เดือนที่  4

       ลูกเติบโตมาจนกระทั่งเข้าสู่เดือนที่ 4 กันแล้ว คุณแม่จะเห็นได้ว่า พัฒนาการของเด็กเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนคุณแม่อดที่จะรู้สึกภูมิใจกับตัวเองไม่ได้ ที่ 3 เดือนที่ผ่านมาอดตาหลับขับตานอน ทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูลูกน้อย มาถึงตอนนี้ลูกไม่ใช่ “เบบี๋” ที่เอาแต่นอนแบเบาะอีกต่อไป 

มาดูพัฒนาการ 360°อัจฉริยะรอบด้านของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ

ฉลาดเรียนรู้

  • สมองและการเรียนรู้ของลูกพัฒนาไปมากทีเดียว  จากที่เคยมองชัดไม่เกิน 7-8 นิ้วตอนแรกคลอด ตอนนี้สามารถมองไกลออกไปนอกหน้าต่างได้อย่างชัดเจน

  • สมอง ตา และกล้ามเนื้อคอทำงานประสานกันมากขึ้นจึงทำให้ลูกสามารถก้มมองเงยมอง เอี้ยวซ้ายเอี้ยวขวา มองได้ทั่ว...ทดสอบได้โดยการหาของเล่นมาล่อแล้วให้ลูกมองตามดูสิคะ

  • ตากับมือประสานกันได้ดีขึ้นทำให้ในราวๆ ปลายเดือนที่ 4 ลูกสามารถหยิบจับสิ่งของได้ทั้งสองมือ สามารถย้ายของจากมือหนึ่งไปยังอีกมือหนึ่งได้ลูกเริ่มเรียนรู้ว่าตัวเองเป็นคนละส่วนกับสิ่งแวดล้อมและสิ่งต่างๆ ที่เห็นเป็นผลจากการกระทำของแก เช่น หากทำของเล่นหลุดมือ ลูกจะมองตามของที่หล่นและมองที่มือตัวเอง

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • ตอนนี้ลูกควบคุมกล้ามเนื้อคอได้ดีจนสามารถยกศีรษะได้ 90 องศา และหันหน้าไปทิศต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะจับนอนคว่ำหรือนอนหงาย รวมทั้งสามารถพลิกคว่ำพลิกหงายไปมาได้แล้ว

  • ลูกสามารถเหยียดแข้งขาได้ตามอิสระ บางครั้งก็ทำท่าเหมือนเครื่องบินร่อน คือเงยหน้า แอ่นอก เหยียดแขนขาในขณะนอนคว่ำ เวลานอนหงายมักจะก้มหน้ามองมือหรือคว้าจับเท้าตัวเองเล่น

  • เดือนนี้ลูกเริ่มพัฒนากล้ามเนื้อลำตัวเพื่อเตรียมพร้อมสู่การนั่งในเดือนต่อๆ ไปแล้ว การจับลูกนั่ง (พิงเบาะหรือพิงตัวคุณแม่) บ่อยๆ จะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อส่วนนี้ได้ดี ซึ่งลูกเองก็ดูเหมือนจะชอบให้คุณแม่จับนั่งบ่อยๆ ด้วย

  • กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วและมือแข็งแรงขึ้นมาก ฉะนั้นหากคุณแม่ไว้ผมยาวก็ควรจะรวบไว้ให้เรียบร้อยไม่เช่นนั้นเวลาอุ้มลูกขึ้นบ่าอาจต้องร้องเสียงหลงเพราะลูกดึงผมได้นะคะ  

  • เมื่อลูกเคลื่อนไหวได้มากขึ้น พลิกคว่ำพลิกหงาย คว้าจับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ได้มาก คุณแม่ต้องคอยดูแลเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิดด้วยนะคะ

ฉลาดสื่อสาร

  • ลูกจะส่งเสียงอืออาในลำคอได้นาน 10-20 นาที  ชอบเล่นน้ำลายและส่งเสียงคล้ายพูดคุยอยู่คนเดียว สังเกตได้จากน้ำเสียงที่จะมีระดับสูงๆ ต่ำๆ

ฉลาดด้านอารมณ์

  • ลูกจำหน้าคุณแม่และคนคุ้นเคยได้มากขึ้น และจะชอบมองหน้าคนจริงๆ มากกว่ารูปภาพคน

  • ลูกสามารถแยกความแตกต่างระหว่างคนกับสิ่งของ ตัวเองกับสิ่งแวดล้อมได้บ้างแล้ว โดยคุณแม่สามารถสังเกตได้จากอาการ “ติด” สิ่งของบางอย่าง เช่น ติดผ้า หรือของนุ่มๆ สิ่งนี้นับเป็นพัฒนาการที่ก้าวหน้าอีกขั้น แตกต่างจากช่วง 3 เดือนแรกที่ลูกจะยังคิดว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของแม่และสิ่งแวดล้อมอยู่ อาการติดสิ่งของลูกวัยนี้ไม่เป็นอันตราย แต่เป็นวิธีปลอบประโลมใจตัวเองของลูก

  • ในเดือนนี้คุณแม่จะสังเกตได้ว่าลูกชอบเล่นของเล่นชิ้นใดชิ้นหนึ่งเป็นพิเศษ เรียกว่ามีของเล่นชิ้นโปรดของตัวเองแล้ว

  • ยิ้มและหัวเราะเมื่อถูกใจหรือมีความสุข และจะแผดเสียงร้องดังสนั่นหวั่นไหวเพื่อร้องเรียก เมื่อถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวนานๆ  หรือเมื่อรู้สึกไม่สบายเนื้อตัว

  • สนใจและอยากปฏิสัมพันธ์กับคนและสิ่งรอบตัวมากขึ้น  รวมทั้งเริ่มสนใจมองและยิ้มให้กับเงาของตัวเองในกระจกบ้างแล้ว

       เห็นไหมล่ะคะว่า ลูกวัยนี้เปลี่ยนไปจากช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามากแค่ไหน  เดือนต่อๆ ไปเห็นทีคุณแม่คงต้องเตรียมรับมือกับพัฒนาการก้าวหน้าของลูกให้ดีๆ เชียว เพราะเจ้าตัวน้อยจะไม่อยู่ยอมนอนเฉยๆ อีกต่อไปแน่ๆ