
Enfa สรุปให้

เลือกอ่านตามหัวข้อ
ลูก 2 ขวบ 3 เดือน อยู่ในช่วงเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสนุกกับการเล่นในทุกๆ วัน ยิ่งสนุกมาก ก็ยิ่งกระตุ้นพัฒนาการได้มาก แต่พัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และคุณพ่อคุณแม่จะเสริมทักษะลูกน้อย วัย 2 ขวบ 3 เดือน ได้อย่างไรบ้าง มาติดตามดูการเจริญเติบโตของลูกน้อย 2 ขวบ 3 เดือน พร้อม ๆ กันกับ Enfa ได้เลยค่ะ
เด็ก 2 ขวบ 3 เดือน พัฒนาการทุกอย่างของลูกมาพร้อมกับคำว่า "ดีขึ้น" ค่ะ เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น กล้ามเนื้อมัดเล็กทำงานดีขึ้น ลูกจึงหยิบจับวัตถุต่าง ๆ ได้ถนัดมือ ขีดเขียนได้ดี จับได้มั่นคง โยนหรือขว้างปาได้ไกลขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการสื่อสารเรียกได้ว่าดีขึ้นมาก แต่...เพราะลูกน้อยสื่อสารได้ดีนี่แหละค่ะ คุณพ่อคุณแม่จะต้องระมัดระวังคำพูดกับลูกมากขึ้น หากเผลอพูดคำหยาบ ลูกจะจำไปใช้ ดังนั้น ควรฝึกให้ลูกพูดเพราะติดเป็นนิสัยตั้งแต่ยังเล็ก สอนให้เขาพูดขอบคุณครับ/ค่ะให้ชินปาก ไม่ปล่อยผ่านหากเขาพูดไม่เพราะ หรือพูดผิด ๆ ถูก ๆ ควรแก้ไขให้ลูกพูดอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อเสริมทักษะการสื่อสารที่ดี
มากไปกว่านั้น คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มสังเกตเห็นด้วยว่าลูกน้อยมีความหลากหลายทางอารมณ์มากขึ้น เวลาอยู่บ้านจะร่าเริง แต่พอออกนอกบ้านกลับเขินอาย หรือชอบลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง แต่พอไม่ได้ดั่งใจก็จะงอแง เวลาไม่ถูกตามใจก็จะร้องไห้ ซึ่งเป็นลักษณะของภาวะวัยทอง 2 ขวบ ที่พบได้ทั่วไปสำหรับเด็กวัยนี้ค่ะ
ดังนั้น วัย 2 ขวบ 3 เดือน จึงเป็นห้วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องสังเกตพฤติกรรมลูกอย่างใกล้ชิด และรับมือกับพฤติกรรมของลูกอย่างอ่อนโยน เหมาะสม และมีเหตุผล เพื่อฝึกให้เขาเรียนรู้เท่าทันอารมณ์ของตนมี และมีพฤติกรรมที่น่ารักสมวัย
ส่วนสูงและน้ำหนักเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ตามตารางน้ำหนัก - ส่วนสูงมาตรฐานตามอายุของเด็กไทยที่แสดงตามเพศกำเนิดของเด็ก มีดังนี้
เด็กอายุ 2 ขวบ 3 เดือน ควรกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ พร้อมของว่างอีก 2 มื้อค่ะ โดยอาหารเด็ก 2 ขวบนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกให้หลากหลาย เพื่อให้ลูกน้อยได้โภชนาการที่ครบถ้วน ส่วนของว่างก็ควรเน้นเป็นของว่างเพื่อสุขภาพ เช่น ผลไม้ต่าง ๆ นม ขนมปัง หรือเลือกขนมเด็ก 2 ขวบที่เป็นขนมธัญพืช มีไขมันต่ำ และมีน้ำตาลน้อย เพื่อป้องกันปัญหาโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานในเด็กค่ะ
มากไปกว่านั้น หากลูกสามารถหยิบจับอาหารเข้าปากเองได้คล่องแล้ว ถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกกินอาหารด้วยตนเอง ลดการป้อน หรือไม่ต้องป้อนเลยถ้าไม่จำเป็น การฝึกให้ลูกรู้จักกินอาหารเอง เป็นการปูพื้นฐานทักษะในการดูแลและช่วยเหลือตนเองตั้งแต่วัยเล็ก เสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก และกระตุ้นการทำงานประสานกันระหว่างมือและสายตาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในแต่ละวันเด็ก 2 ขวบ 3 เดือนควรได้กินอาหารที่หลากหลาน เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ วิตามิน และไขมัน
อย่างไรก็ตาม นอกจากกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถเสริมโภชนาการให้ลูกน้อยได้ง่าย ๆ ด้วยการดื่มนมผงสำหรับเด็ก 2 ขวบ หรือนมกล่อง UHT ซึ่งมีโภชนาการที่จำเป็นต่อร่างกายของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็น DHA ARA วิตามินบี 12 ไอโอดีน สังกะสี แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ ไฟเบอร์ รวมถึง MFGM ซึ่งเป็นสารอาหารในนมแม่ ประกอบด้วยไขมันและโปรตีนกว่า 150 ชนิด รวมทั้งสฟิงโกไมอีลิน ฟอสโฟลิปิด แกงกลิโอไซด์ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการสมองของลูกน้อย และยังเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่ช่วยให้ลูกมี IQ ที่เหนือกว่าตั้งแต่ 5 ปีแรกอีกด้วย
พัฒนาการโดยทั่วไปของเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน มีดังนี้
เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างสมวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ผ่านการเล่นและการทำกิจกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้
ของเล่น เป็นไอเทมที่มีส่วนช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างสนุกสนาน และเสริมพัฒนาการให้เหมาะสมตามวัย โดยของเล่นเด็ก 2 ขวบที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาและการเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้
เพื่อให้เด็ก 2 ขวบ 3 เดือนมีสุขภาพแข็งแรง คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลสุขภาพของลูกในวัยนี้ได้ โดยให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐาน ดังนี้
เด็ก 2 ขวบ 3 เดือน ควรนอนหลับให้เพียงพอตามตารางนอนเด็ก ซึ่งเด็กวัยนี้ควรนอนหลับให้ได้ 13-14 ชั่วโมงต่อวัน แบ่งเป็นนอนตอนกลางคืน 11-12 ชั่วโมง และนอนกลางวัน 1-2 ครั้ง รวม 1-3 ชั่วโมงค่ะ
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจพบกับปัญหาลูกไม่ยอมนอน ลูกเข้านอนยาก ซึ่งต้องเริ่มปรับตารางกิจวัตรประจำวันของลูกให้เหมาะสม พาลูกเข้านอนตรงเวลาเป็นประจำ ช่วงเวลาหัวค่ำงดกิจกรรมผาดโผน เน้นเล่านิทาน ฟังเพลงชิล ๆ ก่อนนอน ดูการ์ตูนที่เนื้อหาไม่หนักหรือซับซ้อนเกินวัย เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกน้อยไม่ต่อต้านการเข้านอน และสามารถนอนหลับได้อย่างเหมาะสม
เด็กเด็กวัย 2 ขวบ 3 เดือน ควรขับถ่ายอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง โดยลักษณะอุจจาระทารกปกติควรเป็นก้อนนิ่ม ไม่เหลว สีเหลือง เหลืองเข้ม หรือปนเขียว ซึ่งลักษณะอุจจาระของลูก ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามอาหารที่แตกต่างกันไปในแต่ละวันด้วยค่ะ
นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณความพร้อมในการฝึกนั่งกระโถน ได้แก่
หากลูกแสดงสัญญาณเหล่านี้ ควรเริ่มฝึกให้ลูกนั่งขับถ่ายเอง ซึ่งการฝึกนั่งกระโถนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใจเย็นและใช้เวลานาน ควรค่อย ๆ ฝึกอย่างสม่ำเสมอ วันละนิด วันละหน่อย และไม่ต้องกดดันหากลูกยังทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ฝึกฝนกันได้ค่ะ หากเริ่มฝึกตั้งแต่เนิ่น ๆ ลูกจะปรับตัวได้ง่ายและช่วยลดปัญหาเมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียนได้
บทความแนะนำสำหรับคุณแม่ดูแลลูกน้อย
Enfa สรุปให้ ลูกชอบเดินเขย่งเท้า พบได้ในช่วงเริ่มหัดเดินและวัยเตาะแตะ หากยังวางส้นเท้าได้และพัฒ...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ ช่วงวัย 5 ปี 11 เดือนเป็นระยะสุดท้ายก่อนเด็กก้าวเข้าสู่วัยเรียนอย่างเป็นทางการ เด็...
อ่านต่อ
Enfa สรุปให้ 5 ปี 10 เดือน เป็นช่วงปลายวัยก่อนเข้าเรียน เด็กมีความพร้อมมากขึ้นทั้งด้านร่างกาย ค...
อ่านต่อ