Enfa สรุปให้:
- พัฒนาการเด็ก 7 เดือน ก้าวกระโดดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้อยนั่งทรงตัวได้ดี พลิกตัวได้คล่อง เริ่มคลานหรือพยายามที่จะคลาน เริ่มสื่อสารมากขึ้น และสามารถจะกินอาหารได้มากขึ้นอีกด้วย
- พัฒนาเด็ก 7 เดือนให้มีทักษะตามวัย คุณพ่อคุณแม่ควรเล่นกับลูกบ่อย ๆ พูดกับลูกบ่อย ๆ ยิ่งเล่นมากขึ้น พูดคุยกับลูกมากขึ้น ก็จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการได้อย่างรอบด้าน
- เด็ก 7 เดือน ผู้ชายหนักประมาณ 8.3 กิโลกรัม สูงประมาณ 69.2 เซนติเมตร ผู้หญิงจะหนักประมาณ 7.6 กิโลกรัม สูงประมาณ 67.3 เซนติเมตร
ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว คุณพ่อคุณแม่เริ่มที่จะเห็นพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของลูกมากขึ้น สิ่งที่เพิ่งเริ่มทำได้ดีในเดือนก่อน เดือนนี้ลูกอาจจะทำได้ดีกว่าเดิม แต่พัฒนาการของเด็กวัย 7 เดือนมีอะไรบ้าง และคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมพัฒนาการลูกได้อย่างไร Enfa พร้อมแล้วที่จะต้อนรับคุณพ่อคุณแม่เข้าสู่โลกของเจ้าตัวเล็กวัย 7 เดือน
เด็ก 7 เดือน
ทารก 7 เดือน ต้องขอใช้คำว่า No More การนิ่งเฉยค่ะ เพราะเด็กวัยนี้สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระมากขึ้น สามารถคลานไปมาได้ตลอดทั้งวัน เป็นช่วงเวลาที่พัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหวของลูกน้อยก้าวกระโดดอย่างมาก
เด็ก 7 เดือนพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวมากขึ้น เล่นของเล่นได้มากขึ้น ขอให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมใจเอาไว้เลยว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งเดือนที่เรียกอาการเหงื่อตกได้มากทีเดียวค่ะ
น้ำหนักเด็ก 7 เดือน
น้ำหนักทารก 7 เดือนตามตารางน้ำหนักทารก สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
- ทารกเพศชายวัย 7 เดือน หนักประมาณ 8.3 กิโลกรัม
- ทารกเพศหญิงวัย 7 เดือน หนักประมาณ 7.6 กิโลกรัม
ส่วนสูงเด็ก 7 เดือน
ส่วนสูงของทารกวัย 6 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้
- ทารกเพศชายวัย 6 เดือน สูงประมาณ 69.2 เซนติเมตร
- ทารกเพศหญิงวัย 6 เดือน สูงประมาณ 67.3 เซนติเมตร
อาหารเด็ก 7 เดือน
เด็กวัย 7 เดือนสามารถกินอาหารที่มีความแข็ง หรืออาหารที่มีเนื้อสัมผัสหยาบขึ้นได้แล้วค่ะ คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นจะต้องบดอาหารเด็ก 7 เดือนให้ละเอียดจนเกินไป เพื่อให้เด็กวัย 7 เดือนได้ปรับตัวเข้ากับเนื้อสัมผัสของอาหารใหม่ ๆ บ้าง ได้เริ่มฝึกเคี้ยว ฝึกกลืนไปตามวัยของเขา
เด็ก 7 เดือน กินข้าวกี่มื้อ
เด็ก 7 เดือนกินข้าวได้ 1-2 มื้อค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรให้ลูกได้กินข้าว 2 มื้อ คือมื้อเช้า กับมื้อเย็น ควบคู่ไปกับการกินนมแม่ เพื่อให้ลูกได้รับโภชนาการที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต รวมถึงช่วยฝึกให้ลูกน้อยคุ้นชินกับอาหารตามวัย ได้สัมผัสกับรสชาติใหม่ ๆ มากขึ้นด้วยค่ะ
ปริมาณนมที่เหมาะสมสำหรับเด็ก 7 เดือน
ลูกวัย 7 เดือน แม้จะเริ่มกินอาหารตามวัยได้มากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังต้องควบคู่ไปกับการกินนมแม่หรือนมผงอยู่เช่นเดิมค่ะ เพื่อให้ลูกได้สารอาหารที่เพียงพอ โดยเด็กวัย 7 เดือนนี้จะกินนมครั้งละ 7-8 ออนซ์ และจะกินนมประมาณ 4-6 ครั้งต่อวันค่ะ
อาหารว่างเด็ก 7 เดือน
อาหารว่างเด็ก 7 เดือน สามารถเป็นได้ทั้งผลไม้บดให้นิ่ม หรือหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เช่น อาโวคาโด กล้วยบด มะละกอสุก ผักต้มสุกและหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ เช่น แคร์รอตบด ฟักทองบด หรือธัญพืชบด เช่น ข้าวโอ๊ตบดผสมนมแม่
ผลไม้เด็ก 7 เดือน
ทารกวัย 7 เดือนสามารถกินผลไม้ได้หลายชนิดมากค่ะ เพียงแค่ต้องเลือกผลไม้ที่มีเนื้อนิ่ม จะนำมาหั่นชิ้นเล็ก ๆ หรือบดพอหยาบ ๆ ก็ได้ เพื่อให้ลูกน้อยกินง่าย กลืนง่าย ไม่ติดคอ โดยผลไม้เด็ก 7 เดือน ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพของลูกน้อย เช่น กล้วย แอปเปิลนึ่ง อาโวคาโด มะม่วงสุก มะละกอสุก เป็นต้น
ทารก 7 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ
คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลเด็ก 7 เดือน ให้ได้กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการสำคัญครบทั้ง 5 หมู่ ดังนี้
-
โปรตีน จากเนื้อสัตว์ ไข่ ธัญพืชต่าง ๆ เพื่อช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
-
ไขมัน จากน้ำมันพืชหรือเนื้อสัตว์ ช่วยเสริมความอบอุ่น ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย
-
วิตามิน จากผลไม้ต่าง ๆ เช่น อาโวคาโด มะละกอสุก มะม่วงสุก ช่วยสร้างเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้สมดุล
-
เกลือแร่ จากผักต่าง ๆ เช่น ฟักทอง มันเทศ มะเขือเทศ ผักคะน้า ผักกาดขาว มีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมเซลล์
-
คาร์โบไฮเดรต จากข้าวหรือแป้งต่าง ๆ ช่วยเสริมสร้างพลังงานแก่ร่างกาย ดีต่อการเจริญเติบโต
มากไปกว่านั้น เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารและสารภูมิคุ้มกันอย่างเพียงพอ คุณแม่ควรให้เด็กวัย 7 เดือนดื่มนมแม่เป็นอาหารหลักเช่นเดิม เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารเฉพาะที่สำคัญจากนมแม่ ดังนี้
-
MFGM เป็นสารอาหารเฉพาะในนมแม่ ช่วยพัฒนาระบบประสาท เสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อ
-
DHA คือกรดไขมันจำเป็น มีส่วนช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท และการมองเห็น
-
2’FL (2’-Fucosyllactose) ใยอาหารธรรมชาติ (HMO) ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ยับยั้งเชื้อก่อโรค และเสริมภูมิคุ้มกัน
ลักษณะอุจจาระทารก 7 เดือน
ทารกวัย 7 เดือน แน่นอนค่ะว่าเมื่อเริ่มกินอาหารอื่น ๆ ควบคู่ไปกับนมแม่และนมผง อัตราความถี่ในการอุจจาระก็อาจจะเพิ่มมากขึ้น ลักษณะอุจจาระ รวมถึงสีของอุจจาระ ก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปตามอาหารที่กิน จากที่เมื่อก่อนจะเป็นอุจจาระจากการกินนมแม่แค่เพียงอย่างเดียว
ลักษณะอุจจาระทารกปกติ ควรจะเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองเข้ม แต่ในช่วงวัย 7 เดือนนี้ คุณแม่อาจะเริ่มสังเกตว่าสีอุจจาระของลูกบางครั้งก็เปลี่ยนไป โดยบางครั้งอาจมีสีเขียวออกมาด้วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้และไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะคะ เพราะเด็กวัยนี้เริ่มกินอาหารอื่น ๆ นอกเหนือจากนมแม่แล้ว สีของอุจจาระ อาจแปรเปลี่ยนไปตามผักและผลไม้ที่ทารกกินเข้าไปได้ค่ะ
แต่ถ้าหากทารกมีอุจจาระสีดำ อุจจาระสีแดง อุจจาระสีขาว และอุจจาระสีเทา ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ
เด็ก 7 เดือนนอนกี่ชั่วโมง
การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่สมบูรณ์และแข็งแรง จึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกน้อยเข้านอนให้เหมาะสมตามตารางนอนทารก โดยเด็กวัย 7 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 14 - 15 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 3 - 4 ชั่วโมง และนอนตอนกลางคืนอีก 11 ชั่วโมง
พัฒนาการเด็ก 7 เดือน
พัฒนาการเด็ก 7 เดือน ต้องขอบอกคุณพ่อคุณแม่ไว้ตรงนี้เลยว่า เดือนนี้ลูกไม่อยู่นิ่งอีกต่อไปแล้ว คุณแม่เตรียมฟิตร่างกายไว้ดี ๆ เพราะสำหรับเด็กบางคนที่กล้ามเนื้อลำตัวพัฒนาพร้อมสู่การคลานได้แล้ว เขาจะคลานเล่นได้ทั้งวันจริง ๆ เพราะสิ่งต่าง ๆ รอบตัวล้วนน่าสนใจไปเสียหมด... มาดูพัฒนาการของลูกน้อยเดือนนี้กันค่ะ
พัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็ก 7 เดือน
- เริ่มแสดงอาการติดแม่มากขึ้น แม้เขาจะมีอิสระในการสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่ก็มักหันมาดูว่ามีแม่อยู่ในสายตาหรือไม่เช่นกัน
- เมื่อลูกติดแม่ เขาก็จะไม่ไว้วางใจคนอื่น ๆ โดยเฉพาะคนแปลกหน้า เขาจะอาละวาดหากปล่อยไว้กับคนที่เขาไม่รู้จักมาก่อนตามลำพัง
- หัวเราะง่ายเมื่อได้เล่นเกมที่ชอบ หรือมีเรื่องที่กระตุ้นความสนใจ เช่น แกล้งทำเป็นของจะหล่นแล้วแกล้งตกใจเมื่อของหล่น เป็นต้น ลูกก็จะหัวเราะได้ง่าย ๆ และเมื่อคุณแม่ตั้งท่าจะทำซ้ำ ยังทำไม่เสร็จลูกก็หัวเราะออกมาก่อนแล้ว นั่นหมายถึงเขารู้และจำได้ว่าท่าเริ่มต้นของคุณเป็นส่วนหนึ่งของท่าทางที่เคยทำให้เขาหัวเราะได้นั่นเอง
พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของเด็ก 7 เดือน
- ส่งเสียงเป็นคำ ๆ ที่มีทั้งเสียงสระและพยัญชนะผสมกันได้บ้างแล้ว เช่น ปะปา มะมา
- สนใจฟังเสียงที่ได้ยินทั้งเสียงของตัวเองและเสียงคนอื่น ซึ่งเขาพยายามที่จะเลียนแบบ ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสเหมาะที่คุณแม่จะช่วยเพิ่มคำศัพท์ต่าง ๆ ให้ลูก สอนลูกเรียกชื่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ชวนลูกคุย หรืออ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทางภาษาของลูก
พัฒนาการด้านสมองของเด็ก 7 เดือน
- ลูกวัยนี้เรียนรู้จักอวัยวะต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตอนนี้ลูกนั่งได้แล้วและก้มตัวมองเห็นอวัยวะเพศของตัวเองได้แล้วด้วย ดังนั้น หากเขาจะจับเพื่อสำรวจอวัยวะส่วนนี้บ้าง คุณแม่ไม่ต้องตกใจ แค่เบี่ยงเบนความสนใจเขาไปที่ของเล่นแทนก็พอ
- สมองของลูกพัฒนาได้ตลอดเวลา นอกจากจำลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แล้ว เดือนนี้ลูกยังสามารถเชื่อมโยงความคิดได้มากขึ้นด้วย เห็นได้จากการที่ลูกสามารถคาดเดาได้ว่าคุณพ่อกลับบ้าน จากเสียงประตู หรือรู้ว่าถึงเวลาอาหารแล้วจากเสียงการเตรียมอาหารของแม่
- สามารถเชื่อมโยงภาพสัตว์กับเสียงร้องได้ เช่น แมว ร้องเมี้ยว หมาเห่าโฮ่งๆ ซึ่งความสามารถนี้เป็นผลจากการที่คุณแม่ป้อนข้อมูลให้กับลูกบ่อย ๆ จึงทำให้ลูกเกิดการเรียนรู้ จดจำ และเชื่อมโยงได้ในที่สุด
- เริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับขนาดของวัตถุ สังเกตได้จากการถือของเล่นสองชิ้น ที่มีขนาดแตกต่างกัน แล้วมองสลับไปสลับมา ถ้าคุณแม่ป้อนข้อมูลให้ลูกโดยบอกว่าอันนี้ใหญ่อันนี้เล็ก ทำบ่อย ๆ ลูกก็พร้อมจะเรียนรู้และเข้าใจได้
พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก 7 เดือน
พัฒนาการเด็ก 7 เดือน กล้ามเนื้อของลูกจะมีพัฒนามากขึ้น นอกจากเพื่อการนั่งที่มั่นคงแล้ว ยังเป็นการเตรียมพร้อมไปสู่การเคลื่อนไหว เช่น การคลาน ยืน และเดินในอนาคตด้วย
- ลูกจะนั่งได้มั่นคงแล้วเพื่อฝึกฝนการคืบคลานต่อไป ซึ่งนอกจากความพร้อมของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่ช่วยให้ลูกคลานได้แล้ว สมองส่วนบนและล่างที่ควบคุมกล้ามเนื้อเหล่านั้นต้องทำงานประสานกันได้ดีด้วย คุณแม่จึงต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้ฝึกการเคลื่อนไหวระหว่างวันมากกว่าปล่อยให้ลูกนอนอยู่กับที่ โดยอาจจะหาของเล่นมาล่อหลอกให้ลูกพยายามเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ และเรียนรู้ที่จะคืบและคลานอย่างถูกวิธี
- เมื่อลูกเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระมากขึ้น เขาก็พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ทุกเวลา สิ่งที่ต้องระวังคือ ปลั๊กไฟ บันได พัดลม และของมีคมต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องเรือนที่ไม่ค่อยมั่นคงนัก เพราะเมื่อคลานได้ ลูกก็พร้อมที่จะเหนี่ยวตัวขึ้นเกาะยืนได้เช่นกัน
- หยิบจับของเล่นได้คล่องแคล่ว และชอบใช้มือหยิบอาหารใส่ปากเอง
การกระตุ้นพัฒนาการทารก 7 เดือน
การกระตุ้นพัฒนาการนั้นถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ แข็งแรง และสมวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ทุกวัน เช่น
- สำหรับเด็ก 7 เดือน คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นคุยกับลูกบ่อย ๆ ค่ะ พยายามหาบทสนทนามาคุยกับลูก อาจจะเป็นการคุยตอนเปลี่ยนผ้าอ้อม ตอนอาบน้ำ ตอนเล่นของเล่น เพื่อช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ให้ลูกได้จดจำมากขึ้น และยังช่วยให้เด็กจดจ่อกับบทสนทนา และมีการโต้ตอบเพื่อการสื่อสารมากขึ้นด้วย
- หมั่นฟังลูกพูดบ่อย ๆ แม้ว่าลูกจะพูดไม่เป็นภาษาหรือฟังไม่เข้าใจก็ตาม ตอบกลับด้วยร้ำเสียงที่อบอุ่น เป็นการแสดงออกให้ลูกเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ใส่ใจที่จะฟังในสิ่งที่ลูกพูด สิ่งนี้จะช่วยสร้างทักษะด้านภาษาและการสื่อสารได้เป็นอย่างดี
- อ่านหนังสือให้ลูกฟังบ่อย ๆ เลือกหนังสือนิทานที่มีภาพและสีสันชัดเจน ช่วยเสริมทักษะความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ และเสิรมทักษะทางภาษาได้ดี
- พาลูกออกไปเล่นนอกบ้านให้มากขึ้น เด็กวัย 7 เดือนเป็นวัยที่พร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวค่ะ การพาลูกอออกไปพบกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการเรียนรู้ได้
อย่างไรก็ตาม ในทุกกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับลูก ควรใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเวลาพาลูกออกไปข้างนอก ควรเลือกช่วงเวลาที่แดดไม่ร้อน เลือกสถานที่ที่ปลอดจากมลพิษ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกป่วยง่ายค่ะ
ของเล่นเด็ก 7 เดือน
การเล่นของเล่น ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีเสริมพัฒนาทักษะให้กับเด็กได้หลายด้าน ตั้งแต่พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ภาษา การสื่อสาร ตลอดจนอารมณ์และสังคม
โดยของเล่นเด็ก 7 เดือนที่เหมาะกับลูกน้อยก็มีด้วยกันหลายอย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
-
ของเล่นที่เคลื่อนไหวได้ หรือมีล้อ ทารกจะเริ่มคลานตาม หรือเคลื่อนไหวตามของเล่นนั้น ๆ เป็นการเสริมทักษะด้านการเคลื่อนไหวได้ดีค่ะ
-
ของเล่นที่มีเสียง เช่น กล่องดนตรี รถบังคับที่มีดนตรี ก็เหมาะกับเด็กวัยนี้นะคะ เพราะเมื่อเด็กได้ยินเสียงดนตรี ก็จะเริ่มมีการตอบโต้กับเสียงที่ได้ยิน เด็กอาจจะพยายามลุกขึ้นนั่งหรือยืน หรือเริ่มมีการทำท่าทางประกอบเพลง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องของความไวค่ะ เพราะเผลอแป๊บเดียว ลูกอาจจะคว้าเอาของเล่นเข้าปากได้ โดยเฉพาะของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่หากเด็กคว้าเข้าปาก อาจจะส่งผลเสียได้ ควรติดตามดูอย่างใกล้ชิดในเวลาที่ลูกเล่นของเล่นนะคะ
การดูแลสุขภาพทารก 7 เดือน
คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลสุขภาพทารก 7 เดือนได้ โดยการใส่ใจดูแลเรื่องพื้นฐานทางสุขภาพของลูกน้อยวัย 7 เดือน ดังนี้
-
การกิน ทารกวัย 7 เดือน ควรดูแลให้ลูกได้อาหารตามวัยควบคู่ไปกับการให้นมแม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตตามวัย
-
การนอน เด็กอายุ 7 เดือน ควรนอนหลับให้ได้ประมาณวันละ 14–15 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นการนอนกลางวันราว 3–4 ชั่วโมง และการนอนในช่วงกลางคืนประมาณ 11 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
-
การเล่น เด็กวัยนี้จะเริ่มเคลื่อนไหวได้คล่องตัวมากขึ้น สามารถหยิบจับสิ่งของได้มั่นคง และทรงตัวนั่งได้ดี จึงเหมาะกับการเล่นเกม ของเล่น และทำกิจกรรมหลากหลาย ยิ่งได้เล่นและทำกิจกรรมมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยกระตุ้นพัฒนาการ พร้อมเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
-
แปรงฟัน เด็กบางคนอาจเริ่มมีฟันขึ้นแล้วในวัย 7 เดือน หากลูกฟันขึ้นแล้ว ควรแปรงฟันเช้าเย็น เพื่อรักษาความสะอาด และป้องกันฟันผุ
-
การสังเกตความผิดปกติ ควรหมั่นสังเกตอาการของลูกน้อยอยู่เสมอ เช่น มีไข้หรือไม่ งอแงผิดปกติหรือเปล่า รวมถึงลักษณะการขับถ่ายว่าถ่ายเหลวหรืออุจจาระแข็งผิดปกติหรือไม่ การพบสัญญาณผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถดูแลและรับมือได้อย่างทันท่วงที ลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่รุนแรง
ตารางเลี้ยงลูก 7 เดือน
เด็ก 7 เดือน ลูกน้อยกินอาหารตามวัยได้มากขึ้น และทำกิจกรรมได้มากขึ้นด้วย คุณพ่อคุณแม่อาจใช้ตารางเลี้ยงลูกด้านล่างนี้มาปรับใช้ในการเลี้ยงลูกวัย 7 เดือนได้ค่ะ
ช่วงเช้า
- 07.00 น. ตื่นนอนและกินนม
- 07.40 น. กินข้าวเช้า
- 09.00 น. นอนตอนเช้า
- 10.40 น. ตื่นนอนและกินนม
- 11.00 น. เล่นของเล่น
ช่วงบ่าย
- 12.30 น. กินข้าวเที่ยง
- 13.00 น. นอนกลางวัน
- 14.45 น. อาบน้ำและกินนม
- 15.00 น. เล่นของเล่น
ช่วงเย็น
- 16.30 น. งีบหลับครั้งที่ 3 ประมาณ 30 นาที
- 17.20 น. กินข้าวเย็น
- 20.00 น. กินนมและเข้านอน
ทารก 7 เดือน กับสัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปพบแพทย์
หากลูกวัย 7 เดือน มีสัญญาณสุขภาพต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยทันที
- หายใจลำบาก หายใจเร็ว มีเสียงหอบ
- หน้าอกบุ๋ม
- ปากเขียว
- ซึมผิดปกติ ปลุกไม่ตื่น ไม่ตอบสนอง ดูไม่เหมือนเดิม
- ชักหรือเกร็ง กระตุก ตัวแข็ง
- สีผิวผิดปกติ ซีด เขียว เทา
- อาเจียนรุนแรง อาเจียนพุ่ง อาเจียนมีสีเขียว
- มีอาการท้องแข็งและบวม
- มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
- มีอาการเบื่ออาหาร ไม่กินน้ำ ไม่กินนม ไม่กินข้าว หรือกินน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
- ร้องไห้ไม่หยุด ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่หยุดร้อง
- มีผื่นลุกลามตามผิวหนังอย่างรวดเร็ว
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย