นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนเป็นอย่างไร เด็ก 1 ขวบ 1 เดือนทำอะไรได้บ้าง

Enfa สรุปให้

  • พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนที่เด่นชัดที่สุดคือเรื่องของการเคลื่อนไหว เด็กวัยนี้สามารถคลานได้คล่องแคล่วและรวดเร็ว สามารถที่จะยืนเกาะ และเริ่มเดินเตาะแตะโดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยประคองได้แล้ว
  • เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน สามารถกินอาหารแบบผู้ใหญ่ได้แล้ว แต่ความเข้มข้นและจัดจ้านจะต้องลดลงให้เหมาะกับเด็ก ไม่ปรุงรสจัดเกินไป และอาหารต้องนิ่ม เพื่อให้ลูกกลืนง่าย ไม่ติดคอ
  • ลูก 1 ขวบ 1 เดือน ยังไม่เดิน ไม่ถือว่าผิดปกติ เพราะเด็กจะเริ่มเดินได้ช่วงอายุ 12-15 เดือน หรือช้าสุด18 เดือน แต่ในระหว่างนี้ควรต้องเริ่มเกาะยืนได้ หรือมีความพยายามจะทรงตัวยืน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าลูกพร้อมที่จะเดิน

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

มาตามติดกันต่อกับพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน มาดูกันว่าเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน สามารถทำอะไรได้บ้าง ลูกน้อยเดินได้คล่องหรือยัง ถ้าลูก 1 ขวบ 1 เดือนยังไม่เดิน ผิดปกติไหม Enfa พร้อมแล้วที่จะพาคุณพ่อคุณแม่มาเข้าสู่โลกของเด็กวัย 1 ขวบ 1 เดือนกันค่ะ

 

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน กับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน มีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วมากค่ะ เด็กบางคนคลานได้อย่างคล่องแคล่ว เผลอแวบเดียวก็ตามจับไม่ทันแล้ว เด็กบางคนเริ่มเกาะยืน เกาะเก้าอี้ เกาะโซฟา พยายามทรงตัวยืนขึ้นเพื่อจะเดินเตาะแตะ หรือเด็กบางคนก็เริ่มที่จะเดินก้าวแรกกันแล้ว เมื่อการเคลื่อนไหวดีขึ้น นั่นก็หมายถึงความอยากรู้อยากเห็นของลูกที่เพิ่มมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเตรียมรับมือด้วยของเล่นหรือกิจกรรมสนุก ๆ เพื่อรองรับความกระตือรือร้นในการเรียนรู้โลกกว้างของลูกน้อย และเพื่อเสริมพัฒนาการของลูกให้สมวัย

 

น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน ตามตารางน้ำหนัก - ส่วนสูงมาตรฐานตามอายุของเด็กไทยที่แสดงตามเพศกำเนิดของเด็ก มีดังนี้

  • น้ำหนักของเด็กผู้ชายวัย 1 ขวบ 1 เดือน คือประมาณ 9.5-10 กิโลกรัม 
  • ส่วนสูงของเด็กผู้ชายวัย 1 ขวบ 1 เดือน คือประมาณ 75-79 เซนติเมตร 
  • น้ำหนักของเด็กผู้หญิงวัย 1 ขวบ 1 เดือน คือประมาณ 9-10 กิโลกรัม 
  • ส่วนสูงของเด็กผู้หญิงวัย 1 ขวบ 1 เดือน คือประมาณ 74-78 เซนติเมตร

 

อาหารเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน สามารถกินข้าว 3 มือได้เหมือนผู้ใหญ่ และสามารถกินอาหารแบบเดียวกับผู้ใหญ่ด้วยค่ะ เพียงแต่ว่าเมนูอาหารเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน จะต้องปรุงให้เหมาะกับลูกคือลดความเข้มข้นหรือความจัดจ้านลงมา และปรุงสุกให้นิ่ม หั่นชิ้นพอดีคำ เพื่อให้เด็กกินง่าย และไม่เสี่ยงต่อปริมาณโซเดียมสูง วิธีง่าย ๆ คือในเมนูเดียวกันนั้น ให้แยกส่วนของลูกออกมาก่อน ปรุงรสชาติให้พอดี แล้วส่วนของคุณพ่อคุณแม่ค่อยปรุงความจัดจ้านตามปกติทีหลังค่ะ

อย่างไรก็ตาม นอกจากอาหารหลัก 3 มื้อแล้ว ก็ควรเสริมด้วยของว่างอีก 1-2 มื้อ เพื่อให้ลูกได้รับโภชนาการเพิ่มเติมอย่างเพียงพอ รวมถึงเสริมโภชนาการได้ด้วยการให้ลูกดื่มนมแม่ต่อเนื่อง หรือจะสลับมาเป็นนมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบ หรือให้ลูกดื่มนมกล่อง UHT ก็ช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น แคลเซียม DHA วิตามินดี วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ซึ่งเป็นโภชนาการจำเป็นต่อการเจริญเติบโตที่สมวัยค่ะ

 

เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ

เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน ควรกินอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ คือ

  • โปรตีน ได้จากอาการกลุ่มเนื้อสัตว์และธัญพืชต่าง ๆ ช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ
  • คาร์โบไฮเดรต จากอาหารจำพวกข้าว แป้ง ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว พาสตา ช่วยเพิ่มพลังงานที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • วิตามิน จากผลไม้ต่าง ๆ ช่วยให้ระบบร่างกายทำงานสมดุล เสริมภูมิต้านทาน
  • เกลือแร่ จากผักต่าง ๆ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • ไขมัน จากน้ำมันพืช ปลาและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย

นอกจากนี้ การเสริมโภชนาการด้วยการดื่มนม ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการเรียนรู้ของลูก นั่นก็คือ MFGM ซึ่งเป็นสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรกอีกด้วย

 

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน มีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรอบด้าน และคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนในทุก ๆ วัน ดังนี้

 

ฉลาดเรียนรู้

  • เลียนแบบพฤติกรรมผู้ใหญ่ เช่น เห็นแม่ใส่ที่คาดผม ก็เอาที่คาดผมมาแปะไว้บนหัวตัวเองบ้าง เป็นต้น
  • เล่นแบบลองผิดลองถูก เช่น หยิบของเข้าและออกจากภาชนะ
  • ชอบรื้อของ เพื่อสำรวจ
  • ค้นหาของเล่นที่ซ่อนไว้ได้
  • ชอบสำรวจส่วนต่างๆ ของของเล่น

  

ฉลาดเคลื่อนไหว

  • ยืนโดยไม่ต้องเกาะนานราว 5 วินาทีได้
  • ก้มหยิบของที่พื้นโดยอีกมือจับที่ยึดเกาะ
  • ปีนบันไดได้
  • ถอยหลังลงบันไดได้
  • เคลื่อนไหว โยกตัวตามจังหวะดนตรีได้
  • ต่อบล็อกไม้ได้ 2 ชั้น
  • ใช้มือบิดหมุนสิ่งของไปมาได้

  

ฉลาดสื่อสาร

  • พูดคำที่มีความหมาย 3-4 คำ
  • ทำตามคำสั่งได้บ้าง
  • ชี้นิ้วบอกความต้องการได้
  • มองดูภาพในหนังสือได้นาน 2-3 วินาที
  • พยายามพูดคำใหม่ๆ สนใจฟังเพลงได้นาน 3 นาที

  

ฉลาดด้านอารมณ์

  • แสดงอาการกลัวเมื่อต้องไปสถานที่ไม่คุ้นเคย
  • รู้จักปฏิเสธมากขึ้น
  • แสดงความชอบต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้
  • ชอบให้คนปรบมือให้

 

กระตุ้นพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไป แม้ลูกน้อยอาจยังทำไม่ได้ตามเช็กลิสต์พัฒนาการของเด็กในวัยเดียวกัน ก็ไม่ได้แปลว่าลูกจะมีปัญหาด้านพัฒนาการ หรือมีความบกพร่องเสมอไป สิ่งสำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่จำเป็นจะต้องส่งเสริมและกระตุ้นทักษะของลูกอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่สมวัย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง และมีความสุข โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนได้ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ ดังนี้

 

ด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • เสริมพัฒนาการด้วยกิจกรรมนอกบ้าน

จูงลูกเดินเล่น  เวลาพาลูกออกนอกบ้าน ถ้าลูกพอก้าวเตาะแตะได้บ้าง คุณแม่ก็จูงมือลูกเดินไปด้วยกัน เท่านี้ลูกก็สนุกแล้ว ยิ่งถ้าบริเวณนั้นมีพื้นหญ้าก็ยิ่งดีเลย ชวนลูกถอดรองเท้าแล้วเดินเล่นบนหญ้า ลูกจะได้เรียนรู้พื้นผิวที่ต่างแตกต่างกัน แต่ทั้งนี้คุณแม่ต้องเช็กความปลอดภัยก่อน  แล้วปล่อยให้เจ้าตัวเล็กสำรวจสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวอย่างอิสระ

ลูกบอลหรรษา  หาลูกบอลเล็กๆ ขนาดเหมาะกับวัยของลูกน้อยพกติดตัวไปด้วย เมื่อสถานที่เอื้อให้ลูกเล่นบอลได้ ก็ชวนลูกโยนบอล ส่ง – รับบอลกัน แค่นี้ก็ช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้ลูกน้อยได้แล้ว

ชิงช้า และกระดานลื่น  ลองพาลูกไปเล่นเครื่องเล่นสนาม อย่างชิงช้า กระดานลื่นบ้าง เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้การเล่นที่หลากหลาย คุณแม่อาจจะจับลูกนั่งแล้วเล่นไปด้วยกันเพื่อความปลอดภัยของลูกก็ได้ หรือจะปล่อยให้ลูกเล่นเอง แต่คุณแม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเลยนะคะ
  
ประโยชน์ของการพาลูกออกนอกบ้าน 

  • การที่ลูกได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆ จะช่วยทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้
  • การที่เด็กได้เล่น คลาน หรือเดินบนพื้นดิน พื้นหญ้า จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส และช่วยพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง
  • ลูกจะได้ใช้ประสาทสัมผัสแทบทุกด้าน สายตาได้มองสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว ได้ดมกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิด ได้ยินเสียงของสัตว์ต่างๆ และได้สัมผัสต้นไม้ ใบไม้ หรือยอดหญ้า
  • รู้จักสังคมใหม่ๆ ในกรณีที่สถานที่ที่คุณแม่พาลูกไปนั้นมีเด็กๆ วัยรุ่นราวคราวเดียวกับลูกอยู่ด้วย

 

ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • ฝึกเดินเตาะแตะ เตรียมพร้อมสู่การเดินก้าวแรก

สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไปนั้น พัฒนาการที่เห็นเด่นชัดก็คือ พัฒนาการด้านร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เด็กจะเปลี่ยนจากการคลานมาสู่การเดินเตาะแตะ แต่ยังไม่คล่อง ยังมีท่าเดินแบบขากางๆ และยังเดินได้ไม่กี่ก้าว ซึ่งเขาอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง

ในการหัดเดินแรกๆ ลูกอาจจะเดินแล้วล้ม ล้มแล้วลุก เพื่อฝึกตัวเองให้มีความสมดุลในการทรงตัว บางครั้งลูกอาจรู้สึกไม่มั่นใจกับการก้าวเดิน เพราะกลัวจะล้มอีก คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยให้กำลังใจลูก และชักชวนให้ลูกรู้สึกอยากก้าวเดิน เช่น วางของเล่นที่ลูกชอบไว้ตรงจุดที่ลูกต้องก้าวเดินไปเอามาเล่น หรือให้ลูกลากจูงของเล่นที่ลากหรือเข็นแล้วมีเสียงดัง เช่น ให้ลูกลากจูงของเล่นที่ลากหรือเข็นแล้วมีเสียงดัง โดยนำสิ่งของในบ้าน เช่น รถเล่นของลูก ตุ๊กตารูปต่างๆ นำมาร้อยเชือกแล้วให้ลูกลาก จูงเล่น จะช่วยที่จะกระตุ้นให้ลูกก้าวเดินอย่างสนุกสนานและมั่นใจได้

วัยนี้เด็กชอบเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา สิ่งต่างๆ รอบตัวโดยเฉพาะของใช้ภายในบ้าน มักเป็นของเล่นที่ดึงดูดความสนใจเด็กได้ดี แม้เด็กจะมีของเล่นที่จัดหาไว้ให้แล้วก็ตาม การให้เล่นของใช้ในบ้านจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ทำให้มีทักษะมากขึ้นโดยเฉพาะด้านการใช้กล้ามเนื้อ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้มีความปลอดภัยเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก การคอยห้ามหรือเตือนไม่ให้เล่นสิ่งต่างๆ ภายในบ้านรอบตัวเด็ก จึงเป็นการยับยั้งกระบวนการสำรวจเพื่อเรียนรู้โดยผ่านการลองผิดลองถูกของเด็กค่ะ

 

ด้านภาษาและการสื่อสาร

  • สื่อสารสองทาง...เสริมสร้างทักษะภาษาและการสื่อสารได้ดีเยี่ยม

การสื่อสารแบบสองทางกับลูก เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะเสริมสร้างภาษาและการสื่อสารให้ลูกได้ เพราะนอกจากจะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาที่ดีขึ้นแล้ว  การพูดคุย ยิ้ม สบตากับลูกบ่อยๆ จะช่วยเรื่องทักษะการฟัง การเล่นเสียง ใช้โทนเสียงที่หลากหลายและพูดคำที่มีความหมาย การที่ลูกได้สบตา มองหน้า มองปากจะช่วยให้ลูกพูดได้ชัด และเรียนรู้ภาษาท่าทางได้มากขึ้น และเมื่อลูกเริ่มพูดได้เป็นคำเดี่ยวๆ ก็ให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันเติมต่อคำให้ยาวขึ้น

หากคุณพ่อคุณแม่ได้เอาใจใส่ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะช่วยให้สมองของลูกน้อยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นั่นเพราะพัฒนาการทางภาษามีความสัมพันธ์กับระดับสติปัญญา ความฉลาด และแสดงถึงศักยภาพของสมอง เด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาเร็ว ช่างซักถามจะสามารถต่อยอดการเรียนรู้ได้เร็ว ขณะเดียวกันการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เล่านิทาน อ่านหนังสือ พาไปตามแหล่งเรียนรู้นอกบ้าน จะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์แปลกใหม่เพิ่มขึ้นด้วย

 

ด้านอารมณ์และสังคม

  • คำชมไม่ทำให้เหลิง แต่ช่วยเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ของลูก

ลูกน้อยในวัยเตาะแตะนี้ แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ภาษาดีนัก แต่เวลาที่เขาทำอะไรบางอย่างได้สำเร็จ แล้วคุณแม่ยิ้มพร้อมกับชมคำว่า “เก่งมากจ้ะ” และปรบมือให้ ลูกจะรับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำสร้างความพอใจให้แก่คนรอบข้าง ลูกจะยิ้มตอบ ปรบมือตาม หรือแสดงกิริยาที่แสดงให้รู้ว่าเขาดีใจมากที่ได้รับคำชม นั่นแสดงให้เห็นว่าคำชมมีผลต่อความสุขและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กค่ะ

ดังนั้น คุณแม่ก็ควรมอบความสุขให้ลูกด้วยการพูดชื่นชมเขาบ่อยๆ ในเวลาที่เขาทำสิ่งดีๆ เช่น เขาสามารถทานอาหารได้หมด หรือเอาลูกบอลมาใส่กล่อง  และอีกมากมายที่ลูกควรได้รับการยืนยันจากคำพูดของคุณแม่ว่านั่นเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว และคุณแม่ก็ภูมิใจจริงๆ ที่ลูกทำอย่างนั้น โดยเฉพาะเมื่อเขาทำได้ดีในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน คุณแม่ต้องบอกให้เขารู้เพราะถ้าไม่บอกลูกอาจจะไม่รู้และเพิกเฉยที่จะทำสิ่งนั้นอีกในครั้งต่อๆ ไป

การชมของคุณแม่ที่จะประทับอยู่ในหัวใจของลูกไปเนิ่นนานคือคำชมที่มีขึ้นทันทีเมื่อเขาทำสิ่งดีๆ   อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานแล้วค่อยเอาเรื่องนั้นกลับมาพูด เพราะบางทีก็เป็นเหตุการณ์ที่ลูกลืมรายละเอียดและความคิดในขณะนั้นไปแล้ว...อย่าลืมชมลูกเมื่อเขาทำสิ่งเราต้องการให้ทำได้สำเร็จนะคะ

 

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

เพราะเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน มีพัฒนาการด้านร่างกายที่โดดเด่นมาก เคลื่อนไหวคล่อง กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก็ทำงานได้ดี ของเล่นแบบเด็กทารกจึงไม่เหมาะกับวัยของลูกค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกของเล่นเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน ให้เหมาะกับวัยของลูกได้ ดังนี้

 

  • เน้นของเล่นที่กระตุ้นการทำงานสอดประสานของสายตาและนิ้วมือ

เช่น บล็อกไม้ ตัวต่อ รถของเล่น ดินน้ำมัน สิ่งนี้สำคัญก็เพราะว่าขณะที่สายตาจ้องมองของเล่น สมองก็จะเกิดการประมวลผลคำสั่งให้นิ้วมือทำงานโดยการหยิบจับของเล่น และเมื่อลูกหยิบจับของเล่นบ่อย ๆ ก็จะกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรง ถือเป็นการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ซึ่งจะช่วยให้เด็กเรียนรู้และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ

 

  • ของเล่นที่กระตุ้นการเคลื่อนไหว

เช่น ตุ๊กตาไขลาน รถไขลาน รถไฟของเล่น ลูกบอลหลากหลายขนาด เพราะเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนนั้นเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และเป็นวัยที่เริ่มฝึกให้ยืนเกาะและก้าวเตาะแตะได้ ยิ่งกระตุ้นให้เขาเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ก็ช่วยให้ลูกแข็งแรงและเติบโตตามวัยได้มากเท่านั้น

 

  • ของเล่นเสริมจินตนาการ

เช่น เครื่องดนตรีสำหรับเด็ก ตุ๊กตามีเสียงโต้ตอบ จิ๊กซอว์แบบง่าย ๆ กล่องดนตรี ช่วยให้ลูกน้อยคลาย เสริมทักษะการสื่อสาร กระตุ้นพัฒนาการทางอารมณ์ และสร้างเสริมจินตนาการ

 

การดูแลสุขภาพเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลสุขภาพเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนได้ โดยใส่ใจกับเรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • ดูแลให้ลูกได้กินข้าวและกินนมอย่างเพียงพอ กินอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับโภชนาการที่จำเป็นอย่างเหมาะสม
  • ใส่ใจเรื่องความสะอาด อาบน้ำ แปรงฟัน ล้างมือบ่อย ๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดี ป้องกันการเจ็บป่วย
  • ดูแลให้ลูกตื่นนอนและเข้านอนให้เป็นเวลา การพักผ่อนที่เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และมีพลังงานเพียงพอสำหรับการเล่นและทำกิจกรรมตามวัย
  • ระมัดระวังอุบัติเหตุ เพราะเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมาก ควรระมัดระวังขอบโต๊ะ ขอบเตียง ของมีคม อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ หรืออาจต้องปูพื้นด้วยเสื่อนิ่มให้ครอบคลุมพื้นที่ในบ้าน เพื่อป้องกันการกระแทก การล้มไถล
  • พาลูกไปเข้ารับวัคซีนตามกำหนด เพื่อให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ตามวัย ป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง เพราะภูมิคุ้มกันเด็กเล็กยังไม่แข็งแรง หากเจ็บป่วยหรือเกิดการติดเชื้อ อาจทำให้ลูกป่วยหนักได้ง่าย
  • สังเกตอาการผิดปกติของลูกอยู่เสมอ หากมีไข้ เบื่ออาหาร ถ่ายเหลว หรือท้องผูกรุนแรง ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที

 

การนอนของเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

ตามตารางนอนเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้ลูกนอนหลับรวม 11-14 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นนอนงีบตอนเช้ากับตอนบ่ายครั้งละ 1 ชั่วโมง หรือชั่วโมงครึ่ง และนอนตอนกลางคืนอีก 9-10 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เด็กอายุ 1 ขวบ 1 เดือนบางคนอาจยังนอนกลางวัน 2 ครั้งต่อวันตามปกติ แต่ก็มีเด็กอีกหลายคนที่เริ่มจะไม่นอนช่วงเช้า และนอนแค่ตอนกลางวันหรือตอนบ่ายเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องปกติค่ะ

หากเจ้าตัวเล็กของคุณพ่อคุณแม่เริ่มไม่นอนตอนเช้าแล้ว ก็ควรปรับตารางเลี้ยงลูกโดยหากิจกรรมให้ลูกได้เล่นสนุกช่วงครึ่งวันเช้ามากขึ้น และดูแลให้นอนกลางวันตอนบ่ายตามปกติค่ะ

 

การขับถ่ายของเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน

เพราะลูกกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น จึงมีกากใยในระบบทางเดินอาหารมากขึ้น ลักษณะอุจจาระทารกปกติสำหรับเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนจึงเริ่มเป็นก้อนมากขึ้น มีสีเหลืองถึงเหลืองเข้ม หรือสีที่เปลี่ยนไปตามอาหารการกิน

มากไปกว่านั้น คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มพบว่าการขับถ่ายของลูกจะขึ้นอยู่กับอาหารที่กินเข้าไปมากขึ้น เด็กบางคนอาจขับถ่ายง่ายเพราะกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเป็นประจำ แต่เด็กบางคนอาจถ่ายน้อย หรือถ่ายยากเพราะกินอาหารที่มีไฟเบอร์น้อย แต่โดยทั่วไปแล้วลูกควรจะต้องขับถ่ายอย่างน้อยวันละครั้งค่ะ หากลูกถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายไม่ออกติดต่อกัน 3 วัน ควรพาลูกไปพบแพทย์

 


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่