พัฒนาการตัวอ่อนในครรภ์ 8 เดือน

ตั้งครรภ์ 8 เดือน ช่วงเสริมสร้างเกราะป้องกันโรคของลูกน้อยในครรภ์

สัปดาห์ที่ 31 - 35 ของการตั้งครรภ์หรืออายุครรภ์ 8 เดือนเป็นช่วงสำคัญของทั้งคุณแม่และลูกน้อย เพราะคุณทั้งคู่กำลังเตรียมตัวสำหรับวันสำคัญที่กำลังจะมาถึง ในช่วงสัปดาห์ท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะเริ่มส่งต่อภูมิคุ้มกันที่อยู่ในเลือดไปยังลูกน้อย ภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะช่วยปกป้องเขาจากโรคภัยไข้เจ็บและเชื้อโรคต่าง ๆ หลังจากที่เขาคลอด ภูมิคุ้มกันดังกล่าวจะทำหน้าที่ในช่วง 2 - 3 เดือนแรกในช่วงหลังคลอด ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยตัวเอง การให้นมแม่ก็สามารถช่วยยืดอายุภูมิคุ้มกันให้กันทารกได้จากแอนตี้บอดี้ที่อยู่ในน้ำนม?

คุณแม่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยได้ โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อที่เจ้าตัวเล็กจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นเพื่อสู้กับโรคภัยต่าง ๆ ในอนาคต

สร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยในอนาคต

สารอาหารบางชนิดจำเป็นต่อการสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับทารกแรกเกิด คุณแม่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเจ้าตัวเล็กได้โดยการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิก ซึ่งเป็นวิตามินสำคัญต่อการสร้างและซ่อมแซม DNA และยังทำหน้าที่ป้องกันความผิดปกติแรกเกิด คุณสามารถรับประทานกรดโฟลิกก่อนตั้งครรภ์เพื่อช่วยเสริมสร้างให้ครรภ์แข็งแรงได้อีกด้วย อาหารที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิก ได้แก่ ถั่ว และผักใบเขียว เช่น ผักโขม บร็อกโคลี และหน่อไม้ฝรั่ง วิตามินรวมที่มีกรดโฟลิกเป็นส่วนประกอบก็สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับคุณแม่และทารกในครรภ์ได้เช่นกัน

สารอาหารที่จำเป็นอีกชนิดหนึ่งคือแคลเซียม ซึ่งช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง แคลเซียมพบได้มากในอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ นมถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส นม และโยเกิร์ต ผักต่าง ๆ เช่น บร็อกโคลี ผักโขม เป็นต้น

รู้หรือไม่?
นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยแล้ว ยังช่วยในการสร้างชั้นไขมันตามแขนและขาของทารก ซึ่งจะช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้เขาหลังคลอดอีกด้วย

คุณแม่แข็งแรง คุณลูกแข็งแรง

ในช่วงใกล้วันคลอด คุณแม่อาจรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าร่างกายของคุณแม่หรือของลูกน้อยผิดปกติ ร่างกายของคุณรู้ว่าวันคลอดกำลังจะมาถึงในไม่ช้า คุณอาจเริ่มรู้สึกถึงแรงบีบ ซึ่งถือเป็นสิ่งปกติในช่วงอายุครรภ์ 8 เดือน โดยปกติแรงบีบจะไม่รุนแรงหรือถี่เหมือนในช่วงที่คุณกำลังจะคลอดจริง ฉะนั้น คุณแม่สามารถแช่น้ำอุ่นหรือออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อบรรเทาอาการบีบรัดดังกล่าวได้

ในขณะเดียวกัน ลูกน้อยในครรภ์ของคุณอาจเริ่มเคลื่อนไหวน้อยลง แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะทารกกำลังเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำหนักของเขาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 200 กรัมทุกสัปดาห์ จนมีน้ำหนักราว 2.2 กิโลกรัม ซึ่งแปลว่าเขามีที่ขยับตัวน้อยลงนั่นเอง

เจ้าตัวเล็กเองก็รู้ดีกว่าวันสำคัญกำลังจะมาถึง สมองของเขาจึงพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในโลกกว้าง สมองของเขาได้สร้างเซลล์ประสาทนับพับล้านเซลล์ เพื่อที่เขาจะสามารถหายใจ ดูดนม และกลืนได้ คุณแม่สามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยได้โดยการรับประทานอาหารที่มี DHA เช่น ปลาแซลมอน และปลาซาร์ดีน

คุณแม่ยังช่วยเสริมพัฒนาการของสมองของลูกน้อยได้ในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ มาดูคำแนะนำสำหรับคุณแม่ในช่วงเดือนสุดท้ายได้ที่ ตั้งครรภ์ 9 เดือน กับพัฒนาการลูกน้อย

ทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ต่างผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย มาดูว่าในเดือนที่แล้วเจ้าตัวเล็กมีพัฒนาการอะไรบ้างได้ที่ ตั้งครรภ์ 7 เดือน กับพัฒนาการลูกน้อย

คุณแม่ควรภูมิใจในตัวเองกับการเดินทางที่นำคุณและลูกน้อยมาถึงจุดนี้ อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรรักษาการมีโภชนาการที่ดี เช่น การทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือการทานกรดโฟลิก อย่างต่อเนื่อง องค์การอาหารโลกได้แนะนำว่าคุณแม่ควรรับประทานกรดโฟลิกเสริมไปจนถึงช่วง 3 เดือนหลังคลอด

หากคุณแม่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัฒนาการของทารกตลอดช่วงระยะเวลาตั้งครรภ์ คำแนะนำด้านโภชนาการ และรับสิทธิประโยชน์เพื่อลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 3 ปี คุณสามารถสมัครสมาชิก Enfa Smart Club ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์ฟรี ที่นี่ Enfa A+ Genius Baby