
Enfa สรุปให้
เด็ก 2 เดือน เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวมากขึ้น ยิ้มตอบ ส่งเสียงอ้อแอ้ ควบคุมศีรษะได้ดีขึ้น กินนมเป็นหลักและนอนวันละประมาณ 14–17 ชั่วโมง
พัฒนาการเด็ก 2 เดือน เด่นด้านการมองเห็นและการสื่อสาร เช่น จ้องหน้า มองตามวัตถุ ยิ้มตอบเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย และเริ่มยกศีรษะได้เมื่อคว่ำ
ทารก 2 เดือน ยังต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ควรกินนมแม่หรือนมตามวัยอย่างเพียงพอ ขับถ่ายและนอนหลับเป็นจังหวะ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไม่ดูดนม ซึม ควรพาไปพบแพทย์ทันที

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ทารก 2 เดือน ถือเป็นช่วงวัยที่มีความบอบบางสูง จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา คุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะ ต้องคอยดูแลทั้งเรื่องการกิน การนอน การขับถ่าย และการเล่น เพื่อดูแลให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทารก 2 เดือนที่สมบูรณ์และสมวัย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง
แม้ว่าเด็กวัย 2 เดือนยังต้องพึ่งพาการดูแลจากผู้ใหญ่ทั้งหมด แต่จะเริ่มมีพฤติกรรมตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น เช่น
ในช่วงนี้สมองของทารกมีการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทอย่างรวดเร็ว การดูแลด้วยความใกล้ชิด พูดคุย และสัมผัสอย่างอ่อนโยน จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างมากค่ะ
พอลูกอายุได้ 2 เดือน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ก็อาจจะนึกสงสัยกันอยู่ว่า ทารก 2 เดือน หนักกี่กิโลกันนะ ซึ่งน้ำหนักของทารกวัย 2 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
ทั้งนี้ น้ำหนักเด็ก 2 เดือนควรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเท่ากับค่าเฉลี่ยเป๊ะ หากลูกมีพัฒนาการดี กินนมได้ และแพทย์ไม่พบความผิดปกติ ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ
เด็ก 2 เดือนควรสูงเท่าไหร่กันนะ ปกติแล้วส่วนสูงของทารกวัย 2 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
ซึ่งการวัดส่วนสูงควรทำอย่างสม่ำเสมอในวันนัดตรวจสุขภาพนะคะ เพื่อดูแนวโน้มการเติบโตมากกว่าดูตัวเลขเพียงครั้งเดียวค่ะ
ลูก 2 เดือนกินกี่ออนซ์ คุณแม่หลายคนอาจสงสัยเรื่องนี้ โดยทั่วไปลูก 2 เดือนจะเริ่มกินนมได้มากขึ้นต่อมื้อ เนื่องจากกระเพาะอาหารมีขนาดใหญ่ขึ้นและระบบย่อยอาหารเริ่มทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ซึ่งแม้เด็กวัยนี้จะไม่มีตารางกินนมทารกที่ชัดเจน แต่โดยทั่วไปจะกินนมดังนี้
สำหรับทารกที่กินนมแม่ แนะนำให้กินตามความต้องการมากกว่าการนับจำนวนออนซ์ เนื่องจากปริมาณน้ำนมที่ลูกดูดในแต่ละครั้งอาจไม่เท่ากัน แต่หากลูกดูดนมสม่ำเสมอ ปัสสาวะวันละอย่างน้อย 6–8 ครั้ง น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ในตารางน้ำหนักทารกถือว่าได้รับนมเพียงพอค่ะ
นอกจากนี้ บางช่วงเด็ก 2 เดือน อาจดูดนมถี่ขึ้นกว่าปกติ หรือกินนานขึ้น ซึ่งอาจเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเติบโต ไม่จำเป็นต้องกังวล หากลูกยังดูดนมดี สดใส และไม่มีอาการผิดปกติ
สิ่งสำคัญคือไม่ควรฝืนให้ลูกกินนมเกินความต้องการ เพราะอาจทำให้แหวะนม อาเจียน หรือแน่นท้องได้ การสังเกตสัญญาณอิ่ม เช่น ลูกผ่อนคลาย ปล่อยเต้า หรือหลับสบาย เป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการประเมินว่าลูกกินนมเพียงพอหรือไม่
ทารก 2 เดือน ระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกันยังอยู่ในระยะเริ่มต้น โภชนาการจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อทั้งน้ำหนักทารกแรกเกิด การเจริญเติบโตของสมอง และการพัฒนาระบบร่างกายในระยะยาว โภชนาการสำคัญต่อทารกแรกเกิดในช่วงนี้ ได้แก่
MFGM สุดยอดสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรก
Lactoferrin (แลคโตเฟอร์ริน) คือโปรตีนในนมแม่ซึ่งทำหน้าที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร ออกฤทธิ์ในลำไส้เพื่อทำการต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่าง ๆ และมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในทารก ทั้งยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับทารกให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย
แลคโตเฟอร์รินปริมาณสูงสุดจะอยู่แค่ในเฉพาะช่วงที่ยังเป็นน้ำนมเหลืองหรือน้ำนมระยะแรกเท่านั้น ซึ่งระยะน้ำนมเหลืองจะอยู่แค่เพียง 1 - 3 วันแรกหลังคลอด
DHA คือ กรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมองและจอประสาทตา ในสมองและเซลล์ประสาทตาของคนเราประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด แต่ชนิดที่มีมากที่สุด คือ ดีเอชเอ
โดยพบในสมอง 30% และพบในจอประสาทตา 60% ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเซลล์ประสาททั้งโครงสร้างการเชื่อมต่อการทำงานระหว่างเซลล์ประสาทและระบบการทำงาน ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณและส่งผ่านข้อมูลระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน จึงได้ชื่อว่าเป็นสารอาหารบำรุงสมองที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมองและสติปัญญาของเด็ก
2’FL (2’-Fucosyllactose) หรือ 2’-ฟูโคซิลแลคโตส คือ โอลิโกแซคคาไรด์ หรือใยอาหารธรรมชาติชนิดที่พบมากที่สุดในน้ำนมแม่ (HMOs) ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก หรือเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ ที่ช่วยส่งเสริมระบบทางเดินอาหาร ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค เป็นกลไลการป้องกันการติดเชื้อของลำไส้ ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยได้ดีขึ้น
ทารก 2 เดือน ถ่ายวันละกี่ครั้ง เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องหมั่นสังเกตและเอาใจใส่อยู่เสมอนะคะ เพราะบางครั้งอุจจาระของทารกก็สามารถที่จะบอกถึงความผิดปกติได้เหมือนกัน
ปกติแล้วทารกอาจจะถ่ายวันละ 1-2 ครั้งค่ะ แต่ก็จะไม่ค่อยตายตัว เพราะบางครั้งพบว่าลูกถ่ายวันละ 3-4 ครั้ง หรือ 5-6 ครั้งต่อวันก็เป็นไปได้เช่นกันค่ะ
แต่ถ้าหากทารก 2 เดือนไม่ถ่ายเลยเป็นสัปดาห์ หรือมากกว่า 1 สัปดาห์ อาจจะต้องลองพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยดูค่ะ ว่าลูกน้อยกำลังมีความผิดปกติใด ๆ เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหรือไม่
การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จช่วยให้พัฒนาการเด็ก 2 เดือนสมบูรณ์และแข็งแรง จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกน้อยเข้านอนให้เหมาะสม
ปกติแล้วทารกวัย 2 เดือนก็จะมีช่วงเวลานอนไม่ต่างจากทารก 1 เดือนมากนักค่ะ โดยทารกช่วงอายุ 2 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 15.5-17 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 7-9 ชั่วโมง และนอนตอนกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง และยังไม่ควรฝึกลูกนอนยาวเร็วเกินไปค่ะ
ทั้งนี้ ตารางนอนทารกอาจไม่แน่นอน บางครั้งลูกไม่ยอมนอนกลางวันหรือทารกนอนนานเกินไปหน่อย ซึ่งถ้าเป็นตอนกลางคืนก็อาจจะไม่ค่อยน่ากังวลนักค่ะ การที่ทารกนอนกลางคืนได้เพียงพอนั้นถือว่าเป็นข้อดี เพราะทารกจะได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม คุณพ่อคุณแม่ก็ถือว่าได้พัก เพราะทารกไม่ร้องไห้โยเยรบกวนกลางดึก
แต่ถ้าเป็นตอนกลางวัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องคอยดูให้ลูกน้อยวัย 2 เดือนนอนไม่เกิน 7-9 ชั่วโมงค่ะ เพราะถ้าหากนอนมากเกินไปกว่านั้น อาจจะทำให้เด็กไม่ยอมหลับในตอนกลางคืน หรือหลับยาก อาจส่งผลเสียต่อตารางการนอนหลับของเด็กได้ค่ะ
หลายคนมักสงสัยว่า ทารกมองเห็นตอนกี่เดือน และในช่วงวัยนี้ลูกมองเห็นได้ดีแค่ไหน สำหรับทารก 2 เดือน การมองเห็นจะพัฒนาขึ้นจากช่วงแรกเกิดอย่างชัดเจน แต่ยังไม่เท่าผู้ใหญ่ โดยมีลักษณะสำคัญดังนี้ค่ะ
การมองเห็นของ ทารก 2 เดือน ยังต้องอาศัยการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ เช่น การพูดคุย สบตา หรือใช้ ของเล่นเด็ก 2 เดือน ที่มีสีตัดกัน จะช่วยให้สมองและสายตาเชื่อมโยงการทำงานได้ดีขึ้น
หากลูกยังไม่สบตาเลย ไม่มองตามวัตถุ หรือดูไม่ตอบสนองต่อแสงและการเคลื่อนไหว ควรสังเกตต่อเนื่อง และปรึกษาแพทย์ในการตรวจพัฒนาการด้านการมองเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาของลูกเป็นไปตามวัยอย่างเหมาะสม
วัยนี้เป็นช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงพัฒนาการทารก 2 เดือนได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ การสื่อสาร และการเรียนรู้ โดยเด็ก 2 เดือนจะเริ่มโต้ตอบกับคนรอบตัว ไม่ได้เป็นเพียงการตอบสนองตามสัญชาตญาณเหมือนช่วงแรกเกิดแล้ว โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตพัฒนาการด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้
การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 2 เดือน ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการอุ้ม พูดคุย สบตา เล่น และตอบสนองต่อเสียงหรือรอยยิ้มของลูกอย่างสม่ำเสมอ หาก ทารก 2 เดือน ยังไม่ยิ้ม ไม่ส่งเสียง หรือดูไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด
การกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 2 เดือนในช่วงนี้ควรทำอย่างอ่อนโยน เป็นธรรมชาติ และอยู่บนพื้นฐานของความสุขและความสงบ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ตามวัยอย่างเหมาะสม โดยสามารถส่งเสริมพัฒนาการลูกรักได้ดังนี้
การสร้างสมาธิถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ในวัยนี้ แม้ พัฒนาการเด็ก 2 เดือน จะมีสมาธิได้เพียงช่วงสั้น ๆ แต่การจ้องมองหน้าแม่ การดูดนมแม่ การสบตา การร้องเพลงกล่อม หรือการนวดสัมผัส ล้วนช่วยเสริมสมาธิและการรับรู้ของสมองได้ดี โดยควรทำในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและอบอุ่น
การใช้โมบายหรือของเล่นสีสันสดใสที่มีการเคลื่อนไหวและเสียง ช่วยฝึกการมองเห็น การฟัง และการเอื้อมคว้า ส่งเสริมการประสานงานระหว่างมือและสายตา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของ พัฒนาการเด็ก 2 เดือน และการเคลื่อนไหวในระยะต่อไป
การพูดคุย ทักทาย เรียกชื่อ สบตา และแสดงท่าทางประกอบคำพูด ช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษาและการสื่อสารของ ทารก 2 เดือน ขณะเดียวกัน การตอบสนองต่อเสียงร้องอย่างรวดเร็วและอ่อนโยน จะช่วยสร้างความรู้สึกมั่นคง ความเชื่อใจ และวางรากฐานพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่ดีในระยะยาว
การดูแลและกระตุ้นพัฒนาการอย่างสม่ำเสมอในช่วงวัยนี้ จะช่วยให้เด็ก 2 เดือนเติบโตอย่างสมวัย มีพื้นฐานการเรียนรู้ที่แข็งแรง และพร้อมพัฒนาต่อไปในช่วงเดือนถัด ๆ ไปอย่างเหมาะสม
แม้จะตอบสนองการเล่นไม่ได้มาก แต่เด็กวัยนี้ก็มีพัฒนาการเพิ่มมากขึ้นและสามารถที่จะตอบสนองต่อของเล่นชิ้นต่าง ๆ ได้แล้ว เพียงแต่ของเล่นเหล่านั้นจะต้องเป็นของเล่นที่มีสีสันและมีเสียง เพื่อกระตุ้นให้เด็ก ๆ ได้มีประสาทสัมผัสตอบโต้กับเสียงจากของเล่นที่ได้ยิน โดยของเล่นเด็ก 2 เดือน ก็ยังคงเป็นรูปแบบเดียวกันกับทารกในวัย 1 เดือนค่ะ ได้แก่
สิ่งสำคัญคือ ควรเลือกของเล่นที่มีความปลอดภัย ผลิตจากวัสดุที่ได้มาตรฐาน และเวลาเล่นจะต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่เสมอ เพราะเด็กอาจจะเผลอหยิบของเล่นบางชิ้นเข้าปาก อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ค่ะ
การดูแลสุขภาพของทารก 2 เดือน ควรเน้นความปลอดภัยและการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะร่างกายและภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ สามารถทำได้ดังนี้
นอกจากนี้ การดูแลที่เหมาะสมและพาลูกตรวจสุขภาพตามนัด จะช่วยให้ ทารก 2 เดือน แข็งแรงและมีพัฒนาการสมวัย
ตารางการเลี้ยงลูกนั้น อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว แต่โดยพื้นฐานสำหรับเด็กทารกวัย 2 เดือนนั้น เน้นความสำคัญคือ กินให้พอ นอนให้พอ เพื่อให้ทารกได้มีพัฒนาการเด็ก 2 เดือนที่แข็งแรงและสมวัย ดังนี้

แม้ ทารก 2 เดือน จะมีอาการบางอย่างที่พบได้ตามวัย แต่ก็มีสัญญาณอันตรายบางประการที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม หากพบอาการเหล่านี้ใน เด็ก 2 เดือน ควรพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและดูแลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
การสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด และไม่ลังเลที่จะพา ทารก 2 เดือน ไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย จะช่วยให้ลูกได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีและปลอดภัยมากที่สุด
Enfa สรุปให้ ทารกสามารถมองเห็นได้ตั้งแต่แรกคลอด แต่จะยังไม่สามารถมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างชั...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ทารกแรกเกิดแม้จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการกินนมและนอนหลับ แต่เด็กวัยนี้ก็พร้อมสำหรับขอ...
อ่านต่อ
พัฒนาการของลูกน้อยวัย 3 เดือน ด้านการเรียนรู้ ทารกแรกเกิดวัย 3 เดือนนั้นจะมีประสาทสัมผัสต่อผ...
อ่านต่อ