เดือนที่ 6

  • ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

เล่นแก้ปัญหา  เพื่อลูกคิดและเรียนรู้

การที่เด็กมีการเรียนรู้ก็คือการที่เขามีกระบวนการคิด การรับรู้ข้อมูล ความจำ และการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ในเด็กเล็กๆ เราก็สามารถเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาให้กับเขาได้ โดยทำผ่านการเล่นที่เหมาะสมกับวัยของเขา เช่น...

  • สร้างอุปสรรคให้ลูกได้คิดแก้ปัญหา เช่น ขณะที่ลูกนอนเล่นอยู่ก็ใช้ของเล่นล่อให้ลูกใช้มือคว้าจับ หรือวางของเล่นที่ลูกชอบไว้ข้างหน้า เพื่อให้ลูกหาวิธีถีบตัวเองเพื่อไปเอาของเล่นนั้น เป็นต้น 
  • เล่นจ๊ะอ๋กับลูก  ขณะที่ลูกไม่เห็นเราอยู่ในสายตา เขาจะคิดว่าเราหายไปตรงจุดไหน เขาจะมองตรงจุดนั้น แต่เมื่อเราโผล่ออกมาจากอีกจุด ในครั้งต่อๆ ไป เขาจะคาดการณ์และมองไปยังจุดที่คิดว่าเราจะโผล่ออกมาให้เห็น  การเล่นนี้ช่วยฝึกทักษะการคิดให้ลูกได้อย่างดี 
  • เล่นเกมหาเสียง   คุณพ่อคุณแม่สั่นกระดิ่งให้ลูกฟัง แล้วเอาไปซ่อนไว้ใต้หมอน ให้ลูกหากระดิ่งที่ซ่อนไว้ให้เจอ ลูกจะได้พัฒนาเรื่องการคิดเชิงเหตุผล  พัฒนาการสังเกต เรียนรู้และจดจำ และทักษะการฟัง    

 

  • ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

                  พัฒนาประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวของลูกด้วย Playmat

ลูกวัย 6 เดือน เป็นวัยที่กำลังพัฒนาประสาทสัมผัสและการใช้มือ  ซึ่ง Playmat  นับเป็นอุปกรณ์เสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อยที่รวมของเล่นหลายๆ อย่างเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็น...

  • ตุ๊กตานุ่มนิ่ม เพื่อให้ลูกเรียนรู้สัมผัสที่แตกต่าง
  • ของเล่นมีเสียง ไม่ว่าจะเป็นแบบบีบ ขยำ หรือกด แล้วมีเสียงดนตรี ที่ช่วยพัฒนาการใช้มือและประสาทหู 
  • กระจกพลาสติก  ที่ช่วยให้ลูกน้อยได้รู้จักหน้าตาของตัวเอง  ฯลฯ
  • ผิวสัมผัสของเนื้อผ้า  ด้วยลักษณะเนื้อผ้าที่หลากหลายที่นำมาใช้ประกอบ Playmat ทำให้เด็กได้เรียนรู้ผิวสัมผัสที่แตกต่างออกไป
  • สีสัน  ด้วยรูปแบบของ Playmat ที่ต้องใช้วัสดุที่มีสีสันสดใส เพื่อกระตุ้นการมองของเด็ก ทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องสีสัน

ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนารูปแบบ Playmat  เสริมพัฒนาการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบผ้าผืนเรียบๆ หรือผสมโมบายตุ๊กตา  เพื่อให้เด็กได้สนุก เพลิดเพลินกับการคว้าจับ ได้ใช้มือประสานสายตา ได้ฟังเสียง ได้ออกกำลังกล้ามเนื้อแขนขา นิ้ว  ได้รับรู้ผิวสัมผัสที่แตกต่างของเนื้อผ้า เรียกว่าได้พัฒนาประสาทสัมผัสรอบด้าน โดยหลักในการเลือก Playmat  คือต้องดูว่า ไม่มีส่วนประกอบของของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่เสี่ยงต่อการแตก ฉีก ขาด และหลุดออกมาให้เด็กกลืนกินได้  ไม่มีสิ่งที่มีความแหลมคม และทำจากวัสดุปลอดสารพิษค่ะ  

 

  • ด้านภาษาและการสื่อสาร

พูดคุยสื่อภาษา พัฒนาการสื่อสาร

แม้ว่าเจ้าตัวเล็กของคุณแม่จะยังพูดจาสื่อสารไม่ได้ แต่เชื่อไหมคะว่า สมองของลูกมีความสามารถที่จะจดจำและรับรู้ในสิ่งต่างๆ ที่คุณแม่พูดด้วยได้เป็นอย่างดี และจะแสดงในสิ่งที่จำได้ให้คุณแม่ได้รู้เมื่อลูกเติบโตขึ้น มีการศึกษาพบว่า เวลาที่คุณแม่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ลูกน้อยและพูดคุยด้วยคำพูดสั้นๆ จะทำให้หัวใจของเด็กเต้นเร็วขึ้น และการพูดคุยของคุณแม่นี้เองจะทำให้สมองของเจ้าตัวเล็กเเกิดการสร้างเส้นใยประสาท เพื่อตอบสนองการพูดจาสื่อสารนั้น

  • คุยกับลูกน้อยให้บ่อยที่สุด

คุณแม่ที่พูดกับลูกบ่อยๆ จะช่วยพัฒนาการทางภาษาของลูกในช่วงวัยต้นของชีวิตได้มาก จากการวิจัยพบว่าครอบครัวที่พูดคุยกับเด็กให้ได้ยินได้ฟังบ่อยๆ เด็กอาจจะมีโอกาสได้รับรู้จำนวนของเสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ถึง 13 ล้านคำ แต่ครอบครัวที่ไม่ได้พูดคุยกับลูกจะมีจำนวนของเสียงน้อยกว่ากลุ่มแรกประมาณ 8 ล้านคำ หรือน้อยกว่า 62%

  • โต้ตอบกับหนู

 การที่คุณแม่พูดโต้ตอบกับลูกด้วยน้ำเสียงที่น่าสนใจ การแสดงสีหน้า หรือท่าทางกับเขา จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ถึงการอ่านสีหน้า ท่าทางได้อย่างเข้าใจ ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะภาษาที่ดีอย่างหนึ่ง แต่ถ้าปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว เล่นคนเดียว เมื่อโตขึ้นเด็กก็ดูแต่ทีวี หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการสื่อสารในด้านเดียว ก็จะกลายเป็นผลเสียต่อการพัฒนาภาษาและสติปัญญาของลูกในภายหลังได้
 
 

  • ด้านอารมณ์และสังคม

                     เคล็ดลับเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากลูกน้อย

อารมณ์ขันและเสียงหัวเราะมีความจำเป็นต่อพัฒนาการทางอารมณ์ด้านบวกของลูกเป็นอย่างมาก ลูกในวัย  6 เดือน  จะชอบกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายส่วนลำตัว ซึ่งจะกระตุ้นอารมณ์ขันและเสียงหัวเราะของเด็กวัยนี้ เช่น การเล่นจั๊กจี้ที่รักแร้ หรือข้างเอว จะทำให้ลูกบิดตัวไปมาด้วยเสียงหัวเราะค่ะ

 อารมณ์ขันจะตลกที่สุดเมื่อมันเกิดขึ้นเองโดยไม่ได้พยายามประดิษฐ์หรือแกล้งทำ คุณแม่จะสังเกตเห็นว่าเวลาที่รู้สึกผ่อนคลายจะพบว่าเสียงหัวเราะมักเกิดขึ้นได้เองง่ายๆ โดยไม่ต้องพยายาม คุณแม่กับลูกมักจะมีเรื่องให้หัวเราะได้มากมาย เพราะลูกจะคิดว่านั่นแม่หัวเราะอีกแล้ว หนูก็จะหัวเราะด้วย ลูกน้อยชอบอารมณ์ขันที่แสดงออกง่ายๆ อย่างชัดเจน ไม่ซับซ้อน

 เด็กเล็กๆ มักจะหัวเราะกับเรื่องตลกที่เห็นภาพและท่าทางค่ะ เพียงแค่คุณแม่ทำหน้าตาตลกๆ แปลกๆ ให้ลูกเห็นเขาก็จะรู้สึกขำและหัวเราะได้แล้ว นอกจากลูกจะรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับคุณแม่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นค่ะ