เข้าสู่วัยเริ่มเติบโตแล้ว ในวัยนี้เด็กหลายคนพร้อมที่จะยืน เดิน แต่เด็กบางคนอาจยังอยากที่จะคลานอยู่ ซึ่งนั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณแม่ เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกาย และจิตใจของลูกพร้อมแล้ว เขาก็พร้อมจะยืนเดินด้วยตัวเอง ในเดือนนี้พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเจ้าตัวน้อยจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ตามไปดูกันเลย!

พัฒนาการทารกด้านการเรียนรู้ และสติปัญญา

          • ความจำ และความสามารถของสมองลูกพัฒนาขึ้นมาก จนบางครั้งเขาก็อาจเบื่อกับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ การกระตุ้นซ้ำ ๆ ก็ได้ คุณแม่จึงต้องพยายามหาเกม หรือสิ่งใหม่ ๆ มาเล่นกับลูก เมื่อเริ่มสังเกตว่าลูกเริ่มเบื่อที่จะเล่นจ๊ะเอ๋ หรือซ่อนของแล้ว อาจชวนลูกเล่นต่อบล็อก โยนบอลใส่กล่อง อ่านนิทานเล่มใหม่ หรือพาไปเที่ยวเล่นนอกบ้านบ้างก็ได้เช่นกัน

พัฒนาการทารกด้านร่างกาย และการเคลื่อนไหว

          • คลานได้คล่องขึ้น บางครั้งอาจเห็นลูกคลานหมุนไปรอบ ๆ ตัวหรือคลานไปพร้อมกับถือของเล่นไว้มือหนึ่ง
          • เด็กบางคนอาจลุกขึ้นยืนโดยไม่ต้องจับเครื่องเรือน ยืนได้อยู่สักพักแล้วก็รู้จักงอเขานั่งลงเองได้แล้ว
          • กล้ามเนื้อมัดเล็กทำงานดีขึ้น เริ่มจับสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ เช่น กระดุม ได้แล้ว และชอบใช้นิ้วชี้แคะแหย่ตามช่อง ตามรูต่าง ๆ คุณแม่ควรปิดรูปลั๊กต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
          • ชอบตบมือ หรือเอาของเล่นมากระทบกันให้เกิดเสียง
          • สามารถต่อบล็อกได้ 2 ชั้น

สมัครเป็นสมาชิก Enfa Smart Club กับชมวันนี้ ลุ้นรับ MacBook Air

พัฒนาการทารกด้านภาษา และการสื่อสาร

          • ลูกอาจพูดคำ 1 – 2 พยางค์ ซ้ำ ๆ กันได้
          • พูดคำที่มีความหมาย เช่น มะมา ปะปา ได้บ้างแล้ว
          • รับรู้น้ำเสียงว่าแบบไหนคือ แม่กำลังดุ แบบไหนแม่กำลังชม
          • เด็กบางคนอาจฟังเข้าใจในสิ่งที่คนพูดด้วย และสามารถพูดตอบกลับได้ เช่น ไม่ รวมทั้งสามารถทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เช่น มาหาแม่ที หยิบลูกบอลให้หน่อย

พัฒนาการทารกด้านอารมณ์ และสังคม

          • เมื่อลูกเข้าสู่วันหัดยืน และเริ่มปีน ระดับสายตาที่สูงกว่าตอนนั่ง หรือนอน ทำให้ค้นพบ “ช่องว่าง” ที่เกิดระหว่างการปีน หรือการอยู่ในระดับที่สูงกว่าจนเกิดช่องว่าง ซึ่งช่องว่างนี้อาจทำให้ลูกรู้สึกกลัวได้ เพราะลูกจะเชื่อมโยงความคิดว่าเขาสามารถตกหรือหลุดเข้าไปในช่องว่างนี้ได้ เด็กบางคนอาจพยายามแก้ไขความกลัวนี้ด้วยตัวเอง โดยการลุก ๆ นั่ง ๆ ทำซ้ำ ๆ แบบนี้ จนกล้าคลานหรือปีนไปคว้าหยิบสิ่งของที่ต้องการได้ แต่ถ้าไม่ และลูกแสดงความกลัวให้เห็นชัดเจน คุณแม่คงต้องเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ลูก กอดและปลอบลูกว่าไม่เป็นอะไร และลองให้ลูกเอื้อมมือไปสัมผัสของสิ่งนั้นอีกที ความกลัวที่มีอยู่ก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลง
          • มีความรู้สึกไวต่อเด็กอื่นมาก เพราะเขาไม่สามารถคาดเดาอะไรได้จึงคอยแต่จ้องมองเพื่อน ๆ พี่ ๆ เล่นอยู่ข้าง ๆ และอาจสะดุ้งตกใจเมื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน หรือจู่ ๆ เสียงดังขึ้นมา
          • ยังควบคุมอารมณ์ และความเครียดไม่ได้ โอกาสที่จะได้ยินเสียงร้องไห้จากการแย่งของเล่นกันจึงเกิดขึ้นได้
          • สามารถประเมินอารมณ์ของคนอื่นได้บ้าง และรู้ว่าควรจะเล่นเงียบ ๆ หรืออยู่ในมุมที่ปลอดภัยจากพายุอารมณ์นั้น
          • ชอบเมื่อมีคนชมหรือปรบมือให้ เพราะเขารับรู้ความหมายของการกระทำนี้แล้วว่า ทุกคนกำลังพอใจในสิ่งที่เขาทำ

เด็กแต่ละคนมีรูปแบบการเรียนรู้ที่เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตและจับจุดให้ได้ว่าลูกเรามีลักษณะการเรียนรู้แบบไหน แล้วคอยส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกได้มีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน

ในช่วง 2-3 ปีแรก เป็นช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการของเด็ก และการให้เด็กได้รับโภชนาการที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการให้เด็กกินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน (ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญและองค์การอนามัยโลก) น้ำนมแม่มีคุณประโยชน์ต่อพัฒนาการเด็กทุกด้าน MFGM เป็นหนึ่งในสารอาหารที่มีคุณค่าที่พบในน้ำนมแม่ ซึ่งช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็ก โดยเฉพาะพัฒนาการ 3 ด้านที่สำคัญ คือ สมอง ภูมิคุ้มกัน และระบบขับถ่าย MFGM ช่วยพัฒนา IQ และ EQ ของเด็ก รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยลดโอกาสที่จะติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบนในเด็ก และยังให้ประโยชน์กับเด็กเช่นเดียวกับนมแม่

MFGM
MFGM is an essential nutrient found in breast milk and MFGM fortified milk.