นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เอนฟาสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนไปจนถึง 2 ปี หรือนานกว่าตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

พัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือนเป็นอย่างไร เด็ก 2 ขวบ 3 เดือนทำอะไรได้บ้าง

Enfa สรุปให้

  • พัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน เด็กวัยนี้สามารถสื่อสารได้คล่องแคล่ว คำศัพท์ใหม่ ๆ ที่เพิ่งได้ยิน ลูกน้อยเริ่มจำและพูดออกมาได้ สามารถโต้ตอบแบบสั้น ๆ ได้ ทำตามคำสั่งแบบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนได้
  • ลูก 2 ขวบ 3 เดือน ยังไม่พูด ที่หมายถึงไม่พูดเลยสักคำเดียว ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันทีเพื่อเข้ารับการตรวจประเมินพัฒนาการและรับการรักษาอย่างเหมาะสมทันที 
  • เด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ชอบที่จะฟังเรื่องราวซ้ำ ๆ ลงมือทำอะไรซ้ำ ๆ จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าลูกจะเลือกเล่นอะไรซ้ำ ๆ พูดคำซ้ำ ๆ หรือแม้แต่เลือกนิทานเรื่องเดิมให้คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟังซ้ำ ๆ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ลูก 2 ขวบ 3 เดือน อยู่ในช่วงเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสนุกกับการเล่นในทุกๆ วัน ยิ่งสนุกมาก ก็ยิ่งกระตุ้นพัฒนาการได้มาก แต่พัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และคุณพ่อคุณแม่จะเสริมทักษะลูกน้อย วัย 2 ขวบ 3 เดือน ได้อย่างไรบ้าง มาติดตามดูการเจริญเติบโตของลูกน้อย 2 ขวบ 3 เดือน พร้อม ๆ กันกับ Enfa ได้เลยค่ะ

 

 

เด็ก 2 ขวบ 3 เดือนกับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

เด็ก 2 ขวบ 3 เดือน พัฒนาการทุกอย่างของลูกมาพร้อมกับคำว่า "ดีขึ้น" ค่ะ เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น กล้ามเนื้อมัดเล็กทำงานดีขึ้น ลูกจึงหยิบจับวัตถุต่าง ๆ ได้ถนัดมือ ขีดเขียนได้ดี จับได้มั่นคง โยนหรือขว้างปาได้ไกลขึ้น 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการสื่อสารเรียกได้ว่าดีขึ้นมาก แต่...เพราะลูกน้อยสื่อสารได้ดีนี่แหละค่ะ คุณพ่อคุณแม่จะต้องระมัดระวังคำพูดกับลูกมากขึ้น หากเผลอพูดคำหยาบ ลูกจะจำไปใช้ ดังนั้น ควรฝึกให้ลูกพูดเพราะติดเป็นนิสัยตั้งแต่ยังเล็ก สอนให้เขาพูดขอบคุณครับ/ค่ะให้ชินปาก ไม่ปล่อยผ่านหากเขาพูดไม่เพราะ หรือพูดผิด ๆ ถูก ๆ ควรแก้ไขให้ลูกพูดอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อเสริมทักษะการสื่อสารที่ดี 

มากไปกว่านั้น คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มสังเกตเห็นด้วยว่าลูกน้อยมีความหลากหลายทางอารมณ์มากขึ้น เวลาอยู่บ้านจะร่าเริง แต่พอออกนอกบ้านกลับเขินอาย หรือชอบลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง แต่พอไม่ได้ดั่งใจก็จะงอแง เวลาไม่ถูกตามใจก็จะร้องไห้ ซึ่งเป็นลักษณะของภาวะวัยทอง 2 ขวบ ที่พบได้ทั่วไปสำหรับเด็กวัยนี้ค่ะ

ดังนั้น วัย 2 ขวบ 3 เดือน จึงเป็นห้วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องสังเกตพฤติกรรมลูกอย่างใกล้ชิด  และรับมือกับพฤติกรรมของลูกอย่างอ่อนโยน เหมาะสม และมีเหตุผล เพื่อฝึกให้เขาเรียนรู้เท่าทันอารมณ์ของตนมี และมีพฤติกรรมที่น่ารักสมวัย

 

น้ำหนักและส่วนสูงเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน

ส่วนสูงและน้ำหนักเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ตามตารางน้ำหนัก - ส่วนสูงมาตรฐานตามอายุของเด็กไทยที่แสดงตามเพศกำเนิดของเด็ก มีดังนี้

  • น้ำหนักของเด็กผู้ชายวัย 2 ขวบ 3 เดือน คือประมาณ 12.8-15 กิโลกรัม
  • ส่วนสูงของเด็กผู้ชายวัย 2 ขวบ 3 เดือน คือประมาณ 90-94 เซนติเมตร
  • น้ำหนักของเด็กผู้หญิงวัย 2 ขวบ 3 เดือน คือประมาณ 12.2-14.6 กิโลกรัม
  • ส่วนสูงของเด็กผู้หญิงวัย 2 ขวบ 3 เดือน คือประมาณ 88-93 เซนติเมตร

 

อาหารเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน

เด็กอายุ 2 ขวบ 3 เดือน ควรกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ พร้อมของว่างอีก 2 มื้อค่ะ โดยอาหารเด็ก 2 ขวบนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกให้หลากหลาย เพื่อให้ลูกน้อยได้โภชนาการที่ครบถ้วน ส่วนของว่างก็ควรเน้นเป็นของว่างเพื่อสุขภาพ เช่น ผลไม้ต่าง ๆ นม ขนมปัง หรือเลือกขนมเด็ก 2 ขวบที่เป็นขนมธัญพืช  มีไขมันต่ำ และมีน้ำตาลน้อย เพื่อป้องกันปัญหาโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานในเด็กค่ะ 

มากไปกว่านั้น หากลูกสามารถหยิบจับอาหารเข้าปากเองได้คล่องแล้ว ถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกกินอาหารด้วยตนเอง ลดการป้อน หรือไม่ต้องป้อนเลยถ้าไม่จำเป็น การฝึกให้ลูกรู้จักกินอาหารเอง เป็นการปูพื้นฐานทักษะในการดูแลและช่วยเหลือตนเองตั้งแต่วัยเล็ก เสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก และกระตุ้นการทำงานประสานกันระหว่างมือและสายตาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

เด็ก 2 ขวบ 3 เดือนและโภชนาการที่สำคัญ

ในแต่ละวันเด็ก 2 ขวบ 3 เดือนควรได้กินอาหารที่หลากหลาน เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วิตามิน และไขมัน 

อย่างไรก็ตาม นอกจากกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถเสริมโภชนาการให้ลูกน้อยได้ง่าย ๆ ด้วยการดื่มนมผงสำหรับเด็ก 2 ขวบ หรือนมกล่อง UHT ซึ่งมีโภชนาการที่จำเป็นต่อร่างกายของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็น DHA ARA วิตามินบี 12 ไอโอดีน สังกะสี แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ ไฟเบอร์ รวมถึง MFGM ซึ่งเป็นสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรกอีกด้วย

 

พัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน

พัฒนาการโดยทั่วไปของเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน มีดังนี้

 

พัฒนาการด้านสติปัญญาและการเรียนรู้

  • จำพยัญชนะได้ 1-2 ตัว
  • เริ่มเข้าใจจำนวน 1-2
  • เข้าใจความหมายของคำว่า ใหญ่-เล็ก นุ่ม-แข็ง
  • เข้าใจความหมายของคำว่า เดี๋ยวนี้ วันนี้ รอสักครู่

 

พัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว 

  • ยืนทรงตัวด้วยขาข้างเดียวได้ดี
  • เดินถอยหลังได้คล่อง
  • ชอบเดินเขย่งปลายเท้าเล่น
  • เอื้อมคว้าของที่อยู่สูงกว่าตัวเองได้
  • กระโดดได้คล่องแคล่ว
  • หมุนลูกบิดประตูได้
  • วาดเส้นตรง เส้นเฉียง เส้นโค้งได้หากมีแบบ

 

พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร 

  • พูดคำศัพท์ใหม่ได้
  • ร้องเพลงได้บางท่อน
  • ทำท่าทางประกอบเพลงได้
  • สามารถพูดโต้ตอบสั้น ๆ ได้
  • บอกชื่อเล่นของตัวเองได้

 

พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม

  • ช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น เช่น แต่งตัว ใส่รองเท้า ถุงเท้า ล้างมือ แปรงฟัน ฯลฯ
  • สนใจดูเด็กอื่นเล่น อาจขยับมาใกล้ แต่ยังไม่เล่นด้วยกัน
  • เมื่อไม่ชอบจะปฏิเสธ “ไม่”
  • ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง
  • กลัวความมืด กลัวเสียงดัง

 

กระตุ้นพัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน

เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ผ่านการเล่นและการทำกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

 

กระตุ้นพัฒนาการสมอง

  • ฝึกทักษะการแก้ปัญหา ด้วยการสื่อสารกับลูกอย่างตรงไปตรงมา หากเห็นว่าลูกกำลังจะเริ่มงอแงเพราะมีเรื่องขัดใจ ให้รีบถามขึ้นเลยว่า หนูกำลังโกรธเหรอคะ โกรธเพราะแบบนี้เหรอคะ หนูอยากลองแก้ปัญหายังไงคะ เราลองทำแบบนี้ดีไหมคะ ลูกจะลดความหงุดหงิดลง และเริ่มหาวิธีแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้า
  • ทำกิจกรรมที่มีขั้นตอน เช่น การพับกระดาษ การทำหน้ากาก การทำหมวกกระดาษ ทำการ์ดอวยพร เพราะเด็กวัยนี้เริ่มสนใจวิธีการทำสิ่งต่าง ๆ อยากลงมือทำด้วยตนเอง สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

 

กระตุ้นพัฒนาการร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • ฝึกทักษะเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ลูกได้หยิบจับวัตถุที่หลากหลายและมีขนาดแตกต่างกันไปอย่างท้าทาย เช่น วันนี้ชวนลูกน้อยร้อยลูกปัด วันพรุ่งนี้ชวนลูกร้อยกระดุม การหยิบจับวัตถุที่มีขนาดเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก พร้อมทั้งพัฒนาการประสานงานระหว่างมือและสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
  • พยายามกระตุ้นให้ลูกเคลื่อนไหวให้มากขึ้น เช่น เล่นซ่อนหา กระต่ายขาเดียว ตี่จับ กาฟักไข่ เพื่อฝึกให้กล้ามเนื้อแขนขาของลูกแข็งแรง และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

กระตุ้นพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร

  • เตรียมเล่านิทานเรื่องเดิม ๆ ให้ลูกฟังครั้งที่ 100 เพราะเด็กวัยนี้ชอบทำซ้ำ ชอบฟังเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แม้จะมีนิทานร้อยเรื่องให้เลือก แต่ลูกอาจจะเลือกเรื่องเดิมอยู่ร่ำไป เพราะผลลัพธ์ที่คาดเดาได้และซ้ำซาก ช่วยให้เขารู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยในโลก ดังนั้น ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่อาจจะเบื่อการอ่านนิทานเรื่องลูกหมูสามตัว แต่ลูกน้อยไม่เบื่อแน่นอน  เตรียมอ่านซ้ำอีกครั้งได้เลยค่ะ
  • พยายามไม่ปล่อยผ่านทุกอาการงอแงของลูก ควรตั้งคำถามกับลูกบ่อย ๆ ว่าหนูเป็นอะไรคะ หนูต้องการอะไรคะ หนูรู้สึกยังไงคะ การพยายามให้ลูกพูดออกมา จะช่วยทำให้เขารู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง และเรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา มีเหตุมีผล และสามารถรับมือกับอารมณ์ของเองได้อย่างเหมาะสม โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยแนะนำ

 

กระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม

  • เล่นกับลูกบ่อย ๆ หากลูกชวน หรือเห็นลูกกำลังขะมักเขม้นเล่นอะไรบางอย่าง พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมกับลูก เพื่อให้ลูก เพื่อให้ลูกมีความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย กล้าจะเป็นตัวเอง และไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และยังช่วยกระตุ้นทักษะการเข้าสังคมอีกด้วย
  • ชวนเพื่อน ๆ ที่ลูกรู้จัก และชื่นชอบ หรือเคยเล่นด้วยกันสักคนสองคนมาเล่นที่บ้าน แต่ควรบอกลูกล่วงหน้าว่าวันพรุ่งนี้จะมีเพื่อนมาเล่นด้วยนะ จำเพื่อนได้ไหม ที่เคยเล่นด้วยกันตอนนู้น เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น

 

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน

ของเล่น เป็นไอเทมที่มีส่วนช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างสนุกสนาน และเสริมพัฒนาการให้เหมาะสมตามวัย โดยของเล่นเด็ก 2 ขวบที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาและการเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้

  • ของเล่นที่มีรูปทรงหลากหลาย เช่น ตัวต่อ บล็อกไม้ จิ๊กซอว์แบบง่าย ๆ ช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องรูปทรง พร้อมฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กจากการประกอบและเปิด–ปิดชิ้นส่วนต่าง ๆ
  • ของเล่นที่ต้องเข็นหรือดึง เช่น รถเข็นของเล่น หรือรถลาก ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และการเคลื่อนไหวร่างกาย
  • ของเล่นร้อยเชือก เช่น เชือกและลูกปัดขนาดใหญ่ ชุดร้อยเชือกรูปทรงเรขาคณิต การที่ลูกได้จับและค่อย ๆ ร้อยวัตถุผ่านเส้นเชือก จะช่วยฝึกสมาธิ กล้ามเนื้อมัดเล็ก และการประสานงานระหว่างมือกับสายตา

 

การดูแลสุขภาพเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน

เพื่อให้เด็ก 2 ขวบ 3 เดือนมีสุขภาพแข็งแรง คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลสุขภาพของลูกในวัยนี้ได้ โดยให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐาน ดังนี้

  • ดูแลเรื่องอาหารให้อร่อยและมีความหลากหลาย เพื่อช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของลูก และทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน
  • ส่งเสริมวินัยการนอน ไม่ปล่อยให้ลูกเข้านอนดึก และฝึกเข้านอนให้เป็นเวลา เพื่อให้ลูกได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • ใส่ใจเรื่องสุขอนามัย ฝึกให้ลูกล้างมือ แปรงฟัน และอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อโรค
  • หมั่นสังเกตสุขภาพของลูกอยู่เสมอ หากมีอาการเจ็บป่วยหรือพบสัญญาณความผิดปกติ ควรพาลูกไปพบแพทย์
  • ติดตามพัฒนาการตามช่วงวัยอย่างใกล้ชิด หากลูกวัย 2 ขวบ 3 เดือน ยังไม่สามารถพูด เดิน หรือทำกิจกรรมพื้นฐานที่เด็กวัยเดียวกันส่วนใหญ่ทำได้ ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการประเมินพัฒนาการ

 

การนอนของเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน

เด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ควรนอนหลับให้เพียงพอตามตารางนอนเด็ก ซึ่งเด็กวัยนี้ควรนอนหลับให้ได้ 13-14 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางคืน 11-12 ชั่วโมง และนอนกลางวัน 1-2 ครั้ง รวม 1-3 ชั่วโมงค่ะ 

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจพบกับปัญหาลูกไม่ยอมนอน ลูกเข้านอนยาก ซึ่งต้องเริ่มปรับตารางกิจวัตรประจำวันของลูกให้เหมาะสม พาลูกเข้านอนตรงเวลาเป็นประจำ ช่วงเวลาหัวค่ำงดกิจกรรมผาดโผน เน้นเล่านิทาน ฟังเพลงชิล ๆ ก่อนนอน ดูการ์ตูนที่เนื้อหาไม่หนักหรือซับซ้อนเกินวัย เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยไม่ต่อต้านการเข้านอน และสามารถนอนหลับได้อย่างเหมาะสม 

 

การขับถ่ายของเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน

เด็กเด็กวัย 2 ขวบ 3 เดือน ควรขับถ่ายอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง โดยลักษณะอุจจาระทารกปกติควรเป็นก้อนนิ่ม ไม่เหลว สีเหลือง เหลืองเข้ม หรือปนเขียว ซึ่งลักษณะอุจจาระของลูก ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามอาหารที่แตกต่างกันไปในแต่ละวันด้วยค่ะ

นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณความพร้อมในการฝึกนั่งกระโถน ได้แก่

  • ลูกสามารถบอกความต้องการขับถ่ายได้
  • รู้จักกระโถนหรือห้องน้ำว่ามีไว้เพื่ออะไร
  • สามารถนั่งและทรงตัวได้ดี
  • นั่งกระโถนได้เองโดยไม่ต้องให้จับนั่ง

หากลูกแสดงสัญญาณเหล่านี้ ควรเริ่มฝึกให้ลูกนั่งขับถ่ายเอง ซึ่งการฝึกนั่งกระโถนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใจเย็นและใช้เวลานาน ควรค่อย ๆ ฝึกอย่างสม่ำเสมอ วันละนิด วันละหน่อย และไม่ต้องกดดันหากลูกยังทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ฝึกฝนกันได้ค่ะ หากเริ่มฝึกตั้งแต่เนิ่น ๆ ลูกจะปรับตัวได้ง่ายและช่วยลดปัญหาเมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียนได้

 


บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย

* นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก
Enfa Smart Club สนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อย 6 เดือนและให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยอีก 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO)
Enfa Smart Club พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยการมอบข้อมูลโภชนาการและพัฒนาการลูกน้อยแต่ละวัย ที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ enfababy.com

คุณกำลังเข้าถึงเนื้อหาจากผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการซื้อหรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด​

กรุณากดยืนยันเพื่อดำเนินการต่อ

Line TH
Cart TH Join Enfamama