงใดไปหยอดลงในช่องที่มีรูปทรงตรงกัน

ความยากของของเล่นชิ้นนี้ก็คือ ลูกจะต้องเลือกก้อนรูปทรงและเลือกช่องสำหรับหยอดให้ตรงกัน และลูกจะต้องหันด้านและมุมของก้อนรูปทรงให้ตรงพอดีกับช่องจึงจะหยอดลงไปได้ ดังนั้นของเล่นชุดนี้จึงอาจจะสร้างความหงุดหงิดผิดหวังให้เด็กหลายๆ คนที่ไม่สามารถจะหยอดก้อนรูปทรงใส่ลงไปในกล่องได้สำเร็จ

คุณแม่สามารถช่วยลูกพัฒนาทักษะนี้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนได้  โดยเริ่มต้นจากจุดง่ายๆ ที่ลูกพอจะทำได้ เมื่อทำได้สำเร็จแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นไปทีละขั้น เช่น คุณแม่อาจจะเก็บก้อนรูปทรงอื่นๆ ไว้ เหลือให้ลูกเล่นคราวละ 1 ก้อน เช่น เริ่มจากก้อนทรงกลม จนลูกทำได้และจำรูปทรงกับช่องหยอดที่สัมพันธ์กันได้แล้ว จึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละก้อน เช่น เพิ่มก้อนสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อน เมื่อทำได้แล้วจึงเพิ่มก้อนสามเหลี่ยม และรูปทรงที่เหลืออื่นๆ จนครบ

เมื่อลูกรู้สึกว่าตัวเองทำได้ก็จะมีความสนุกและไม่ต้องร้องไห้เพราะความท้อแท้ผิดหวัง คุณแม่สามารถใช้วิธีนี้กับกิจกรรมอื่นๆ ได้ทุกเรื่อง  โดยการตัดทอนกิจกรรมออกเป็นขั้นเป็นตอน จากง่ายไปยาก และให้ลูกแก้ปัญหาของเขาเองทีละขั้นจนกว่าจะทำทั้งหมดได้สำเร็จ

 

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • กิจกรรมใช้มือและตา พัฒนาการเคลื่อนไหว

เพราะการมองเห็นของลูกน้อยนั้นเป็นเสมือนตัวแปรสำคัญที่เชื่อมโยงไปสู่การทำงานของสมองกับอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ก่อเกิดเป็นความสามารถในการเคลื่อนไหว ทรงตัว หยิบจับ คว้าของ หรือเขียนหนังสือได้ในที่สุด

การส่งเสริมให้ลูกได้ใช้สายตาและมือ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง และเพื่อพัฒนาทักษะต่างๆ ให้ลูก โดยเฉพาะลูกวัยเตาะแตะที่ต้องใช้สายตาเพื่อการทรงตัวและเคลื่อนไหว หยิบจับสิ่งของมากขึ้น

มีกิจกรรมสำหรับเด็กมากมายที่สามารถช่วยเสริมสร้างทักษะเหล่านี้ เช่น คุณพ่อคุณแม่อาจหาของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการ เช่น ของเล่นประเภททุบ ตอก ตี อย่างระนาด หรือกลองที่มีเสียงต่างๆ บล็อกไม้ กล่องหยอดรูปทรงเรขาคณิต แป้งโดว์ สีแท่งใหญ่ๆ ให้ลูกขีดเขียนเล่น หนังสือภาพเพื่อฝึกการทำงานประสานกันระหว่างมือและตาให้ดีขึ้น หรือชวนลูกเล่นโยนรับลูกบอล จะช่วยฝึกทักษะการใช้มือและตาได้ไม่ยาก

เมื่อลูกโตขึ้นมาอีกหน่อย และกล้ามเนื้อต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะลองหาลูกปัดขนาดใหญ่มาฝึกร้อยเล่นกับลูก หรือชวนลูกหาภาพที่ซ่อนอยู่ในหนังสือ หรือบัตรคำ เล่นกรอกน้ำใส่ขวด หรือโยนบอลใส่ตะกร้า เพื่อฝึกสายตาและความแม่นยำให้ลูก

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถพัฒนาทักษะการประสานสัมพันธ์ได้ดีแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับโอกาสที่ลูกได้ฝึกฝนด้วยเช่นกัน

 

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • สอนลูกรู้จักคำตรงกันข้ามจากสิ่งใกล้ตัว

คุณแม่สามารถสอนภาษาและการสื่อสารให้ลูกได้ด้วยกิจวัตรประจำวันของเขา  นอกจากคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวเขาแล้ว ลูกน้อยควรเรียนรู้คำที่ตรงกันข้ามด้วย ฟังดูอาจจะยากเกินไปสำหรับเด็กในวัยนี้ แต่หากได้ลองใช้หรือพูดคุยกับลูกบ่อยครั้งก็จะทำให้ลูกเรียนรู้และเข้าใจไปได้เอง

วิธีการคือเวลาว่าง คุณแม่ลองชวนลูกเดินเตาะแตะไปรอบๆ บ้าน พร้อมกับพูดคุยถึงสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน และสอนคำตรงกันข้ามจากสิ่งใกล้ตัวนั้น  พร้อมกับแสดงท่าทางประกอบให้ลูกเห็น เช่น ไฟปิดอยู่ ไฟเปิดอยู่ /ประตูเปิดอยู่ ประตูปิดอยู่ /แก้วมีน้ำเต็ม แก้วไม่มีน้ำ/น้ำก๊อกเปิดอยู่ น้ำก๊อกปิดอยู่ ฯลฯ

การทำเช่นนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ลูกสามารถเรียนรู้คำตรงกันข้ามในเรื่องต่างๆ ได้ดีและเร็วขึ้น นอกจากนี้การที่ลูกรู้จักคำศัพท์ต่างๆ เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ลูกช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อโตขึ้น เพราะจะสามารถสื่อสารหรือบอกสิ่งที่เขาต้องการให้ผู้อื่นรับรู้ได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

ด้านอารมณ์และสังคม

  • เสียงดนตรี ช่วยลูกอารมณ์ดี

เสียงดนตรีนับเป็นศิลปะที่สร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงก่อให้เกิดความสุข ความพอใจ  เมื่อฟังดนตรีแล้ว จิตใจก็จะดีขึ้น ส่งผลให้ความรู้สึกนึกคิดหรือปัญญาก็เกิดขึ้นได้ คุณแม่จึงควรจัดกิจกรรมดนตรีให้ลูกอย่างเหมาะสมกับวัย เพื่อจะทำให้ลูกมีความสุขความสบายใจ และมีพัฒนาการด้านการฟัง การคิด การพูด และการเคลื่อนไหวทางร่างกายที่ดีขึ้น

ลูกน้อยจะมีความสุขจากเสียงเพลงบรรเลงแผ่วเบา ช่วยทำให้เกิดความสงบทางใจ  ส่วนดนตรีที่มีจังหวะคึกคัก สนุกสนาน จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการการเดินของลูกให้มีความมั่นคง เพิ่มความมั่นใจในการก้าวเท้าเดินของเด็ก และ จังหวะกลองที่ย่ำตี จะมีผลในการสร้างสมาธิ หรือสร้างความเพลิดเพลินให้กับลูกน้อยได้

คุณแม่สามารถสร้างกิจกรรมดนตรีง่ายๆ ให้กับลูกน้อยได้ เพียงแค่หาอุปกรณ์ที่ไม่เป็นอันตราย ปราศจากสารพิษ และของมีคม มาดัดแปลงสร้างสรรค์เป็นอุปกรณ์ดนตรี จำพวกเครื่องเคาะ เครื่องเขย่า ที่ทำให้เกิดเสียงได้ ไว้เป็นของเล่นสำหรับลูก เป็นการฝึกให้ลูกได้ทดลองสร้างสรรค์เสียงด้วยตนเอง นอกจากความสุข สนุกสนาน สร้างอารมณ์ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มการสังเกตและการสนใจในสิ่งรอบตัวของลูกอีกด้วยค่ะ

 

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน

ของเล่นมีส่วนช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยได้ดีทีเดียวค่ะ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องหาของเล่นใหม่ ๆ มาให้ลูกเล่น เพราะของเล่นทารกไม่เหมาะกับวัยของลูกแล้วค่ะ ควรมองหาของเล่นเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ที่เหมาะสมกับวัยของลูก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อย เช่น ตัวต่อ บล็อกไม้ หนังสือภาพ ของเล่นดนตรี จิ๊กซอวภาพ์ง่าย ๆ ไม่กี่ชิ้น รถบังคับ ตุ๊กตาไขลาน ซึ่งของเล่นเหล่านี้นอกจากจะเล่นสนุกแล้ว ยังช่วยสร้างเสริมจินตนาการ และกระตุ้นการทำงานสอดประสาทกันของสายตาและนิ้วมือ กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก และกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมองด้วย

 

การดูแลสุขภาพเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน

คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลสุขภาพของเด็ก 1 ขวบ 2 เดือนให้แข็งแรงได้ ดังนี้

  • ดูแลให้ลูกได้กินอาหารครบ 2 มื้อ และครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อเสริมสร้างโภชนาการที่เหมาะสมกับวัย
  • ดูแลเรื่องความสะอาด อาบน้ำ แปรงฟัน ตัดเล็บ ล้างมือให้สะอาด เพื่อลดความเสี่ยงของการหมักหมม
  • ดูแลเรื่องการนอนหลับพักผ่อน เพื่อให้ลูกได้นอนเต็มอิ่ม มีพลังงานพร้อมทำกิจกรรมได้เต็มที่
  • ใส่ใจเรื่องของสัญญาณความผิดปกติต่าง ๆ เช่น ลูกมีไข้ไหม มีผื่นขึ้นหรือเปล่า ท้องผูกหรือท้องเสียไหม ง่วงซึมผิดปกติหรือเปล่า หากมีอาการผิดปกติควรพาลูกไปพบแพทย์
  • ระมัดระวังอุบัติเหตุ เก็บของมีคม ปิดขอบโต๊ะ ขอบเตียงให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเกิดอุบัติเหตุ หรือติดตั้งรั้วกั้นห้องหรือเพิ่มที่ล็อกประตู เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยคลาดสายตา อาจเกิดอุบัติเหตุได้

 

การนอนของเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน

ตามตารางนอนเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้เด็ก 1 ขวบ 2 เดือนนอนหลับทั้งกลางวันและกลางคืนรวมประมาณ 11 ถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน

อย่างไรก็ตาม เด็กวัยนี้อาจไม่นอนตอนเช้า แต่นอนกลางวันแค่ครั้งเดียวในช่วงบ่าย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติตามวัยค่ะ ในกรณีนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนตารางเลี้ยงลูกโดยเพิ่มกิจกรรมช่วงเช้ามากขึ้น เพื่อเสริมพัฒนาการของเขาให้สมวัย และดูแลให้ลูกงีบหลับช่วงบ่ายตามปกติค่ะ

 

การขับถ่ายของเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน

โดยทั่วไปแล้วลักษณะอุจจาระทารกปกติสำหรับเด็ก 1 ขวบ 2 เดือน ควรมีสีน้ำตาล สีเหลืองเข้ม สีเหลืองอ่อน หรือสีเขียว และมีลักษณะนิ่ม เป็นก้อน ไม่เป็นเม็ด

อย่างไรก็ตาม ความสม่ำเสมอในการขับถ่ายของลูกจะมีปัจจัยสำคัญมาจากอาหารการกินในแต่ละวัน หากกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ก็จะขับถ่ายง่าย หรือขับถ่ายทุกวัน แต่ถ้าได้รับไฟเบอร์น้อย อุจจาระอาจมีลักษณะแข็ง และขับถ่ายยาก หรือไม่ค่อยถ่าย แต่โดยทั่วไปแล้วเด็กวัยนี้จะขับถ่ายวันละ 1-2 ครั้ง หรืออย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ หากลูกท้องผูกบ่อย หรือถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้งต่อวัน ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ

 


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH Join Enfamama