คุณแม่มือใหม่มักจะตื่นเต้นกับพัฒนาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ วันนี้ เรามาพร้อมกับบทความเกี่ยวกับ อาการคุณแม่ตั้งครรภ์ 2 เดือน และพัฒนาการทารกในครรภ์ มาฝากค่ะ

คุณแม่กำลังเข้าสู่การตั้งครรภ์เดือนที่ 2 หรือช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 8 ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกน้อยมีพัฒนาการที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นหลายอย่าง มาดูกันว่า อาการตั้งครรภ์ 2 เดือน ของคุณแม่เป็นอย่างไร และโภชนาการใดบ้างที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทารกในครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรง

คุณแม่ตั้งครรภ์ 2 เดือน มีอาการเป็นอย่างไร

อาการตั้งครรภ์ 2 เดือน ที่มักพบในคุณแม่ส่วนใหญ่ มีดังนี้

  • แพ้ท้อง

    อาการแพ้ท้อง หรือ Morning sickness เป็นอาการที่ทำให้คุณแม่เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มักจะมีอาการในตอนเช้า ๆ โดยอาการแพ้ท้องเกิดจากการที่ระดับฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง คุณแม่อาจมีอาการแสบบริเวณลิ้นปี่จากการอาเจียน เพราะน้ำย่อยที่อาเจียนออกมาจะทำให้แสบหลอดอาหารได้ง่าย ควรดื่มน้ำกลั้วคอล้างปากทุกครั้งหลังอาเจียน ในช่วงนี้ถ้าคุณแม่แพ้ท้องมาก ควรนอนพักผ่อน ให้ฝานขิงอ่อนเป็นแผ่นบาง ๆ แช่ในน้ำร้อน แล้วค่อย ๆ จิบ จะช่วยให้อาการแพ้ท้องดีขึ้น

  • อาการเบื่ออาหารในคนท้อง

    จากการที่ระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงทำให้คุณแม่เบื่ออาหาร รับประทานอาหารแล้วอาเจียน ลองรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ไม่คาว ไม่มัน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุป น้ำเต้าหู้ เป็นต้น นอกจากนี้ควรปรับมื้ออาหารให้รับประทานน้อยลงแต่บ่อยขึ้น อาจจะแบ่งมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อต่อวัน จะช่วยให้ได้รับอาหารเพียงพอต่อความต้องการ คุณแม่บางคนอาจเบื่ออาหารที่เคยชอบ หรือบางคนอาจชอบอาหารที่ไม่เคยรับประทาน แนะนำให้คุณแม่ลองรับประทานอาหารให้หลากหลาย แต่ถ้ารับประทานอะไรไม่ได้เลย แนะนำให้พบคุณหมอเพื่อประเมินว่าร่างกายขาดน้ำหรือสารอาหารหรือไม่ และรับการรักษาที่เหมาะสม เพราะน้ำหนักตัวของแม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์

  • อ่อนเพลียง่าย

    คุณแม่จะรู้สึกอ่อนเพลียได้ง่ายมากขึ้น เพราะระดับโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมดลูกต้องการเลือดในปริมาณเพิ่มขึ้นเพื่อไปเลี้ยงทารกในครรภ์ จึงส่งผลให้คุณแม่รู้สึกอืดอาดทำอะไรช้าลง บางท่านอาจมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดได้ง่าย แนะนำให้เปลี่ยนท่าทางช้า ๆ ลุกนั่งให้ช้าลง เป็นต้น

  • อารมณ์แปรปรวนง่าย

    เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวเศร้า เป็นเรื่องปกติเพราะฮอร์โมนที่มีการเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง หากมีอารมณ์แปรปรวน ในทางที่ไม่ดีมากไป อาจส่งผลถึงลูกในท้องได้ คุณแม่จึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมทำให้ผ่อนคลาย

คุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับเดือนและสัปดาห์อื่น ๆ ของการตั้งครรภ์ของคุณหรือไม่? ลงชื่อสมัครใช้ Enfa A + Smart Club และรับเคล็ดลับและบทความใหม่ ๆ ในขณะที่คุณเดินทางต่อไป

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณแม่ช่วงอายุครรภ์ 2 เดือน

  • หน้าอกและหัวนมขยายใหญ่ขึ้น

    ระหว่างการตั้งครรภ์ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เต้านมขยายโตขึ้น ต่อมผลิตน้ำนมขยายตัวมากขึ้น ลานนมจะขยายกว้างขึ้นและมีสีคล้ำขึ้น คุณแม่จะมีอาการคัดและเจ็บเต้านมได้ง่าย จะสังเกตได้ว่าอาการเหล่านี้คล้ายกับอาการก่อนมีประจำเดือน ดังนั้นคุณแม่มือใหม่จึงควรสังเกตด้วยว่าประจำเดือนมาปกติหรือไม่ เพราะอาการคนท้องจะอยู่นานกว่าอาการก่อนมีประจำเดือน

  • มดลูกขยายตัวอย่างรวดเร็ว

    ขนาดของมดลูกเริ่มขยายตัวเป็นสองเท่า มดลูกที่โตขึ้นอาจจะทำให้มีอาการหน่วง ๆ ถ่วง ๆ บริเวณท้องน้อย คุณแม่อาจเจ็บบริเวณท้องน้อยได้ง่าย เนื่องจากเมื่อมดลูกโตขึ้น ปีกมดลูกก็จะถูกดึงรั้งตึง คุณแม่อาจรู้สึกเสียวแปลบ ๆ เวลาเคลื่อนไหวเร็ว ๆ จึงควรทำอะไรช้าลงกว่าปกติ

  • หน้าท้องเริ่มหนาขึ้น

    มดลูกของคุณแม่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีลูกน้อยที่เจริญเติบโตอยู่ข้างใน ส่วนช่วงท้องตอนนี้ก็เริ่มพอง ๆ ขึ้นมาบ้างอาจทำให้คุณแม่รู้สึกตัวหนากว่าเดิม ลองเลือกใส่ชุดหรือกางเกงที่เอวหลวม เพื่อที่จะได้ไม่รัดและทำให้อึดอัดท้อง เวลานั่งจะสบายตัวมากขึ้น

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรกินดี ออกกำลังกายบ่อยๆ และไม่เครียด สุขภาพกายและใจที่ดีของคุณแม่จะส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ สิ่งที่คุณแม่ควรใส่ใจก็คือการได้รับโภชนาการที่ดี มีคุณภาพนั้นไม่ได้สำคัญเฉพาะกับพัฒนาการลูกในครรภ์เท่านั้น หากยังส่งผลต่อสุขภาพและช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้คุณแม่เองด้วย
โภชนาการที่ดีหมายถึงการที่คุณแม่ได้รับสารอาหารอย่างสมดุล คือได้รับทั้งสารอาหารหลัก (โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน) และสารอาหารรอง (เกลือแร่และวิตามิน) และยังช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ของคุณแม่ สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือสารอาหารอย่างกรดโฟลิก และวิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน

MFGM

โภชนาการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ 2 เดือน

แม้ว่าคุณอาจจะยังดูหรือรู้สึกไม่เหมือนคนท้อง เพราะขนาดท้องยังไม่ใหญ่ขึ้นสักเท่าไร แต่ช่วงตั้งท้อง อายุครรภ์ 2 เดือน เป็นเวลาที่คุณแม่จำเป็นต้องสังเกตพัฒนาการทางร่างกายของเจ้าตัวน้อยอย่างใกล้ชิด และจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง

การได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างสมดุลและครบถ้วนในการเสริมสร้างร่างกายของลูกน้อย คือกุญแจสำคัญของการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรพยายามรับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลาย รวมถึงเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือโปรตีนจากปลาและไข่ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และอาหารดิบ เช่น ซูชิ
รวมถึงควรหลีกเลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบด้วย เช่น ลาบหมู อาหารปิ้งย่าง เป็นต้น
เนื่องจากลูกน้อยในครรภ์อยู่ในช่วงที่ต้องการสารอาหารสำหรับการเสริมสร้างการเจริญเติบโตและพัฒนาการ
คุณแม่จึงควรวางแผนมื้ออาหารทุกวันเพื่อให้มั่นใจว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสม
อีกทั้งคุณแม่ ยังต้องให้ความสำคัญกับการได้รับแร่ธาตุเหล่านี้

  • โฟเลต

    ควรได้รับอย่างน้อยวันละ 400 ไมโครกรัม (0.4 มิลลิกรัม) ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ต่อเนื่องตลอดช่วงตั้งครรภ์ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดในทารกแล้ว ยังช่วยสร้างพัฒนาการทารกในครรภ์ด้านระบบประสาท และช่วยให้เซลล์สามารถแบ่งตัวได้อย่างเป็นปกติ โฟเลตจะมีอยู่มากในผักใบเขียวต่าง ๆ ถั่ว ผักโขม ส้ม มะนาว มะเขือเทศ และธัญพืชไม่ขัดสีต่าง ๆ

  • ธาตุเหล็ก

    จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดทั้งของคุณแม่และของลูกน้อย และช่วยลดโอกาสในการคลอดก่อนกำหนด ภาวะทารกน้ำหนักตัวน้อยแต่กำเนิดด้วย คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณธาตุเหล็กที่เหมาะสมที่ควรได้รับในแต่ละวัน ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่ที่ร่างกายแข็งแรงจะต้องการธาตุเหล็กในปริมาณ 30 - 60 มิลลิกรัมต่อวัน ในกรณีที่คุณแม่มีภาวะซีดหรือมีโรคประจำตัวอื่น ควรรับประทานธาตุเหล็กเสริมตามคำแนะนำของคุณหมอ และในแต่ละวันอย่าลืมรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่ ตับ ถั่ว อัลมอนด์ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์

พัฒนาการของทารกในครรภ์ 2 เดือน

ในช่วง อายุครรภ์ 2 เดือน หรือ 8 - 12 สัปดาห์ แม้ลูกน้อยในครรภ์มีขนาดแค่ 1 - 2 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 15 กรัม แต่เขากำลังมีพัฒนาการที่น่าตื่นเต้นทีเดียว เขาเริ่มมีมือ เท้า แขน และขาน้อย ๆ แล้ว ผิวหนังเริ่มแบ่งเป็นสองชั้น และอวัยวะภายในได้ถูกสร้างขึ้นมา มีการพัฒนาระบบการย่อยอาหาร

ระบบการหายใจในช่วงสัปดาห์ที่ 9 ทารกจะเริ่มมีการเคลื่อนไหวโดยใช้อวัยวะต่าง ๆ เช่น มือ เท้า และมีการตอบสนองจากการกระตุ้นของเราจนถึงปลายสัปดาห์ที่ 12 จะสามารถได้ยินเสียงหัวใจของทารกได้จากเครื่องฟังเสียงหัวใจ (Doptone) คุณแม่สามารถเช็กพัฒนาการของลูกน้อยในเดือนถัดไปเพิ่มเติมได้ ด้วยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คลิก..

พัฒนาการสมองของทารกในครรภ์ 2 เดือน

ช่วงที่ลูกน้อยอายุครรภ์ 2 เดือน คือช่วงที่สำคัญของพัฒนาการระบบประสาทและสมองของลูกน้อย ในช่วงนี้สมอง ไขสันหลัง กระดูกสันหลัง และระบบประสาทของทารกจะเริ่มพัฒนา เช่นเดียวกับระบบไหลเวียนโลหิต

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ 8 ลูกน้อยจะสร้างเซลล์ประสาท (Neuron) นับล้าน ๆ เซลล์ เพื่อเชื่อมต่อ และสื่อสารกันระหว่างอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย จนทำให้ลูกน้อยของเราสามารถขยับตัว เคลื่อนไหวได้ แม้ว่ากว่าคุณแม่จะรู้สึกถึงการขยับของลูกน้อยในท้องต้องรอถึงอายุครรภ์ประมาณ 16 - 18 สัปดาห์ แต่แท้จริงแล้วลูกน้อยค่อย ๆ มีพัฒนาการมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วง 2 เดือนของการตั้งครรภ์ ดังนั้นเซลล์ประสาทเหล่านี้คือส่วนประกอบสำคัญของสมอง ทุก ๆ ความรู้สึก ความคิด การหายใจ พอลูกขยับได้มากขึ้นจนคุณแม่รู้สึกได้ จะช่วยทำให้คุณแม่อารมณ์ดีขี้น เพราะได้รับสัมผัสกับลูกโดยตรง เพิ่มสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก

ดังนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ 2 เดือน ควรรับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกายเบา ๆ และ ไม่เครียด เพราะสุขภาพกายและใจที่ดีของคุณแม่จะส่งผลต่อ พัฒนาการทารกในครรภ์ เป็นอย่างมาก สิ่งที่คุณแม่ควรใส่ใจก็คือการได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เพราะอาหารไม่ได้สำคัญเฉพาะกับ พัฒนาการของทารกในครรภ์ เท่านั้น หากยังส่งผลต่อสุขภาพและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้คุณแม่เองด้วยโภชนาการที่ดีหมายถึงการที่คุณแม่ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและเหมาะสม คือได้รับทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน และยังช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ของคุณแม่ และสิ่งที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามก็คือสารอาหารอย่างเช่น กรดโฟลิก และวิตามินบี 12 ที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่

นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับคุณแม่ตั้งครรภ์ 2 เดือนและโภชนาการที่จำเป็นที่เรานำมาฝากวันนี้ คุณแม่มือใหม่ยังสามารถหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลตัวเองในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ได้ที่ Enfa A + Smart Club พร้อมทั้งเคล็ดลับดูแลตัวเองระหว่างการตั้งครรภ์