เดือนที่ 10

       พัฒนาการของลูกน้อยวัยนี้ความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ลูกวัย 10 เดือนเริ่มแสดงความเป็นตัวเองให้เห็นชัดเจน เพราะเขาเรียนรู้แล้วว่า ตัวเขาก็เป็นคนคนหนึ่งเช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านที่ทำอะไรๆ ได้เหมือนกัน...มาดูพัฒนาการ 360° อัจฉริยะรอบด้านของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ  

ฉลาดเรียนรู้

  • ลูกสามารถกะระยะความสูง-ต่ำ ได้ดีกว่าเดือนก่อน จึงทำให้กล้าที่จะปีนลงจากเก้าอี้หรือเตียงเอง

  • ลูกเริ่มแยกลักษณะของมือทั้งสองข้าง เช่น มือซ้ายถือของ ส่วนมือขวาใช้จับสัมผัส ซึ่งการที่ลูกใช้มือซ้ายน้อยลงจะไปเพิ่มทักษะและความชำนาญมือขวามากขึ้น ทำให้คุณแม่สามารถสังเกตได้ว่าลูกถนัดใช้มือข้างไหน

  • เมื่อลูกเริ่มตระหนักในความเป็นตัวเองมากขึ้น เราก็สามารถที่จะสอนให้ลูกรู้จักอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของลูกเรียกว่าอะไร เช่น นี่ปาก...นี่จมูก ...นี่หู...นี่ตา ฯลฯ โดยชี้ที่ปากของลูกและบอกว่า นี่ปากของหนู อันนี้ปากของแม่ ค่อยๆ สอน อีกหน่อยลูกจะจำได้เอง

  • วัยนี้เราจะเริ่มเห็นความแตกต่างของเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายชัดเจนมากขึ้นค่ะ เช่นเด็กผู้หญิงจะโตเร็วกว่า รู้เรื่องเร็วกว่าเด็กผู้ชาย

  • เด็กวัยนี้เรียนรู้จากการเลียนแบบค่ะ เช่น เวลาที่แม่ตักอาหารป้อน ลูกก็จะใช้ช้อนในมือตักอาหารป้อนคุณแม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าคุณแม่ค่อยๆ เคี้ยวและกลืน ลูกก็จะจ้องมองปากของคุณแม่เพื่อดูว่าเคี้ยวยังไง นี่จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะสอนให้เขาเลียนแบบในสิ่งที่คุณอยากให้เขาทำ เช่น ทำท่าบ๊ายบาย ธุจ้า ฯลฯ

  • ใช่แต่จะเลียนแบบเฉพาะผู้ใหญ่นะคะ เพราะแม้แต่เด็กด้วยกันก็ยังเลียนแบบ สังเกตได้จากเวลาไปหาหมอ ถ้าเด็กสักคนเกิดร้องไห้ขึ้นมา เด็กคนอื่นๆ ก็จะร้องไห้ตามกันจ้าละหวั่นทีเดียว

  • ลูกสนใจทดลองทำอะไรหลายๆ อย่าง เช่น ยกแก้วน้ำขึ้นมาเท  แล้วคอยดูเวลาแม่เช็ดทำความสะอาดอย่างสนใจ พอเอาแก้วมาวางใหม่ ลูกก็จะเทแบบเดิมอีก เป็นการเรียนรู้ซ้ำ ๆ เพื่อดูผลของการกระทำค่ะ

  • ลูกวัยนี้สนใจการเคลื่อนที่ของวัตถุมาก เช่น ถ้าสนใจลูกบอลที่กลิ้งอยู่ ก็จะสนใจเล่นอยู่นานสองนานทีเดียว

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • พัฒนาการของลูกน้อยด้านร่างกายและการเคลื่อนไหวในเดือนนี้ไม่ค่อยโดดเด่นนัก ส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะทบทวนทักษะที่เคยทำมาให้คล่องแคล่วและมั่นคงมากขึ้น เช่น นั่งได้ดีและสามารถเอี้ยวตัวไปหยิบของที่อยู่ด้านหลังได้โดยไม่ล้ม คลานขึ้นบันได ปีนขึ้นลงเก้าอี้ เกาะเดิน รวมไปถึงการหยิบ จับ เขย่า บีบ และถือสิ่งของต่างๆ

  • คุณแม่สามารถช่วยสนับสนุนให้ลูกก้าวเดินได้เร็วขึ้นโดยการจับมือลูกไว้ทั้งสองข้าง (เป็นหลักยึดให้ลูก) ค่อยๆ หัดให้ลูกก้าวเท้าเดิน ไม่แนะนำให้ใช้รถนัดเดิน เพราะนอกจากไม่ช่วยพัฒนาการเดินแล้วยังอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ

  • การที่เด็กได้เคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ จะช่วยส่งเสริมให้มีจินตภาพที่ดียิ่งขึ้น  เพราะจินตภาพเกิดจากการที่ลูกได้รับความรู้สึกจากประสาทสัมผัสต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ชิมรส และได้สัมผัสค่ะ

ฉลาดสื่อสาร

  • ลูกเรียนรู้และสามารถเชื่อมโยงคำต่างๆ กับท่าทางได้บ้างแล้ว เช่น ส่ายหัวหรือสั่นหัวกับคำว่า “ไม่”  โบกมือ หมายถึง “บ๊ายบาย”  การเอามือแตะปาก หมายถึง “ส่งจูบ” เป็นต้น

  • ลูกวัยนี้เป็นนักเลียนแบบตัวยง และเขาพร้อมจะพูดตามเราได้ หากเราพูดเป็นคำๆ ช้าๆ และชัดๆ ค่ะ

ฉลาดด้านอารมณ์

  • การแสดงอารมณ์ของลูกค่อนข้างโดดเด่นและชัดเจนอย่างที่บอกว่า เขาเริ่มแสดงความเป็นตัวเองให้ใครๆ เห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะดีใจ โมโห โกรธเกรี้ยว หรือปฏิเสธ

  • ลูกเริ่มตระหนักถึง “การยอมรับ” และ “ไม่ยอมรับ” จากคนอื่นๆ  รู้ว่าถ้าทำแบบนี้แม่ไม่ชอบ ทำแบบนี้จะได้รับคำชมเชย ซึ่งลูกยังต้องการการยอมรับจากสังคมเวลาทำอะไรใหม่ๆ ได้ก็จะชอบแสดงออกเพื่อให้คนปรบมือให้ แต่ถ้าไม่มีใครสนใจ เขาก็จะเรียกร้องความสนใจทันที

  • หากที่ผ่านมาลูกได้รับความรักและเวลาในการเอาใจใส่ดูแลจากคุณพ่อคุณแม่เต็มที่ เขาจะแสดงออกซึ่งสิ่งที่เขาได้รับกับตุ๊กตาตัวโปรด

  • ลูกชอบเลียนแบบท่าทางที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกค่ะ อย่างถ้าที่ผ่านมาคุณแม่กอดหอมลูกแล้วบอกว่า รักจังๆ ลูกก็จะทำแบบที่เวลาเราบอกว่า รักกันทำยังไง หรือถ้าอยู่ในอารมณ์เศร้า ก็เบ้หน้า เป็นต้น

       การทำอะไรซ้ำๆ จะช่วยตอกย้ำ ให้เด็กๆ จำและทำได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงเราต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำซ้ำๆ แม้ว่าบางครั้งเราอาจต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่นั่นก็เพื่อช่วยให้ลูกก้าวไปสู่พัฒนาการ    360° อัจฉริยะรอบด้านในขั้นต่อๆ ไปได้