นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

พัฒนาการทารก 2 เดือน เป็นอย่างไร วิธีดูแลเด็ก 2 เดือน แบบไหน

Enfa สรุปให้

  • เด็ก 2 เดือน เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวมากขึ้น ยิ้มตอบ ส่งเสียงอ้อแอ้ ควบคุมศีรษะได้ดีขึ้น กินนมเป็นหลักและนอนวันละประมาณ 14–17 ชั่วโมง

  • พัฒนาการเด็ก 2 เดือน เด่นด้านการมองเห็นและการสื่อสาร เช่น จ้องหน้า มองตามวัตถุ ยิ้มตอบเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย และเริ่มยกศีรษะได้เมื่อคว่ำ

  • ทารก 2 เดือน ยังต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ควรกินนมแม่หรือนมตามวัยอย่างเพียงพอ ขับถ่ายและนอนหลับเป็นจังหวะ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไม่ดูดนม ซึม ควรพาไปพบแพทย์ทันที

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เด็ก 2 เดือน เป็นอย่างไร

ทารก 2 เดือน ถือเป็นช่วงวัยที่มีความบอบบางสูง จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะ ต้องคอยดูแลทั้งเรื่องการกิน การนอน การขับถ่าย และการเล่น เพื่อดูแลให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทารก 2 เดือนที่สมบูรณ์และสมวัย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง

แม้ว่าเด็กวัย 2 เดือนยังต้องพึ่งพาการดูแลจากผู้ใหญ่ทั้งหมด แต่จะเริ่มมีพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น เช่น

  • เริ่มยิ้มตอบเมื่อได้ยินเสียงหรือเห็นหน้าพ่อแม่
  • ส่งเสียงอ้อแอ้
  • ขยับแขนขามากขึ้น

ในช่วงนี้สมองของทารกมีการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทอย่างรวดเร็ว การดูแลด้วยความใกล้ชิด พูดคุย และสัมผัสอย่างอ่อนโยน จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างมากค่ะ

 

น้ำหนักเด็ก 2 เดือน

พอลูกอายุได้ 2 เดือน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็อาจจะนึกสงสัยกันอยู่ว่า ทารก 2 เดือน หนักกี่กิโลกันนะ ซึ่งน้ำหนักของทารกวัย 2 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้

  • ทารกเพศชายวัย 2 เดือน หนักประมาณ 5.6 กิโลกรัม
  • ทารกเพศหญิงวัย 2 เดือน หนักประมาณ 5.1 กิโลกรัม

ทั้งนี้ น้ำหนักเด็ก 2 เดือนควรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเท่ากับค่าเฉลี่ยเป๊ะ หากลูกมีพัฒนาการดี กินนมได้ และแพทย์ไม่พบความผิดปกติ ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ

 

ส่วนสูงเด็ก 2 เดือน

เด็ก 2 เดือนควรสูงเท่าไหร่กันนะ ปกติแล้วส่วนสูงของทารกวัย 2 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้

  • ทารกเพศชายวัย 2 เดือน สูงประมาณ 58.4 เซนติเมตร
  • ทารกเพศหญิงวัย 2 เดือน สูงประมาณ 57.1 เซนติเมตร

ซึ่งการวัดส่วนสูงควรทำอย่างสม่ำเสมอในวันนัดตรวจสุขภาพนะคะ เพื่อดูแนวโน้มการเติบโตมากกว่าดูตัวเลขเพียงครั้งเดียวค่ะ

 

ลูก 2 เดือน กินกี่ออนซ์ต่อวัน

ลูก 2 เดือนกินกี่ออนซ์ คุณแม่หลายคนอาจสงสัยเรื่องนี้ โดยทั่วไปลูก 2 เดือนจะเริ่มกินนมได้มากขึ้นต่อมื้อ เนื่องจากกระเพาะอาหารมีขนาดใหญ่ขึ้นและระบบย่อยอาหารเริ่มทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ซึ่งแม้เด็กวัยนี้จะไม่มีตารางกินนมทารกที่ชัดเจน แต่โดยทั่วไปจะกินนมดังนี้

  • ทารก 2 เดือน มักกินนมครั้งละประมาณ 3–5 ออนซ์
  • กินวันละประมาณ 6–8 มื้อ
  • ปริมาณนมรวมต่อวันอยู่ที่ประมาณ 24–32 ออนซ์

สำหรับทารกที่กินนมแม่ แนะนำให้กินตามความต้องการมากกว่าการนับจำนวนออนซ์ เนื่องจากปริมาณน้ำนมที่ลูกดูดในแต่ละครั้งอาจไม่เท่ากัน แต่หากลูกดูดนมสม่ำเสมอ ปัสสาวะวันละอย่างน้อย 6–8 ครั้ง น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ในตารางน้ำหนักทารกถือว่าได้รับนมเพียงพอค่ะ 

นอกจากนี้ บางช่วงเด็ก 2 เดือน อาจดูดนมถี่ขึ้นกว่าปกติ หรือกินนานขึ้น ซึ่งอาจเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเติบโต ไม่จำเป็นต้องกังวล หากลูกยังดูดนมดี สดใส และไม่มีอาการผิดปกติ

สิ่งสำคัญคือไม่ควรฝืนให้ลูกกินนมเกินความต้องการ เพราะอาจทำให้แหวะนม อาเจียน หรือแน่นท้องได้ การสังเกตสัญญาณอิ่ม เช่น ลูกผ่อนคลาย ปล่อยเต้า หรือหลับสบาย เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการประเมินว่าลูกกินนมเพียงพอหรือไม่

 

พัฒนาการทารก 2 เดือน

ทารก 2 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ

ทารก 2 เดือน ระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกันยังอยู่ในระยะเริ่มต้น โภชนาการจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อทั้งน้ำหนักทารกแรกเกิด การเจริญเติบโตของสมอง และการพัฒนาระบบร่างกายในระยะยาว โภชนาการสำคัญต่อทารกแรกเกิดในช่วงนี้ ได้แก่

 

MFGM

MFGM สุดยอดสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก

 

Lactoferrin

Lactoferrin (แลคโตเฟอร์ริน) คือโปรตีนในนมแม่ซึ่งทำหน้าที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร ออกฤทธิ์ในลำไส้เพื่อทำการต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่าง ๆ และมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในทารก ทั้งยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับทารกให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย

แลคโตเฟอร์รินปริมาณสูงสุดจะอยู่แค่ในเฉพาะช่วงที่ยังเป็นน้ำนมเหลืองหรือน้ำนมระยะแรกเท่านั้น ซึ่งระยะน้ำนมเหลืองจะอยู่แค่เพียง 1 - 3 วันแรกหลังคลอด

 

DHA 

DHA คือ กรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมองและจอประสาทตา ในสมองและเซลล์ประสาทตาของคนเราประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด แต่ชนิดที่มีมากที่สุด คือ ดีเอชเอ 

โดยพบในสมอง 30% และพบในจอประสาทตา 60% ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเซลล์ประสาททั้งโครงสร้างการเชื่อมต่อการทำงานระหว่างเซลล์ประสาทและระบบการทำงาน ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและส่งผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน จึงได้ชื่อว่าเป็นสารอาหารบำรุงสมองที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมองและสติปัญญาของเด็ก

 

2’FL

2’FL (2’-Fucosyllactose) หรือ 2’-ฟูโคซิลแลคโตส คือ โอลิโกแซคคาไรด์ หรือใยอาหารธรรมชาติชนิดที่พบมากที่สุดในน้ำนมแม่ (HMOs) ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก หรือเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ ที่ช่วยส่งเสริมระบบทางเดินอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นกลไลการป้องกันการติดเชื้อของลำไส้ ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยได้ดีขึ้น

 

ทารก 2 เดือน ถ่ายวันละกี่ครั้ง

ทารก 2 เดือน ถ่ายวันละกี่ครั้ง เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องหมั่นสังเกตและเอาใจใส่อยู่เสมอนะคะ เพราะบางครั้งอุจจาระของทารกก็สามารถที่จะบอกถึงความผิดปกติได้เหมือนกัน

ปกติแล้วทารกอาจจะถ่ายวันละ 1-2 ครั้งค่ะ แต่ก็จะไม่ค่อยตายตัว เพราะบางครั้งพบว่าลูกถ่ายวันละ 3-4 ครั้ง หรือ 5-6 ครั้งต่อวันก็เป็นไปได้เช่นกันค่ะ 

แต่ถ้าหากทารก 2 เดือนไม่ถ่ายเลยเป็นสัปดาห์ หรือมากกว่า 1 สัปดาห์ อาจจะต้องลองพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยดูค่ะ ว่าลูกน้อยกำลังมีความผิดปกติใด ๆ เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือไม่

 

การนอนของทารก 2 เดือน

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จช่วยให้พัฒนาการเด็ก 2 เดือนสมบูรณ์และแข็งแรง จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกน้อยเข้านอนให้เหมาะสม 

ปกติแล้วทารกวัย 2 เดือนก็จะมีช่วงเวลานอนไม่ต่างจากทารก 1 เดือนมากนักค่ะ โดยทารกช่วงอายุ 2 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 15.5-17 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 7-9 ชั่วโมง และนอนตอนกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง และยังไม่ควรฝึกลูกนอนยาวเร็วเกินไปค่ะ

ทั้งนี้ ตารางนอนทารกอาจไม่แน่นอน บางครั้งลูกไม่ยอมนอนกลางวันหรือทารกนอนนานเกินไปหน่อย ซึ่งถ้าเป็นตอนกลางคืนก็อาจจะไม่ค่อยน่ากังวลนักค่ะ การที่ทารกนอนกลางคืนได้เพียงพอนั้นถือว่าเป็นข้อดี เพราะทารกจะได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม คุณพ่อคุณแม่ก็ถือว่าได้พัก เพราะทารกไม่ร้องไห้โยเยรบกวนกลางดึก

แต่ถ้าเป็นตอนกลางวัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องคอยดูให้ลูกน้อยวัย 2 เดือนนอนไม่เกิน 7-9 ชั่วโมงค่ะ เพราะถ้าหากนอนมากเกินไปกว่านั้น อาจจะทำให้เด็กไม่ยอมหลับในตอนกลางคืน หรือหลับยาก อาจส่งผลเสียต่อตารางการนอนหลับของเด็กได้ค่ะ

 

การมองเห็นของทารก 2 เดือน

หลายคนมักสงสัยว่า ทารกมองเห็นตอนกี่เดือน และในช่วงวัยนี้ลูกมองเห็นได้ดีแค่ไหน สำหรับทารก 2 เดือน การมองเห็นจะพัฒนาขึ้นจากช่วงแรกเกิดอย่างชัดเจน แต่ยังไม่เท่าผู้ใหญ่ โดยมีลักษณะสำคัญดังนี้ค่ะ

  • เด็ก 2 เดือน สามารถมองเห็นได้ชัดในระยะประมาณ 30–60 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะเดียวกับตอนอุ้มหรือให้นม
  • เริ่มจ้องมองใบหน้าพ่อแม่ และอาจยิ้มตอบเมื่อสบตา
  • สามารถมองตามวัตถุที่เคลื่อนไหวช้า ๆ ได้ดีขึ้น
  • ยังแยกแยะสีได้ไม่ครบถ้วน แต่จะชอบสีที่มีความตัดกันสูง เช่น ขาว-ดำ หรือสีสดชัด

การมองเห็นของ ทารก 2 เดือน ยังต้องอาศัยการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ เช่น การพูดคุย สบตา หรือใช้ ของเล่นเด็ก 2 เดือน ที่มีสีตัดกัน จะช่วยให้สมองและสายตาเชื่อมโยงการทำงานได้ดีขึ้น

หากลูกยังไม่สบตาเลย ไม่มองตามวัตถุ หรือดูไม่ตอบสนองต่อแสงและการเคลื่อนไหว ควรสังเกตต่อเนื่อง และปรึกษาแพทย์ในการตรวจพัฒนาการด้านการมองเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาของลูกเป็นไปตามวัยอย่างเหมาะสม

 

พัฒนาการเด็ก 2 เดือน

วัยนี้เป็นช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงพัฒนาการทารก 2 เดือนได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ การสื่อสาร และการเรียนรู้ โดยเด็ก 2 เดือนจะเริ่มโต้ตอบกับคนรอบตัว ไม่ได้เป็นเพียงการตอบสนองตามสัญชาตญาณเหมือนช่วงแรกเกิดแล้ว โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตพัฒนาการด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้

 

ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย

  • ทารก 2 เดือน สามารถยกศีรษะได้ดีขึ้นเมื่อนอนคว่ำ และเริ่มพยุงคอได้ช่วงสั้น ๆ
  • แขนขาเคลื่อนไหวมากขึ้น เริ่มเหยียดมือหรือกำมือแน่น

 

ด้านการมองเห็นและการรับรู้

  • มองตามวัตถุหรือใบหน้าที่เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
  • สนใจสิ่งรอบตัวมากกว่าเดิม โดยเฉพาะใบหน้าคนใกล้ชิด

 

ด้านการสื่อสารและอารมณ์

  • ยิ้มตอบอย่างมีความหมาย
  • ส่งเสียงอ้อแอ้เมื่อพ่อแม่พูดคุยหรือเล่นด้วย
  • เริ่มแสดงความพอใจหรือไม่พอใจผ่านสีหน้าและเสียงร้อง

 

ด้านการเรียนรู้

  • เริ่มจดจำเสียง กลิ่น และใบหน้าของพ่อแม่
  • เรียนรู้ผ่านการมอง ฟัง และการสัมผัสเป็นหลัก

การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 2 เดือน ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการอุ้ม พูดคุย สบตา เล่น และตอบสนองต่อเสียงหรือรอยยิ้มของลูกอย่างสม่ำเสมอ หาก ทารก 2 เดือน ยังไม่ยิ้ม ไม่ส่งเสียง หรือดูไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด

 

การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 2 เดือน

การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 2 เดือนในช่วงนี้ควรทำอย่างอ่อนโยน เป็นธรรมชาติ และอยู่บนพื้นฐานของความสุขและความสงบ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ตามวัยอย่างเหมาะสม โดยสามารถส่งเสริมพัฒนาการลูกรักได้ดังนี้

 

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

การสร้างสมาธิถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ในวัยนี้ แม้ พัฒนาการเด็ก 2 เดือน จะมีสมาธิได้เพียงช่วงสั้น ๆ แต่การจ้องมองหน้าแม่ การดูดนมแม่ การสบตา การร้องเพลงกล่อม หรือการนวดสัมผัส ล้วนช่วยเสริมสมาธิและการรับรู้ของสมองได้ดี โดยควรทำในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและอบอุ่น

 

ด้านร่างกาย การเคลื่อนไหว และประสาทสัมผัส

การใช้โมบายหรือของเล่นสีสันสดใสที่มีการเคลื่อนไหวและเสียง ช่วยฝึกการมองเห็น การฟัง และการเอื้อมคว้า ส่งเสริมการประสานงานระหว่างมือและสายตา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของ พัฒนาการเด็ก 2 เดือน และการเคลื่อนไหวในระยะต่อไป

 

ด้านภาษา อารมณ์ และสังคม

การพูดคุย ทักทาย เรียกชื่อ สบตา และแสดงท่าทางประกอบคำพูด ช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษาและการสื่อสารของ ทารก 2 เดือน ขณะเดียวกัน การตอบสนองต่อเสียงร้องอย่างรวดเร็วและอ่อนโยน จะช่วยสร้างความรู้สึกมั่นคง ความเชื่อใจ และวางรากฐานพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่ดีในระยะยาว

การดูแลและกระตุ้นพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอในช่วงวัยนี้ จะช่วยให้เด็ก 2 เดือนเติบโตอย่างสมวัย มีพื้นฐานการเรียนรู้ที่แข็งแรง และพร้อมพัฒนาต่อไปในช่วงเดือนถัด ๆ ไปอย่างเหมาะสม

 

ของเล่นเด็ก 2 เดือน

แม้จะตอบสนองการเล่นไม่ได้มาก แต่เด็กวัยนี้ก็มีพัฒนาการเพิ่มมากขึ้นและสามารถที่จะตอบสนองต่อของเล่นชิ้นต่าง ๆ ได้แล้ว เพียงแต่ของเล่นเหล่านั้นจะต้องเป็นของเล่นที่มีสีสันและมีเสียง เพื่อกระตุ้นให้เด็ก ๆ ได้มีประสาทสัมผัสตอบโต้กับเสียงจากของเล่นที่ได้ยิน โดยของเล่นเด็ก 2 เดือน ก็ยังคงเป็นรูปแบบเดียวกันกับทารกในวัย 1 เดือนค่ะ ได้แก่

  • ของเล่นที่มีเสียง หรือเขย่าแล้วเกิดเสียง เช่น กล่องดนตรี โมบายล์แขวนที่มีเสียง สมุดนิทานที่เปิดมาแล้วมีเสียงเพลงเด็ก มีเพลงลัลลาบายกล่อมนอน
  • ของเล่นที่มีสีสันสดใส เช่น สมุดภาพนิทานต่าง ๆ ที่มีภาพและรูปร่างขนาดใหญ่ หรือโมบายล์แขวนสีสันสดใน สามารถดึงดูดความสนใจเด็กวัยนี้ได้ดี
  • ของเล่นที่มีการโต้ตอบ เช่น อาจจะเป็นกระจกของเล่นที่สามารถทำให้เด็กได้เห็นภาพตัวเองสะท้อนกลับมา หรือของเล่นที่มีการโต้ตอบกับเสียงของทารก ก็จะช่วยให้ทารกเริ่มมีการอ้อแอ้พูดตอบโต้ด้วย เป็นการฝึกทักษะทางการสื่อสารที่ดีอีกทางหนึ่ง

สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกของเล่นที่มีความปลอดภัย ผลิตจากวัสดุที่ได้มาตรฐาน และเวลาเล่นจะต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่เสมอ เพราะเด็กอาจจะเผลอหยิบของเล่นบางชิ้นเข้าปาก อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ค่ะ

 

การดูแลสุขภาพทารก 2 เดือน

การดูแลสุขภาพของทารก 2 เดือน ควรเน้นความปลอดภัยและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะร่างกายและภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ สามารถทำได้ดังนี้

  • ให้นมแม่เป็นหลักเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและช่วยให้ เด็ก 2 เดือน เติบโตตามเกณฑ์ของตารางน้ำหนักทารก
  • อาการทารกหายใจครืดคราดหรือทารกดูดนิ้ว พบได้ตามวัย หากลูกไม่มีไข้ ไม่หอบ และยังสดใส ถือว่าปกติ
  • ไม่ควรให้ยาแก้ไอทารกหรือยาใด ๆ เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • สังเกตการขับถ่าย หากพบทารกอุจจาระมีมูกเล็กน้อยแต่ลูกกินนมได้และร่าเริง มักไม่อันตราย
  • ทารกนอนนาน วันละประมาณ 14–17 ชั่วโมงถือว่าปกติ ควรจัดสภาพแวดล้อมให้เงียบและปลอดภัย

นอกจากนี้ การดูแลที่เหมาะสมและพาลูกตรวจสุขภาพตามนัด จะช่วยให้ ทารก 2 เดือน แข็งแรงและมีพัฒนาการสมวัย 

 

ตารางเลี้ยงลูก 2 เดือน

ตารางการเลี้ยงลูกนั้น อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว แต่โดยพื้นฐานสำหรับเด็กทารกวัย 2 เดือนนั้น เน้นความสำคัญคือ กินให้พอ นอนให้พอ เพื่อให้ทารกได้มีพัฒนาการเด็ก 2 เดือนที่แข็งแรงและสมวัย ดังนี้

  • การกิน
    ทารกวัย 2 เดือนควรได้รับแค่นมแม่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยในแต่ละวันทารกควรจะได้กินนมแม่ครั้งละ 4 - 5 ออนซ์ ในทุก ๆ 3 - 4 ชั่วโมงค่ะ

  • การนอน
    ทารกวัย 2 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 15.5 - 17 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 7- 9 ชั่วโมง และนอนตอนกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง

  • การขับถ่าย
    จริง ๆ แล้วทารกในวัย 2 เดือนนี้มีการขับถ่ายที่แตกต่างกันไปค่ะ บางวันอาจจะขับถ่าย 3 - 4 ครั้ง บางวันอาจจะแค่ 1 - 2 ครั้ง แต่อย่างน้อยที่สุดก็จะขับถ่ายอย่างน้อย 1 - 2 ครั้งต่อวัน คอยดูว่าหากทารกไม่ขับถ่ายเลย 1 สัปดาห์ขึ้นไป อาจจะต้องลองพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยว่าเกิดความผิดปกติอะไรหรือเปล่า

  • การเล่น
    ช่วงที่ทารกตื่นนอน อาจจะมีการอุ้มลูกไปเดินเล่น หรือพาลูกเล่นของเล่นบ้าง เพื่อฝึกให้ลูกมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ และเห็นสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ด้วย

 

พัฒนาการทารก 2 เดือน

 

ทารก 2 เดือน กับสัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปพบแพทย์

แม้ ทารก 2 เดือน จะมีอาการบางอย่างที่พบได้ตามวัย แต่ก็มีสัญญาณอันตรายบางประการที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม หากพบอาการเหล่านี้ใน เด็ก 2 เดือน ควรพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและดูแลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

  • มีไข้สูง ซึม หรือไม่ดูดนม
  • หายใจผิดปกติ
  • อาเจียนพุ่ง หรือถ่ายผิดปกติรุนแรง
  • พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

การสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด และไม่ลังเลที่จะพา ทารก 2 เดือน ไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย จะช่วยให้ลูกได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีและปลอดภัยมากที่สุด

 

บทความแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่


* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH Join Enfamama