ตอนนี้คุณแม่กำลังเข้าสู่การตั้งครรภ์เดือนที่ 2 หรือสัปดาห์ที่ 7-10 ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกน้อยมีพัฒนาการที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นหลายอย่าง มาดูกันว่าอาการคนท้อง 2 เดือนเป็นอย่างไร และโภชนาการใดบ้างที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทารกในครรภ์ให้สมบูรณ์แข็งแรง ทั้งด้านระบบประสาทและสมอง

สมัครเป็นครอบครัวเอนฟากับชมวันนี้ ลุ้นรับฟรีคาร์ซีทสุดพรีเมี่ยม

อาการคนท้อง 2 เดือนเป็นอย่างไร

อาการคนท้อง 2 เดือนที่มักพบในคุณแม่ส่วนใหญ่มีดังนี้

  • แพ้ท้อง

    คุณแม่บางคนแสดงอาการแพ้ท้องด้วยการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อีกทั้งรู้สึกเหมือนจะป่วยในตอนเช้าๆ คุณแม่ที่มีอาการแพ้ อาจมีอาการแสบบริเวณลิ้นปี่จากการอาเจียน เพราะน้ำย่อยที่อาเจียนออกมาจะทำให้แสบหลอดอาหารได้ง่าย ควรดื่มน้ำกลั้วคอล้างปากทุกครั้งหลังอาเจียน ช่วงนี้คุณแม่อาจแพ้ท้องมาก ควรนอนพักผ่อน ให้ฝานขิงอ่อนเป็นแผ่นบางๆ แช่ในน้ำร้อน แล้วค่อยๆ จิบ จะช่วยให้อาการแพ้ท้องดีขึ้น

  • เบื่ออาหาร

    ช่วงนี้ด้วยอาการแพ้ท้องจะทำให้คุณแม่เบื่ออาหาร กินแล้วอาเจียนออกมา ลองรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ไม่คาว ไม่มัน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุป น้ำเต้าหู้ และควรเปลี่ยนมื้ออาหาร โดยกินแต่ละมื้อให้น้อยลง แต่ให้บ่อยครั้งขึ้น อาจจะแบ่งมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อต่อวันเลยก็ได้ จะช่วยให้ได้รับอาหารเพียงพอต่อความต้องการ ถ้ากินอะไรไม่ได้เลย ให้กินขนมปังกรอบกับน้ำ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารบ้าง

  • อ่อนเพลียง่าย

    คุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยเพลียได้ง่ายมากขึ้น เพราะระดับโพรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น จนทำให้รู้สึกอืดอาดทำอะไรช้าลง

  • อารมณ์ขึ้นง่ายลงยาก

    เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวเศร้า เป็นเรื่องปกติเพราะฮอร์โมนที่มีการเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์เดือนที่ 2

  • หน้าอกและหัวนมขยายใหญ่ขึ้น

    ระหว่างการตั้งครรภ์ระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรนจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เต้านมขยายโตขึ้น ต่อมผลิตน้ำนมขยายตัวมากขึ้นลานนมจะขยายกว้างขึ้นและมีสีดำคล้ำขึ้นคุณแม่จะมีอาการคัดและเจ็บเต้านมได้ง่าย ต่อมน้ำนมก็เตรียมผลิตน้ำนมแล้วจึงทำให้เต้านมของคุณแม่ขยายและคัดตึงได้

  • มดลูกขยายตัวอย่างรวดเร็ว

    ขนาดของมดลูกเริ่มขยายตัวเป็นสองเท่า มดลูกที่โตขึ้นอาจจะทำให้มีอาการหน่วงๆ ถ่วงๆ ในท้องน้อย คุณแม่อาจเจ็บบริเวณปีกมดลูกได้ง่าย เนื่องจากเมื่อมดลูกโตขึ้น ปีกมดลูกก็จะถูกดึงรั้งตึง คุณแม่อาจรู้สึกเสียวแปลบๆ เวลาเคลื่อนไหวเร็วๆ จึงควรทำอะไรช้าลงกว่าปกติ

  • ช่วงท้องเริ่มหนาขึ้น

    มดลูกของคุณแม่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนช่วงท้องตอนนี้ก็เริ่มพองๆ ขึ้นมาบ้างอาจทำให้คุณแม่รู้สึกตัวหนากว่าเดิม ลองเลือกใส่ชุดหรือกางเกงที่เอวหลวมๆ จะได้ไม่อึดอึดบริเวณท้อง เวลานั่งก็จะได้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อายุครรภ์ 2 เดือน

ในช่วงอายุครรภ์ 2 เดือน แม้ลูกน้อยในครรภ์มีขนาดแค่ 2 นิ้ว (ราว 5 ซ.ม.) หรือเท่านิ้วก้อยของคุณแม่ แต่เขากำลังมีพัฒนาการที่น่าตื่นเต้นทีเดียว เขาเริ่มมีมือ เท้า แขน และขาน้อย ๆ แล้ว ในช่วงสัปดาห์ที่ 9 ทารกจะเริ่มขยับตัวได้และสามารถยกมือมาที่ปากได้ ในช่วงนี้ ทารกจะต้องใช้ร่างกายทุกส่วนในการเคลื่อนไหว แต่เมื่อเริ่มเข้าเดือนที่ 3 เขาจะสามารถเคลื่อนไหวแขนขาได้อย่างอิสระ คุณแม่สามารถเช็กพัฒนาการของลูกน้อยในเดือนถัดไปเพิ่มเติมได้ ด้วยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา คลิก..

สมัครเป็นครอบครัวเอนฟากับชมวันนี้ ลุ้นรับฟรีคาร์ซีทสุดพรีเมี่ยม

โภชนาการของคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์เดือนที่ 2

แม้ว่าคุณอาจจะยังดูหรือรู้สึกไม่เหมือนคนท้อง เพราะขนาดท้องยังไม่ใหญ่ขึ้นสักเท่าไร แต่ช่วงตั้งท้องอายุครรภ์ 2 เดือนเป็นเวลาที่คุณแม่จำเป็นต้องสังเกตพัฒนาการทางร่างกายของเจ้าตัวน้อยอย่างใกล้ชิด และจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง การได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างสมดุลและครบถ้วนในการเสริมสร้างร่างกายของลูกน้อย คือกุญแจสำคัญของการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรพยายามรับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลาย รวมถึงเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือโปรตีนจากปลาและไข่ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง แอลกอฮอล์ และอาหารดิบ เช่น ซูชิ

อีกทั้งคุณแม่ ยังต้องให้ความสำคัญกับการได้รับแร่ธาตุเหล่านี้

  • โฟเลต

    ควรได้รับวันละอย่างน้อย 400 ไมโครกรัม (0.4 มิลลิกรัม) ไปอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงตั้งครรภ์ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดในทารกแล้ว ยังช่วยสร้างพัฒนาการทารกในครรภ์ด้านระบบประสาท และช่วยให้เซลล์สามารถแบ่งตัวได้อย่างเป็นปกติ

  • ธาตุเหล็ก

    จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและช่วยให้ครรภ์แข็งแรง คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณธาตุเหล็กที่เหมาะสมที่จะต้องทานในแต่ละวัน  และในแต่ละวันอย่าลืมทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่ ถั่ว อัลมอนด์ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เนื่องจากลูกน้อยในครรภ์อยู่ในช่วงที่ต้องการสารอาหารสำหรับการเสริมสร้างการเจริญเติบโตและพัฒนาการ คุณแม่จึงควรวางแผนมื้ออาหารทุกวันเพื่อให้มั่นใจว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสม

พัฒนาการสมองของลูกน้อยในครรภ์อายุครรภ์ 2 เดือน

ช่วงตั้งท้องอายุครรภ์ 2 เดือน คือช่วงพัฒนาการที่สำคัญของระบบประสาทและสมองของลูกน้อยในช่วงนี้สมอง ไขสันหลัง กระดูกสันหลัง และระบบประสาทของทารกจะเริ่มพัฒนา เช่นเดียวกับระบบไหลเวียนโลหิต

ในช่วง 16 - 18 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ สมองของลูกน้อยจะสร้างเซลล์ประสาท (Neurons) ราวหนึ่งแสนล้านเซลล์ เซลล์ประสาทเหล่านี้คือส่วนประกอบสำคัญของสมอง ทุก ๆ ความรู้สึก ความคิด การหายใจ และการเคลื่อนไหวทุกอย่างเกิดขึ้นได้จากการสื่อสารระหว่างเซลล์เหล่านี้

การที่คุณแม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ในช่วงนี้ สามารถช่วยให้ทารกในครรภ์เติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดี คุณแม่จึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ อาทิ วิตามินดี กรดโฟลิก และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่พบมากในสมองและจอประสาทตาของลูกน้อยในครรภ์ แคลเซียม สำหรับการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรงในช่วงอายุครรภ์ต่อๆ ไป ฯลฯ

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรกินดี ออกกำลังกายบ่อยๆ และไม่เครียด สุขภาพกายและใจที่ดีของคุณแม่จะส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ สิ่งที่คุณแม่ควรใส่ใจก็คือการได้รับโภชนาการที่ดี มีคุณภาพนั้นไม่ได้สำคัญเฉพาะกับพัฒนาการลูกในครรภ์เท่านั้น หากยังส่งผลต่อสุขภาพและช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้คุณแม่เองด้วย
โภชนาการที่ดีหมายถึงการที่คุณแม่ได้รับสารอาหารอย่างสมดุล คือได้รับทั้งสารอาหารหลัก (โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน) และสารอาหารรอง (เกลือแร่และวิตามิน) และยังช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ของคุณแม่ สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามก็คือสารอาหารอย่างกรดโฟลิก และวิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน

MFGM

หากคุณแม่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ 3 เดือน กับพัฒนาการลูกน้อย และพัฒนาการของทารกตลอดช่วงระยะเวลาตั้งครรภ์ คำแนะนำด้านโภชนาการ และรับสิทธิประโยชน์เพื่อลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์จนถึง 3 ปี คุณสามารถสมัครสมาชิก Enfa Smart Club ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อแม่ตั้งครรภ์ฟรี ที่นี่ Enfa A+ Genius Baby