
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
มาตามติดกันต่อกับพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน มาดูกันว่าเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน สามารถทำอะไรได้บ้าง ลูกน้อยเดินได้คล่องหรือยัง ถ้าลูก 1 ขวบ 1 เดือนยังไม่เดิน ผิดปกติไหม Enfa พร้อมแล้วที่จะพาคุณพ่อคุณแม่มาเข้าสู่โลกของเด็กวัย 1 ขวบ 1 เดือนกันค่ะ

เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน มีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วมากค่ะ เด็กบางคนคลานได้อย่างคล่องแคล่ว เผลอแวบเดียวก็ตามจับไม่ทันแล้ว เด็กบางคนเริ่มเกาะยืน เกาะเก้าอี้ เกาะโซฟา พยายามทรงตัวยืนขึ้นเพื่อจะเดินเตาะแตะ หรือเด็กบางคนก็เริ่มที่จะเดินก้าวแรกกันแล้ว เมื่อการเคลื่อนไหวดีขึ้น นั่นก็หมายถึงความอยากรู้อยากเห็นของลูกที่เพิ่มมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรเตรียมรับมือด้วยของเล่นหรือกิจกรรมสนุก ๆ เพื่อรองรับความกระตือรือร้นในการเรียนรู้โลกกว้างของลูกน้อย และเพื่อเสริมพัฒนาการของลูกให้สมวัย
น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน ตามตารางน้ำหนัก - ส่วนสูงมาตรฐานตามอายุของเด็กไทยที่แสดงตามเพศกำเนิดของเด็ก มีดังนี้
เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน สามารถกินข้าว 3 มือได้เหมือนผู้ใหญ่ และสามารถกินอาหารแบบเดียวกับผู้ใหญ่ด้วยค่ะ เพียงแต่ว่าเมนูอาหารเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน จะต้องปรุงให้เหมาะกับลูกคือลดความเข้มข้นหรือความจัดจ้านลงมา และปรุงสุกให้นิ่ม หั่นชิ้นพอดีคำ เพื่อให้เด็กกินง่าย และไม่เสี่ยงต่อปริมาณโซเดียมสูง วิธีง่าย ๆ คือในเมนูเดียวกันนั้น ให้แยกส่วนของลูกออกมาก่อน ปรุงรสชาติให้พอดี แล้วส่วนของคุณพ่อคุณแม่ค่อยปรุงความจัดจ้านตามปกติทีหลังค่ะ
อย่างไรก็ตาม นอกจากอาหารหลัก 3 มื้อแล้ว ก็ควรเสริมด้วยของว่างอีก 1-2 มื้อ เพื่อให้ลูกได้รับโภชนาการเพิ่มเติมอย่างเพียงพอ รวมถึงเสริมโภชนาการได้ด้วยการให้ลูกดื่มนมแม่ต่อเนื่อง หรือจะสลับมาเป็นนมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบ หรือให้ลูกดื่มนมกล่อง UHT ก็ช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น แคลเซียม DHA วิตามินดี วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ซึ่งเป็นโภชนาการจำเป็นต่อการเจริญเติบโตที่สมวัยค่ะ
เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน ควรกินอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ คือ
นอกจากนี้ การเสริมโภชนาการด้วยการดื่มนม ก็จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการเรียนรู้ของลูก นั่นก็คือ MFGM ซึ่งเป็นสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรกอีกด้วย
เด็ก 1 ขวบ 1 เดือน มีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรอบด้าน และคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนในทุก ๆ วัน ดังนี้
เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกันไป แม้ลูกน้อยอาจยังทำไม่ได้ตามเช็กลิสต์พัฒนาการของเด็กในวัยเดียวกัน ก็ไม่ได้แปลว่าลูกจะมีปัญหาด้านพัฒนาการ หรือมีความบกพร่องเสมอไป สิ่งสำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่จำเป็นจะต้องส่งเสริมและกระตุ้นทักษะของลูกอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่สมวัย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง และมีความสุข โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนได้ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ ดังนี้
จูงลูกเดินเล่น เวลาพาลูกออกนอกบ้าน ถ้าลูกพอก้าวเตาะแตะได้บ้าง คุณแม่ก็จูงมือลูกเดินไปด้วยกัน เท่านี้ลูกก็สนุกแล้ว ยิ่งถ้าบริเวณนั้นมีพื้นหญ้าก็ยิ่งดีเลย ชวนลูกถอดรองเท้าแล้วเดินเล่นบนหญ้า ลูกจะได้เรียนรู้พื้นผิวที่ต่างแตกต่างกัน แต่ทั้งนี้คุณแม่ต้องเช็กความปลอดภัยก่อน แล้วปล่อยให้เจ้าตัวเล็กสำรวจสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวอย่างอิสระ
ลูกบอลหรรษา หาลูกบอลเล็กๆ ขนาดเหมาะกับวัยของลูกน้อยพกติดตัวไปด้วย เมื่อสถานที่เอื้อให้ลูกเล่นบอลได้ ก็ชวนลูกโยนบอล ส่ง – รับบอลกัน แค่นี้ก็ช่วยพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้ลูกน้อยได้แล้ว
ชิงช้า และกระดานลื่น ลองพาลูกไปเล่นเครื่องเล่นสนาม อย่างชิงช้า กระดานลื่นบ้าง เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้การเล่นที่หลากหลาย คุณแม่อาจจะจับลูกนั่งแล้วเล่นไปด้วยกันเพื่อความปลอดภัยของลูกก็ได้ หรือจะปล่อยให้ลูกเล่นเอง แต่คุณแม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเลยนะคะ
ประโยชน์ของการพาลูกออกนอกบ้าน
สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไปนั้น พัฒนาการที่เห็นเด่นชัดก็คือ พัฒนาการด้านร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เด็กจะเปลี่ยนจากการคลานมาสู่การเดินเตาะแตะ แต่ยังไม่คล่อง ยังมีท่าเดินแบบขากางๆ และยังเดินได้ไม่กี่ก้าว ซึ่งเขาอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง
ในการหัดเดินแรกๆ ลูกอาจจะเดินแล้วล้ม ล้มแล้วลุก เพื่อฝึกตัวเองให้มีความสมดุลในการทรงตัว บางครั้งลูกอาจรู้สึกไม่มั่นใจกับการก้าวเดิน เพราะกลัวจะล้มอีก คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยให้กำลังใจลูก และชักชวนให้ลูกรู้สึกอยากก้าวเดิน เช่น วางของเล่นที่ลูกชอบไว้ตรงจุดที่ลูกต้องก้าวเดินไปเอามาเล่น หรือให้ลูกลากจูงของเล่นที่ลากหรือเข็นแล้วมีเสียงดัง เช่น ให้ลูกลากจูงของเล่นที่ลากหรือเข็นแล้วมีเสียงดัง โดยนำสิ่งของในบ้าน เช่น รถเล่นของลูก ตุ๊กตารูปต่างๆ นำมาร้อยเชือกแล้วให้ลูกลาก จูงเล่น จะช่วยที่จะกระตุ้นให้ลูกก้าวเดินอย่างสนุกสนานและมั่นใจได้
วัยนี้เด็กชอบเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา สิ่งต่างๆ รอบตัวโดยเฉพาะของใช้ภายในบ้าน มักเป็นของเล่นที่ดึงดูดความสนใจเด็กได้ดี แม้เด็กจะมีของเล่นที่จัดหาไว้ให้แล้วก็ตาม การให้เล่นของใช้ในบ้านจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ทำให้มีทักษะมากขึ้นโดยเฉพาะด้านการใช้กล้ามเนื้อ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้มีความปลอดภัยเอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก การคอยห้ามหรือเตือนไม่ให้เล่นสิ่งต่างๆ ภายในบ้านรอบตัวเด็ก จึงเป็นการยับยั้งกระบวนการสำรวจเพื่อเรียนรู้โดยผ่านการลองผิดลองถูกของเด็กค่ะ
การสื่อสารแบบสองทางกับลูก เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะเสริมสร้างภาษาและการสื่อสารให้ลูกได้ เพราะนอกจากจะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาที่ดีขึ้นแล้ว การพูดคุย ยิ้ม สบตากับลูกบ่อยๆ จะช่วยเรื่องทักษะการฟัง การเล่นเสียง ใช้โทนเสียงที่หลากหลายและพูดคำที่มีความหมาย การที่ลูกได้สบตา มองหน้า มองปากจะช่วยให้ลูกพูดได้ชัด และเรียนรู้ภาษาท่าทางได้มากขึ้น และเมื่อลูกเริ่มพูดได้เป็นคำเดี่ยวๆ ก็ให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยกันเติมต่อคำให้ยาวขึ้น
หากคุณพ่อคุณแม่ได้เอาใจใส่ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะช่วยให้สมองของลูกน้อยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นั่นเพราะพัฒนาการทางภาษามีความสัมพันธ์กับระดับสติปัญญา ความฉลาด และแสดงถึงศักยภาพของสมอง เด็กที่มีพัฒนาการทางภาษาเร็ว ช่างซักถามจะสามารถต่อยอดการเรียนรู้ได้เร็ว ขณะเดียวกันการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เล่านิทาน อ่านหนังสือ พาไปตามแหล่งเรียนรู้นอกบ้าน จะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์แปลกใหม่เพิ่มขึ้นด้วย
ลูกน้อยในวัยเตาะแตะนี้ แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ภาษาดีนัก แต่เวลาที่เขาทำอะไรบางอย่างได้สำเร็จ แล้วคุณแม่ยิ้มพร้อมกับชมคำว่า “เก่งมากจ้ะ” และปรบมือให้ ลูกจะรับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำสร้างความพอใจให้แก่คนรอบข้าง ลูกจะยิ้มตอบ ปรบมือตาม หรือแสดงกิริยาที่แสดงให้รู้ว่าเขาดีใจมากที่ได้รับคำชม นั่นแสดงให้เห็นว่าคำชมมีผลต่อความสุขและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กค่ะ
ดังนั้น คุณแม่ก็ควรมอบความสุขให้ลูกด้วยการพูดชื่นชมเขาบ่อยๆ ในเวลาที่เขาทำสิ่งดีๆ เช่น เขาสามารถทานอาหารได้หมด หรือเอาลูกบอลมาใส่กล่อง และอีกมากมายที่ลูกควรได้รับการยืนยันจากคำพูดของคุณแม่ว่านั่นเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว และคุณแม่ก็ภูมิใจจริงๆ ที่ลูกทำอย่างนั้น โดยเฉพาะเมื่อเขาทำได้ดีในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน คุณแม่ต้องบอกให้เขารู้เพราะถ้าไม่บอกลูกอาจจะไม่รู้และเพิกเฉยที่จะทำสิ่งนั้นอีกในครั้งต่อๆ ไป
การชมของคุณแม่ที่จะประทับอยู่ในหัวใจของลูกไปเนิ่นนานคือคำชมที่มีขึ้นทันทีเมื่อเขาทำสิ่งดีๆ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปนานแล้วค่อยเอาเรื่องนั้นกลับมาพูด เพราะบางทีก็เป็นเหตุการณ์ที่ลูกลืมรายละเอียดและความคิดในขณะนั้นไปแล้ว...อย่าลืมชมลูกเมื่อเขาทำสิ่งเราต้องการให้ทำได้สำเร็จนะคะ
เพราะเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน มีพัฒนาการด้านร่างกายที่โดดเด่นมาก เคลื่อนไหวคล่อง กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก็ทำงานได้ดี ของเล่นแบบเด็กทารกจึงไม่เหมาะกับวัยของลูกค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกของเล่นเด็ก 1 ขวบ 1 เดือน ให้เหมาะกับวัยของลูกได้ ดังนี้
เช่น บล็อกไม้ ตัวต่อ รถของเล่น ดินน้ำมัน สิ่งนี้สำคัญก็เพราะว่าขณะที่สายตาจ้องมองของเล่น สมองก็จะเกิดการประมวลผลคำสั่งให้นิ้วมือทำงานโดยการหยิบจับของเล่น และเมื่อลูกหยิบจับของเล่นบ่อย ๆ ก็จะกระตุ้นกล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรง ถือเป็นการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง ซึ่งจะช่วยให้เด็กเรียนรู้และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ
เช่น ตุ๊กตาไขลาน รถไขลาน รถไฟของเล่น ลูกบอลหลากหลายขนาด เพราะเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนนั้นเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และเป็นวัยที่เริ่มฝึกให้ยืนเกาะและก้าวเตาะแตะได้ ยิ่งกระตุ้นให้เขาเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ก็ช่วยให้ลูกแข็งแรงและเติบโตตามวัยได้มากเท่านั้น
เช่น เครื่องดนตรีสำหรับเด็ก ตุ๊กตามีเสียงโต้ตอบ จิ๊กซอว์แบบง่าย ๆ กล่องดนตรี ช่วยให้ลูกน้อยคลาย เสริมทักษะการสื่อสาร กระตุ้นพัฒนาการทางอารมณ์ และสร้างเสริมจินตนาการ
คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลสุขภาพเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนได้ โดยใส่ใจกับเรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ดังนี้
ตามตารางนอนเด็ก คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้ลูกนอนหลับรวม 11-14 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นนอนงีบตอนเช้ากับตอนบ่ายครั้งละ 1 ชั่วโมง หรือชั่วโมงครึ่ง และนอนตอนกลางคืนอีก 9-10 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม เด็กอายุ 1 ขวบ 1 เดือนบางคนอาจยังนอนกลางวัน 2 ครั้งต่อวันตามปกติ แต่ก็มีเด็กอีกหลายคนที่เริ่มจะไม่นอนช่วงเช้า และนอนแค่ตอนกลางวันหรือตอนบ่ายเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องปกติค่ะ
หากเจ้าตัวเล็กของคุณพ่อคุณแม่เริ่มไม่นอนตอนเช้าแล้ว ก็ควรปรับตารางเลี้ยงลูกโดยหากิจกรรมให้ลูกได้เล่นสนุกช่วงครึ่งวันเช้ามากขึ้น และดูแลให้นอนกลางวันตอนบ่ายตามปกติค่ะ
เพราะลูกกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น จึงมีกากใยในระบบทางเดินอาหารมากขึ้น ลักษณะอุจจาระทารกปกติสำหรับเด็ก 1 ขวบ 1 เดือนจึงเริ่มเป็นก้อนมากขึ้น มีสีเหลืองถึงเหลืองเข้ม หรือสีที่เปลี่ยนไปตามอาหารการกิน
มากไปกว่านั้น คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มพบว่าการขับถ่ายของลูกจะขึ้นอยู่กับอาหารที่กินเข้าไปมากขึ้น เด็กบางคนอาจขับถ่ายง่ายเพราะกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเป็นประจำ แต่เด็กบางคนอาจถ่ายน้อย หรือถ่ายยากเพราะกินอาหารที่มีไฟเบอร์น้อย แต่โดยทั่วไปแล้วลูกควรจะต้องขับถ่ายอย่างน้อยวันละครั้งค่ะ หากลูกถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายไม่ออกติดต่อกัน 3 วัน ควรพาลูกไปพบแพทย์
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย
Enfa สรุปให้ เด็ก 2 ขวบ เป็นวัยที่มีพัฒนาการสมบูรณ์รอบด้าน เด็กวัยนี้จึงพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ เด็กวัย 2-3 ขวบ เป็นวัยกำลังเล่น กำลังเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรหาเวลาทำกิจกรรมใกล้ชิดกั...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้: เด็ก 1 ขวบ จะมีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น และกล้าแสดงออกมากขึ้น ในวัยนี้ ลูก...
อ่านต่อ