นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

พัฒนาการเด็ก 9 เดือนมีอะไรบ้าง เด็ก 9 เดือนเริ่มเดินได้หรือยัง

Enfa สรุปให้:

  • เด็ก 9 เดือน สามารถกินอาหารตามวัยได้ 3 มื้อเหมือนผู้ใหญ่ สามารถกินอาหารได้หลากหลาย และสนุกกับการกินอาหารใหม่ ๆ มากขึ้น
  • พัฒนาการเด็ก 9 เดือนที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของการเคลื่อนไหว ลูกน้อยคลานคล่อง นั่งทรงตัวได้ดี และเริ่มยึดเกาะสิ่งต่าง ๆ เพื่อดันตัวขึ้นยืน ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการยืนและหัดเดินในเร็ว ๆ นี้ค่ะ
  • น้ำหนักเด็ก 9 เดือน ผู้ชายจะหนักประมาณ 8.9 กิโลกรัม ผู้หญิงจะหนักประมาณ 8.2 กิโลกรัม แต่ถ้าหนักน้อยกว่า 6-7 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เด็ก 9 เดือน ถือว่าเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังและใกล้ที่จะอายุเต็มขวบเข้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้วเด็กนะคะ บทความนี้จาก Enfa จะชวนคุณพ่อคุณแม่มาตามติดเช็กลิสต์พัฒนาการเด็ก 9 เดือน ไปพร้อม ๆ กันค่ะ มาดูกันว่าลูกน้อยจะมีพัฒนาการอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง และคุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมพัฒนาการลูกน้อยให้เติบโตสมวัยได้อย่างไร

 

พัฒนาการ เด็ก 9 เดือน

 

เด็ก 9 เดือน

ทารก 9 เดือน เป็นนักซิ่งตัวจิ๋วค่ะ เพราะเจ้าตัวเล็กสามารถที่จะคลานได้คล่องตัวมากขึ้นและเริ่มเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นด้วย ลูกน้อยชอบที่จะสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว สามารถพยุงตัวเองให้นั่งได้นาน ๆ หรือเริ่มที่จะเกาะผนัง เกาะเก้าอี้เพื่อยืนขึ้นได้ด้วย ลูกน้อยวัยนี้ชอบที่จะกอดสมาชิกในครอบครัว บางครั้งก็เริ่มแสดงอาการเขินอายหรือกลัวคนแปลกหน้าออกมาด้วยค่ะ

 

น้ำหนักเด็ก 9 เดือน

เด็ก 9 เดือนหนักกี่โล? น้ำหนักของทารกวัย 9 เดือนตามตารางน้ำหนักทารกนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้

  • ทารกเพศชาย หนักประมาณ 8.9 กิโลกรัม
  • ทารกเพศหญิง หนักประมาณ 8.2 กิโลกรัม

หากน้ำหนักตัวของทารกน้อยกว่า 6.5-7.5 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ ควรพาลูกไปพบแพทย์

 

ส่วนสูงเด็ก 9 เดือน

เด็ก 9 เดือนสูงเท่าไหร่? ความสูงเด็ก 9 เดือนนั้น สามารถแบ่งออกตามเพศโดยกำเนิดได้ดังนี้ 

  • ทารกเพศชาย สูงประมาณ 72 เซนติเมตร
  • ทารกเพศหญิง สูงประมาณ 70.1 เซนติเมตร

 

อาหารเด็ก 9 เดือน

เด็กวัย 9 เดือนสามารถกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น สามารถกินอาหารที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลายขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญก็ยังจะต้องเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และครบทั้ง 5 หมู่อยู่เหมือนเดิม ควบคู่ไปกับการกินนมแม่หรือนมผง เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เหมาะสมกับวัย และดีต่อการเจริญเติบโต

 

เด็ก 9 เดือน กินข้าวกี่มื้อ

เด็ก 9 เดือน สามารถกินข้าวได้ 3 มื้อค่ะ และสามารถเพิ่มมื้อว่างเข้าไปอีก 2 มื้อ เพื่อให้ลูกได้รับพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอในแต่ละวัน

โดยเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้เด็ก 9 เดือน ไม่ว่าจะเป็น กล้วย อาโวคาโด มันเทศ พริกหวาน เต้าหู้ ซีเรียล สามารถที่จะให้ลูกกินเป็นชิ้นพอดีคำแบบไม่ต้องมาคอยบดอีกต่อไป เพราะเด็กวัยนี้สามารถที่จะกินอาหารแข็งได้เก่งขึ้นแล้วค่ะ สิ่งสำคัญก็คือทารกควรได้รับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันในทุกมื้อค่ะ

อย่างไรก็ตาม อาหารเด็ก 9 เดือนนี้ ไม่ควรปรุงรสชาติใด ๆ นะคะ ไม่ต้องเพิ่มน้ำตาล ไม่ต้องปรุงโซเดียม เพราะเด็กอาจจะสะสมสารอาหารเหล่านี้มากเกินไปตั้งแต่ยังเล็ก จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี

 

ปริมาณนมที่เหมาะสมสำหรับเด็ก 9 เดือน

เด็กวัย 9 เดือน ยังควรได้รับนมแม่สลับนมผงควบคู่ไปกับอาหารตามวัยค่ะ โดยปริมาณนมตามตารางกินนมทารกที่เหมาะสำหรับเด็ก 9 เดือน ควรจะอยู่ระหว่าง 24 - 32 ออนซ์ต่อวัน และควรได้รับนม 4 - 6 ครั้งต่อวัน

 

อาหารว่างเด็ก 9 เดือน

กินข้าว 3 มื้อแล้ว ลูกน้อยก็ควรได้กินของว่างอีก 2 มื้อ คือช่วงสาย และช่วงบ่าย โดยจัดเป็นผลไม้สุก หรือผลไม้นิ่ม เช่น อาโวคาโด แตงไทย เมลอน มะม่วงสุก กีวี มะละกอสุก หรือแอปเปิลนึ่งจนนิ่ม แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ หรือจะเสิร์ฟเป็นผักต้มสุกหั่นแท่งก็ได้เช่นกันค่ะ

 

ผลไม้เด็ก 9 เดือน

ผลไม้เป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญ ลูกน้อยควรได้รับเป็นประจำทุกวันเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ โดยผลไม้เด็ก 9 เดือน สามารถเลือกได้หลากหลายเลยค่ะ ขอเพียงมีเนื้อนิ่ม นำมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ให้ลูกน้อยกินง่าย กลืนง่าย และได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น กล้วย สับปะรด กีวี มะละกอสุก มะม่วงสุก แก้วมังกร แตงโม หรือแตงไทย เป็นต้นค่ะ

 

เด็ก 9 เดือน และโภชนาการที่สำคัญ

เด็ก 9 เดือน จะเติบโตแข็งแรงได้ จำเป็นต้องได้รับโภชนาการสำคัญอย่างเพียงพอ ดังนี้

  • โปรตีน ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ได้จากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ และธัญพืชต่าง ๆ
  • ไขมัน ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ ได้จากอาหารจำพวกน้ำมันพืชหรือเนื้อสัตว์
  • วิตามิน ช่วยเสริมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นไปอย่างสมดุล ได้จากผลไม้หลากหลายชนิด เช่น อาโวคาโด มะละกอสุก และมะม่วงสุก
  • เกลือแร่ มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ได้จากผักต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟักทอง มันเทศ มะเขือเทศ ผักคะน้า และผักกาดขาว
  • คาร์โบไฮเดรต ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย และส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อย ได้จากอาหารจำพวกข้าวหรือแป้งชนิดต่าง ๆ

นอกจากอาหารตามวัยแล้ว นมแม่ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งอาหารที่ให้สารโภชนาการสำคัญที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยเช่นกัน ได้แก่

  • MFGM เป็นสารอาหารเฉพาะในนมแม่ ช่วยพัฒนาระบบประสาท เสริมภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อ
  • DHA คือกรดไขมันจำเป็น ช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท และการมองเห็น
  • 2’FL (2’-Fucosyllactose) ใยอาหารธรรมชาติ (HMO) ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ยับยั้งเชื้อก่อโรค และเสริมภูมิคุ้มกัน

 

ลักษณะอุจจาระทารก 9 เดือน

ลักษณะอุจจาระทารกปกติ ควรจะเป็นสีเหลืองหรือสีเหลืองเข้ม แต่ในช่วงวัย 9 เดือนนี้ คุณแม่อาจะเริ่มสังเกตว่าสีอุจจาระลูกบางครั้งก็เปลี่ยนไป โดยบางครั้งอาจมีสีเขียวออกมาด้วย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้และไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะคะ เพราะเด็กวัยนี้เริ่มกินอาหารอื่น ๆ นอกเหนือจากนมแม่ได้มากขึ้นแล้ว สีของอุจจาระ อาจแปรเปลี่ยนไปตามผักและผลไม้ที่ทารกกินเข้าไปได้ค่ะ

แต่ถ้าหากทารกมีอุจจาระสีดำ อุจจาระสีแดง อุจจาระสีขาว และอุจจาระสีเทา ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ

 

เด็ก 9 เดือน นอนกี่ชั่วโมง

ตามตารางนอนทารก เด็กวัย 9 เดือน ควรจะนอนให้ได้ประมาณ 14-15 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางวัน 3-4 ชั่วโมง โดยให้เด็กได้นอนงีบ 2 ครั้งต่อวัน คือช่วงสายและช่วงบ่าย และนอนตอนกลางคืนอีก 11 ชั่วโมง

 

พัฒนาการเด็ก 9 เดือน

พัฒนาการทารก 9 เดือนที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ เข้าสู่วัยเริ่มเติบโตแล้ว ในวัยนี้เด็กหลายคนพร้อมที่จะยืน เดิน แต่เด็กบางคนอาจยังอยากที่จะคลานอยู่ ซึ่งนั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณแม่ เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายและจิตใจของลูกพร้อมแล้ว เขาก็พร้อมจะยืนเดินด้วยตัวเอง ในเดือนนี้พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเจ้าตัวน้อยจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ตามไปดูกันเลย!

  

พัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็ก 9 เดือน

  • เมื่อลูกเข้าสู่วันหัดยืน และเริ่มปีน ระดับสายตาที่สูงกว่าตอนนั่ง หรือนอน ทำให้ค้นพบ “ช่องว่าง” ที่เกิดระหว่างการปีน หรือการอยู่ในระดับที่สูงกว่าจนเกิดช่องว่าง ซึ่งช่องว่างนี้อาจทำให้ลูกรู้สึกกลัวได้ เพราะลูกจะเชื่อมโยงความคิดว่าเขาสามารถตกหรือหลุดเข้าไปในช่องว่างนี้ได้ เด็กบางคนอาจพยายามแก้ไขความกลัวนี้ด้วยตัวเอง โดยการลุก ๆ นั่ง ๆ ทำซ้ำ ๆ แบบนี้ จนกล้าคลานหรือปีนไปคว้าหยิบสิ่งของที่ต้องการได้ แต่ถ้าไม่ และลูกแสดงความกลัวให้เห็นชัดเจน คุณแม่คงต้องเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ลูก กอดและปลอบลูกว่าไม่เป็นอะไร และลองให้ลูกเอื้อมมือไปสัมผัสของสิ่งนั้นอีกที ความกลัวที่มีอยู่ก็จะค่อย ๆ ลดน้อยลง
  • มีความรู้สึกไวต่อเด็กอื่นมาก เพราะเขาไม่สามารถคาดเดาอะไรได้จึงคอยแต่จ้องมองเพื่อน ๆ พี่ ๆ เล่นอยู่ข้าง ๆ และอาจสะดุ้งตกใจเมื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน หรือจู่ ๆ เสียงดังขึ้นมา
  • ยังควบคุมอารมณ์ และความเครียดไม่ได้ โอกาสที่จะได้ยินเสียงร้องไห้จากการแย่งของเล่นกันจึงเกิดขึ้นได้
  • สามารถประเมินอารมณ์ของคนอื่นได้บ้าง และรู้ว่าควรจะเล่นเงียบ ๆ หรืออยู่ในมุมที่ปลอดภัยจากพายุอารมณ์นั้น
  • ชอบเมื่อมีคนชมหรือปรบมือให้ เพราะเขารับรู้ความหมายของการกระทำนี้แล้วว่า ทุกคนกำลังพอใจในสิ่งที่เขาทำ

  

พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารของเด็ก 9 เดือน

  • ลูกอาจพูดคำ 1 – 2 พยางค์ ซ้ำ ๆ กันได้
  • พูดคำที่มีความหมาย เช่น มะมา ปะปา ได้บ้างแล้ว
  • รับรู้น้ำเสียงว่าแบบไหนคือ แม่กำลังดุ แบบไหนแม่กำลังชม
  • เด็กบางคนอาจฟังเข้าใจในสิ่งที่คนพูดด้วย และสามารถพูดตอบกลับได้ เช่น ไม่ รวมทั้งสามารถทำตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ เช่น มาหาแม่ที หยิบลูกบอลให้หน่อย

 

พัฒนาการด้านสมองของเด็ก 9 เดือน

ความจำ และความสามารถของสมองลูกพัฒนาขึ้นมาก จนบางครั้งเขาก็อาจเบื่อกับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ การกระตุ้นซ้ำ ๆ ก็ได้ คุณแม่จึงต้องพยายามหาเกม หรือสิ่งใหม่ ๆ มาเล่นกับลูก เมื่อเริ่มสังเกตว่าลูกเริ่มเบื่อที่จะเล่นจ๊ะเอ๋ หรือซ่อนของแล้ว อาจชวนลูกเล่นต่อบล็อก โยนบอลใส่กล่อง อ่านนิทานเล่มใหม่ หรือพาไปเที่ยวเล่นนอกบ้านบ้างก็ได้เช่นกัน

  

พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของเด็ก 9 เดือน

  • คลานได้คล่องขึ้น บางครั้งอาจเห็นลูกคลานหมุนไปรอบ ๆ ตัวหรือคลานไปพร้อมกับถือของเล่นไว้มือหนึ่ง
  • เด็กบางคนอาจลุกขึ้นยืนโดยไม่ต้องจับเครื่องเรือน ยืนได้อยู่สักพักแล้วก็รู้จักงอเขานั่งลงเองได้แล้ว
  • กล้ามเนื้อมัดเล็กทำงานดีขึ้น เริ่มจับสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ เช่น กระดุม ได้แล้ว และชอบใช้นิ้วชี้แคะแหย่ตามช่อง ตามรูต่าง ๆ คุณแม่ควรปิดรูปลั๊กต่าง ๆ ให้เรียบร้อย
  • ชอบตบมือ หรือเอาของเล่นมากระทบกันให้เกิดเสียง
  • สามารถต่อบล็อกได้ 2 ชั้น

 

การกระตุ้นพัฒนาการทารก 9 เดือน

คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการของทารก 9 เดือนผ่านกิจกรรมและกิจวัตรประจำวันง่าย ๆ ได้หลายอย่าง ดังนี้

 

เสริมพัฒนาการเด็ก 9 เดือนด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • เทคนิคสร้างพื้นฐานการคิดให้ลูกตั้งแต่เล็ก

วิธีที่จะช่วยให้คุณแม่สร้างพื้นฐานการคิดให้ลูกวัยขวบปีแรกนั้น สามารถทำได้ เพียงคุณแม่ส่งเสริมการคิดผ่านทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งได้แก่ การได้เห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การได้ลิ้มรส และการได้สัมผัสหรือเคลื่อนไหว ให้กับลูก นั่นเพราะลูกวัยนี้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 การให้ลูกได้รับสิ่งเร้าผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 จึงช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ซึ่งจะส่งผลต่อพื้นฐานของการคิดของลูกต่อไป

ตัวอย่างการสร้างพื้นฐานการคิดให้ลูกอย่างง่ายๆ เช่น ให้ลูกได้มองภาพสิ่งต่างๆ ที่มีสีสันสดใส รายละอียดไม่มาก ไม่ซับซ้อน  และบอกเขาถึงภาพที่เอามาให้ดู เช่น “นี่ภาพช้างตัวใหญ่นะลูก”  “ภาพดอกไม้สีเหลือง” เป็นต้น   ภาพที่ลูกได้ที่เห็นจะช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ นึกคิดและสภาวะทางอารมณ์ อันส่งผลให้ลูกน้อยเกิดความสงสัย อยากรู้ และนำไปสู่กระบวนการนึกคิด และจินตนาการได้ในที่สุด

คุณแม่สามารถนำหลักการทำนองนี้ไปใช้กับประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ เช่น การฟังเสียง ซึ่งอาจจะเริ่มจากเสียงเครื่องดนตรีชนิดใดชนิดหนึ่งก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มความหลากหลายของเสียงเพื่อให้ลูกเรียนรู้ที่จะแยกแยะเสียงต่างๆ เป็นต้น หรือการชิมรสที่ลูกวัยนี้สามารถกินอาหารเสริมได้แล้ว คุณแม่สามารถให้ลูกได้ลิ้มลองอาหารที่มีรสชาติต่างๆ ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม ขม (อาจจะเพียงแตะที่ลิ้นพอให้รับรสได้) ฯลฯ เพื่อพัฒนาการรับรสที่หลากหลายของลูก หรือดมกลิ่นสิ่งของใกล้ตัว เช่น ขนม ผลไม้ ดอกไม้ อาหาร ฯลฯ เพื่อให้ลูกได้รู้จักกลิ่นที่มีอยู่มากมาย

  

เสริมพัฒนาการเด็ก 9 เดือนด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • สนุกเคลื่อนไหว พัฒนาประสาทสัมผัส

ลูกน้อยในวัยนี้เริ่มสนุกกับการได้เคลื่อนไหวอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างมือ นิ้วมือ และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ คือแขน ขา ดังนั้นคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกน้อยได้เล่นออกกำลังส่วนต่างๆ เหล่านี้ อาจจะให้ลูกน้อยได้ลองคลานเล่น หรือลองจับลูกให้ฝึกเดินบนพื้นผิวต่างๆ อาจจะเป็นดิน ทราย หรือสนามหญ้าด้วยเท้าเปล่าบ้าง เพราะเม็ดดินเม็ดทรายเหล่านี้จะช่วยนวดฝ่าเท้าลูก ซึ่งเส้นสมองของเด็กเชื่อมโยงกับประสาทที่ฝ่าเท้า

นอกจากนี้ ยังสามารถกระตุ้นเส้นประสาทที่ฝ่าเท้าของลูกได้อีก  โดยการนำวัตถุที่มีพื้นผิวลักษณะต่างๆ กัน เช่น ก้อนหิน ฟองน้ำ สก็อตไบรท์ ที่สะอาดมาถูที่เท้าทีละข้างของลูก ระหว่างนั้น คุณแม่ก็อย่าลืมชวนลูกคุยไปด้วยนะคะ เช่น  “นี่ฟองน้ำนะจ๊ะลูกเป็นไง นุ่มมั้ย หนูรู้สึกอย่างไรบ้างจ๊ะ”  “อันนี้สก็อตไบรท์นะจ๊ะ หนูชอบไหม จั๊กจี๋หรือเปล่า”

การเล่นนี้จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการระบบประสาทส่วนรับสัมผัสของลูกให้ดี ขึ้น และยังจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางด้านภาษาให้แก่เด็ก ทำให้ลูกเรียนรู้ภาษาได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ

  

เสริมพัฒนาการเด็ก 9 เดือนด้านภาษาและการสื่อสาร

  • กิจกรรมสื่อภาษา พัฒนาการสื่อสารให้ลูก

การที่คุณแม่ชวนลูกพูดคุย ออกเสียงบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาให้ลูกได้อย่างดี ซึ่งคุณแม่สามารถทำได้โดย... 

  • อ่านหนังสือให้ลูกฟัง อ่านหนังสือ หรือเล่านิทานให้ลูกฟังทุกวัน วันละ 5-10 นาที โดยเฉพาะก่อนนอนหรือหลังมื้อนม
  • ชวนลูกชมนกชมไม้ อุ้มลูกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้าน หรือสวนในบ้านของเราเอง ชี้ชวนให้ดูสิ่งต่างๆ ที่เห็น บอกเขาว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร เช่น "ดูสิใบไม้สีเขียว" "ก้อนหินลื่นจัง" "ดอกไม้สีเหลือง" ฯลฯ พร้อมให้ลูกได้สัมผัส ได้จับสิ่งต่างที่พูดถึงด้วย เพราะการได้สัมผัสประกอบการเรียนรู้จะทำให้ลูกจดจำได้ดีกว่า
  • ฝึกลูกพูดกัน สอนลูกให้พูดคำง่ายๆ  เช่น ปา-ปา มา-มา   จากนั้นสังเกตและฟังเสียงที่ลูกพูดออกมาว่าใกล้เคียงกับเสียงของคุณแม่มากน้อยแค่ไหน

 

เสริมพัฒนาการเด็ก 9 เดือนด้านอารมณ์และสังคม

  • โลกแห่งจังหวะ สร้างลูกอารมณ์ดี

เพราะเสียงเพลงและท่วงจังหวะทำนองที่ลูกได้ยิน ล้วนมีอิทธิพลต่อชีวิตน้อยๆ และส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในทุกๆ ด้าน พ่อแม่ส่วนใหญ่จึงต้องการให้ลูกคุ้นเคยกับเสียงดนตรีตั้งแต่ยังเล็ก ๆ

คุณแม่อาจหาซื้อเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะ เช่น ลูกแซก กรับ หรือกระดิ่งขนาดต่างๆ มาสร้างเสียงเพลงด้วยตนเอง หรือจะประดิษฐ์เครื่องสร้างจังหวะเองจากวัสดุง่ายๆ เช่น นำถั่วเขียวเล็กน้อยใส่ในขวดน้ำพลาสติกแล้วปิดฝา เมื่อเขย่าแล้วจะเกิดจังหวะ หรือหากหมุนเบาๆ ก็จะเกิดเสียงคลื่นกระทบฝั่งที่แปลกไปอีกแบบ โดยคุณแม่อาจชวนคุณพ่อ มาเล่นด้วยกันคนละชิ้น ก็จะสนุกกว่านั่งเล่นให้ลูกดูคนเดียว  และยังสามารถช่วยกันแต่งเนื้อร้องขึ้นมาเป็นเพลง ก็จะยิ่งทำให้สนุกกว่าเดิม

การที่คุณแม่ปลูกฝังให้ลูกมีจังหวะดนตรีในหัวใจตั้งแต่ในวัยนี้ นอกจากจะทำให้ลูกเป็นเด็กที่มีอารมณ์ดี มีการเรียนรู้ทักษะการฟังที่ดีแล้ว ยังช่วยฝึกภาษาให้กับลูกได้ตั้งแต่เล็กอีกด้วย ที่สำคัญ เสียงเพลงที่เกิดจากการสร้างสรรค์กันเองในบ้านเช่นนี้ จะก่อให้เกิดความอบอุ่น มีชีวิตชีวา และหล่อหลอมความรักความผูกพันระหว่างกันในครอบครัวค่ะ

 

ของเล่นเด็ก 9 เดือน

ของเล่นเสริมพัฒนาการ 9 เดือน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยเสริมพัฒนาทักษะให้กับเด็กได้หลายด้าน ตั้งแต่พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ภาษา การสื่อสาร ตลอดจนอารมณ์และสังคม โดยของเล่นเด็ก 9 เดือนที่เหมาะกับลูกน้อย เช่น

  • ของเล่นที่มีเสียงโต้ตอบ เช่น ของเล่นที่กดปุ่มแล้วจะมีเสียงพูดหรือเสียงดนตรี หนังสือนิทานแบบมีเสียง จะช่วยให้เด็กสนุกและผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งยังเป็นการฝึกพูดโต้ตอบไปในตัวด้วย
  • ของเล่นที่มีการเคลื่อนไหว เช่น รถไขลาน รถบังคับ ช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเคลื่อนไหวตาม ทำให้เด็กได้ออกกำลังกายมากขึ้น
  • ของเล่นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ตัวต่อ การต่อบล็อก จะช่วยกระตุ้นทักษะความคิดให้กับเจ้าตัวเล็กได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือเรื่องของความไวค่ะ เพราะเผลอแป๊บเดียว ลูกอาจจะคว้าเอาของเล่นเข้าปากได้ โดยเฉพาะของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่หากเด็กคว้าเข้าปาก อาจจะส่งผลเสียได้ ควรติดตามดูอย่างใกล้ชิดในเวลาที่ลูกเล่นของเล่นนะคะ

 

การดูแลสุขภาพเด็ก 9 เดือน

คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลสุขภาพทารก 9 เดือน ได้ด้วยการใส่ใจพื้นฐานสำคัญ ได้แก่

  • ดูแลเรื่องการกินให้ครบ 3 มื้อ เลือกอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ควบคู่กับนมแม่
  • ดูแลการนอนให้เพียงพอวันละประมาณ 12–14 ชั่วโมง
  • ส่งเสริมการเล่นและการเคลื่อนไหวเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อและการเรียนรู้
  • หากลูกน้อยมีฟันขึ้นแล้ว ควรแปรงฟันให้ลูกเช้าเย็นเพื่อป้องกันฟันผุ
  • หมั่นสังเกตอาการผิดปกติอยู่เสมอ เช่น มีไข้ ร้องงอแง ถ่ายผิดปกติ หรือมีผื่น หากพบความผิดปกติควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

 

ตารางเลี้ยงลูก 9 เดือน

ทารก 9 เดือน มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ตารางการเลี้ยงลูกจึงอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถเลี้ยงลูกโดยปรับใช้จากตารางเลี้ยงลูก 9 เดือน ด้านล่างนี้ได้ค่ะ

ช่วงเช้า

  • 07:00 น. ตื่นนอนและกินนม
  • 07:40 น. กินข้าวเช้า
  • 08:00 น. เล่นของเล่น
  • 09:00 น. นอนตอนเช้า
  • 10:40 น. เล่นของเล่น กินของว่าง
  • 11:40 น. กินนม

ช่วงบ่าย

  • 12:30 น. กินข้าวเที่ยง
  • 14:00 น. นอนกลางวัน
  • 15.00 น. เล่นของเล่น กินของว่าง

ช่วงเย็น

  • 16.30 น. อาบน้ำ
  • 17.00 น. กินข้าวเย็น
  • 19.00 น. กินนมและเข้านอน

 

เด็ก 9 เดือน กับสัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปพบแพทย์

หากเด็ก 9 เดือน มีอาการหรือสัญญาณทางสุขภาพดังต่อไปนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาค่ะ

  • ลูกไม่ร่าเริง เหงาซึม เวลานอนหลับแล้วปลุกให้ตื่นยาก
  • หายใจลำบาก หายใจเแล้วมีเสียงหวีด
  • มีไข้สูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • มีอาการชัก เกร็ง กระตุก
  • มีอาการตัวแข็งหรือท้องแน่นแข็ง
  • สีผิวซีดเป็นสีฟ้า เขียว หรือเทา
  • มีอาการแหวะนม อาเจียนพุ่ง หรืออาเจียนมีสีเขียว
  • มีอาการเบื่ออาหาร ไม่ค่อยกินข้าว ไม่ค่อยกินนม
  • ร้องไห้งอแงมากผิดปกติ ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่สงบ
  • มีผื่นขึ้นตามผิวหนังและเริ่มลุกลามมากขึ้น

 


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกชื่อของคุณ
กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง
วันเกิดลูกน้อย
กรุณาเลือกวันที่