
Enfa สรุปให้:

เลือกอ่านตามหัวข้อ
วันเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก เผลอแวบเดียวเจ้าตัวเล็กก็อายุได้ 6 เดือนแล้ว นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญมาก เรามาดูกันค่ะว่าในลูกน้อยวัย 6 เดือน มีพัฒนาการใดที่น่าสนใจบ้างนะ
ทารก 6 เดือน ช่วงนี้ถือเป็นช่วงแห่งการแสดงออกค่ะ ทั้งแสดงออกทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก เริ่มส่งเสียงเป็นคำที่อาจจะยังไม่ได้ใจความนัก เช่น มามา ดาดา ปาปา โอโอ เด็กเริ่มที่จะสนใจกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมากขึ้น จ้องมองมากขึ้น ทั้งยังสามารถที่จะจดจำใบหน้าที่คุ้นเคยได้มากขึ้นด้วย
และสิ่งที่จะต้องเตรียมตัวเตรียมใจยอมรับให้ดีเลยก็คือ เจ้าตัวเล็กวัยนี้ กำลังจะเริ่มคลานแล้วค่ะ ซึ่งนั่นอาจหมายถึงความยุ่งเหยิงต่าง ๆ ที่จะตามมา เพราะคราวนี้เจ้าตัวเล็กพร้อมแล้วที่จะเริ่มออกสำรวจมุมต่าง ๆ ภายในบ้าน ของมีคม ของที่เสี่ยงจะเกิดอันตราย คุณพ่อคุณแม่ต้องเริ่มเก็บเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย เพราะอาจเป็นอันตรายกับลูกได้ค่ะ
เด็ก 6 เดือนหนักกี่โล? น้ำหนักของทารกวัย 6 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
ส่วนสูงของทารกวัย 6 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
เด็ก 6 เดือน ถึงเวลาที่ต้องกินอาหารตามวัย (Solid Foods) ควบคู่ไปกับการกินนมแม่หรือนมผง เพราะการให้เด็กกินนมแม่อย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเริ่มป้อนอาหารเด็ก 6 เดือน เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตตามวัยค่ะ
ทารกวัย 6 เดือน เริ่มที่จะกินอาหารอื่น ๆ นอกจากนมแม่ได้แล้วค่ะ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าให้เลิกกินนมแม่เลยนะคะ นมแม่ยังคงเป็นอาหารหลักเช่นเดิม เพียงแต่ต้องเพิ่มอาหารตามวัยอื่น ๆ เข้ามาเสริมด้วยค่ะ ซึ่งอาหารที่เด็กวัย 6 เดือนสามารถกินได้คือ
โดยอาหารเด็ก 6 เดือนทุกอย่างต้องนำมาปรุงสุกและบดให้ละเอียดก่อนนะคะ เพื่อให้เด็กสามารถกลืนง่าย ย่อยง่าย และไม่เสี่ยงอาหารติดคอหรือเกิดการสำลักค่ะ
ในช่วงแรกที่เริ่มป้อนอาหารตามวัยให้ลูกนั้น ไม่จำเป็นต้องให้เยอะค่ะ เริ่มจากวันละประมาณ 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะก่อนก็ได้ เมื่อทารกเริ่มคุ้นชินกับอาหารตามวัยแล้ว จึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 3 ถึง 9 ช้อนโต๊ะได้ค่ะ
ทารกวัย 6 เดือน ยังสามารถกินนมแม่ได้ตามปกติ หรือจะเริ่มให้เด็กกินนมผงสลับด้วยก็ได้เช่นกัน โดยปริมาณน้ำนมที่ทารกควรได้รับจะอยู่ที่ประมาณ 24 ถึง 30 ออนซ์ต่อวัน
อาหารว่างเด็ก 6 เดือน สามารถเป็นได้ทั้งผลไม้บดละเอียด เช่น อาโวคาโด กล้วยบด มะละกอสุกบด ผักบดละเอียด เช่น แคร์รอตบดละเอียด ฟักทองบดละเอียด หรือธัญพืชบดละเอียด เช่น ข้าวโอ๊ตบดละเอียดผสมนมแม่
ทารกวัย 6 เดือนสามารถกินผลไม้ได้หลายชนิดมากค่ะ ขอเพียงเป็นผลไม้ที่มีเนื้อสัมผัสนิ่ม และไม่แข็งจนเกินไป โดยผลไม้เด็ก 6 เดือนที่ลูกน้อยกินได้ง่าย อร่อย และมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น กล้วย อาโวคาโด มะม่วงสุก มะละกอสุก เป็นต้น
เด็กวัย 6 เดือนสามารถเริ่มกินอาหารตามวัยได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจดูแลให้ลูกน้อยได้กินอาหารที่หลากหลาย เหมาะสมกับช่วงวัย และได้รับสารอาหารที่สำคัญครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ดังนี้
ซึ่งนอกจากโภชนาการที่ลูกน้อยจะได้จากอาหารตามวัยแล้ว เด็ก 6 เดือน ยังต้องกินนมแม่เป็นอาหารหลักเช่นเดิม เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารที่จำเป็นและสารภูมิคุ้มกันจากนมแม่ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ดังนี้
ลักษณะอุจจาระทารกปกติ ควรจะเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองเข้ม แต่ในช่วงวัย 6 เดือนนี้ คุณแม่อาจะเริ่มสังเกตว่าสีอุจจาระลูกบางครั้งก็เปลี่ยนไป โดยบางครั้งอาจมีสีเขียวออกมาด้วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้และไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะคะ เพราะเด็กวัยนี้เริ่มกินอาหารอื่น ๆ นอกเหนือจากนมแม่แล้ว สีของอุจจาระ อาจแปรเปลี่ยนไปตามผักและผลไม้ที่ทารกกินเข้าไปได้ค่ะ
แต่ถ้าหากทารกมีอุจจาระสีดำ อุจจาระสีแดง อุจจาระสีขาว และอุจจาระสีเทา ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ
การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่สมบูรณ์และแข็งแรง จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกน้อยเข้านอนให้เหมาะสมตามตารางนอนทารก
โดยเด็กวัย 6 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 14-15 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 3-4 ชั่วโมง และนอนตอนกลางคืนอีก 11 ชั่วโมง
พัฒนาการทารก 6 เดือน ถือได้ว่าเจ้าตัวน้อยเติบโตมาจนครึ่งขวบแล้วนะคะ ซึ่งเดือนนี้ลูกน้อยกำลังเปลี่ยนผ่านจากเด็กที่นอนเป็นหลัก มาเป็นนั่งเล่นเป็นหลักกันบ้างแล้ว เพราะเจ้าตัวเล็กเริ่มสนใจโลกรอบตัวมากขึ้น พร้อมกับมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้
คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการของทารก 6 เดือน ผ่านการเล่นและการทำกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้
เด็กน้อยในวัย 6 เดือนนี้จะเริ่มมีพัฒนาการในด้านการมองเห็น การจดจำ และการแก้ปัญหาที่ดีขึ้น คุณแม่สามารถที่จะส่งเสริมความสามารถารแก้ปัญหาของลูกน้อยวัยนี้ให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้ลูกน้อยมีความสามารถและพัฒนาการในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ยิ่งขึ้น ซึ่งคุณแม่สามารถทำได้ด้วยวิธีต่างๆเหล่านี้
ลูกน้อยวัย 6 เดือนนั้นจะเริ่มมีพัฒนาการในด้านประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว ซึ่งสำหรับเด็กวัยนี้นั้นการนำของเล่นเข้ามาช่วยกระตุ้นพัฒนาการถือเป็นสิ่งที่ดี ยกตัวอย่างเช่น
ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนารูปแบบของเล่นเสริมพัฒนาการทารกวัย 6 เดือน อย่าง Playmat เพื่อเสริมพัฒนาการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบผ้าผืนเรียบๆ หรือผสมโมบายตุ๊กตา เพื่อให้เด็กได้สนุก เพลิดเพลินกับการคว้าจับ ได้ใช้มือประสานสายตา ได้ฟังเสียง ได้ออกกำลังกล้ามเนื้อแขนขา นิ้ว ได้รับรู้ผิวสัมผัสที่แตกต่างของเนื้อผ้า เรียกว่าได้พัฒนาประสาทสัมผัสรอบด้าน เพื่อให้คุณแม่มีตัวเลือกที่หลากหลายในการเสริมสร้างพัฒนาการทารกวัย 6 เดือนด้วย
โดยหลักในการเลือก Playmat คือต้องดูว่า ไม่มีส่วนประกอบของของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่เสี่ยงต่อการแตก ฉีก ขาด และหลุดออกมาให้เด็กกลืนกินได้ ไม่มีสิ่งที่มีความแหลมคม และทำจากวัสดุปลอดสารพิษค่ะ
แม้ว่าเจ้าตัวเล็กของคุณแม่จะยังพูดจาสื่อสารไม่ได้ แต่เชื่อไหมคะว่า สมองของเด็กวัย 6 เดือน มีความสามารถที่จะจดจำและรับรู้ในสิ่งต่างๆ ที่คุณแม่พูดด้วยได้เป็นอย่างดี และจะแสดงในสิ่งที่จำได้ให้คุณแม่ได้รู้เมื่อลูกเติบโตขึ้น มีการศึกษาพบว่า เวลาที่คุณแม่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ลูกน้อยและพูดคุยด้วยคำพูดสั้นๆ จะทำให้หัวใจของเด็กเต้นเร็วขึ้น และการพูดคุยของคุณแม่นี้เองจะทำให้สมองของเจ้าตัวเล็กเกิดการสร้างเส้นใยประสาท เพื่อตอบสนองการพูดจาสื่อสารนั้น คุณแม่จึงควร...
พูดคุยกับลูกบ่อยๆ คุณแม่ที่พูดกับลูกบ่อยๆ จะช่วยเสริมพัฒนาการทางภาษาของลูกในช่วงวัยต้นของชีวิตได้มาก จากการวิจัยพบว่าครอบครัวที่พูดคุยกับเด็กให้ได้ยินได้ฟังบ่อยๆ เด็กอาจจะมีโอกาสได้รับรู้จำนวนของเสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ถึง 13 ล้านคำ แต่ครอบครัวที่ไม่ได้พูดคุยกับลูกจะมีจำนวนของเสียงน้อยกว่ากลุ่มแรกประมาณ 8 ล้านคำ หรือน้อยกว่า 62% ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การพูดคุย แต่ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่สำคัญในการช่วยให้คุณแม่กระตุ้นพัฒนาการทารกวัย 6 เดือนได้เช่นกันค่ะ
พูดคุยออกท่าทาง การที่คุณแม่พูดโต้ตอบกับลูกด้วยน้ำเสียงที่น่าสนใจ การแสดงสีหน้า หรือท่าทางกับเขา จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ถึงการอ่านสีหน้า ท่าทางได้อย่างเข้าใจ ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะภาษาและช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทารกวัย 6 เดือนที่ดีอย่างหนึ่ง แต่ถ้าปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว เล่นคนเดียว เมื่อโตขึ้นเด็กก็ดูแต่ทีวี หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นการสื่อสารในด้านเดียว ก็จะกลายเป็นผลเสียต่อการพัฒนาภาษาและสติปัญญาของลูกในภายหลังได้
อารมณ์ขันและเสียงหัวเราะมีความจำเป็นต่อพัฒนาการทางอารมณ์ด้านบวกของลูกเป็นอย่างมาก คุณแม่สามารถเรียกเสียงหัวเราะของลูกได้โดย
เล่นจั๊กจี้ เด็กทารกวัย 6 เดือน มักจะชอบกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายส่วนลำตัว ซึ่งจะกระตุ้นอารมณ์ขันและเสียงหัวเราะของเด็กวัยนี้ เช่น การเล่นจั๊กจี้ที่รักแร้หรือข้างเอว จะทำให้ลูกบิดตัวไปมาด้วยเสียงหัวเราะค่ะ
หัวเราะให้ลูกเห็น อารมณ์ขันจะตลกที่สุดเมื่อมันเกิดขึ้นเองโดยไม่ได้พยายามประดิษฐ์หรือแกล้งทำ คุณแม่จะสังเกตเห็นว่าเวลาที่รู้สึกผ่อนคลายจะพบว่าเสียงหัวเราะมักเกิดขึ้นได้เองง่ายๆ โดยไม่ต้องพยายาม คุณแม่กับลูกมักจะมีเรื่องให้หัวเราะได้มากมาย เพราะลูกจะคิดว่านั่นแม่หัวเราะอีกแล้ว เมื่อลูกเห็นแม่หัวเราะ เขาก็จะหัวเราะด้วย ลูกน้อยชอบอารมณ์ขันที่แสดงออกง่ายๆ อย่างชัดเจน ไม่ซับซ้อน
ทำท่าทางตลกให้ลูกดู เด็กเล็กจะชอบและมีอารมณืกับท่าทางหรือการแสดงตลกๆ เพียงแค่ทำหน้าตาตบกหรือแปลกก็จะหัวเราะแล้ว ลูกน้อยจะรู้สึกมีความสุข ผ่อนคลายและยังเป็นการช่วยให้สายสัมพันธ์ครอบครัวแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย อีกทั้งยังเป็นประโยชน์มากต่อพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคมของลูกน้อยด้วยนั่นเอง
ลูกน้อยวัย 6 เดือน สามารถที่จะนั่งทรงตัวได้นานขึ้น นั่นหมายความว่าลูกน้อยสามารถที่จะเล่นสนุกได้มากขึ้นด้วย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหาของเล่นเด็ก 6 เดือนมาเล่นกับลูก เพื่อสร้างเสริมพัฒนาการให้สมวัย ดังนี้
เพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่เป็นไปตามเกณฑ์การเจริญเติบโต และมีสุขภาพแข็งแรง คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจดูแลเรื่องพื้นฐานทางสุขภาพของลูกน้อยวัย 6 เดือน ดังนี้
เด็ก 6 เดือน ยังใช้เวลาไกับการกินและการนอนเหมือนเดิมค่ะ แต่เป็นวัยที่ต้องเริ่มกินอาหารตามวัยแล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงอาจต้องปรับตารางเลี้ยงลูกเพื่อให้สอดคล้องกับวัยของลูก ดังตัวอย่างตารางต่อไปนี้
ช่วงเช้า
ช่วงบ่าย
ช่วงเย็น
หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณต่าง ๆ ดังต่อไปนี้จากทารก 6 เดือน ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย
Enfa สรุปให้: พัฒนาการเด็ก 6 เดือน เป็นช่วงเวลาที่ลูกน้อยเคลื่อนไหวได้ดี ทรงตัวได้ดี ช่างสังเกต ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้: พัฒนาการเด็ก 7 เดือน ก้าวกระโดดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้อยนั่งทรงตัวได้ดี พลิกตัวไ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้: เด็ก 10 เดือน ผู้ชายหนักประมาณ 9.2 กิโลกรัม สูงประมาณ 73.3 เซนติเมตร ผู้หญิงหนักปร...
อ่านต่อ